เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 98 ลูกปัดเก็บปราณหยวน

ตอนที่ 98 ลูกปัดเก็บปราณหยวน

ตอนที่ 98 ลูกปัดเก็บปราณหยวน


เมื่อครู่นี้ซือเสวี่ยชินเพียงเสแสร้งเท่านั้น โดยเฉพาะการจงใจแสดงให้เห็นการคุกคามของประกายแสง หากนางเจอคนอื่นกลอุบายนี้คงทำสำเร็จ

น่าเสียดายที่ซือเสวี่ยชินมาเจอกับกัวหลินซาน

กัวหลินซานไม่กลัวแม้แต่การจุดเทียนขาวล่อสิ่งแปลกประหลาด แล้วเขาจะกลัวหัวหดเมื่อเผชิญกับซือเสวี่ยชินที่กำลังบาดเจ็บได้อย่างไร

กัวหลินซานทำลายตันเถียนซือเสวี่ยชินด้วยหนึ่งฝ่ามือ ทำให้นางกลายเป็นคนธรรมดาแล้วจับมามัด

ในระหว่างการมัดจี้หยกชิ้นอันหนึ่งบนแขนซือเสวี่ยชินเกิดการสั่นไหว กัวหลินซานรีบถอดมันออกอย่างรวดเร็ว ตามที่เขารู้แล้ว ไม่ว่ามันจะมีประโยชน์หรือไม่นั่นก็เป็นพลังที่ซือเสวี่ยชินควบคุม

“ศิษย์น้อง เกิดอะไรขึ้น?”

หลังจากยุ่งอยู่สักพัก กัวหลินซานเดินมาตรงหน้าเฉินเฟย ยื่นจี้หยกอันนั้นให้และถามอย่างสงสัย

“ศิษย์พี่กัว อาจารย์ไม่ได้ท่านมาหาข้าหรือ?” เฉินเฟยมองกัวหลินซานอย่างสงสัยเช่นกัน

“ไม่ใช่ สองสามวันนี้อาจารย์ไม่ได้อยู่ในสำนัก ข้ามีความสุขที่ทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้จึงมาหาเจ้า”

กัวหลินซานเกาหัวอย่างสับสน เขาเคยได้ยินที่ตั้งบ้านของเฉินเฟยในเมืองเซียนเมฆาเช่นกัน แต่เพียงพริบตาเดียวเขาก็ลืมมันและจำได้คร่าวๆเท่านั้น วันนี้วิ่งไปมาหลายรอบถึงได้มาเจอ

เฉินเฟยมองกัวหลินซานอย่างตกตะลึง ปรากฎว่าเขามาที่นี่เพื่อแบ่งปันความสุข แต่โชคดีที่กัวหลินซานมาไม่เช่นนั้นวันนี้ซือเสวี่ยชินคงหนีไปได้

จากความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายในวันนี้ หากไม่กักตัวซือเสวี่ยชินไว้ที่นี่ ในวันข้างหน้าคงได้สู้กันแบบไม่รู้จบ

ที่สำคัญคือเฉินเฟยอ่อนแอกว่าซือเสวี่ยชินมาก แต่ด้วยความช่วยเหลือของซือหยวนไห่จึงเกิดการสูญเสียทั้งสองฝ่าย หากเฉินเฟยเผชิญหน้ากับซือเสวี่ยชินคนเดียวเขาคงไม่โชคดีแบบนี้

สุดท้ายแล้วท่าร่างซือเสวี่ยชินในสถานะปกติดีกว่าเฉินเฟยมาก ต่อให้เขาอยากจะหนีก็หนีไม่พ้น เกรงว่าเขาต้องอยู่ภายในสำนักกระบี่แรกเริ่มตลอดไปจนกว่าทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

“ศิษย์พี่ วันนี้ท่านช่วยชีวิตข้าแล้ว”

เฉินเฟยนั่งลงบนพื้น มองกัวหลินซานแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“ระหว่างเจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องพูดเช่นนี้”

กัวหลินซานอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ตั้งแต่วันที่เฉินเฟยเต็มใจไปล่อสิ่งแปลกประหลาดด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจึงกลายเป็นมิตรภาพเป็นตายอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้เองกัวหลินซานจึงแทบรอไม่ไหวที่จะมาแบ่งปันความสุขที่ตัวเองทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในกับเฉินเฟย

แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้มาช่วยเฉินเฟยกำจัดซือเสวี่ยชินโดยไม่ได้ตั้งใจ มันต้องเป็นประสงค์ของเทพแน่นอน

หลังจัดระเบียบลานบ้านที่รกไปหมด ครอบครัวซือหยวนไห่ได้พาเขากลับไปพักผ่อน ส่วนเฉินเฟยกลับไปที่บ้านตัวเองและปลุกฉือเต๋อเฟิงที่หลับอยู่ขึ้นมา

กัวหลินซานยังจับตามองอเสวี่ยชินอยู่ แม้ตอนนี้ฐานฝึกฝนของซือเสวี่ยชินจะถูกทำลายแต่เขายังไม่กล้าประมาท และกังวลอย่างยิ่งว่าซือเสวี่ยชินจะฆ่าตัวตาย นั่นจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

เฉินเฟยใช้ยารักษาแผลและฝึกฝนตลอดทั้งคืนเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

สมแล้วที่พลังเจ้าใจต้นกำเนิดเป็นวิชายุทธ์ภายในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์สำหรับฝึกฝน แต่ยังมีผลสำหรับการรักษาด้วย เดิมทีร่างกายเฉินเฟยแทบพังทลาย แต่รักษาตัวเพียงหนึ่งคืนอาการบาดเจ็บของเขาก็กลับมาคงที่

ตามทิศทางนี้ เฉินเฟยใช้เวลาเพียงสองสามวันก็จะฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่มีผลที่ตาม

ราตรีล่วงลับดวงอาทิตย์ขึ้นตาม เมื่อเฉินเฟยและคนอื่นกำลังพิจารณาว่าจะส่งซือเสวี่ยชินไปที่สำนักหรือรอให้คนมารับตัวนางไป ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“อาจารย์!”

กัวหลินซานลุกขึ้นไปเปิดประตู เมื่อเห็นใครคนนั้นเขาก็ตะโกนอย่างประหลาดใจ

ตอนที่กัวหลินซานออกมาเมื่อคืน เฟิงซิวผู่ยังไม่อยู่ในสำนักและออกไปหลายวันแล้ว

เฟิงซิวผู่พยักหน้า เดินเข้าไปในบ้าน

เฉินเฟยรีบลุกขึ้นทำความเคารพเฟิงซิวผู่

เฟิงซิวผู่พยักหน้า ชำเลืองมองความยุ่งเหยิงในลานบ้านและอาการบาดเจ็บสาหัสของเฉินเฟย เขาพูดพร้อมขมวดคิ้ว “ดูเหมือนอาจารย์จะมาช้าไปหนึ่งก้าว”

“อาจารย์ยังไม่ได้มาสาย พวกเราจับปีศาจสาวคนนั้นได้แล้ว” กัวหลินซานพูดอย่างตื่นเต้นขณะที่กำลังปิดประตูลานบ้าน

“จับได้แล้ว?”

เฟิงซิวผู่หลาดใจเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นเพราะรูปลักษณ์เฉินเฟยในเวลานี้ดูไร้เรี่ยวแรง คาดว่าเมื่อคืนคงบาดเจ็บมากกว่านี้ สถานการณ์นี้นับว่ายังโชคดีที่ไม่ตาย

ตัดสินจากข้อมูลที่เฉินเฟยส่งมาให้ คนคนนั้นอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ส่วนเฉินเฟยอยู่ในระดับหลอมกระดูก ต่อให้ท้าทายสวรรค์แค่ไหนเขาก็จำเป็นต้องวิ่งหนี

“ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากคนข้างบ้าน”

เฉินเฟยถอนหายใจและอธิบายสั้นๆ

เฟิงซิวผู่ประหลาดใจเมื่อได้ยินวิธีการของซือหยวนไห่ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะได้เห็นนักควบคุมความประหลาดเช่นนี้

“พาข้าไปดูคนสำนักเพลิงเทพผู้นั้น” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้ม

หลังจากเฟิงซิวผู่กลับมาที่สำนักในตอนเช้านี้ เมื่อเห็นข้อความของเฉินเฟยเขาก็รีบตรงดิ่งมาทันที โชคดีที่ไม่ได้เกิดผลลัพธ์ไม่อาจแก้ไขได้

เดินเข้าไปในห้องหนึ่ง ซือเสวี่ยชินถูกมัดอยู่บนพื้น ในเวลานี้ซือเสวี่ยชินตื่นแล้ว เมื่อได้ยินเสียงคนมานางก็ไม่ได้เคลื่อน เพียงแค่มองไปไกลอย่างว่างเปล่า

ฐานฝึกฝนถูกทำลายและยังถูกจับไว้ที่นี่ ซือเสวี่ยชินได้มาถึงจุดจบแล้ว ดังนั้นซือเสวี่ยชินจึงไม่สนใจสิ่งใดอีกและต้องการฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ

แต่โชคไม่ดีที่ซือเสวี่ยชินถูกกัวหลินซานควบคุมไว้ ในเวลานี้นางจึงฆ่าตัวตายไม่ได้

การมัดที่ยุ่งเหยิงของกัวหลินซานใช้งานได้จริง

“อาจารย์ เราจะทำอย่างไรกับปีศาจสาวคนนี้ดี?” เฉินเฟยหันไปมองเฟิงซิวผู

“ข้าจะพานางไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา” เฟิงซิวผู่คิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบด้วยเสียงทุ้มลึก

สำนักเพลิงเทพทรงพลังและสามารถแข่งขันกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นเวลาหลายปีโดยไม่ถูกกำจัดจนสิ้นซาก ความยากในการรับมือนั้นเหนือจินตนาการ

และสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่จำเป็นต้องทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นหากสำนักเพลิงเทพมุ่งเป้ามาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคงเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่

ในเวลานี้มีผู้คนจำนวนมากจากที่อื่นมาถึงเมืองเซียนเมฆา สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้รับโอกาสในการพัฒนาเช่นกัน นั่นจึงเป็นธรรมดาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ต้องการให้ปัญหาดังกล่าวมาถึงตัวเองในเวลานี้

“เรื่องนี้เก็บไว้เป็นความลับ อย่าบอกโลกภายนอกเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะเป็นการหาเรื่องเข้าตัว” เฟิงซิวผู่เตือน

“อาจารย์ไม่ต้องกังวล”

เฉินเฟยทั้งสองพยักหน้า เมื่อพบสัตว์ประหลาดเช่นสำนักเพลิงเทพ หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง

“ระวังตัวด้วย”

เฟิงซิวผู่พยักหน้า คว้าตัวซือเสวี่ยชินบนพื้นหายไปในพริบตา เฟิงซิวผู่ต้องการโยนปัญหานี้ไปให้สำนักเซียนเมฆา ในขณะเดียวกันยังไปรับประโยชน์บางอย่างกลับมา

สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่เคยตระหนี่ในเรื่องนี้

เฉินเฟยในระดับหลอมกระดูกยังอ่อนแอเกินไป หากพบกับใครบางคนในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเขาจะตกอยู่ในอันตราย ในเวลานี้โลกมีแต่ความวุ่นวาย เฟิงซิวผู่จึงตัดสินใจไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาเพื่อรับสิ่งดีดีมาให้เฉินเฟย

เฟิงซิวผู่จากไป เฉินเฟยและคนอื่นได้มาคุยกันเรื่องนี้ ในเวลาเดียวกันได้ไปหารือกับซือหยวนไห่และตัดสินใจย้ายออกจากที่นี่

เมื่อคืนมีการเคลื่อนไหวมากมาย หากตรวจสอบอย่างละเอียดอาจพบกับเงื่อนงำบางอย่าง

ในช่วงกลางดึกเมื่อวาน ซือเสวี่ยชินถูกภาพลวงตาของซืออี้หนานสอบสวน พบว่าซือเสวี่ยชินมาที่นี่ด้วยความตั้งใจของตัวเองและไม่ได้รายงานเรื่องนี้กับคนระดับสูง

สิ่งนี้ทำให้ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เพื่อความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องออกจากไปเช่าที่อยู่ใหม่

ให้ฉือเต๋อเฟิงเปลี่ยนรูปลักษณ์ ไปหาคนกลางและเช่าลานบ้านสองแห่ง

เนื่องจากอยู่ใกล้ใจกลางเมืองเซียนเมฆามากกว่าเดิมมันจึงมีราคาแพงขึ้น โชคดีที่ตอนนี้เฉินเฟยมีทรัพย์สินบางส่วน ในขณะเดียวกันเฉินเฟยได้ออกเงินทั้งหมดให้เพื่อเป็นการขอบคุณซือหยวนไห่สำหรับความเมตตาเมื่อคืนนี้

“พวกเราควรจ่ายเงินค่าเช่าเอง” ซือหยวนไห่มองเฉินเฟยแล้วพูด

“หากเมื่อคืนไม่มีผู้อาวุโส ผู้เยาว์คงตายไปแล้ว เงินเล็กน้อยนี้ไม่ถือว่าเป็นอะไร”

พอพูดจบเฉินเฟยก็หยิบไผ่พันหิมะออกมาแล้วส่งให้ซือหยวนไห่ “ผู้อาวุโสโปรดรับสิ่งนี้คืนด้วย”

“ไม่มีเหตุผลที่ต้องรับของคืน สหายน้อยเก็บเอาไว้เถอะ” ซือหยวนไห่โบกมือด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสองผลักให้กันไปมา จนสุดท้ายเฉินเฟยก็ยอมเก็บไว้ หากสุภาพมากเกินไปมันจะกลายเป็นน่าเกลียด

เงินที่เก็บไว้ถูกใช้ไปมากมาย แต่เฉินเฟยตัดสินใจแล้วว่าเมื่อกลับไปที่สำนักในอีกไม่กี่วัน เขาจะไปแลกสูตรโอสถทะยานเนินเขา

อันที่จริงก่อนหน้านี้เฉินเฟยมีความคิดว่าจะพยายามย้อนสูตรโอสถทะยานเนินเขาด้วยตัวเอง

ความปรารถนาที่ต้องการชนะและประสบความสำเร็จทำให้เฉินเฟยดื้นรั้นในเรื่องนี้

แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มีสถานการณ์ให้ใช้เงินมากเกินไป เฉินเฟยจึงตัดสินใจที่ว่าจะแลกเปลี่ยนสูตรโอสถทะยานเนินเขาและเริ่มขายโอสถทะยานเนินเขา

แต่จำนวนโอสถทะยานเนินเขาที่ขายไม่อาจเทียบกับโอสถเหนือสามัญได้

ไม่ใช่ว่ามีคนซื้อน้อยหรือราคาสูง แต่เฉินเฟยไม่สามารถรวบรวมสมุนไพรได้เพียงพอเหมือนในเวลานี้

โอสถเหนือสามัญมีแหล่งสมุนไพรมากมายเพราะสมุนไพรเล่านั้นล้วนมีอายุธรรมดา แต่โอสถทะยานเนินเขามีข้อกำหนดอายุขั้นต่ำ

เช่นเดียวกับโอสถเส้นลมปราณที่สมุนไพรหลักต้องมีอายุยี่สิบปี สำหรับสมุนไพรหลักของโอสถทะยานเนินเขาจำเป็นต้องมีอายุอย่างน้อยสิบปี สมุนไพรส่วนเสริมอย่างอื่นล้วนมีข้อกำหนดเรื่องอายุเช่นกันแต่ไม่เหมือนสมุนไพรหลักที่จำเป็นต้องมีอายุสิบปี

เนื่องด้วยข้อกำหนดอายุของสมุนไพรจึงทำให้โอสถทะยานเนินเขามีราคาแพง

นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการซื้อสมุนไพรของฉือเต๋อเฟิง ไม่ก็ต้องไปหาจากสมาคมนักหลอมโอสถ

อย่างไรก็ตาม สำหรับเฉินเฟยแล้วการแลกเปลี่ยนสูตรโอสถทะยานเนินเขามีแต่ข้อดีไร้ซึ่งข้อเสีย

เขาพักฟื้นอยู่ในเมืองเซียนเมฆาอย่างสงบสุข

อาการบาดเจ็บของเฉินเฟยหายเป็นปกติ ในเวลาเดียวกันเฉินเฟยยังไม่ละทิ้งการฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสาม แม้อาการบาดเจ็บจะยืดเยื้อแต่เขายังมีฝีมืออยู่บ้าง

เดิมทีเฉินเฟยต้องการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามก่อนจะกลับสำนัก แต่เฟิงซิวผู่ส่งข่าวมาว่าเขาจัดการเรื่องซือเสวี่ยชินแล้วจึงเรียกเฉินเฟยทั้งสองกลับไป

เฉินเฟยทั้งสองไม่รอช้า หลังจากรีบมาถึงประตูสำนักพวกเขาก็ตรงไปที่ลานบ้านเฟิงซิวผู่

“อาจารย์ พวกเราขอเข้าพบ!” กัวหลินซานพูดเสียงดัง

“เข้ามา” เสียงเฟิงซิวผู่ดังขึ้น

เฉินเฟยทั้งสองเข้าไปในลานบ้านและเห็นเฟิงซิวผูนั่งอยู่หน้าโต๊ะหิน ในขณะนี้เขากำลังเล่นกับลูกปัดสีเหลืองอยู่

“รับไป!”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟย ด้วยการโยนเบาๆลูกปัดได้มาถึงเฉินเฟย เฉินเฟยรับไว้โดยไม่รู้ตัวและหันไปมองเฟิงซิวผู่อย่างสงสัย

“ลูกปัดเก็บปราณหยวน”

เฟิงซิวผู่หยิบถ้วยชาบนโต๊ะหินขึ้นมาจิบและพูดด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้โชคดี ข้าได้รับสิ่งนี้มาจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา มันน่าจะช่วยเรื่องการบ่มเพาะของเจ้าได้”

“เยี่ยมไปเลยศิษย์น้อง!” กัวหลินซานพูดอย่างประหลาดใจ

เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะมองลูกปัดในมือ รูปร่างหน้าตาธรรมดาเหมือนกับไข่มุกที่อยู่ในหอย

จบบทที่ ตอนที่ 98 ลูกปัดเก็บปราณหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว