เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 121 พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน

ตอนที่ 121 พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน

ตอนที่ 121 พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน


เก่อหงเจี๋ยทั้งสี่ยืนมองกลุ่มลู่ไห่หยานที่นอนอยู่บนพื้นจากด้านข้าง

ตายสอง บาดเจ็บสาหัสสอง จ้าวจิ่งเยวียนถูกตัดแขนไปข้างหนึ่ง และด้วยเหตุผลบางอย่างแขนที่ถูกตัดขาดนั้นแหลกละเอียดจนกลายเป็นเลือดเนื้อซึ่งไม่อาจนำกลับมาต่อได้

แก่นแท้เลือดของลู่ไห่หยานขาดห้วง จิตใจได้รับความเสียหาย เรื่องนี้ร้ายแรงยิ่งนัก

เดิมทีมาที่ดินแดนประหลาดเพื่อชดเชยผลกระทบจากการทะลวงระดับล้มเหลว แต่ตอนนี้อาการบาดเจ็บกลับแย่ลง ต่อให้ดูดซับปราณหยวนในภายหลังก็มีโอกาสฟื้นตัวไม่มาก

“พวกเจ้ามาลำบากเพื่ออะไร?”

เก่อหงเจี๋ยมองจ้าวจิ่งเยวียนแล้วส่ายหน้า ท้ายที่สุดพวกเขาเคยร่วมมือกันอยู่หลายครั้ง เมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชของจ้าวจิ่งเยวียนเก่อหงเจี๋ยจึงถอนหายใจ

“หากพวกเจ้ายอมร่วมมือกับเรา พวกข้าคงไม่เป็นแบบนี้!” จ้าวจิ่งเยวียนเงยหน้ามองเก่อหงเจี๋ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“จ้าวจิ่งเยวียน เป็นเจ้าตามพวกข้ามาเอง ยังมีเหตุผลอยู่หรือไม่?” มู่หลางเทาตะโกน สมองของคนคนนี้คงไม่ได้รับความเสียหายจากสิ่งแปลกประหลาดเมื่อครู่หรอกนะ

“ข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้น มันผิดหรือไง!” จ้าวจิ่งเยวียนพูดเสียงดัง

“อยากแข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่วิธีการของเจ้ามันผิด ช่างเถอะ เจ้ามันไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว อย่างไรพวกเจ้าก็ทำตัวเองทั้งนั้น” จางฟางฉยงส่ายหัว นางไม่มีเหตุผลที่ต้องอธิบายกับคนประเภทนี้

ครั้งแรกที่ได้ร่วมมือกัน นางรู้สึกเลยว่าจ้าวจิ่งเยวียนเป็นคนไม่ดี และตอนนี้ได้รู้แล้วเขาอยู่แต่ในโลกของตัวเอง

“ช่วยพาพวกเราออกจากดินแดนประหลาดได้หรือไม่ หากกลับไปด้วยสภาพนี้พวกเราคงไม่รอดแน่!”

ลู่ไห่หยานมองเก่อหงเจี๋ยด้วยสายตาอ้อนวอน ถึงจะไม่มีโอกาสทะลวงระดับขัดเกลาทวารแต่ลู่ไห่หยานยังไม่อยากตาย การมีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าตาย

เก่อหงเจี๋ยลังเลครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว ลอบติดตามพวกเขามาโดยวางแผนร้ายไว้แบบนี้ แค่พวกเขาไม่สะสางเรื่องนี้ก็ถือว่าใจกว้างมากแล้ว ตอนนี้ยังต้องการให้พาพวกเจ้ากลับไปอีกหรือ?

ตอบแทนความแค้นด้วยความดี? จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร!

ลู่ไห่หยานทั้งสองถึงกับหน้าเปลี่ยนสี พวกเขาต้องการพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร พวกเขาสะกดรอยตามเพราะต้องการฉวยโอกาส หากเผชิญกับอันตรายจริงพวกเขาย่อมไม่เข้าไปช่วยเช่นกัน

“ศิษย์พี่เก่อ ข้าผิดไปแล้ว พาข้ากลับไปด้วยเถอะ ข้ายังไม่อยากตาย!” จ้าวจิ่งเยวียนน้ำตาไหล

“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง”

เฉินเฟยพูดขึ้นอย่างกะทันหัน ขมวคิ้วมองไปรอบด้าน

ผ่านมาพักหนึ่งแล้วตั้งแต่กำจัดเงาประหลาด เดิมทีเฉินเฟยคนอื่นรอให้ความมืดหายก่อนจากไป คิดไม่ถึงว่าผ่านมาพักหนึ่งแล้วแต่ความมืดยังไม่หาย

เก่อหงเจี๋ยคนอื่นพบสถานการณ์นี้เช่นกัน ความมืดนี้มาพร้อมกับเงาประหลาด เมื่อเงาประหละตายไปความมืดจึงควรหายไปด้วย

“สามารถฆ่าสิ่งประหลาดลวงตาได้ ไม่เลว!”

ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้น จากนั้นกระแสวังวนเข้าปกคลุมทุกคน

เฉินเฟยคนอื่นตกใจ ร่างพวกเขาสั่นไหวแต่ไม่สามารถออกจากวังวนได้ เพียงพริบตาเดียวคนทั้งหกก็หายไปจากจุดเดิม เหลือเพียงสองศพที่อยู่บนพื้น

“ปัก!”

ทั้งหกหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง ลำคอเฉินเฟยรู้สึกหวาน มีเลือดไหลจากมุมปากเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นพบว่าไม่ได้อยู่ในลานบ้านอีกต่อไปและอยู่ในสถานที่ประหลาดแทน

ทั้งหกพยายามลุกขึ้นมองไปรอบด้าน พวกเขาไม่อาจต้านทานการเคลื่อนไหวนี้ได้ ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายย่อมอยู่เหนือความคาดหมาย

“ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสี่คน ระดับขัดเกลาไขกระดูกสองคน คนแรกที่หลุดจากภาพลวงตายังเป็นคนที่เพิ่งเข้าระดับขัดเกลาไขกระดูก”

ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆต่อหน้าทุกคน เมื่อเห็นลมหายใจสิ่งประหลาดลวงตาที่ตกค้างอยู่ในตัวทั้งหกมีมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็มองเฉินเฟยด้วยความสนใจ

“เจ้าเป็นใคร!”

เก่อหงเจี๋ยกำกระบี่ยาวไว้ในมือ แม้อีกฝ่ายจะไม่มีท่าทีโอ่อ่า แต่เก่อหงเจี๋ยรู้สึกว่าอีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ

ฟางชิ่งหงชำเลืองมองเก่อหงเจี๋ย เก่อหงเจี๋ยรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างกระแทกอย่างแรง เขากระอั่กเลือดออกมาเต็มปากแล้วตัวลอยกระเด็นไปชนผนังด้านหลัง

“ศิษย์พี่เก่อ!”

เฉินเฟยคนอื่นตกใจและรีบตามไปดู สีหน้าเก่อหงเจี๋ยซีดขาวและซี่โครงหัก เก่อหงเจี๋ยไม่รู้ตัวเลยว่าการโจมตีมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?” ลู่ไห่หยานโค้งคำนับด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ

“ใช่ใช่ใช่ หากผู้อาวุโสต้องการอะไรพวกเราจะทำให้ดีที่สุด!” จ้าวจิ่งเยวียนพยักหน้าอย่างเร่งรีบ

“เกือบโดนสิ่งประหลาดลวงตาฆ่า พวกเจ้าจะช่วยอะไรข้าได้?”

ฟางชิ่งหงมองหลู่ไห่หยานทั้งสอง ร่างกายพวกเขาแข็งทื่อทันใด ครู่ต่อมาพวกเขากระเด็นลอยกลับหัวไปชนกำแพง พ่นละอองเลือดไปทั่วและไม่อาจขยับตัวได้อีก

“ท่านต้องการ...”

ก่อนที่มู่หลางเทาจะทันพูดจบร่างของเขาก็ถูกกระแทกลอยไปติดกำแพง จางฟางฉยงตะคอกเสียง ร่างนางสั่นไหว แสงกระบี่วาบขึ้น แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็โดนแรงกดดันมหาศาลกระแทกลงพื้น

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยแตกนับไม่ถ้วน

เฉินเฟยง้างธนูยิงออกไปมากกว่าสิบดอกและก้าวเท้าตามหลังลูกธนู แต่ลูกธูกพุ่งไปได้ไม่กี่หมี่ก็แตกเป็นเสี่ยง

เฉินเฟยส่งเสียงเฮอะและชักระบี่ยาวออกมา แต่ได้เห็นกระบี่ยาวแตกเป็นชิ้นจากปลายกระบี่ ท้ายที่สุดเฉินเฟยขยับไม่ได้อีกและโดนตรึงไว้กับที่

“พื้นฐานของเจ้าดีที่สุดในกลุ่ม กระบี่เมื่อครู่ไม่เลวเช่นกัน”

ฟางชิ่งหงมองเฉินเฟยแล้วส่ายห้ว “น่าเสียดายที่ฐานฝึกฝนต่ำเกินไป ต่ำกว่าระดับขัดเกลาทวารล้วนเป็นมด!”

ทุกคนมองฟางชิ่งหงอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

“เมื่อครู่เป็นเพียงบทลงโทษเล็กน้อย เลิกคิดเรื่องไร้สาระได้แล้ว”

ฟางชิ่งหงหัวเราะเบาและเอนหลังนอนลง ทันใดนั้นเก้าอี้ผ้าใบหนึ่งปรากฏด้านหลังเขา

ฟางชิ่งหงมองทุกคนจากนั้นหันศีรษะไปมองเฉินเฟย “ในบรรดาคนเหล่านี้เจ้าเป็นคนมีค่ามากที่สุด หากเจ้าต้องการอยู่รอดหรือช่วยชีวิตพวกมัน จงทำตามที่ข้าสั่งซะ!”

“ท่านต้องการอะไร!”

เฉินเฟยพบว่าพลังที่ควบคุมตัวเองหายไป เขามองฟางชิ่งหงอย่างความกลัว

พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน[1] ความแข็งแกร่งของฟางชิ่งหงเหนือกว่าพวกเขามาก ฟางชิ่งหงสามารถฆ่าพวกเขาได้ด้วยความคิดเดียว

“ง่ายมาก หาสามสิ่งนี้ให้เจอ เมื่อได้มาอันหนึ่งข้าจะปล่อยสองคน”

ฟางชิ่งหงเคาะที่เท้าแขน กระแสแสงพุ่งเข้าจิตใจเฉินเฟย เฉินเฟยคิดจะหลบแต่กระแสแสงได้เข้าไปแล้ว

เฉินเฟยมีสีหน้าน่าเกลียด เขาไม่อาจต้านทานได้เลย

เฉินเฟยหลับตาลง รับรู้ถึงรูปแบบที่อยู่ในใจ มันคือลูกปัดทองสัมฤทธิ์สามเม็ด สองเม็ดเล็กหนึ่งเม็ดใหญ่ มีลวดลายหนาแน่นสลักอยู่บนพื้นผิว

“เมื่อเจอหนึ่งเม็ดให้ส่งคืนมาหนึ่งเม็ด หากทำได้ดีไม่เพียงแต่พวกมันจะรอด แต่ข้ายังถ่ายทอดวิชาเวทย์ทั้งหมดให้เจ้าด้วย!”

ฟางชิ่งหงหัวเราะเบา “แม้แต่เจ้าต้องการทะลวงระดับขัดเกลาทวารด้วยระยะเวลาสั้น ข้าก็หาทางให้ได้!”

“ท่านจะรับประกันอย่างไรว่าเมื่อพบสิ่งนั้นแล้วท่านจะรักษาสัญญาณปล่อยเราไป!”

เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม เมื่อได้ยินวิชาเวทย์เฉินเฟยก็ไม่ได้สนใจเลย ตัดสินจากการกระทำของฟางชิ่งหงในตอนนี้ แม้ว่าสุดท้ายจะทำทุกอย่างสำเร็จ คำถามเดียวคือเขาจะรอดอยู่ไหม

“ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นคำถามที่ดี”

ฟางชิ่งหงหัวเราะเสียงดัง จ้องมองเฉินเฟยแล้วพูด “เจ้าต้องเดิมพันว่สุดท้ายข้าจะปล่อยไปหรือไม่ หรือเจ้าไม่อยากเดิมพัน เช่นนั้นก็ตายได้เลย!”

เฉินเฟยกัดฟันแน่น ฟางชิ่งหงไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

“นอกจากนี้อย่าพยายามฝ่าฝืนคำสั่งของข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่ได้ตายไม่ได้!”

ฟางชิ่งหงเคาะที่เท้าแขน ทันใดนั้นความเจ็บปวดรุนแรงระเบิดออกมาจากจิตใจของเฉินเฟย ในเวลานี้พลังได้ท่วมท้นอยู่ในสมองเฉินเฟยราวกับมันจะแยกหัวเฉินเฟย

“หากเจ้าไม่ได้รับลูกปัดทองสัมฤทธิ์เม็ดแรกภายในหนึ่งชั่วยาม ชีวิตของเจ้าจะเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย และใครบางคนจะต้องตาย!” ฟางชิ่งหงพูดอย่างเคร่งขรึม

“ข้าจะกลับมา!”

เฉินเฟยกุมหัวยืนขึ้น หันไปมองลู่ไหยานกับจ้าวจิ่งเยวียนและพยักหน้าให้ จากนั้นตัวเขาถูกเคลื่อนย้ายออกจากที่แห่งนี้

ลู่ไห่หยานและจ้าวจิ่งเยวียนเห็นสิ่งที่เฉินเฟยแสดงต่อพวกเขาแล้วรู้สึกอธิบายไม่ถูก แต่เมื่อเห็นการจ้องมองของฟางจิ่งหง ลู่ไห่หยานถึงกับเบิกตากว้าง

“อื้ออื้ออื้อ!”

ลู่ไห่หยานและจ้าวจิ่งเยวียนอยากจะอธิบายอย่างสิ้นหวัง แต่ปากของพวกเขาถูกปิดไว้ก่อนจึงทำให้พวกเขาพูดไม่ได้ ตอนนี้พวกเขาจะร้องไห้แล้ว

เฉินเฟยปรากฏตัวที่ตำแหน่งเดิมของลานบ้าน มองไปรอบด้านแต่ไม่สามารถตรวจพบตำแหน่งที่จากมาได้

“ข้าจับตามองเจ้าอยู่ อย่าได้ทำอะไรที่ไม่จำเป็น สำหรับผู้อาวุโสของสำนักเจ้า ข้าปิดกั้นดินแดนประหลาดไว้แล้ว เขาจะเข้ามาไม่ได้” เสียงฟางชิ่งหงดังขึ้นในหูเฉินเฟย

เฉินเฟยไม่ตอบ สัมผัสได้ถึงทิศทางลูกปัดทองสัมฤทธิ์จากความคิด ร่างกายเขาสั่นไหววิ่งไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

ความรู้สึกโดนเฝ้ามองอยู่ทางด้านหลังเฉินเฟยเสมอ มันไม่หายไปจนกระทั่งเฉินเฟยอยู่ห่างจากลานบ้านหลายร้อยหมี่

“ไม่ได้จับตามองแล้ว หรือข้าสัมผัสไม่ได้เอง?”

เฉินเฟยหยุดคิดชั่วขณะ จากนั้นเดินต่อไปอีกหลายสิบหมี่และหยุดเท้า

เฉินเฟยใช้พลังจิตใจหาพลังนั้นภายในตัว เมื่อเทียบกับความคึกคักเมื่อครู่ พลังนี้สงบลงมาก

“ข้าจำสิ่งที่อาจารย์พูดไก้ แม้พลังจิตใจของระดับขัดเกลาทวารจะแข็งแกร่งแต่พวกมันอยู่ห่างได้มากสุดเพียงสิบหมี่ หากอยู่ไกลกว่านั้นจะต้องใช้พลังมหาศาลและคงอยู่ได้ไม่นาน”

เฉินเฟยนึกถึงความแข็งแกร่งฟางชิ่งหงแสดงให้เห็น อย่างน้อยเขาต้องอยู่ในระดับขัดเกลาทวารอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เป็นการยากที่จะตัดสินว่าเขาเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารหรือไม่

ฟางชิ่งหงต้องการลูกปัดทองสัมฤทธิ์สามเม็ด เห็นได้ชัดมันอยู่ในสถานที่เฉพาะ แต่เขาไม่ได้เอามันด้วยตัวเองเพราะอาจออกจากที่แห่งนั้นไม่ได้

ที่นั่นอาจมีโซ่ตรวนเขาอยู่ หรือเป็นตัวฟางชิ่งหงเองที่มีปัญหา

เฉินเฟยนึกถึงความรู้สึกไม่จริงของอีกฝ่ายซึ่งแตกต่างจากเลือดเนื้อของคนปกติ

เฉินเฟยสิ่งที่เห็นซ้ำไปซ้ำมาจนพบเงื่อนงำบางอย่าง

“คนคนนั้นบอกว่าดินแดนประหลาดถูกปิดกั้นไว้ เช่นนั้นคงต้องลองไปดู แต่ข้าจะลบพลังนี้ออกได้อย่างไร!”

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนในใจแล้วขมวดคิ้ว นี่คือระเบิดเวลา เฉินเฟยถูกระเบิดตายได้ทุกเมื่อ

[1]พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน ผู้มีอำนาจที่สามารถสั่งอะไรก็ได้

จบบทที่ ตอนที่ 121 พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน

คัดลอกลิงก์แล้ว