เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 135 ช่วงเวลานิรันดร์

ตอนที่ 135 ช่วงเวลานิรันดร์

ตอนที่ 135 ช่วงเวลานิรันดร์


เฉินเฟยหรี่ตาถอยกลับไปสองสามก้าว พอเห็นว่าร่างนั้นไม่ได้ไล่ตามมาจึงโล่งใจ หลังหลีกเลี่ยงไปหลายสิบหมี่เฉินเฟยก็เดินหน้าต่อ แต่ทันใดนั้นเฉินเฟยต้องหยุดเท้าอีกครั้ง

ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาซึ่งเป็นโครงร่างเดียวกับที่เจอเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยทั้งสองตกเป็นเป้าหมาย

คราวนี้เฉินเฟยมองเข้าไปใกล้ เห็นว่าร่างนั้นเหมือนจะแบกอะไรบางอย่างไว้บนหลังและโครงร่างยังดูคุ้นนัก

การหลีกเลี่ยงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้โดยสิ้นเชิง

เฉินเฟยเลียริมฝีปาก เหลือบมองเทียนจิตในมือและมองไปที่ร่างนั้น เขาเบิกตากว้างและรีบวิ่งเข้าไป

หลังวิ่งเข้ามาสิบหมี่ เฉินเฟยเห็นร่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน ม่านตาเฉินเฟยหดตัวลง

ร่างตรงหน้าเหมือนเฉินเฟยไม่ผิด ไม่ใช่แค่เฉินเฟยแต่ยังมีซืออี้หนานที่แบกไว้อยู่ด้านหลังด้วย ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเฉินเฟยกับซืออี้หนานอีกฝั่งกำลังจ้องมองเฉินเฟยอยู่

เฉินเฟยกับซืออี้หนานในฝั่งตรงข้ามเห็นสีหน้าหมองคล้ำของเฉินเฟยก็ยิ้มออกมาทันที

แต่รอยยิ้มนี้ต่างจากคนทั่วไป รอยยิ้มทั้งสองของคนตรงข้ามเหมือนรอยยิ้มจอมปลอมซึ่งดูเสแสร้งตั้งแต่แรกเห็น ในขณะเดียวกันการเสแสร้งนี้ยังน่ากลัวเหมือนคนกระดาษ

“ทลาย!”

เสียงตะโกนดังขึ้น ช่วงเวลานิรันดร์โจมตีใส่เงาประหลาดทั้งสองโดยตรง การคเลื่อนไหวของเงาประหลาดทั้งสองหยุดนิ่งกะทันหัน แขนที่ยกขึ้นแข็งค้างกลางอากาศ

เฉินเฟยวิ่งผ่านสองร่างนี้ไปอย่างไม่ลังเล

ดวงตาร่างประหลาดทั้งสองมองตามเฉินเฟย แต่ร่างกายพวกมันถูกแช่แข็งอยู่ที่เดิมและไม่สามารถขยับได้ พวกมันทำได้เพียงเฝ้ามองเฉินเฟยหนีไปอย่างรวดเร็ว

เฉินเฟยวิ่งอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมาเขาออกจากพื้นที่หมอกดำ ความรู้สึกเหมือนโดนเข็มแทงด้านหลังค่อยจางหายไป

เฉินเฟยวิ่งออกไปไกลแล้วมองย้อนกลับไปที่หมอกดำด้านหลัง ตรงนั้นเหมือนมีร่างหนึ่งยืนมองเฉินเฟยอยู่

เฉินเฟยขมวดคิ้ว คงจะดีถ้ามันไม่ไล่ตามมา

เฉินเฟยก้มหน้าดูเทียนจิตและสื่อสารกับซืออี้หนานอยู่พักหนึ่ง เทียนจิตนี้น่าจะพอใช้หาซือหยวนไห่

เฉินเฟยไม่เสียเวลาและวิ่งไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็พยายามรวบรวมแสงเทียนจิตเอาไว้

หลังพยายามอยู่หลายครั้งเฉินเฟยก็รวบรวมแสงเทียนสำเร็จโดยให้เกาะติดกับร่างกายพวกเขาเท่านั้น

แม้เสียงกระซิบรอบตัวจะดังขึ้น แต่ความเร็วในการเผาไหม้ของเทียนลดลง

นี่คือสิ่งที่เฉินเฟยค้นพบตอนที่อยู่ในหมอกดำ ตอนนี้เขาได้ลองแล้วซึ่งมันใช้งานได้จริง หากนี่เป็นโลกความจริงสิ่งนี้คงเป็นไปไม่ได้ แต่ในโลกจิตประหลาดนี้มันเกิดขึ้นได้

หากค้นพบสิ่งนี้ตั้งแต่เข้าสู่โลกจิตประหลาด เกรงว่าตอนนี้เทียนจิตส่วนใหญ่คงยังอยู่

แต่น่าเสียดายที่เฉินเฟยเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก และซืออี้หนานมีความรู้เกี่ยวกับโลกหัวใจประหลาดเพียงครึ่งเดียว

ซืออี้หนานดูการเปลี่ยนแปลงของแสงเทียนด้วยความอยากรู้ เมื่อเห็นว่าความเร็วในการเผาไหม้ของเทียนจิตช้าลงนางก็อดยิ้มไม่ได้ ด้วยการทำแบบนี้โอกาสที่จะหาท่านปู่เจอจึงมีสูงขึ้น

ราวกับว่าการเจอสิ่งแปลกประหลาดเมื่อครู่ได้ปลดปล่อยความโชคร้ายของทั้งสอง ในระหว่างทางต่อมาเฉินเฟยเพียงสัมผัสได้ถึงอันตรายจากสถานที่อื่น แต่เส้นทางที่พวกเขาผ่านนั้นล้วนไปได้อย่างราบรื่น

สิ่งเดียวคืออาการของซืออี้หนานแย่ลงเนื่องจากแสงเทียนหดตัวลงและผลกระทบจากสภาพแวดล้อมมากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้วนางเป็นเพียงเด็กอายุสิบปี แม้ร่างกายพิเศษของนางจะทำให้พละกำลังมากกว่าคนธรรมดา แต่มันเป็นเรื่องยากอยู่ดีที่จะต้านทานเสียงบุกรุกตลอดเวลา

เฉินเฟยดีกว่ามาก เคล็ดสงบต้นกำเนิดระดับรู้แจ้งทำให้พลังจิตใจเฉินเฟยเหนือกว่าระดับขัดเกลาไขกระดูกโดยเฉลี่ย และแม้แต่นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในยังต้องเปรียบเทียบกันเพื่อบอกความต่าง

เมื่อเวลาผ่านไปเคล็ดสงบต้นกำเนิดจะเพิ่มพลังจิตใจต่อไป เช่นเดียวกับพลังภายในที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อฝึกฝนวิชาพลังภายใน

ทันใดนั้นซืออี้หนานคว้าเสื้อตรงไหล่เฉินเฟย เฉินเฟยหันไปมองอย่างสงสัย

“จิตวิญญาณท่านปู่กำลังถูกดึงออกไป” ซืออี้หนานพูดคำพูดด้วยท่าทางปากท่าทางปากอย่างประหม่า

เฉินเฟยขมวดคิ้ว นับตั้งแต่เข้าโลกจิตใจประหลดามา ตำแหน่งจิตวิญญาณซือหยวนไห่ก็เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จู่ๆเขาจะถูกดึงออกไปได้อย่างไร

“อาจเป็นเพราะมัน”

ซืออี้หนานชูปานจื่อในมือ นางใช้ปานจื่อนี้หาตำแหน่งของซือหยวนไห่มาโดยตลอด

“สิ่งแปลกประหลาดในร่างกายท่านปู่อยู่กับเขามานานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณของท่านปู่หรือป่านจื่ออันนี้ล้วนมีการเชื่อมโยงที่เบาบาง สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้คงสัมผัสได้ว่าปานจื่อกำลังใกล้เข้ามาจึงออกไปให้ห่างตามสัญชาตญาณ” ซืออี้หนานพูดคำพูดด้วยท่าทางปากอย่างกังวล

เฉินเฟยพยักหน้า มองปานจื่อแล้วคิดครู่หนึ่งก่อนจะหยิบชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจออกจากแขนเสื้อ จากนั้นใช้ชิ้นส่วนที่ใหญ่สุดประกบกับปานจื่อ

หน้าที่ของลูกจิตหัวใจคือการปิดผนึกซึ่งตอนนี้มันพังแล้ว เฉินเฟยไม่รู้ว่าความสามารถในการปิดผนึกนี้เหลืออยู่มากแค่ไหน

“หยุดแล้ว!”

ซืออี้หนานมองชิ้นส่วนบนพื้นผิวปานจื่ออย่างไม่อยากเชื่อ ทันทีที่ชิ้นส่วนนี้ปรากฏขึ้น จิตวิญญาณของซือหยวนไห่ซึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็หยุดลงทันที

กล่าวคือสิ่งแปลกประหลาดตัวนั้นสูญเสียความรู้สึกเชื่อมโยงของปานจื่อเลยหยุดตามสัญชาตญาณ

เฉินเฟยยิ้มและกำลังจะวิ่งต่อ แต่สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที ไม่เพียงแต่เฉินเฟยเท่านั้น สีหน้าซืออี้หนานก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ซืออี้หนานมองระยะไกลด้วยสีหน้าเจ็บปวด อยู่ใกล้นิดเดียวเอง ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ อุส่าผ่านอันตรายมาตั้งมากมายแท้ๆ

เฉินเฟยถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ครู่ต่อมาร่างของทั้งสองหายไปในโลกหัวใจประหลาด

เมื่อครู่นี้ร่างกายของพวกเขารู้สึกถึงอันตราย นี่เป็นสัญญาณเตือนจากค่ายกลในบ้าน ความรู้สึกอันตรายนี้ยังรุนแรงมาก เห็นได้ชัดว่าผู้บุกรุกไม่ได้มาดี

ภายในบ้านในเมืองเซียนเมฆา เฉินเฟยลืมตาขึ้นและถือกระบี่ยาวไว้ในมือ ในขณะนี้เฉินเฟยได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ในบ้านแล้ว

“ศิษย์พี่ ท่านหมายความว่าอย่างไร พวกเรามาจากนิกายเดียวกัน ข้ามีความสามารถและเรียนรู้สิ่งต่างๆได้เร็วกว่าท่าน แต่ศิษย์พี่น้องคนอื่นและแม้แต่อาจารย์กลับชื่นชอบท่านมากกว่า”

มีเสียงดังมาจากนอกบ้าน หลายร่างเริ่มเดินเข้ามา ทุกก้าวเดินเป็นเหมือนค้อนทุบหัวใจผู้คน

“ท่านอาจารย์บอกว่าข้าสติไม่ดีจึงลงโทษให้ข้าไปที่ภูเขาด้านหลังเพื่อสำนึกความผิดของตัวเอง แต่ข้าทำผิดตรงไหน ข้าเพียงต้องการฝึกฝนให้เร็วขึ้น คนธรรมดาล้วนเป็นมด ที่พวกมันช่วยให้ข้าฝึกฝนได้ถือว่าเป็นโชคดีแล้ว”

เยี่ยนเต๋อฉวนพูดช้าๆ คนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสคนเพิ่งอายุสิบปี ในที่สุดวันนี้เขาก็สามารถเอาสิ่งที่สูญเสียไปกลับมาได้แล้ว

“ศิษย์พี่ ข้าไม่อยากฆ่าท่านเพราะพวกเราเป็นศิษย์นิกายเดียวกัน ดังนั้นจะให้ข้าทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร ตราบใดที่ท่านสอนวิชาลับของนิกายให้ข้า ข้าจะหันหลังกลับไป จากนี้ท่านกับข้าจะไม่บาดหมางกันอีก ท่านจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามเดิม ว่าอย่างไร?”

“เป็นเขา ศัตรูของท่านปู่!”

ซืออี้หนานล้มลงพื้นอย่างไม่เหลืออะไร เสียโอกาสครั้งที่สามไปแล้ว นางไม่สามารถดึงจิตวิญญาณของท่านปู่ออกจากโลกหัวใจประหลาด ตอนนี้ศัตรูที่ทำร้ายท่านปู่จนบาดเจ็บสาหัสตามมาทันแล้ว ทุกอย่างล้วนจบสิ้น

“พี่ใหญ่เฉิน ท่านรีบไปเถอะ”

ซืออี้หนานเงยมองเฉินเฟย ไม่สามารถช่วยชีวิตท่านปู่ได้แล้ว  แต่ซืออี้หนานไม่ได้เกรงกลัวอีกต่อไป นางอยากตายไปพร้อมกับเยี่ยนเต๋อฉวน! แต่ซืออี้หนานไม่สามารถลากเฉินเฟยลงไปด้วยได้ นางสร้างปัญหาให้เฉินเฟยมากเกินไปแล้ว

“อย่ายอมแพ้จนกว่าจะถึงตอนสุดท้าย!”

เฉินเฟยมองซืออี้หนานแล้วชี้ซือหยวนไห่บนเตียง “เจ้าพาผู้เฒ่าซือออกไปก่อน ข้าจะหยุดพวกมันเอง แล้วเราค่อยไปพบกันใหม่ในภายหลัง!”

“ได้...”

“ดี ไปได้แล้ว!” เฉินเฟยจ้องมอง ซืออี้หนานขอถอนคำพูดตัวเอง

ใช่แล้ว อย่ายอมแพ้จนกว่าจะถึงตอนสุดท้าย ปู่มักจะสอนนางแบบนี้เช่นกัน มันต้องมีวิธี มันต้องมีวิธีพาท่านปู่กลับมาจากโลกหัวใจประหลาด

ซืออี้หนานมองเฉินเฟยด้วยสายตาซาบซึ้ง ซืออี้หนานไม่พูดอะไรอีกและจดจำสิ่งนี้ไว้ในใจ นางจะไม่มีวันลืมความเมตตานี้!

ซืออี้หนานเดินไปอุ้มซือหยวนไว้บนหลัง แม้ว่าซืออี้หนานจะอายุเพียงสิบปีแต่นางสามารถอุ้มซือหยวนไห่ไว้บนหลังได้ง่ายดาย

“ต้องการจะไป? ศิษย์พี่ ท่านคิดจะไปไหน!”

เยี่ยนเต๋อฉวนส่งเสียงเย็นชาทันใดเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในห้อง ในเวลาต่อมามือประหลาดปรากฏขึ้นต่อหน้าซืออี้หนานและคว้าใบหน้านางอย่างแรง

“ชิ้ง!”

โล่กระบี่ปรากฏขึ้นต่อหน้ามือประหลาด มือประหลาดสั่นเทากระเด็นถอยกลับไปจากแรงกระแทกแล้วสลายไป

โล่กระบี่ดาวประดับราตรี กระบี่หนาม การผสานกันของโล่ทั้งสองตอบโต้มือประหลาดจนแตกสลาย

“ไป!”

เฉินเฟยไปที่กำแพงและเตะจนเป็ฯรูใหญ่ ซืออี้หนานรีบวิ่งออกไปข้างนอกโดยมีซือหยวนไห่อยู่บนหลัง

“หยุดให้ข้า!”

เสียงเยี่ยนเต๋อฉวนไร้ซึ่งอารมณ์ หรือบางทีเขาอาจเป็นคนไร้ซึ้งอารมณ์อยู่แล้ว การโน้มน้าวใจเมื่อครู่คงเป็นการเสแสร้งเท่านั้น

“ปัง!”

มือประหลาดนับสิบปรากฏขึ้น บ้านทั้งหลังถูกปิดล้อมทันที เยี่ยนเต๋อฉวนเห็นสถานการณ์ในบ้านได้อย่างชัดเจน

เยี่ยนเต๋อฉวนเหลือบมองเฉินเฟยแล้วหันไปมองซืออี้หนานกับซือหยวนไห่ เมื่อเห็นซือหยวนไห่หมดสติอยู่ คิ้วเยี่ยนเต๋อฉวนก็เลิกขึ้น แต่เขาไม่ได้แสดงความเมตตาแม้แต่น้อย มือประหลาดนับสิบที่ปรากฏขึ้นเข้าไปจับตัวซืออี้หนานกับซือหยวนไห่

แต่ก่อนที่มือประหลาดจะเข้าถึงตัวซืออี้หนาน เฉินเฟยขยับกระบี่ยาวในมือ โล่กระบี่สั่นไหวป้องกันมือประหลาดนับสิบ มือประหลาดนับสิบหายไป สีหน้าเยี่ยนเต๋อฉวนมืดลงทันใด

“เก๋อเซี่ยเป็นใคร นี่เป็นเรื่องในนิกายของเรา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเก๋อเซี่ย หวังว่าเก๋อเซี่ยจะไม่ทำผิดพลาด!” เยี่ยนเต๋อฉวนมองเฉินเฟยด้วยสายตาเย็นชาและพูดข่มขู่

“ไป!”

เมื่อเห็นซืออี้หนานยังคงยืนนิ่งอยู่ เฉินเฟยเลยอดไม่ได้ที่จะตะโกน ซืออี้หนานเหมือนตื่นจากความฝันและรีบวิ่งไปที่ตรอก

“ตามไป!”

เมื่อเห็นว่าคำขู่ไม่ได้ผล เยี่ยนเต๋อฉวนจึงตะโกนบอกเหล่าศิษย์ที่อยู่ข้างหลัง

“ขอรับ!”

ร่างศิษย์น้องทั้งสองของเยี่ยนเต๋อฉวนสั่นไหว แต่เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ล้มลงพื้นพร้อมส่งเสียงร้อง คนหนึ่งแขนหักคนหนึ่งมีรูที่ต้นขา

หากเมื่อครู่ทั้งสองไม่ประมาทและใช้สิ่งแปลกประหลาดช่วย และเยี่ยนเต๋อฉวนใช้มือประหลาดลอบโจมตีเฉินเฟย เกรงว่าสองคนนั้นคงไม่ได้รับบาดเจ็บง่ายเช่นนี้

เฉินเฟยสั่นไหวกลับไปยังจุดเดิม กระบี่ในมือชี้เฉียงลงพื้น ดวงตาจ้องมองเยี่ยนเต๋อฉวน

จบบทที่ ตอนที่ 135 ช่วงเวลานิรันดร์

คัดลอกลิงก์แล้ว