เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 107 ได้ยินเสียงฟ้าร้องในที่เงียบ

ตอนที่ 107 ได้ยินเสียงฟ้าร้องในที่เงียบ

ตอนที่ 107 ได้ยินเสียงฟ้าร้องในที่เงียบ


“ปัง!”

ฝ่ามือเสินติ่งหยานกระแทกขอบหน้าต่างจนแตก ขี้เลื่อยปลิวว่อนไปทั่ว

เจ้าของหอสุราเซียนได้ยินเสียงนี้จึงรีบขึ้นมา แต่พอเห็นเครื่องแต่งกายศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาเขาก็รีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

ในบริเวณใกล้เคียงเมืองเซียนเมฆา สำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นผู้ปกครองอย่างแท้จริง เหล่าศิษย์ล้วนได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ

หากเป็นคนอื่นทำของในร้านเสียหายจะต้องชัดใช้แน่นอน แต่เมื่อเผชิญกับศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของอีกฝ่าย

“หลบได้เร็วนัก”

เสินติ่งหยานดึงมือกลับราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองเฉินเฟยแล้วถาม “จำข้าได้หรือไม่?”

เฉินเฟยเห็นเสื้อผ้าเสินติ่งหยานทั้งสอง สำนักกระบี่เซียนเมฆา เมื่อมองหน้าเสินติ่งหยานจึงจำได้ว่าเคยพบชายคนนี้บนถนนเมื่อไม่กี่วันก่อน

ไม่คิดเลยว่าผ่านไปหลายวันแล้วอีกฝ่ายยังคงยึดติดกับเรื่องนี้

“ไม่ได้ยินที่ข้าถามหรือ!”

สวี่หยวนชุนมองเฉินเฟยขึ้นลง เมื่อเห็นว่าเป็นคนอายุมากแต่ยังอยู่เพียงระดับหลอมกระดูกจึงอดไม่ได้ที่จะเม้มปากอย่างรังเกียจ

สวี่หยวนชุนอยู่ในระดับหลอมกระดูกเช่นกัน แต่ปีนี้เขาเพิ่งจะเป็นวัยรุ่น หากอายุเท่าเฉินเฟยเขาอาจอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะมองอย่างไรพรสวรรค์ของเฉินเฟยก็ด้อยกว่า

“ข้าไม่จำเป็นต้องช่วยคนอื่นสู้” เฉินเฟยขมวดคิ้วยืนขึ้น

“ดูท่าเจ้าคงจำได้สินะ”

เสินติ่งหยานมองเฉินเฟย ทันใดนั้นตบโต๊ะแล้วตะโกนเสียงดัง “ข้ากำลังจับกุมคนของสำนักเพลิงเทพ เจ้าเห็นเรื่องนี้แต่กลับหันหลังจากไปราวกับไม่เห็น นั่นทำให้ศิษย์สำนักเพลิงเทพหนีไปได้  ข้าคิดว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับสำนักเพลิงเทพถึงได้ทำแบบนั้น!”

“ศิษย์พี่เสินพูดถูก ไม่เช่นนั้นเขาจะเพิกเฉยคนของสำนักเพลิงเทพได้อย่างไร!” สวี่หยวนชุนพูดเสียงดัง

ผู้คนที่อยู่ห่างไกลได้ยินสิ่งที่เสินติ่งหยานและอีกคนพูดจึงเริ่มกระซิบกระซาบกัน

ในเมืองเซียนเมฆาถือว่าสำนักเพลิงเทพเป็นกลุ่มชั่วร้ายซึ่งทุกคนพร้อมจะไปทุบตี การที่เห็นศิษย์สำนักเพลิงเทพแล้วหันหลังจากไปเป็นเรื่องที่ผิดจริงๆ

“ข้าไม่รู้ว่านั่นเป็นคนของสำนักเพลิงเทพ ในเวลานั้นเจ้าไม่ได้พูดเรื่องนี้” เฉินเฟยส่ายหน้าพูด

“เจ้ากำลังจะบอกว่านั่นเป็นความผิดของข้า?” เสินติ่งหยานหัวเราะเบา ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

“ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีก ขอตัวลา”

เฉินเฟยมองเสินติ่งหยานทั้งสองและหันหลังจากไป ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ปรามพวกเขา ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังควบคุมตัวเองอยู่ หากปล่อยให้เรื่องเลยเถิดมันก็ไม่มีผลดี

“ข้าให้เจ้าไปแล้วหรือ!”

เสินติ่งหยางพุ่งไปคว้าคอเฉินเฟย ทันใดนั้นเฉินเฟยกำหมัดปล่อยสวนกลับไป

“ไม่พูดให้ชัดเจนแล้วคิดจะหนีหรือ?” สวี่หยวนชุนขวางอยู่ที่บันใด

“เจ้าต้องการอะไร!” เฉินเฟยมองเสินติ่งหยานแล้วพูด

“ข้าต้องการอะไร?”

เสินติ่งหยานหัวเราะเสียงดังชี้ ชี้เฉินเฟยแล้วพูด “ข้าสงสัยว่าเจ้าเป็นสายลับของสำนักเพลิงเทพที่ซ่อนตัวอยู่ใน สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มาให้จับแต่โดยดีไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าหยาบคาย!”

“ยอมจำนนเสีย!” สวี่หยวนชุนตะโกนเสียงดัง

เฉินเฟยหยุดพูด เหลือบมองหน้าต่างด้านข้างและโน้มตัวไปข้างหน้า เสินติ่งหยานยื่นมือออกไปหยุดเขา แต่พบว่าเฉินเฟยกระโดดออกจากหน้าต่างอีกบานไป

“กากเดนสำนักเพลิงเทพ ฆ่ามัน!”

เสินติ่งหยานตะโกนเสียงดัง ก้าวเท้าขวาถอยหลังหายไปจากจุดนั้นและไล่ตามเฉินเฟยไปติดๆ

สวี่หยวนชุนรีบตามไป แต่หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวเขาหยุดเท้าลง มองศิษย์พี่กับเฉินเฟยที่อยู่ไกลออกไปก่อนที่พวกเขาจะหายไปจากสายตา

“โง่เขลานักที่ใช้แรงไปกับท่าร่างโดยไม่พัฒนาฐานฝึกฝน”

พอเห็นว่าตัวเองตามไปไม่ทัน เขาจึงสบถออกมา

สวี่หยวนชุนกลับไปที่หอสุราเซียนรอให้เสินติ่งหยานกลับมา

ในมุมมองสวี่หยวนชุน เสินติ่งหยานต้องใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการจับเฉินเฟย แม้ท่าร่างเฉินเฟยจะดีแต่ผลลัพธ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

บนหลังคา เท้าเฉินเฟยแตะกระเบื้องเป็นครั้งคราว ร่างกายเขาเหมือนนกตัวใหญ่ที่ร่อนและพุ่งไปข้างหน้า

ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณถูกใช้จนสุดขีดแต่ยังไม่อาจสลัดเสินติ่งหยานได้ เฉินเฟยหันกลับไปมอง ระยะห่างระหว่างเสินติ่งหยานกับตัวเขาเริ่มสั้นลง

เฉินเฟยขมวดคิ้วแน่น ในบรรดาศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ท่าร่างของเขาสามารถพูดได้ว่าโดดเด่น

แม้แต่นักยุทธ์ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเฉินเฟยยังเทียบได้ว่าไม่เป็นหนึ่งก็สอง

แต่หากสุ่มศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เซียนเมฆามาสักคน ท่าร่างของอีกฝ่ายอาจเหนือว่าเขาเล็กน้อย แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะฐานฝึกฝนของเฉินเฟยทำให้แสดงท่าร่างได้อย่างเต็มที่ แต่นั่นยังทำให้เห็นบรรยากาศของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เฉินเฟยเคยเห็นพลังของสำนักเพลิงเทพมาแล้ว แต่ถึงจะเป็นสำนักนี้ก็ยังต้องซ่อนตัวเพราะกลัวว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเจอหาง

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

เสินติ่งหยานด้านหลังจ้องมองเฉินเฟยอย่างแน่วแน่ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดจากห้าสิบหกสิบหมี่ในตอนแรกเหลือไม่ถึงยี่สิบหมี่

เร็วกว่านี้!

พลังที่ไหลเวียนระหว่างเท้าเฉินเฟยเป็นรูปแบบที่แปลกประหลาด

ร่างกายเฉินเฟยเบาลงทันใดและพุ่งออกไป เมื่อเทียบกับก่อนหน้าถือว่าเร็วขึ้นแล้ว

“นี่คือสิ่งที่เจ้าพึ่งพา?”

เสินติ่งหยานหัวเราะเสียงดัง เท้าของเขาพองขึ้นเล็กน้อย กระเบื้องที่อยู่ใต้เท้าแตกเป็นเสี่ยงๆ เสินติ่งหยานไม่ถูกสลัดออกไปและยังคงไล่ตามเฉินเฟยแบบติดๆ

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อยู่ข้างหลัง สุดท้ายท่าร่างที่ช่วยทำให้ทุกอย่างราบรื่นก็ไม่มีประโยชน์

เฉินเฟยต้องการหยิบธนูออกมา แต่ด้วยท่าร่างเสินติ่งหยานในขณะนี้ลูกธนูคงหยุดเสินติ่งหยานไม่ได้แม้แต่ครึ่งก้าว

เฉินเฟยลงจากหลังคาสู่พื้นและกระโดดออกจากประตูเมืองโดยมีเสินติ่งหยานตามมา

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งเค่อต่อมา ความเร็วเฉินเฟยลดลงอย่างกระทันหัน เสินติ่งหยาน กระโดดข้ามเฉินเฟยแล้วไปหยุดตรงหน้า เฉินเฟยจำเป็นต้องหยุดลง

“วิ่งสิ ทำไมเจ้าไม่วิ่งต่อ?” เสินติ่งหยางมองเฉินเฟย ดวงตาเขาไม่ได้ปิดบังเจตนาร้ายแม้แต่น้อย

“พวกเราไม่ได้มีความเกลียดชังมากขนาดนั้น” เฉินเฟยหายใจเข้าลึก มองเสินติ่งหยานพูดเสียงทุ้ม

“จะมีความเกลียดชังหรือไม่ ย่อมเป็นข้าที่ตัดสิน ไม่ใช่เจ้า!”

เสินติ่งหยานหัวเราะเสียงดัง ชี้เฉินเฟยแล้วพูดอย่างเย้ยหยัน “ตอนอยู่ในร้านอาหารเมื่อครู่ เรื่องนี้คงจบลงแล้ว หากเจ้าให้ข้าทุบตีสองสามครั้งเพื่อระบายความโกรธ แต่เจ้ากลับกล้าหลบและยังวิ่งหนีมากอีก ในเมื่อทำเช่นนี้ เข้าควรรู้ว่ามันมีราคาที่ต้องจ่าย?”

เฉินเฟยหยุดพูด ชักกระบี่ยาวจ้องมองเสินติ่งหยาน

“ยังจะต่อต้านอีก? ฮ่าฮ่าฮ่า เช่นนั้นข้าจะแสดงให้เห็นเองว่าช่องว่างระหว่างพวกเรามันใหญ่แค่ไหน!”

เสินติ่งหยานหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาขยับกระบี่ในมือทำให้เกิดเสียงฟ้าร้อง กระบี่เสินติ่งหยานพุ่งเข้าหาเฉินเฟย

เมื่อฟ้าร้องดังขึ้นสติเฉินเฟยก็เลื่อนลอยทันที แต่ทันใดนั้นเคล็ดชำระต้นกำเนิดก็หมุนเวียนทำให้เฉินเฟยได้สติกลับมา

โล่กระบี่ดาวประดับราตรีปรากฏขึ้นและป้องกันกระบี่เสินติ่งหยานเอาไว้

“ปัง!”

เฉินเฟยถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะทรงตัวได้ กระบี่ยาวในมือเขาสั่นเล็กน้อย มีร่องรอยสายฟ้าไหลอยู่บนใบกระบี่ชั่วขณะก่อนจะสลายไป

พลังกระบี่ฟ้าคำราม!

เฉินเฟยได้รับวิชายุทธ์ฟ้าคำรามตอนอยู่ในอำเภอผิงหยินและยังได้เรียนรู้เคล็ดอักษรตื่นตระหนก แต่เฉินเฟยคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเห็นพลังกระบี่ฟ้าคำรามฉบับสมบูรณ์ในเวลาแบบนี้

เสียงฟ้าร้องกึกก้องไปตามลำน้ำ ช่างยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม

หากไม่ใช่เพราะเคล็ดชำระต้นกำเนิดและโล่กระบี่ดาวประดับราตรี เมื่อครู่นี้เฉินเฟยคงตายไปแล้ว หากเปลี่ยนระดับขัดเกลาไขกระดูกในสำนักเกรงว่าคงได้เจอทางตัน

“ไม่เลว ดูเหมือนว่าศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่ได้ไร้ประโยชน์ทั้งหมด”

พอเห็นเฉินเฟยป้องกันกระบี่ไว้ได้ ดวงตาเสินติ่งหยานก็เป็นประกายเล็กน้อย โดยเฉพาะโล่กระบี่ดาวประดับราตรีซึ่บค่อนข้างน่าทึ่ง ไม่สิ มันน่าทึ่งมากเลย

หากฐานฝึกฝนเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก เขาคงมีโอกาสหนรไปได้ แต่หากอยู่ในระดับหลอมกระดูก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีโอกาสหลบหนีจากเงื้อมมือเขาไปได้

“ครืน”

เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้งถึงกับทำให้ภูติผีต้องตกใจ กระบี่ยาวของเสินติ่งหยานเปล่งแสงน้ำเงินจางๆ ขยายท่ากระบี่ปิดล้อมเฉินเฟย

กำลังมหาศาล!

ร่างเฉินเฟยพองขึ้นเล็กน้อย ร่างกายเขามีพลังมากขึ้น โล่กระบี่ดาวประดับราตรีเริ่มกระจายไปทั่วตัวและป้องกันท่ากระบี่ของเสินติ่งหยานที่พุ่งเข้ามาทั้งหมด

แต่ป้องกันได้สิบครั้งร่างเฉินเฟยก็ถอยกลับไป

เฉินเฟยต้านพลังกระบี่ฟ้าคำรามได้ แต่สายฟ้าในใบกระบี่ทำให้ร่างกายเฉินเฟยทนรับไม่ไหว

คุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลแทบช่วยเฉินเฟยไม่ได้ การเจาะทะลวงและการทำเป็นอัมพาตของพลังกระบี่ฟ้าคำรามเริ่มกลืนกินความเร็วของเฉินเฟย

หลังผ่านไปอีกสิบกระบวนท่าเฉินเฟยจะไม่อาจใช้โล่กระบี่ดาวประดับราตรีได้อีกเนื่องจากกล้ามเนื้อตึง ในเวลานั้นจะเป็นจุดจบของเฉินเฟยที่หัวจะอยู่บนกระบี่เสินติ่งหยาน

“กระบี่เต่าไม่เลว แต่เจ้าก็ขัดขวางข้าได้เพียงไม่กี่ครั้ง!”

เสินติ่งหยานมองเฉินเฟยอย่างเย้ยหยัน พลังกระบี่เข้าไปอยู่ในร่างกายเฉินเฟยแล้ว หลังจากนั้นไม่นานมันจะระเบิดเอง ในเวลานั้นความเป็นความตายของเฉินเฟยล้วนขึ้นอยู่กับความคิดเขา

เป็นเพียงหลอมกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกลับกล้ายื่นกรงเล็บใส่เขา ช่างโง่ยิ่งนัก

ห้ากระบวนท่า หกกระบวนท่า เจ็ดกระบวนท่า!

เฉินเฟยรู้สึกถึงพลังในร่างกาย รับอีกสองกระบวนท่า โล่กระบี่ดาวประดับราตรีจะพังทลาย

ใบหน้าเสินติ่งหยานมีรอยยิ้ม แต่กระบี่ยาวในมือของเขายังคงมั่นคง ไม่มีความเร่งรีบหรือบ้าคลั่งแม้แต่น้อย

ตาบอด! หูหนวก!

จี้หยกในอ้อมแขนเฉินเฟยส่องแสงสลัว ในขณะที่เสินติ่งหยานกำลังจะออกกระบี่ ดวงตาเขามืดลงและไม่ได้ยินเสียงใดๆ โลกทั้งใบเหมือนจะละทิ้งเขาในทันใด

เดิมทีท่ากระบี่ของเสินติ่งหยานมั่นคง  แต่พอเกิดสิ่งปกติอย่างกะทันหัน จิตใจเสินติ่งหยานจึงไม่อาจสงบได้

เคล็ดชำระต้นกำเนิด!

โลกทั้งใบหยุดกะทันหัน เฉินเฟยมองช่องว่างในท่ากระบี่ของเสินติ่ง

หกกระบี่!

รองเท้าเฉินเฟยแตกสลาย พลังถูกส่งจากล่างขึ้นบนไปยังกระบี่ยาว ผิวหนังแตกออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีแดงและ มีหยดเลือดนับไม่ถ้วนไหลซึมออกมาจากรูขุมขน

กระบี่ยาวเฉินเฟยระเบิดแสงแพรวพราวกระแทกท่ากระบี่เสินติ่งหยานออกไป กระบี่หนึ่งแทงทะลุหน้าอกเสินติ่งหยาน

“ตู้ม!”

ด้านหลังเสินติ่งหยานระเบิดเกิดหลุมลึก เฉินเฟยค่อยๆดึงกระบี่กลับมา

จบบทที่ ตอนที่ 107 ได้ยินเสียงฟ้าร้องในที่เงียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว