เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 157 ทำงานให้สำเร็จไม่ได้แล้วยังทำเสียเรื่องอีก

ตอนที่ 157 ทำงานให้สำเร็จไม่ได้แล้วยังทำเสียเรื่องอีก

ตอนที่ 157 ทำงานให้สำเร็จไม่ได้แล้วยังทำเสียเรื่องอีก


“ศิษย์น้องเล็ก พวกเราจะไปหรือไม่?” กัวหลินซานมองเฉินเฟย พลังต่อสู้ของเฉินเฟยนำหน้าเขาไปแล้ว เป็นธรรมดาที่จะคุยเรื่องนี้ก่อนไปยังสถานที่อันตราย

“ลองไปดูเถอะ”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เคยมีนักยุทธ์ระดับปรับแต่งร่างกายคนใดมีดอกบัวฝันหวานที่สามารถปรับปรุงพลังจิตใจมากเกินไป แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารก็ไม่ยอมพลาดวัตถุวิญญาณนี้เช่นกัน

ตามที่เฉินเฟยรู้มา หลังเปิดจุดทวารจะเลื่อนเป็นระดับขัดเกลาทวาร แต่ระดับขัดเกลาทวารไม่ได้จบลงที่การบ่มเพาะจุดทวารจุดเดียว

เพื่อให้เส้นทางยุทธ์ก้าวหน้า ในระดับขัดเกลาทวารจำเป็นต้องขุดและบำรุงจุดทวารมากขึ้นเพื่อปรับปรุงฐานฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้ต้องใช้พลังจิตใจอย่างมาก

พลังจิตใจในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในถือเป็นกุญแจสำคัญ ดังนั้นระดับนี้จึงถูกเรียกรวมกันว่าระดับปรับแต่งจิต เพราะถัดจากปรับแต่งร่างกาย การปรับแต่งจิตถือเป็นสิ่งสำคัญ

ตอนนี้กัวหลินซานหายบาดเจ็บแล้ว เฉินเฟยทั้งสองจึงจะออกไปสำรวจ ยังไม่ต้องพูดถึงวัตถุวิญญาณ พวกเขายังต้องได้รับป้ายเหล็กให้เพียงพอด้วย

“ดี ไปกันเถอะ!”

กัวหลินซานแสดงสีหน้ากระตือรือร้น หากมีโอกาสได้รับดอกบัวฝันหวาน ยังไม่ต้องพูดถึงใบบัวเลย แม้แต่เมล็ดบัวก็ยังมีประโยชน์ต่อพลังจิตใจอย่างยิ่ง

เฉินเฟยทั้งสองมุ่งหน้าไปยังสระน้ำตามการเหนี่ยวนำของป้ายเหล็ก

สระน้ำ

“จุดประสงค์ของทุกคนในที่นี้ชัดเจนแล้ว ซึ่งก็คือดอกบัวฝันหวาน แต่ใต้สระน้ำมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่ หากไม่ฆ่าสัตว์อสูรก่อนจะไม่มีใครได้ดอกบัวฝันหวานไป”

เจียวเซี่ยงหยวนมองผู้คนประมาณยี่สิบคน ส่วนใหญ่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน มีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ในบรรดาระดับการขัดเกลาอวัยวะภายใน มีสามคนอยู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดซึ่งรวมถึงตัวเขาเองด้วย

“เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมา ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม” ​​เนี่ยเฉวียนเกาหัวพูดอย่างหมดความอดทน

ศิษย์หอเป๋ย์โต่วส่วนใหญ่ล้วนมีอารมณ์ร้อน เนี่ยเฉวียนก็เช่นกัน

“ตราบใดที่วิธีการเหมาะสมทุกอย่างสามารถพูดคุยกันได้ หากเจ้ามีข้อเสนอใดก็ว่ามาเถอะ” ไฉเซียนจุนถือหอกพูดอย่างนิ่งเฉย

“สัตว์อสรูใต้สระน้ำโจมตีรวดเร็ว ไม่ว่าเรามีกี่คนก็ชนะมันตอนอยู่ในสระน้ำไม่ได้ เราต้องลากมันขึ้นฝั่งแล้วค่อยร่วมมือกันฆ่า”

เจียวเซี่ยงหยวนไม่สนใจท่าทางของทั้งสองและบอกแผนการ การเลือกสนามต่อสู้ที่เอื้ออำนวยเป็นทางเลือกสำคัญในการต่อสู้

“ข้าเคยเห็นการโจมตีของสัตว์อสูรมาแล้ว ภาพติดตานั้นควรเป็นลิ้นของมัน ข้าสามารถลงมือเป็นคนแรกได้ เมื่อมันโจมตีข้าจะจับลิ้นมันแล้วดึงขึ้นมา”

เนี่ยเฉวียนคิดครู่หนึ่งแล้วมองเจียวเซี่ยงหยวนกับไฉเซียนจุน “แต่สิ่งนี้จะทำให้ข้าตกอยู่ในอันตราย เมื่อแบ่งส่วนดอกบัวฝันหวานข้าคนเดียวต้องได้สามส่วน”

“ไม่ได้!”

เจียวเซี่ยงหยวนกับไฉเซียนจุนปฏิเสธทันที ในที่แห่งนี้มีคนมากมาย หากเนี่ยเฉวียนคนเดียวเอาไปสามส่วนแล้วคนอื่นจะเหลืออะไร?

“ให้เจ้าได้มากสุดหนึ่งส่วน เจ้าต้องลงมือคนแรกเหมือนเดิม หากเจ้าไม่เห็นด้วยข้าจะให้ศิษย์ร่วมสำนักทำเอง” หลังเจียวเซี่ยงหยวนพูดจบชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากด้านหลังเจียวเซี่ยงหยวน

ลมปราณดุร้ายพุ่งเข้าหาใบหน้า แม้เขาไม่ได้อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดแต่ก็ไม่มีใครกล้าดูถูก

เนี่ยเฉวียนขมวดคิ้วมองคนที่เดินออกมา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ ส่วนแบ่งหนึ่งส่วนที่ได้รับแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย

“ผู้ทำงานหนักเท่านั้นที่จะได้รับส่วนแบ่งดอกบัวฝันหวาน เมื่อถึงเวลาจงอย่าขี้เกียจ ไม่เช่นนั้นอย่าได้ตำหนิข้าที่ไร้ความปราณีเมื่อแจกจ่าย” เจียวเซี่ยงหยวนพูดอย่างเคร่งขรึม

“แล้วจะทำอย่างไรหากมีผู้คนอื่นเข้าร่วมในภายหลัง?” ไฉเซียนจุนรู้สึกถึงป้ายเหล็ก มีบางคนกำลังตรงมาที่นี่

“ไว้ค่อยว่ากัน” เจี่ยวเซี่ยงจุนคิดครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างคลุมเครือ

ผู้แข็งแกร่งเข้ามามีส่วนร่วมย่อมได้รับส่วนแบ่ง หากไม่แข็งแกร่งก็จะไม่ได้อะไรเลย

เจียวเซี่ยงหยวนไม่ได้พูดประโยคนี้แต่ทุกคนล้วนเข้าใจ

โดยพื้นฐานแล้วดินแดนลับเป็นสถานที่ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่อผู้แข็งแกร่ง ไม่ว่าต้องการให้บางสิ่งหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง หากแข็งแกร่งจนครอบงำผู้คนทั้งหมดได้ ต่อให้ต้องการครอบครองบัวฝันหวานคนเดียวคนอื่นก็ไม่กล้าปริปาก

ห่างออกไปสิบลี้

เฉินเฟยทั้งสองเดินอย่างระมัดระวัง เฉินเฟยหยุดเท้ากะทันหัน เคล็ดพันต้นกำเนิดสั่นเล็กน้อยบ่งบอกว่ามีอันตรายอื่นอยู่รอบตัวเขา

“มีอะไรหรือ?” เมื่อกัวหลินซานเห็นท่าทางเฉินเฟยเขาจึงรีบหยุดและมองไปรอบตัว

เฉินเฟยหยิบธนูจากด้านหลัง หูได้ยินเสียงเล็กน้อย ครู่ต่อมาลูกธนูในมือเฉินเฟยกลายเป็นลำแสงหายไป

“ปัง!”

มีการระเบิดเกิดขึ้น ลูกธนูทะลุลำต้นไม้ ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงนั้นและมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ ลูกธนูเมื่อครู่เกือบทะลุโดนเขาแล้ว

ไม่อยากเชื่อเลยว่านักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกจะมีทักษะธนูเช่นนี้

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิด”

ฟู่จ้าวซิงยกมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นบนหน้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่มีเจตนาร้าย รอยยิ้มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนสายลมอันสดชื่น ความระแวงในใจเหมือนจะลดลงไปมาก

“เจ้าซ่อนความผันผวนของป้ายเหล็กได้ด้วย เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมนัก!”

กัวหลินซานมองอย่างประหลาดใจ หลังเฉินเฟยยิงธนูออกไป ความผันผวนของป้ายเหล็กบนตัวฟู่จ้าวซิงก็ปรากฏขึ้น

เฉินเฟยมองฟู่จ้าวซิงอย่างประหลาดใจ เพื่อซ่อนความผันผวนของป้ายเหล็กท่าร่างของฟู่จ้าวซิงจึงเกิดข้อบกพร่องบางประการทำให้เฉินเฟยค้นพบ

หากไม่ใช่เพราะป้ายเหล็ก ฟู่จ้าวซิงอาจซ่อนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งนี้ทำให้เฉินเฟยนึกถึงฉวีจินไทที่เก่งด้านนี้เช่นกัน

“ชมมากไปแล้ว เป็นเพียงความสามารถน้อยนิด”

ฟู่จ้าวซิงกุมมืออย่างสุภาพ มองเฉินเฟยทั้งสองแล้วพูด “เจ้าสองคนแข็งแกร่งไม่เบา ต้องการไปด้วยกันหรือไม่? ดินแดนลับนี้อันตรายยิ่ง มีเพียงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงทำให้อยู่รอดต่อไป”

“เป็นคนไม่จริงใจแล้วยังมาชวนคนอื่นอีก ตอนนี้คนที่ซ่อนตัวอยู่ยังไม่ออกมา!”

เฉินเฟยคว้าแขนของกัวหลินซานวูบไหวหายไป

สีหน้าฟู่จ้าวซิงเปลี่ยนไป พอเห็นเฉินเฟยทั้งสองอยู่ห่างไปหลายสิบหมี่สีหน้าเขาก็มืดมน ก่อนหน้านี้วิธีนี้ยังใช้ได้ผลอยู่ แต่ตอนนี้กลับใช้ไม่ได้ผล

เหลืออีกครู่เดียวก็ปิดล้อมสำเร็จแล้วแท้ๆ น่าเสียดายที่ต้องเสียป้ายเหล็กไปสองแผ่น

“ศิษย์พี่ฟู่!”

หลายร่างปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนยอดไม้โดยรอบ แม้ในเวลานี้จะเห็นคน แต่หากหลับตาลงจะพบว่าคนเหล่านี้ปล่อยลมปราณออกมาเพียงน้อยนิด

“สองคนนั้นระวังตัวยิ่งนัก” มีคนกระซิบ

“ศิษย์พี่ฟู่ นั่นคือคนที่ทำให้ข้าบาดเจ็บ!”

ฉวีจินไทพูดด้วยความตื่นเต้น เมื่อครู่เขาซ่อนตัวอยู่ในความมืด เมื่อเห็นเฉินเฟยกำลังมาฉวีจินไทเลยรู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น

ในครั้งก่อนที่เฉินเฟยทำให้ตนหวาดกลัว ฉวีจินไทซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบเป็นเวลาสามชั่วยามก่อนจะออกเดินทาง ในระหว่างสามชั่วยามนั้นฉวีจินไทมักคิดอย่างหวาดกลัวอยู่เสมอว่าเฉินเฟยจะปรากฏตัวกะทันหัน

พอมองย้อนกลับมาตอนนี้ ฉวีจินไทรู้แล้วว่าตัวเองหวาดกลัวเฉินเฟยจนเกิดอาการทางจิต

ตอนที่เห็นเฉินเฟยเมื่อครู่ เขาคิดว่าหากศิษย์พี่ทั้งห้าเข้าปิดล้อมได้ก็มีหวังทำให้เฉินเฟยทั้งสองอยู่ที่ตลอดไป นั่นเป็นผลให้เฉินเฟยตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและจากไป

“เพี๊ยะ!”

ฟู่จ้าวซิงปรากฏตัวตรงหน้าฉวีจินไทแล้วตบแก้มเขา ฉวีจินไทตกลงมาจากยอดไม้กระแทกพื้นอย่างแรง

แก้มซ้ายฉวีจินไทบวมขึ้นทันใด เขาเงยหน้ามองฟู่จ้าวซิงด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ฉวีจินไทไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาทุบตีตนด้วย

“เจ้าลืมแก่นแท้ของเคล็ดถ้อยคำลวงตาไปแล้วหรือ เจ้ามีฐานฝึกฝนต่ำสุดแต่ยังแสดงอารมณ์รุนแรงออกมาอีก หากไม่ใช่เพราะเจ้าแล้วมันจะเห็นสิ่งผิดปกติได้อย่างไร!”

ฟู่จ้าวซิงตะโกนเสียงดัง ฉวีจินไทถึงกับหดหัวลง ฉวีจินไทรู้สึกตื่นเต้นมากตอนเห็นเฉินเฟยเมื่อครู่ แต่คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะหนีไปเพราะตัวเขาเอง

“หากเกิดเรื่องแบบนี้อีกเจ้าต้องสำรวจดินแดนลับด้วยตัวเอง ไม่ต้องติดตามพวกเรา!”

ฟู่จ้าวซิงมองฉวีจินไทและพูดอย่างเย็นชา “ทำงานให้สำเร็จไม่ได้แล้วยังทำเสียเรื่องอีก”

ห่างออกไปหนึ่งลี้ เฉินเฟยหยุดเท้าเมื่อรับรู้ว่าฟู่จ้าซวิงคนอื่นไม่ได้ไล่ตาม

“เมื่อครู่เป็นการซุ่มโจมตีหรือ?” กัวหลินซานถามอย่างไม่เชื่อ เมื่อครู่เขาไม่เห็นสิ่งผิดปกติเลย

พูดอีกอย่างคือหากกัวหลินซานเผชิญกับสถานการณ์นี้ลำพังเขาจะถูกปิดล้อม สถานการณ์นี้แย่กว่าครั้งที่แล้วนัก ไม่ใช่หนึ่งต่อสองแต่เป็นหนึ่งต่อกลุ่มคน

“ความสามารถในการซ่อนตัวของคนพวกนั้นดีมาก แต่เมื่อจะลงมือย่อมต้องปล่อยลมปราณออกมา ในเวลานั้นท่านจะเห็นเอง”

เมื่อเห็นสีหน้ากัวหลินซานเฉินเฟยจึงยิ้มและอธิบายให้ฟัง

หากซ่อนตัวได้ดีและไม่ปล่อยลมปราณออกมาเมื่อลงมือ พวกฟู่จ้าวซิงก็ไม่จำเป็นต้องปิดล้อมพวกเขาด้วยซ้ำ แต่เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ จำนวนคนที่น้อยกว่าถือว่าอันตรายยิ่ง

กัวหลินซานพยักหน้า คาดไม่ถึงว่าเขาจะรอดจากวิกฤจความเป็นความตายมาอีกครั้ง

กัวหลินซานคิดถึงวิธีสำรวจดินแดนลับที่คนรุ่นก่อนบันทึกไว้ หากแข็งแกร่งก็สามารถไปมาคนเดียวได้ หรือเรียนรู้ที่จะอยู่รวมกลุ่มและร่วมมือกันป้องกันอันตราย

ทั้งสองมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดเท่านั้น หากเจอกับระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดสองสามคนก็จะตกอยู่ในอันตราย ข้อดีคือทุกสิ่งที่เจอจะได้รับทั้งหมด

การอยู่เป็นกลุ่มนั้นปลอดภัย แต่ของที่ได้รับจะเป็นของกลุ่ม เกรงว่าเมื่อแจกจ่ายแล้วคงเหลือถึงมือไม่กี่ส่วน

กัวหลินซานมองเฉินเฟย ศิษย์น้องเพิ่งเข้าระดับขัดเกลาไขกระดูกได้ไม่นาน ตอนนี้ก้าวมาถึงจุดนี้แล้ว แม้จะไม่ได้อยู่กันเป็นกลุ่ม แต่เมื่อมีเฉินเฟยอยู่ด้วยพวกเขาก็รับมือกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้

ที่ให้เฉินเฟยมาดินแดนลับก็เพื่อให้เฉินเฟยฝึกฝนจนก้าวหน้าไปอีกขั้น คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เฉินเฟยจะเป็นต้นขาให้กอดเสียเอง ทุกอย่างคาดเดาไม่ได้จริงๆ

เฉินเฟยไม่รู้ว่ากัวหลินซานกำลังคิดอะไรอยู่ ทั้งสองเลี่ยงตำแหน่งของฟู่จ้าวซิงและรีบไปที่สระน้ำต่อ หนึ่งเค่อต่อมาเฉินเฟยทั้งสองมาถึงสระน้ำ สถานที่แห่งนี้เกิดการต่อสู้ขึ้นแล้ว

ริมสระน้ำ เนี่ยเฉวียนคว้าลิ้นขนาดใหญ่และดึงมันออกมาสุดแรง

อากาศเขียวเล็ดลอดออกมาจากลิ้นและเกิดเสียงกัดกร่อนจากร่างกายเนี่ยเฉวียน โชคดีที่เนี่ยเฉวียนใช้พลังภายในป้องกันเอาไว้

จบบทที่ ตอนที่ 157 ทำงานให้สำเร็จไม่ได้แล้วยังทำเสียเรื่องอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว