เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 140 ร่างแยกท่องหนีสุญญตา

ตอนที่ 140 ร่างแยกท่องหนีสุญญตา

ตอนที่ 140 ร่างแยกท่องหนีสุญญตา


การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นสุดจากความก้าวหน้าของสยบมังกรคชสารคือเฉินเฟยตัวสูงขึ้น

ก่อนจะเริ่มฝึกยุทธ์เขาเป็นชายผิวเข้มรูปร่างผอมเตี้ย แต่ตอนนี้เขาสูงถึงหนึ่งจุดแปดหมี่

ความสูงนี้ไม่ถือว่าโดดเด่นในหมู่นักยุทธ์แต่ก็ไม่ถือว่าเตี้ย แม้จะอยู่ในสายตาคนทั่วไปก็ยังเป็นความสูงที่สะดวกสบาย

นอกจากความสูงแล้วความผอมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อของเขาอยู่สภาวะที่เหมาะสมสุดสำหรับการระเบิดพลังโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความเร็ว

ลักษณะใบหน้ามีมิติมากขึ้น มันไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่าขอบมุมมีความคม เฉินเฟยมีเสน่ห์มากจนมองเพียงแวบเดียวก็สามารถเห็นเขาท่ามกลางฝูงชนได้

“แข็งแกร่งขึ้นก็พอ ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ อย่าใช้วิชายุทธ์ผิดวิธี!”

เฉินเฟยมองตัวเองในน้ำ ลูบคางตัวเองแล้วยกยิ้ม

เฉินเฟยสนใจรูปร่างหน้าตาตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่? ตอนนี้เขาไม่ต้องพึ่งใบหน้าเพื่อหาอาหาร หากเขาดูดีเกินไปมันจะเป็นการเพิ่มปัญหาไม่ใช่หรือ?

เฉินเฟยปรับท่ายืน มองใบหน้าด้านข้างบนผิวน้ำ อืม หล่อใช้ได้เลย

รอยยิ้มบนใบหน้าเฉินเฟยสดใสขึ้น สุดท้ายเขาก็อดหัวเราะไม่ได้ สยบมังกรคชสารไร้ศีลธรรมเกินไป!

ในตอนเย็นของวันที่แปด ในที่สุดเฉินเฟยก็จบชีวิตแบบไปมาสองที่เพราะความชำนาญโอสถปี้กู่ถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยได้กลิ่นข้าวผัดไข่ทุกวันจนเอียน มีเพียงสองสามวันแรกที่เฉินเฟยกินเองบ้างและมอบส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ขอทานในเมืองเซียนเมฆา

ใช่แล้ว ในเมืองหรูหราอย่างเมืองเซียนเมฆายังมีกลุ่มขอทานอยู่ และที่นี่มีขอทานมากกว่าที่อื่นด้วยซ้ำ

ข้าวผัดไข่ของเฉินเฟยกระตุ้นให้เกิดกระแสตอบรับอันอบอุ่นจากคนกลุ่มนี้

“จอมยุทธ์น้อย นี่คืออะไร ทำไมมันถึงอร่อยนัก?” ขอทานเฒ่ากินข้าวผัดไข่จนน้ำมันเลอะเต็มปาก ขอทานหนุ่มคนอื่นก็แข่งกันกินด้วย

“ข้าวผัดไข่” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้าวผัดไข่?” ขอทานมองข้าวปั้นในมือ แน่นอนว่าเขาเคยกินข้าวผัดไข่ แต่สิ่งที่เขาจับอยู่ตอนนี้กลับกรอบนอกนุ่มในจนทำให้เขาคิดเสมอว่าเป็นข้าวปั้นที่คนรวยกินกัน

ตอนนี้คนรวยเปลี่ยนมาทำข้าวผัดไข่แล้วหรือ? ใส่น้ำมันเยอะขนาดนี้เชียว?

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าขอทาน เพื่อเพิ่มความชำนาญอย่างรวดเร็ว ข้าวผัดไข่เลยเกือบจุ่มน้ำมันทำให้รูปลักษณ์มันเปลี่ยนไปบ้าง

เนื่องจากผัดข้าวทุกวัน กลิ่นในครัวเฉินเฟยจึงทำให้เด็กข้างบ้านอิจฉา พวกเขายังเริ่มเข้ามาทักทายเฉินเฟยและใช้ดอกไม้แลกกับข้าวปั้น

โอสถปี้กู่ถึงระดับรู้แจ้ง ยังเหลือเวลาอีกประมาณสิบวันความชำนาญพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าน่าจะไปถึงระดับสมบูรณ์ได้ สยบมังกรคชสารถูกจำกัดให้รับแค่ลูกปัดเก็บปราณหยวนจึงไม่อาจเร่งความเร็วได้ หลังฝึกมาหลายวันท่องหนีสุญญตาก็มาถึงระดับสมบูรณ์

คาดว่าต้องใช้เวลาหกเจ็ดวันในการฝึกท่องหนีสุญญตาให้ถึงระดับรู้แจ้ง

ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสยบร่างกายสยบมังกรคชสารช้างมังกรถึงระดับเชี่ยวชาญ เฉินเฟยสัมผัสได้ชัดเจนว่าความแข็งแกร่งและความทนทานของร่างกายดีขึ้น

ผลลัพธ์อย่างหนึ่งคือเมื่อใช้กำลังมหาศาลคุณสมบัติพิเศษของพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสาม ความแข็งแกร่งที่เฉินเฟยได้รับลดลง

เห็นได้ชัดว่ากำลังมหาศาลมีขีดจำกัด โดยเฉพาะเมื่อความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งแล้วข้อจำกัดนี้จะยิ่งชัดเจน

เฉินเฟยไม่ได้ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ท้ายที่สุดเฉินเฟยอยู่ในสภาวะใช้กำลังมหาศาลตลอดเวลาหรือแม้แต่รูปแบบขยายกำลังมหาศาล

ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แม้แต่ผู้มีพรรสวรรค์ขัดเกลาไขกระดูกก็ยังไม่มีใครสามารถเชนะเฉินเฟยได้ในด้านของความแข็งแกร่ง สำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน หากจะใช้พลังบดขยี้เฉินเฟยยิ่งทำไม่ได้

ถ้าให้เฉินเฟยเผชิญหน้ากับซือเสวี่ยชินจากสำนักเพลิงเทพอีกครั้ง เฉินเฟยจะไม่กระเด็นจากการโจมตีครั้งเดียวอีกต่อไป

ถ้าให้เฉินเฟยเผชิญหน้ากับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ใครแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่าจะรู้ได้หลังจากสู้จริงเท่านั้น

นี่เป็นการปรับปรุงความแข็งแกร่งอย่างมากสำหรับนักยุทธ์ขัดเลาไขกระดูก บางครั้งมันก็ง่ายแบบนี้ ตราบใดที่ความเร็วไม่แตกต่างกันใครที่มีพลังมากกว่าย่อมได้เปรียบ

สยบมังกรคชสารช่วยลดความห่างชั้นของระดับขัดเกลาอวัยวะภายในให้เฉินเฟย

“รู้สึกอย่างไรบ้าง รูปร่างเจ้าดูเปลี่ยนไปนะ”

ฉือเต๋อเฟิงวางสมุนไพรในมือลงพื้น มองเฉินเฟยขึ้นลงด้วยสีหน้าแปลกๆ รู้สึกอย่างไรบ้าง ดูเหมือนเฉินเฟยจะสูงและดูดีขึ้น ในด้านของอายุเขายังดูอ่อนเยาว์ลง

ฉื่อเต๋อเฟิงมองน้ำพุร้อน หรือน้ำพุร้อนจะให้ผลเช่นนี้? ไว้มาลองสักหน่อยดีไหม?

“ฐานฝึกฝนก้าวหน้าขึ้น” เฉินเฟยมองสมุนไพรบนพื้นแล้วเก็บมันไว้

“วิชายุทธ์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอัศจรรย์ขนาดนั้นเลย?”

ฉือเต๋อเฟิงประหลาดใจ แต่พอคิดถึงรูปลักษณ์ของกัวหลินชานแล้วก็พบว่าเขาดูดีเช่นกัน พูดอีกอย่างคือก่อนหน้านี้กัวหลินซานค่อนข้างน่าเกลียด ตอนนี้ที่หล่อขึ้นเป็นเพราะผลพลอยได้?

“เปล่า เป็นเพราะวิชาอื่น”

เฉินเฟยโบกมือปัด สยบมังกรคชสารน่าอัศจรรย์เกินไป เขารู้สึกเสมอว่ามันไม่ใช่สิ่งที่นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายจะเข้าใจ ดังนั้นเฉินเฟยจึงไม่เคยคิดบอกเรื่องวิชานี้ และความเข้าใจของฉือเต๋อเฟิงก็ไม่สามารถเข้าใจความลึกลับของมันได้

“จริงด้วย เมื่อวานข้าไปที่สมาคมและพบว่าภารกิจปรับปรุงโอสถทะนานเนินเขามีการเปลี่ยนแปลง” ฉือเต๋อเฟิงนั่งเก้าอี้แล้วรินชาให้ตัวเอง

“มีอะไรเปลี่ยนแปลง?”

“ข้าลองถามคนอื่นดู พวกเขาบอกว่ามีคนทำตามข้อกำหนดพื้นฐานของภารกิจนี้ได้ ถ้าไม่มีใครคิดสูตรโอสถที่ดีกว่านี้ภายในเดือนหน้า ภารกิจนี้จะสิ้นสุดลง” ฉือเต๋อเฟิงดื่มชาในอึกเดียว

“เร็วนัก!”

เฉินเฟยประหลาดใจ เขาเคยทำภารกิจปรับปรุงสูตรโอสถทะยานเนินเขาเช่นกันจึงรู้ถึงความยากของมัน แม้แต่การผสานโอสถทะยานเนินเขาและโอสถเหนือสามัญระดับรู้แจ้งยังไม่อาจทำสูตรโอสถที่ดีกว่าได้

ตอนนี้มีคนทำสำเร็จแล้ว มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ต้องมีผลเหมือนโอสถทะยานเนินเขาเจ็ดส่วน ต้นทุนน้อยลงห้าส่วน นี่เป็นข้อกำหนดพื้นฐานของภารกิจ

เฉินเฟยส่ายหัว บอกได้เพียงมีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนอยู่ในบรรดานักหลอมโอสถ และโอสถแรกเริ่มได้เปิดเผยผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น

“ข้าได้ยินมาว่าคนที่ส่งภารกิจเป็นนักหลอมโอสถหนุ่มที่เพิ่งมาจากที่อื่น ตอนนี้มีข่าวลือว่าเขาลึกลับมากจนทำให้เจ้าสมาคมเว่ยซิงซานตื่นตระหนก” ฉือเต๋อเฟิงเล่าทุกอย่างที่รู้

เฉินเฟยพยักหน้า โลกนี้กว้างใหญ่ เป็นธรรมดาที่จะมีอัจฉริยะมากมาย

เฉินเฟยได้ยินมาว่าเจ้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาเริ่มฝึกยุทธ์ตอนอายุสิบปี อายุสิบสามปีเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน อายุสิบห้าปีทะลวงระดับขัดเกลาทวาร หลังจากนั้นก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดและก่อตั้งสำนักกระบี่เซียนเมฆา

ตามจริงแล้วผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้ด้อยกว่าผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่ผู้สืบทอดไม่ได้ทรงพลังเท่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นผลให้ตามหลังสำนักกระบี่ซียนเมฆาเรื่อยมาจนกระทั่งตอนนี้ไม่อาจเทียบกันได้

“หากเจ้าต้องการทำภารกิจนี้คงต้องเร่งมือ”

ฉือเต๋อเฟิงบอกเตือน เฉินเฟยพยักหน้า

ฉือเต๋อเฟิงนั่งสักพักก่อนจะรับโอสถกลับไป ส่วนเฉินเฟยหลอมโอสถตามปกติ

สองชั่วยามต่อมา เฉินเฟยหยุดมือ เก็บโอสถลงขวดและเริ่มคิดเรื่องการปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา

เฉินเฟยก็เริ่มปรับปรุงสูตรตั้งแต่โอสถปี้กู่ถึงระดับรู้แจ้งเมื่อสองวันก่อน ตอนนั้นเขาไม่รู้สึกกังวลมากนักเพราะมันเพิ่งเริ่ม

ไม่คาดคิดว่าจะมีคนทำตามข้อกำหนดได้สำเร็จ หากเฉินเฟยยังไม่รีบลงมืออีก โอสถแรกเริ่มคงตกเป็นของคนอื่น

“ติดอยู่ที่ใช้ต้นทุนของโอสถทะยานเนินเขาห้าส่วน อีกอย่างคือวิธีหลอมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรให้ถึงขีดสุด” เฉินเฟยพูดกับตัวเอง

ความคิดนี้ไม่มีปัญหา ที่เหลือคือปรับแต่งมันหลายๆครั้งจนกว่าจะได้สูตรโอสถที่น่าพอใจ

วันต่อมา เฉินเฟยเริ่มใช้เวลากับการไปกลับร้านขายสมุนไพรมากขึ้น และบางครั้งยังศึกษาตำราสมุนไพรเพื่อเปรียบเทียบว่าสมุนไพรตัวไหนเหมาะสมกว่า

เมื่อทำการทดสอบ นอกจากทฤษฎีสนับสนุน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้น

เนื่องจากเขาต้องเพิ่มคุณสมบัติทางยาให้ถึงขีดสุด เตาหลอมโอสถที่เฉินเฟยซื้อมาอันแรกจึงถูกทำลาย มันไม่อาจทนต่อความทรมานของวิธีการรุนแรงได้ ดังนั้นเฉินเฟยจึงต้องใช้เงินหลายพันตำลึงเพื่อซื้อเตาหลอมขั้นสูง

หลังเก็บเงินอยู่หลายวันก็ต้องเสียเงินไปอีกครั้ง

เฉินเฟยมีรายได้มากกว่าหนึ่งพันตำลึงต่อวัน เห็นได้ชัดว่าเขาทำเงินได้มากมาย แต่เฉินเฟยเป็นคนน่าอัศจรรย์เช่นกัน เขาไม่อาจเก็บเงินได้นานเพราะจะมีเหตุการณ์ให้จ่ายเงินอยู่เสมอ

โชคดีที่เตาหลอมอันใหม่ใช้งานง่าย ไม่ว่าเฉินเฟยจะใช้วิธีรุนแรงแค่ไหนเตาหลอมก็ทนได้

ในวันที่เจ็ดของการทดสอบสูตรโอสถ ก่อนที่จะได้สูตรโอสถ ท่องหนีสุญญตาของเฉินเฟยได้ถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยยืนอยู่ที่ลานบ้าน ทันใดนั้นร่างเขาสั่นไหว เฉินเฟยหนึ่งคนกลายเป็นห้าคนในพริบตาราวกับว่าเขามีวิชาแยกร่าง และทุกคนล้วนก้าวเดินไปในทางเดียวกัน

มองดูท้องฟ้า มองดูพื้น ลูบกระบี่ ภาพเฉินเฟยทั้งห้านั้นแตกต่างกัน แต่พวกมันดูสมจริงมากจนยากที่จะบอกได้ว่าภาพไหนคือร่างจริงของเฉินเฟย หรือแท้จริงแล้วนั่นเป็นร่างจริงทั้งหมด

“เยี่ยมมาก!”

เฉินเฟยลองใช้ท่องหนีสุญญตาระดับรู้แจ้งสั้นๆ เป็นเหมือนที่เฟิงซิวผู่บอก ท่องหนีสุญญตาเป็นการเคลื่อนไหวในระยะใกล้

แม้เดิมทีท่าร่างของเฉินเฟยจะไม่ธรรมดา แต่เขาสร้างภาพติดตาภายในลานบ้านได้เพียงไม่กี่ภาพเท่านั้น หากระยะห่างน้อยลง เฉินเฟยจะไม่สามารถควบคุมได้ละเอียดขนาดนี้

แต่ตอนนี้เฉินเฟยสร้างภาพติดตาได้อย่างง่ายดายและยังแม่นยำมากกว่าเมื่อก่อน สิ่งนี้ปรับปรุงพลังต่อสู้ของเฉินเฟยอย่างมาก

โดยเฉพาะการต่อสู้แบบกลุ่ม เฉินเฟยสามารถควบคุมความเร็วของเขาได้อย่างแม่นยำและหลบการโจมตีในระยะใกล้ แน่นอนว่าการโต้กลับในครั้งต่อไปย่อมเร็วกว่า

เนื่องจากท่องหนีสุญญตาใส่ใจในรายละเอียด ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณที่ใช้วิ่งระยะไกลจึงได้รับการปรับปรุงเล็กน้อย การปรับปรุงนี้ไม่ใช่การโรยไอซิ่งบนเค้ก แต่เป็นก้าวหน้าไปอีกขั้น

เฉินเฟยแวบไปมาในลานบ้านครู่หนึ่งแล้วหยุดลง ด้วยท่าร่างแบบนี้ เมื่อถึงเวลาประเมินศิษย์แท้จริงของสี่สำนักต่อให้อีกฝ่ายอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร เฉินเฟยก็สามารถเข้าสู้และจากไปได้ทุกเมื่อ

ในวันที่สิบของการทดสอบสูตรโอสถ สูตรโอสถยังไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าได้ถึงระดับสมบูรณ์

จบบทที่ ตอนที่ 140 ร่างแยกท่องหนีสุญญตา

คัดลอกลิงก์แล้ว