เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 162 พลังจิตใจเพิ่มขึ้น

ตอนที่ 162 พลังจิตใจเพิ่มขึ้น

ตอนที่ 162 พลังจิตใจเพิ่มขึ้น


ภายในถ้ำ เฉินเฟยกำลังบดสมุนไพรเพื่อเตรียมน้ำสมุนไพรอย่างระมัดระวัง

เวลาผ่านมาสองวันแล้ว ตอนนี้เฉินเฟยกำลังจดจ่ออยู่กับการผสมสมุนไพร โชคดีที่หลังจากทดลองไม่กี่วันนี้เฉินเฟยก็ได้สูตรผสมอันสมบูรณ์

ในส่วนของสมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงสองวันที่ผ่านมา บอกได้ว่าในดินแดนลับมีสมุนไพรมากมาย หากค้นหาอย่างรอบคอบก็จะพบเจอ

กัวหลินซานเฝ้ามองดูเฉินเฟยจากด้านข้าง ในขณะเดียวกันก็คอยแจ้งเตือนสภาพแวดล้อม

“ใช้ได้แล้ว!”

หลังใส่ส่วนผสมสมุนไพรตัวสุดท้ายลงไป ในมือเฉินเฟยปรากฏชามน้ำสมุนไพร กลิ่นฉุนเล็กน้อยและสีค่อนข้างแปลก แต่ใบหน้าเฉินเฟยเต็มไปด้วยความมั่นใจ

“จะทำอย่างไรต่อ?”

กัวหลินชานดูตื่นเต้น หากมีโอกาสกัวหลินซานก็หวังกินเมล็ดบัวเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วสิ่งนี้สามารถเพิ่มพลังจิตใจได้

เมื่อได้ยินคำยืนยันของเฉินเฟยกัวหลินซานจึงโล่งใจ อย่างไรแล้วเฉินเฟยแทบไม่ทำอะไรที่ไม่มั่นใจ

“เมื่อใส่เมล็ดบัวกับใบบัวลงไปควรมีการเคลื่อนไหว หลังการเคลื่อนไหวจบลงก็สามารถกินได้”

เฉินเฟยพูดขณะหยิบเศษลูกปัดจิตใจจากอ้อมแขนวางไว้รอบกล่องหยก

เมล็ดบัวกับใบบัวยังคงเชื่อมต่อกับดอกบัวฝันหวาน แต่ตอนนี้ทั้งสองอยู่ห่างกันมากกว่าสิบลี้ ตามจริงแล้วมันเป็นเรื่องยากที่พวกมันจะตอบรับกัน เฉินเฟยกังวลเรื่องนี้เล็กน้อยจึงวางเศษลูกปัดจิตใจเผื่อเอาไว้

เมื่อกล่องหยกเปิดออกเมล็ดบัวกับใบบัวหลายใบก็สั่นเทา แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวนอกเหนือจากนี้

เฉินเฟยกวาดเมล็ดบัวกับใบบัวทั้งหมดลงในน้ำสมุนไพร

“กรี๊ด!”

ทันใดนั้นเสียงร้องแหลมดังมาจากชามซึ่งทำให้ผู้คนแสบแก้วหู เฉินเฟยรีบปิดชามหินเพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดบัวกับใบบัวกระโดดออกมา

เสียงกรีดร้องกินเวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจก่อนจะเงียบไป แต่เฉินเฟยไม่ได้ปล่อยมือออกและยังคงปิดไว้ ผ่านไปหนึ่งเค่อ หลังในชามไม่มีการเคลื่อนไหวอื่นใดอีกเฉินเฟยจึงปล่อยมือออก

เดิมทีมันเป็นน้ำสมุนไพรสีเขียวมรกต แต่มันใสขึ้นมากจนสามารถเห็นเมล็ดบัวกับใบบัวที่ก้นชามได้

“กินได้หรือยัง?”

กัวหลินซานถามอย่างลังเล ส่วนใหญ่เป็นเพราะเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ที่ค่อนข้างสั่นสะเทือน มันเป็นเพียงวัตถุวิญญาณ แต่ตอนนี้มันผิดปกติจนกัวหลินซานระแวง

“ได้แล้ว ข้าจะกินก่อน”

ขณะที่เฉินเฟยพูดเขาก็หยิบเมล็ดบัวที่เกือบแหลกออกจากชามแล้วเปิดปากกลืนมัน

เทียบกับกัวหลินซานแล้วเฉินเฟยมีความมั่นใจมากพอที่จะกลืนเมล็ดบัว นอกจากความมั่นใจในสูตรโอสถที่สร้างเอง เขายังมีสยบมังกรคชสารและเคล็ดพันต้นกำเนิด

แม้เคล็ดพันต้นกำเนิดจะถูกยับยั้งอย่างน่าสังเวชต่อหน้าร่างแท้จริงของดอกบัวฝันหวาน แต่สิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของมัน ดังนั้นการยับยั้งจึงไม่เกินจริงขนาดนั้น

เมล็ดบัวมีรสชาติแปลกเล็กน้อย แต่นอกจากรสชาติแล้วไม่มีสิ่งแปลกปลอมอย่างอื่น

เวลาผ่านไป เฉินเฟยรู้สึกได้ว่าเมล็ดบัวถูกย่อยแล้ว ความรู้สึกเย็นสบายค่อยๆเติมเต็มทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟย มันเป็นความปีติยินดีแต่ไม่ได้ทำให้มึนเมาจริงๆ

ความรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่นเติมเต็มประสาทสัมผัสเฉินเฟย ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ก่อนเฉินเฟยจะตื่นขึ้น

ราวกับว่านอนหลับอย่างสบายแล้วตื่นจากความฝัน เฉินเฟยรู้สึกว่าจิตใจเขาชัดเจนและปราดเปรียวอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้

เคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะตกอยู่ในอันตราย แต่เป็นเพราะถูกดอกบัวฝันหวานกระตุ้นจนหมุนเวียนเอง

“ศิษย์น้องเล็กเป็นอะไรไหม?” กัวหลินซานถามด้วยความกังวลเมื่อเห็นเฉินเฟยลืมตาขึ้น

“ข้าหลับตาไปนานแค่ไหน?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ถึงหนึ่งเค่อ” กัวหลินซานตอบ

“มันเหมือนว่าข้าได้หลับหนึ่งวันหนึ่งคืนเลย”

เฉินเฟยยื่นชามหินในมือ “เมล็ดบัวไม่มีปัญหา ท่านสามารถกินได้แล้ว”

“ดี!”

ดวงตากัวหลินซานเป็นประกาย ในเมื่อเฉินเฟยบอกว่าไม่มีปัญหาเขาจึงไม่มีข้อสงสัยใด กัวหลินชานเอื้อมมือหยิบเมล็ดบัวออกจากชามหินแล้วอ้าปากกลืนลงไป

รสชาติแปลกๆทำให้กัวหลินซานนึกถึงภาพในสระน้ำก่อนหน้านี้ แต่ในไม่ช้าความรู้สึกปีติยินดีก็เข้ามาเติมเต็มใน กัวหลินซานอดไม่ได้ที่จะดื่มด่ำไปกับมัน

ไม่ถึงหนึ่งเค่อต่อมา กัวหลินซานลืมตาตื่นขึ้น เขาสัมผัสถึงความก้าวหน้าของพลังจิตใจได้อย่างชัดเจนและไม่อาจปกปิดสีหน้ามีความสุขได้

ในขณะที่กัวหลินซานกำลังพักผ่อน เฉินเฟยหยิบเมล็ดบัวเม็ดที่สองขึ้นมาโยนใส่ปาก ความรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่นเกิดขึ้นอีกครั้ง เคล็ดพันต้นกำเนิดเริ่มหมุนเวียนอย่างรวดเร็วช่วยให้เฉินเฟยดูดซับพลังจิตใจที่เพิ่มขึ้น

ครึ่งชั่วยามต่อมา กัวหลินชานกินเมล็ดบัวทั้งสามที่มีจากนั้นเดินออกจากถ้ำและแจ้งเตือนเฉินเฟย

เฉินเฟยไม่ได้พูดเรื่องให้เมล็ดบัวอีกหนึ่งเม็ดแก่กัวหลินซาน เพราะเฉินเฟยรู้จักนิสัยของกัวหลินชานดี เขาจะไม่ขอเมล็ดบัวเพิ่มอีก หากเฉินเฟยพูดเรื่องนี้ออกไปคงทำให้กัวหลินซานไม่พอใจ

เฉินเฟยกินเมล็ดบัวและใบบัวที่เหลือในคำเดียว

การกินดอกบัวฝันหวานปกติในครั้งเดียวจะสร้างภาระให้กับร่างกายน้อยมาก มันจะเพิ่มพลังจิตใจไปทีละขั้น

ดอกบัวฝันหวานกลายพันธุ์อันนี้มีพลังมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หลังจากขจัดความคิดสิ่งประหลาดออกไป เฉินเฟยซึ่งมีเคล็ดพันต้นกำเนิดก็ดูดซับมันได้โดยไม่เกิดภาระมากนัก

หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฉินเฟยทั้งสองรักษาการเติบโตของพลังจิตใจให้คงที่ได้อย่างสมบูรณ์

เฉินเฟยประเมินพลังจิตใจของตัวเอง เมื่อเทียบตอนกับก่อนกินพลังจิตใจเฉินเฟยเพิ่มขึ้นถึงสามส่วน มันเป็นการเพิ่มขึ้นที่ชัดเจนมากซึ่งค่อนข้างเกินความคาดหมายของเฉินเฟย

พูดอีกอย่างคือพลังจิตใจของเฉินเฟยในเวลานี้มีมากกว่านักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในที่ไม่ได้ฝึกฝนวิชาจิตใจ สำหรับผู้ที่ฝึกฝนวิชาจิตใจพวกเขาจะรู้ได้ว่าคนไหนแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่าหลังจากเปรียบเทียบกันเท่านั้น

นี่เป็นเพียงส่วนน้อยจากดอกบัวฝันหวาน หากสามารถครอบครองดอกบัวฝันหวานได้ทั้งหมดพลังจิตใจเฉินเฟยจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยตรง

แต่เรื่องแบบนี้ทำได้แค่คิดเท่านั้น

พลังของดอกบัวฝันหวานคือพลังจิตใจที่เหนือกว่าระดับปรับแต่งร่างกายควรมี ต่อหน้าดอกบัวฝันหวานจำนวนคนเป็นเพียงเรื่องเล็ก เว้นแต่จะเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร

พลังจิตใจของระดับขัดเกลาทวารผ่านการขัดเกลาร่วมกันของจุดทวารและปราณหยวน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพล้วนอยู่เหนือกว่านักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย

เมื่อเทียบกับดอกบัวฝันหวาน บางทีมันอาจด้อยกว่าในด้านปริมาณแต่ด้านคุณภาพนั้นเหนือกว่ามาก ดอกบัวฝันหวานไม่อาจส่งผลต่อผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารได้เลย

เมื่อพลังจิตใจของดอกบัวฝันหวานไม่ส่งผลกระทบ ดอกบัวฝันหวานจึงไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป

สำหรับคนอย่างเฉินเฟย เนื่องจากไม่สามารถต้านทานผลกระทบของดอกบัวฝันหวานจึงไม่สามารถตัดสินได้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือปลอม

หากพูดถึงการถอนดอกบัวฝันหวานทั้งต้น มันคงเป็นเพียงความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง

ดอกบัวฝันหวานกลายพันธุ์อันนี้ หากผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารเห็นมัน หัวใจของเขาคงสั่นไหวเพราะมันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อระดับขัดเกลาทวาร

“ศิษย์น้องเล็ก พวกเราจะไปที่ไหนต่อดี?” กัวหลินซานรู้สึกสดชื่น ดวงตาของเขาสดใสซึ่งเป็นสัญญาณภายนอกของพลังจิตใจที่เพิ่มขึ้น

“พวกเรา...”

คำพูดของเฉินเฟยหยุดกะทันหัน หูได้ยินเสียงเล็กน้อย พลังจิตใจที่เพิ่มขึ้นได้ปรับปรุงประสาทสัมผัสทั้งห้าเช่นกัน ในขณะนี้มีเสียงเล็กน้อยดังอยู่ในการรับรู้ของเฉินเฟย

กัวหลินซานเห็นท่าทางของเฉินเฟยจึงรู้สึกได้ทันที แต่เมื่อเทียบกับเฉินเฟยแล้วกัวหลินซานรู้สึกได้เพียงบางอย่างแปลกๆและมีสิ่งอันตรายกำลังใกล้เข้ามา

เฉินเฟยกระพริบตา เขาเดิมมาถึงก้อนหินขนาดใหญ่ด้านนอกถ้ำ มองไปยังบริเวณโดยรอบ

สายลมพัดเส้นผมเฉินเฟยไปข้างหลัง เฉินเฟยถือธนูในมือซ้ายและสำรวจสภาพแวดล้อม

กัวหลินซานปรากฏตัวถัดจากเฉินเฟยโดยถือดาบกว้างไว้ในมือทั้งสองข้าง เป็นเหมือนกับนักรบคอยปกป้องนักธนู

“พวกเจ้าไม่รออยู่ในป่าแล้วหรือ ทำไมถึงออกมา?”

ลูกธนูในมือเฉินเฟยหายไปและพุ่งไปยังหญ้าที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบหมี่

ท่ามกลางเสียงอันแหลมคม พลังของลูกธนูทำให้พงหญ้าระเบิดจนเกิดรูขนาดใหญ่ ร่างหนึ่งกระโดดออกมาจากมัน ก้าวถอยหลังไปสองสามหมี่แล้วหยุด เขามองเฉินเฟยด้วยความประหลาดใจ

“เป็นพวกเจ้าอีกแล้ว!”

กัวหลินชานมองฟู่จ้าวซิงและตะโกนด้วยความโกรธ ก่อนหน้านี้เขาเคยโดนดักจับในป่า คาดไม่ถึงว่าสองสามวันถัดมาอีกฝ่ายก็มาหาถึงประตู

“ถึงห่างจากกันก็ต้องหวนกลับมาพบกัน คาดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าอีก”

ฟู่จ้าวซิงแสดงรอยยิ้ม แต่ดวงตาเขาไม่มีรอยยิ้มเลย วันนี้เขายังไม่ได้ป้ายเหล็ก ดังนั้นฟู่จ้าวซิงจึงไม่ปล่อยให้ท่าร่างของเขาเกิดข้อบกพร่องเพื่อปกปิดความผันผวนของป้ายเหล็ก

แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยก็เห็นได้อย่างรวดเร็วซึ่งทำให้ฟู่จ้าวซิงประหลาดใจ

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เขาดึงธนูในมือแล้วยิงธนูไปห้าดอกติด ในพงหญ้าเกิดอีกห้ารูและบังคับให้อีกห้าคนออกมาพร้อมกัน

ในหมู่พวกนั้นมีผู้โชคร้ายคนหนึ่ง เขาออกจากที่ซ่อนช้าไปทำให้ลูกธนูพุ่งผ่านพงหญ้าแล้วแฉลบโดนเนื้อจนเลือดกระเซ็นไปทั่ว เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาคงได้กำไรไม่น้อย!”

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงป้ายเหล็กที่ถือโดยหนึ่งในนั้นและหันไปมองฟู่จ้าวซิง ลูกศรทั้งห้าลูกในเมื่อครู่เป็นการเตือน เตือนฟู่จ้าวซิงว่าท่าร่างที่พวกเขาภูมิใจไม่ถือเป็นอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

หากเป็นก่อนที่จะกินเมล็ดบัว เฉินเฟยคงหาคนเหล่านี้ได้ไม่ง่ายขนาดนี้ แต่ตอนนี้พลังจิตใจเพิ่มขึ้นสามส่วน หลายสิ่งที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้จึงสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

“ไป!”

รอยยิ้มบนใบหน้าฟู่จ้าวซิงหายไป เขามองเฉินเฟยด้วยสีหน้าหวาดกลัวแล้วโบกมือถอยกลับไปด้านหลัง

หกต่อสอง เป็นธรรมดาที่โอกาสชนะนั้นสูง แต่ฟู่จ้าวซิงมองเฉินเฟยไม่ออกเลย เขารู้สึกอยู่เสมอว่านักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกคนนี้ชั่วร้ายและมักจะทำสิ่งที่เกินความคาดหมายของเขาอยู่เสมอ

ในดินแดนลับยังมีป้ายเหล็กอีกมากมาย ดังนั้นฟู่จ้าวซิงไม่จำเป็นต้องมาเสียแรงที่นี่ซึ่งได้ไม่คุ้มเสีย

เมื่อเห็นคนจากไปกัวหลินซานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หากต้องสู้กันจริงจะทำได้เพียงถอยพร้อมกับถอย อย่างไรก็ตามท่าร่างของเฉินเฟยนั้นยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ควรตกอยู่ในอันตราย

“เวลาในดินแดนลับเดินมาเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว เรื่องแบบนี้จะเกิดบ่อยขึ้น” กัวหลินซานพูดอย่างเคร่งขรึม

การหาวัตถุวิญญาณในดินแดนลับและเสริมพลังตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่สำคัญกว่าคือการรวบรวมป้ายเหล็กให้เพียงพอเพื่อทำภารกิจทดสอบศิษย์แท้จริงให้สำเร็จ

เฉินเฟยพยักหน้า พอกำลังจะพูดก็ต้องขมวดคิ้ว เขามองไปข้างหน้า เห็นพวกฟู่จ้าวซิงที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่กำลังวิ่งมาทางนี้อย่างบ้าคลั่ง

เฉินเฟยเห็นลางๆว่าด้านหลังพวกฟู่จ้าวซิงมีดวงตาสีแดงมากมาย

จบบทที่ ตอนที่ 162 พลังจิตใจเพิ่มขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว