เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 138 รอยยิ้มทรงเสน่ห์

ตอนที่ 138 รอยยิ้มทรงเสน่ห์

ตอนที่ 138 รอยยิ้มทรงเสน่ห์


“ดี!”

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ปราณหยวนใช้ได้ผล

เฉินเฟยหันไปมองกัวหลินซานคนอื่นแล้วกุมมือ “ศิษย์พี่กัว ศิษย์พพี่เก่อ ศิษย์พี่หญิงจาง ข้าต้องฝากทางนี้ไว้กับพวกท่านแล้ว!”

กัวหลินซานและเก่อหงเจี๋ยพยักหน้า จางฟางฉยงเดินไปช่วยจัดเสื้อให้เฉินเฟยแล้วพูดเสียงต่ำ “ข้าไม่เคยเข้าโลกหัวใจประหลาดนั้นแต่คาดว่ามันคงอันตรายนัก ระวังตัวด้วย”

เฉินเฟยตัวแข็งทื่อ เขาคิดไม่ถึงว่าจางฟางฉยงจะทำแบบนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย

จางฟางฉยงปิดปากยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเฉินเฟย รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของจางฟางฉยงเหมือนกับลูกพลับสุกงอมที่เห็นแล้วต้องน้ำลายหยด

“อี้หนาน เริ่มกันเถอะ”

เฉินเฟยไอกลบเกลื่อนแล้วหันไปหาซืออี้หนาน

ซืออี้หนานพยักหน้า หยิบหยกประหลาดออกมาและประกบมือ ครู่ต่อมาหยกประหลาดลอยขึ้นปล่อยแสงจางปกคลุมเฉินเฟยทั้งสอง

ความง่วงเข้าครอบงำ เฉินเฟยหลับตาลง

กัวหลินซานคนอื่นมองภาพตรงหน้าอย่างสงสัย พอเห็นลมปราณเฉินเฟยทั้งสองถูกปกปิดไว้จึงรู้ว่าพวกเขาเข้าโลกหัวใจประหลาดแล้ว

ตามการสนทนาครั้งก่อน กัวหลินซานเฝ้าที่ลานบ้าน หากมีอะไรเกิดขึ้นเขาจะแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ทันที จางฟางฉยงและเก่อหงเจี๋ยคอยปกป้องพวกเขาอยู่ในห้อง

ในโลกหัวใจประหลาด เฉินเฟยลืมตามองไปรอบด้าน ยังคงเป็นที่ราบเดิม ซืออี้หนานด้านข้างกลับมามีรูปลักษณ์เด็กสิบขวบ

“ขึ้นหลังมา พวกเราจะวิ่งไป!”

เฉินเฟยพูดกับซื้ออี้หนานด้วยท่าทางปาก ซืออี้หนานพยักหน้าแล้วปีนขึ้นหลังเฉินเฟย ในขณะเดียวกันก็ใช้เศษลูกปัดจิตใจคลุมปานจื่อ

เฉินเฟยจับซืออี้หนานด้วยมือทั้งสองให้ตัวนางคงที่ ในขณะเดียวกันก็ใช้ความคิดรวบรวมแสงเทียนจิต ซืออี้หนานมีแสงเทียนมากขึ้น ส่วนเฉินเฟยมีแสงเทียนติดอยู่กับผิวหนัง

เสียงกระซิบดังเข้าหูอีกครั้ง เคล็ดสงบต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็วกำจัดสิ่งแปดเปื้อนของโลกหัวใจประหลาด

เฉินเฟยมองไปด้านหน้าและเริ่มวิ่ง

พวกเขาอ้อมไปด้านขวาตามเส้นทางที่สำรวจครั้งก่อน หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองได้ยินเสียงกระแสน้ำไหล

เนื่องจากห่างกันไม่ถึงวัน โลกหัวใจประหลาดจึงเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ทั้งสองได้มาถึงหมอกดำในตอนนั้น

ในหมอกดำมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่ สิ่งแปลกประหลาดนี้เหมือนกับเฉินเฟยและซืออี้หนานทุกประการ มันเหมือนคนกระดาษแต่ก็ไม่ใช่คนกระดาษ ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

เฉินเฟยตัดสินใจบุกเข้าไป ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่เคยไปทางอื่นเลยไม่รู้มีอันตรายอะไรรออยู่ การเข้าไปจากที่คุ้นเคยจึงดีกว่า

เฉินเฟยทั้งสองเข้าไปในหมอกดำ การมองเห็นยังคงมีไม่ถึงสิบหมี่ เฉินเฟยสังเกตสภาพแวดล้อม แม้เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแต่เฉินเฟยยังคงระมัดระวังเพราะกลัวอันตรายอย่างอื่นที่ไม่ได้เจอในครั้งก่อน

หลังจากนั้นไม่นานเฉินเฟยเห็นร่างหนึ่งซึ่งมีบางอย่างอยู่ด้านหลังปรากฏตรงหน้า

เฉินเฟยไม่หยุดเท้าและเดินต่อไป เมื่อระยะห่างเข้าใกล้มากขึ้นจึงเห็นใบหน้าของร่างนั้น มันยังเป็นเฉินเฟยกับซืออี้หนานตัวปลอมที่เคยเห็นครั้งก่อน

สิ่งแปลกประหลาดทั้งสองกำลังจะยิ้ม แต่เฉินเฟยโจมตีด้วยช่วงเวลานิรันดร์ทันที

“วิ้ง!”

ระลอกคลื่นแผ่จากตรงกลางทั้งสองด้าน ใบหน้าสิ่งแปลกประหลาดเริ่มยิ้มออกมา มุมปากมันกว้างขึ้นราวกับจะกว้างไปถึงหู ช่วงเวลานิรันดร์ถูกขัดขวาง

เฉินเฟยเวียนหัว เสียงกระซิบข้างหูเริ่มดังขึ้น พอเห็นรอยยิ้มของสิ่งแปลกประหลาดเฉินเฟยก็สัมผัสได้ว่าเมื่อสิ่งแปลกประหลาดยิ้มออกมาเต็มที่ นั่นจะกลายเป็นช่วงเวลาอันน่าหวาดกลัว

ช่วงเวลานิรันดร์! ช่วงเวลานิรันดร์! ช่วงเวลานิรันดร์!

ทักษะจิตใจถูกใช้สามครั้งติด เฉินเฟยโจมตีสิ่งแปลกประหลาดอย่างไม่ลังเล

บางอย่างเช่นทักษะจิตใจ ตราบใดที่พลังจิตใจแข็งแกร่งพอและอีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งกว่า การโจมตีย้อนกลับย่อมทำได้เสมอ

สิ่งแปลกประหลาดนี้ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเฉินเฟย ดังนั้นเฉินเฟยจึงใช้ออกไปอย่างไม่ลังเล

สองครั้งแรกสิ่งแปลกประหลาดยังคงต้านทานชั่วนิรันดร์พริบตาได้ แต่ชั่วนิรันดร์พริบตาครั้งที่ได้สามได้ไปโดนตัวสิ่งแปลกประหลาดทำให้มันต้อง-ยื่นนิ่ง

เฉินเฟยเวียนหัวเพราะทักษะจิตใจถูกขัดขวางไว้ได้ โชคดีที่มันไม่แข็งแกร่งนักเฉินเฟยจึงต้านท้านได้

เฉินเฟยขยับเท้าวิ่งผ่านสิ่งแปลกประหลาดไปอย่างรวดเร็ว

หากไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา เฉินเฟยก็อยากลองดูว่าจะกำจัดสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ได้ไหม การฆ่าสิ่งแปลกประหลาดในโลกหัวใจประหลาดต่างจากโลกข้างนอกหรือไม่?

เฉินเฟยอุ้มซืออี้หนานไว้บนหลังและวิ่งออกไปจากหมอกดำ ความรู้สึกเสี่ยวซ่านยังคงอยู่ด้านหลัง ต่อให้เฉินเฟยไม่หันกลับไปเขาก็รู้ว่าสิ่งแปลกประหลาดกำลังจ้องมองอยู่

ไม่รู้ว่ามันมีข้อจำกัดอะไรหรือไม่สิ่งแปลกประหลาดจึงไม่ได้หายไปจากสถานที่ที่ปกคลุมด้วยหมอกดำ แต่มันทำได้เพียงจ้องมองเฉินเฟยจากระยะไกลจนกระทั่งเฉินเฟยหายไป

ซืออี้หนานมองเทียนจิตในมือ จากตรงนั้นมาถึงตรงนี้เทียนจิตยังเผาไหม้ไม่ถึงหนึ่งส่วน ในครั้งนี้ใช้เวลาน้อยกว่าอย่างน่าเหลือเชื่อ

ซื้ออี้หนานสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของท่านปู่ เทียนจิตนี้มากพอที่จะไปถึงที่นั่น

ซืออี้หนานกระตุกเสื้อเตือนให้เฉินเฟยช้าลงและไม่ต้องกังวล

เฉินเฟยพยักหน้า เส้นทางข้างหน้ายังไม่รู้จัก เฉินเฟยจะระวังมากขึ้นอยู่ดีแม้ซืออี้หนานไม่เตือน

เฉินเฟยพยายามรับรู้สภาพแวดล้อมอย่างเต็มที่และไม่วิ่งสุดกำลังเพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเร็วและการรับรู้ เวลาเจออันตรายจะได้ตอบสนองทัน

พอเข้าใกล้ซือหยวนไห่ขึ้นเฉินเฟยก็เริ่มระวังมากขึ้น ไม่รู้ว่าเฉินเฟยโชคดีหรือเส้นทางนี้ไม่มีอันตราย ทั้งสองไม่เจออันตรายใดเลยในระหว่างทางที่มา

เฉินเฟยเพียงสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวในความมืดมิดจากที่ห่างไกล แม้จะอยู่ห่างไกลยังรู้สึกกลัวจนจิตใจเฉินเฟยสั่นสะท้าย

เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นการดำรงอยู่ที่ไกลเกินกว่าเฉินเฟยจะเผชิญได้

โชคดีที่มันอยู่ไกล

ซืออี้หนานกำเสื้อเฉินเฟยแน่น เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นซืออี้หนานยิ่งสัมผัสได้ว่าปู่ของนางอยู่ไม่ไกลจางข้างหน้าแล้ว

เฉินเฟยรับรู้ถึงความตื่นเต้นของซืออี้หนาน เมื่อสัมผัสได้ว่าไม่มีอันตรายอยู่ใกล้เฉินเฟยจึงเร่งความเร็วเล็กน้อย

หลังจากนั้นไม่นานร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเฉินเฟยทั้งสอง ในเวลานี้ร่างนั้นยืนตรงไม่ขยับเขยื้อน

เฉินเฟยหันหน้าไปมองซืออี้หนานซึ่งพยักหน้าให้อย่างแรง

เฉินเฟยปล่อยแขนลง ซืออี้หนานไหลตัวลงจากหลังเฉินเฟยและค่อยๆเดินไปหาร่างนั้น เฉินเฟยเดินตามไปจากด้านข้าง

หลังจากเห็นภาพนั้นชัดเจนเฉินเฟยก็ขมวดคิ้ว ตอนมองจากระยะไกลยังไม่เห็นอะไร แต่พอเข้ามาใกล้จึงรู้ว่าแท้จริงแล้วมีสองคนยืนอยู่ด้วยกัน และใบหน้าทั้งสองล้วนเป็นซือหยวนไห่

เฉินเฟยมองซืออี้หนานอย่างสงสัย ซืออี้หนานสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของเฉินเฟยจึงหันไปมอง

“หนึ่งฝยนั้นเป็นสิ่งแปลกประหลาดในร่างท่านปู่ เมื่อวานสิ่งแปลกประหลาดคงตื่นตัววันนี้จึงกลายร่างเป็นท่านปู่” ซืออี้หนานพูดด้วยท่าทางปาก

“แล้วจะบอกความแตกต่างได้อย่างไร?” เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณซือหยวนไห่ทั้งสองและพบว่าทั้งสองเหมือนกันทุกประการ

“ข้าไม่รู้” ซืออี้หนานตื่นตระหนก นางไม่เคยพบสถานการณ์นี้มาก่อนและซือหยวนไห่ไม่เคยบอกนางเกี่ยวกับสถานการณ์นี้

เฉินเฟยขมวดคิ้วมองเทียนจิต ยังพอมีเวลาเหลืออยู่

“ถ้าบอกตัวได้แล้วเราจะพาปู่เจ้ากลับไปอย่างไร?” เฉินเฟยถาม

“ใส่ปานจื่อลงในร่างสิ่งแปลกประหลาดแล้วจิตวิญญาณท่านปู่จะกลับไปเอง แต่ถ้าเลือกผิด จิตวิญญาณท่านปู่อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือแม้แต่ถูกลบหายไป!” ซืออี้หนานชูปานจื่อในมือ

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เดินไปอยู่ตรงหน้าซือหยวนไห่ทั้งสอง

ช่วงเวลานิรันดร์!

หลังใช้ทักษะจิตใจซือหยวนไห่ทั้งสองก็เริ่มเชื่องช้า ในขณะเดียวกันเวลาของเฉินเฟยถูกหยุดชั่วคราวครู่หนึ่ง

เฉินเฟยมองซือหยวนไห่ทั้งสอง พยายามตัดสินว่าคนไหนเป็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างรอบคอบ แต่ลักษณะและการตอบสนองของซือหยวนไห่ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ

ทั้งสองเป็นดั่งกระจกสองด้านที่ทำเหมือนกันทุกอย่าง

“แยกแยะได้หรือไม่?”

ซืออี้หนานดึงเสื้อเฉินเฟยและถามอย่างมีความหวัง

เฉินเฟยส่ายหัว ปัญหานี้ค่อนข้างใหญ่ สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้สัมพันธ์กับซือหยวนไห่มากเกินไป พูดได้ว่าทั้งสองเป็นร่างกายเดียวกันที่มีสองด้าน การแยกแยะด้วยวิธีอย่างง่ายเป็นเรื่องยาก

ซืออี้หนานไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร นางเดินไปหาซือหยวนไห่ทั้งสอง เงยหน้ามองปู่ อยากสัมผัสตัวเขาแต่ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะเกิดผลบางอย่าง

เฉินเฟยเกิดความคิดหลายวิธีในใจ แต่เฉินเฟยก็เริ่มตัดออกไป

ทันใดนั้นเฉินเฟยหันไปมองชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจบนนิ้วซืออีหนาน ดวงตาเขาก็เป็นประกาย

ไม่ว่าจิตวิญญาณซือหยวนไห่กับสิ่งแปลกประปลาดจะคล้ายกันแค่ไหนก็ควรมีส่วนสำคัญต่างกัน เศษลูกปัดจิตใจในตอนนี้ไม่มีอะไรน่าทึ่งแล้ว แต่มันยังมีผลปิดกั้นป้องกันอยู่

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงหยิบเศษลูกปัดจิตใจออกมา เดินไปหาซือหยวนไห่แล้วทาบเศษลูกปัดจิตใจใส่หน้าผากซือหยวนไห่ด้านซ้าย

เมื่อเศษลูกปัดจิตใจเข้าใกล้ ระลอกคลื่นเล็กน้อยปรากฏบนหน้าผากซือหยวนไห่ ลมปราณบนผิวกระจายออกไปและเปิดเผยต้นกำเนิดของมัน

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกายทันใด เขาใช้ช่วงเวลานิรันดร์โจมตีซื้อหยวนไห่ด้านขวาโดยตรงจากนั้นนำเศษลูกปัดจิตใจเข้าไปใกล้หน้าผาก เมื่อลมปราณบนผิวกระจายออกไป ลมปราณเยือกเย็นก็ตีเข้าหน้าเฉินเฟย

เฉินเฟยยิ้มออกมา ถอดปานจื่อจากมือซืออี้หนานแล้วสอดเข้าไปในหน้าผากสิ่งแปลกประหลาด

แววตาสิ่งแปลกประหลาดเต็มไปด้วยความดิ้นรน แต่มันไม่อาจเคลื่อนไหวได้และทำได้เพียงมองปานจื่อทะลุเข้ามาในหน้าผาก

ปานจื่อสั่นไหวแล้วสิ่งแปลกประหลาดก็หายไป เฉินเฟยหันไปมองซือหยวนไห่ตัวจริงที่อยู่ด้านข้าง เห็นดวงตาเขากลับมาชัดเจน

ซือหยวนไห่มองซืออี้หนาน แววตาเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจ เขาพยักหน้าให้เฉินเฟยจากนั้นหายไป

“ไป!”

ดับเทียนจิต เฉินเฟยทั้งสองหายไปจากโลกหัวใจประหลาด

ในบ้านในเมืองเซียนเมฆา

เฉินเฟยกับซืออี้หนานลืมตาขึ้น ซืออี้หนานรีบไปข้างเตียงซือหยวนไห่และมองเขาอย่างใกล้ชิด ดวงตานางเต็มไปด้วยความคาดหวัง

หลังผ่านไปพักหนึ่งนิ้วซือหยวนไห่ก็สั่นไหว เขาลืมตาขึ้นเห็นซืออี้หนานกับเฉินเฟย

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ สำเร็จแล้ว!

ในตอนนี้เองเฉินเฟยก็สัมผัสพลังจิตใจของตัวเอง เป็นไปตามที่คาดไว้ มันบริสุทธิ์ขึ้น

ดูแล้วโลกหัวใจประหลาดคงมีอะไรให้ทำอีกเยอะ!

จบบทที่ ตอนที่ 138 รอยยิ้มทรงเสน่ห์

คัดลอกลิงก์แล้ว