เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 91 เจ้าจับมันไม่ได้

ตอนที่ 91 เจ้าจับมันไม่ได้

ตอนที่ 91 เจ้าจับมันไม่ได้


“เจ้ากำลังบอกว่าเจี่ยจิ่นตงโกหกหรือ?” หลินเฉียนตู้ขมวดคิ้ว

“ศิษย์ไม่ได้โกหก เมื่อวานข้าใช้เทียนขาวล่อสิ่งแปลกประหลาดจริง” เมื่อได้ยินคำพูดเฉียนหลินตู้ เจี่ยจิ่นตงขมวดคิ้วพูดอย่างนิ่งเฉย

“ข้าไม่ได้บอกว่าศิษย์คนนี้โกหก เพียงบอกว่าศิษย์ทั้งสองของข้าใช้เทียนขาวล่อสิ่งแปลกประหลาดเช่นกัน พวกเขาควรได้รับความชอบนี้ด้วย” เฟิงซิวผู่ส่ายหัว

“แอบอ้างความชอบ ถือเป็นความผิดร้ายแรง!”

ผู้ดูแลโถงความสำเร็จพูดเสียงทุ้ม ตอนแรกคิดว่าเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว แต่กลับมีคนสองกลุ่มปรากฏออกมา ต้องมีฝ่ายหนึ่งโกหก หรืออาจโกหกทั้งสองฝ่าย เนื่องด้วยความจริงที่มีการสูญเสียงลดลงเรื่องนี้จึงไม่อาจบอกปัด

“พวกเจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?” เฉียนหลินตู้มองเฉินเฟยและคนอื่น

เจี่ยจิ่นตงไม่พูด เขาเดินไปหาเฉินเฟยแล้วมองขึ้นลง เมื่อสัมผัสได้ถึงลมปราณเฉินเฟยที่อยู่ในระดับหลอมกระดูก เขาจึงขมวดคิ้วและหันไปมองกัวหลินซาน

“กัวหลินซาน ข้าจำได้ว่าท่าร่างไม่ใช่จุดแข็งของเจ้า หากต้องการล่อสิ่งแปลกประหลาดออกไป ด้วยท่าร่างของเจ้าเกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้”

“ข้าไม่ได้ทำ ความชอบส่วนใหญ่สำหรับเรื่องนี้เป็นของศิษย์น้องเฉิน ข้าเพียงนำทางให้”

กัวหลินซานพูดด้วยรอยยิ้ม ท่าร่างเขาอยู่ในระดับปานกลาง หากท่าร่างของเขาโดดเด่นพอ เมื่อคืนนี้เขาคงล่อสิ่งแปลกประหลาดคนเดียวแทนที่จะพาเฉินเฟยไปเสี่ยงด้วย

“เขา?”

เจี่ยจิ่นตงมองเฉินเฟยอย่างคิดไม่ถึง หากกัวหลินซานบอกว่าเมื่อไม่นานนี้ท่าร่างของตัวเองพัฒนาขึ้น เจี่ยจิ่นตงพอจะเชื่ออยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้วพรสวรรค์ของกัวหลินซานนั้นไม่เลว ก่อนหน้านี้เพียงมุ่งเน้นอยู่กับพลังเข้าใจต้นกำเนิดเท่านั้น

นี่เป็นวิธีฝึกฝนของศิษย์ภายในส่วนใหญ่เช่นกัน พวกเขาจะมุ่งเน้นการฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดและให้วิชาอื่นเป็นส่วนเสริม ตราบเท่าที่ระดับบ่มเพาะเพิ่มขึ้น การเรียนรู้ท่าร่างระดับสูงจะง่ายขึ้น

“ข้าเอง!” เฉินเฟยกุมมือ

“เจ้าจะพิสูจน์อย่างไร!” เจี่ยจิ่นตงมองเฉินเฟยอย่างสงสัย

“เจ้าต้องการให้ข้าพิสูจน์อย่างไร?”

เฉินเฟยอดไม่ได้ที่ยิ้ม “แล้วเจ้าจะพิสูจน์ตัวเองอย่างไร?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ากำลังสงสัยข้าหรือ!”

เจี่ยจิ่นตงหัวเราะเสียงดัง มองไปรอบด้านแล้วชี้ไปนกตัวเล็กที่อยู่ห่างโถงความสำเร็จหลายสิบหมี่ “เจ้าเห็นนกตัวนั้นไหม เจ้าคิดว่าข้าต้องใช้เวลาแค่ไหนในการจับมัน?”

ทุกคนหันไปมอง เห็นนกตัวเล็กตัวหนึ่งกำลังจิกกินหนอนบนพื้นนอกโถงความสำเร็จ

ต้องวิ่งจากตรงนี้ไปโดยไม่ให้นกแตกตื่น หากท่าร่างไม่ดีพอนกจะแตกตื่นและบินหนีไป แน่นอนว่าเขาสามารถไปอย่างเงียบๆแล้วจับมันทันที แต่นั่นไม่มีความหมายอะไร

“ข้าคิดว่าเจ้าจับนกตัวนั้นไม่ได้!” เฉินเฟยมองนกตัวนั้นแล้วหันไปหาเจี่ยจิ่นตง

“ข้าคิดว่าเจ้าจับมันไม่ได้เช่นกัน” กัวหลินซานหัวเราะเสียงดังจากด้านข้าง

“เช่นนั้นจงดูให้ดีว่าข้าจะจับมันได้หรือไม่!”

เจี่นจิ่นตงหัวเราะออกมาจนลืมหายใจ เขาหรี่ตาลงชำเลืองมองเฉินเฟยแล้วหันไปมองนองโถงความสำเร็จ งอร่างกายลงเล็กน้อย ครู่ต่อมาเจี่ยจิ่นตงก็พุ่งออกไป

เจี่ยจิ่นตงมาอยู่ตรงหน้านกในไม่กี่ก้าว นกสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจึงกระพือปีกบินหนีนที

เจี่ยจิ่มตงยิ้มกว้างและกำลังยื่นมือขวาไปจับนก เพียงแต่เจี่ยจิ่นตงยังไม่ทันยื่นมือออกไป ทันใดนั้นมีมือหนึ่งยื่นนำเจี่ยจื่นตงหนึ่งก้าวและจับนกตัวนั้นไว้

เจี่ยจิ่นตงตกใจรีบหันไปมอง พบว่าเป็นเฉินเฟยนั่นเอง

เจี่ยจิ่นตงตกตะลึงและใช้มือขวาจับเฉินเฟยโดยไม่รู้ตัว แต่พอเล็บแตะลงไปก็ไม่มีร่างเฉินเฟยอยู่ตรงหน้าอีก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เห็นเฉินเฟยอยู่ในโถงความสำเร็จและมองเขาจากระยะไกล

ดวงตาเจี่ยจิ่นตงเบิกกว้าง อีกฝ่ายอยู่ในระดับหลอมกระดูกไม่ใช่หรือ นี่มันความเร็วท่าร่างอะไรกัน ทำไมถึงดูเหมือนระดับหลอมกระดูกเท่านั้น

ไม่ใช่เพียงเจี่ยจิ่นตง คนอื่นในโถงความสำเร็จต่างประหลาดใจเช่นกันเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเฉินเฟย

เจี่ยจิ่นตงไม่ได้เห็นทั้งหมด แต่พวกเขาเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน ตั้งแต่เฉินเฟยเริ่มก้าวออกไปจนกระทั่งจับนกกลับมา

แม้ว่าเจี่ยจิ่นตงจะนำไปก่อนและเฉินเฟยยังชะลอตัวชั่วขณะ แต่เฉินเฟยยังไปถึงที่หมายเร็วกว่าเจี่ยจิ่นตง การเคลื่อนไหวนี้ได้ทำลายความเข้าใจของเจี่ยจิ่นตงอย่างสมบูรณ์

เฉียนหลินตู้มองเฉินเฟยอยู่หลายครั้งแล้วหันไปมองเฟิงซิวผู่ ศิษย์คนนี้มีคสามสามารถแน่นอน ทักษะท่าร่างดีมาก เพียงแต่ฐานฝึกฝนต่ำไป อายุเท่านี้แต่ยังอยู่ในระดับหลอมกระดูก ช่างน่าเสียดายนัก

เฟิงซิวผู่ไม่แสดงสีหน้า เขารู้เรื่องท่าร่างเฉินเฟยก่อนแล้ว แต่พอได้เห็นอีกครั้งในวันนี้ก็พบว่าท่าร่างของเฉินเฟยเหมือนจะพัฒนาขึ้นเล็กน้อย เพิ่งผ่านมาได้กี่วันเอง?

เฉินเฟยปล่อยนกในมือ มองเจี่ยจิ่นตงที่เดินกลับมา

“ตอนนี้พิสูจน์ได้หรือยัง?” เฉินเฟยยิ้ม

“เจ้าจงใจระงับฐานฝึกฝนไว้!” เจี่ยจิ่นตงต้องมองเฉินเฟย เขารู้สึกว่าตัวเองโดนถูกหลอก ทำไมระดับหลอมกระดูกถึงได้ว่องไวเช่นนี้

หากมีแรงกับเวลาขนาดนั้น เจ้าไม่อาจไปเพิ่มฐานฝึกฝนดีกว่าหรือไม่ อีกฝ่ายต้องระงับฐานฝึกฝนเพื่อเยาะเย้ยเขาแน่!

“เฉินเฟยอยู่ในระดับหลอมกระดูกและไม่ได้ระงับฐานฝึกฝนตัวอง” เฉียนหลินตู้ด้านข้างพูดขึ้น

เจี่ยจิ่นตงหันไปมองเฉียนหลินตู้อย่างไม่อยากเชื่อ เฉียนหลินตู้พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาเจี่ยจื่นตงเบิกกว้าง เฉินเฟยคนนี้เป็นตัวประหลาดแบบใด เจ้าฝึกฝนท่าร่างอย่างไรกันแน่ เจ้าจัดเวลาบ่มเพาะบ้างหรือไม่?

เฟิงซิวผู่ไม่สนใจและปล่อยให้ลูกศิษย์ฝึกฝนด้วยตัวเองเช่นนี้หรือ?

เจี่ยจิ่นตงมีความคิดมากมายอยู่ในใจ แต่ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับสิ่งหนึ่ง นั่นคือท่าร่างเฉินเฟยเร็วมาก เร็วยิ่งกว่าเขาเสียอีก

หากต้องล่อสิ่งแปลกประหลาดจริง โอกาสที่เฉินเฟยจะทำเสร็จมีมากกว่าเขาอย่างไม่ต้องสังสัย

ศิษย์คนอื่นที่มาโถงความสำเร็จพร้อมกับเจี่ยจิ่นตงเพื่อเป็นพยานให้ ในเวลานี้พวกเขาเริ่มสับสนและไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี

ไม่ว่าจะมองอย่างไรศิษย์พี่ก็เหมือนจะเป็นนักตุ้มตุ๋น

“เมื่อวานข้าใช้เทียนขาวล่อสิ่งแปลกประหลาดจริงๆ ข้าไม่เคยโกหกเรื่องนี้!” เจี่ยจิ่นตงพูดเสียงดัง

“ศิษย์พี่เจี่ยจุดเทียนขาวล่อสิ่งแปลกประหลาดจริง พวกเราไม่กล้าโกหกเรื่องนี้แน่นอน!” ศิษย์คนหนึ่งพูดเสียงเบา

“ใช่ใช่ เรากล้ามาที่นี่เราะได้เห็นกับตา พวกเรารู้กฎของสำนักดี”

“อาจารย์อาจาง เจี่ยจิ่นตงบอกหรือไม่ว่าเมื่อวานล่อสิ่งแปลกประหลาดกี่ตัว?” กัวหลินซานหันไปถามผู้ดูแลโถงควาสำเร็จพร้อมกับกุมมือ

“เขาบอกว่าล่อได้มากกว่าสิบตัว” ผู้ดูแลโถงความสำเร็จนึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ

“อาจารย์เฉียน เมื่อวานมีสิ่งแปลกประหลาดกี่ตัวที่กลับไป” กัวหลินชานมองเฉียนลินตูแล้วถาม

“น่าจะมีสักห้าสิบหกสิบตัวได้ ข้าไม่ได้มองอย่างละเอียดเช่นกัน”

เฉียนหลินตู้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ทำไมเจ้าถึงถามเรื่องนี้?”

“ศิษย์กำลังนับ เพราะเมื่อวานมีสิ่งแปลกประหลาดไล่ล่าพวกเราประมาณห้าสิบตัว”

กัวหลินซานเดินไปหาเจี่ยจิ่นตงและพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าบอกว่าล่อสิ่งแปลกประหลาดได้มากวก่าสิบ แต่ข้ากับ เฉินเฟยล่อได้ประมาณห้าสิบ ตัวเลขนี้ถูกต้องเลยทีเดียว”

“เจ้าล่อไปห้าสิบตัว?” เจี่ยจิ่นตงพูดด้วยความตกใจ เมื่อวานเขาล่อไปมากกว่าสิบตัวก็แทบทนไม่ไหวแล้ว

คนอื่นในที่นั้นขมวดคิ้ว หากสิ่งที่กัวหลินซานพูดเป็นความจริง เฉินเฟยทั้งสองควรได้ความชอบในการช่วยชีวิตศิษย์หลายคนเมื่อวาย ท้ายที่สุดแล้วจำนวนสิบกับห้าสิบแตกต่างกันอย่างมาก

“ไม่เชื่อหรือ?” กัวหลินซานถามด้วยรอยยิ้ม

“ไม่มีหลักฐานยืนยัน เจ้าแสดงหลักฐานได้หรือไม่?” เจี่ยจิ่นตงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้เขาจะแพ้เฉินเฟยเรื่องท่าร่าง แต่หากมีสิ่งแปลกประหลาดมากมายขนาดนั้นการใช้ท่าร่างอย่างเดียวย่อมไม่พอ ท้ายที่สุดแล้วเฉินเฟยอยู่ในระดับหลอมกระดูกเท่านั้น

“ขออภัยด้วย แต่ข้ามีหลักฐาน!”

กัวหลินซานหยิบหินบันทึกภาพออกมาจากแขนเสื้อ เดิมทีที่กัวหลินซานบันทึกภาพไว้เพราะคิดว่าการมอบมันให้โถงความสำเร็จจะน่าเชื่อถือกว่า อย่างไรแล้วในเวลานั้นเขาก็บังเอิญพกไปพอดี

ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีคนแอบอ้างความดีความชอบ ความบังเอิญนั้นจึงมีประโยชน์ขึ้นมา

เจี่ยจิ่นตงเบิกตากว้างเมื่อเห็นหินบันทึกถ่ายในมือกัวหลินซาน กัวหลินซานเป็นอะไรไป ทำไมเขาถึงพกหินบันทึกภาพไว้กับตัว?

หินบันทึกภาพมีราคาแพงและบันทึกภาพได้ไม่มาก ดังนั้นคนธรรมดาจึงไม่ค่อยใช้มัน

แน่นอนว่ายังมีลูกหลานคนรวยบางคนที่ชอบเล่นเกมน่าอายและเก็บภาพไว้ดู

คนอื่นในบริเวณนั้นมองกัวหลินซานอย่างแปลกๆ

“หินบันทึกภาพอันนี้บันทึกตอนที่อาจารย์สอนจุดสำคัญของพลังเข้าใจต้นกำเนิด ดังนั้นข้าจึงพกมันติดตัว”

ด้วยความรู้สึกอึดอัดที่โดนทุกคนจับตามอง กัวหลินซานจึงสร้างคำอธิบายประโยคหนึ่งให้หินบันทึกภาพ

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเฉินเฟยถือกระบี่ยาว ภายใต้แสงเทียนขาวนั้นสิ่งแปลกประหลาดหลายสิบตัวเบียดเสียดกันอยู่ในระยะไกล นั่นทำให้หนังศรีษะบางคนถึงกับชาวาบ

จากการประมาณคร่าวๆ จำนวนสิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้มีเกือบห้าสิบตัว เจี่ยจิ่นตงหันมองเฉินเฟยทั้งสอง พวกเขารอดกลับมาได้อย่างไร!

เมื่อวานเขาเกือบตายเพราะสิ่งแปลกประหลาดหลายสิบตัว หากสิ่งแปลกประหลาดเขียวไม่ย้อนกลับไป ท้ายที่สุดเจี่ยจิ่นตงคงทนไม่ไหว

“ดูแล้วคงเป็นพวกเขาที่ช่วยชีวิตเจ้าไว้เมื่อวาน” เฉียนหลินตู้มองเจี่ยจิ่นตงแล้วพูด เมื่อวานอาจารย์ของเจี่ยจิ่นตงเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด ในวันนี้เขาจึงไม่ปรากฏตัวให้เห็น

เมื่อเฟิงซิวผู่บอกว่าเฉินเฟยทั้งสองล่อสิ่งแปลกประหลาดเช่นกัน เฉียนหลินตู้จึงเกิดความกังวล แต่ในเวลานี้ดูเหมือว่าทั้งสองฝ่ายจะตัดสินได้แล้ว พวกเฉินเฟยดีกว่าเจี่ยจิ่นตง

เจี่ยจิ่นตงก้มหน้าลง ในใจเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมาย

เมื่อวานเจี่ยจิ่นตงกลับไปล่อสิ่งแปลกประหลาดจริง เพราะในบรรดาศิษย์มากมายบนภูเขาท่าร่างของเจี่ยจิ่นตงอาจพูดได้ว่าเป็นอันดับต้น

เจี่ยจิ้นคงหวาดกลัวเช่นกัน แต่หลังจากจุดเทียนขาวแล้วก็มีเพียงสิ่งแปลกประหลาดหลายสิบตัวไล่ตามเขา หลังจากนั้นก็ไม่มีอีกเลย

ในเวลานั้นเจี่ยจิ่นตงรู้สึกโชคดีมากเพราะสิ่งแปลกประหลาดมีน้อยกว่าที่คิดไว้ ตั้งแต่ที่เริ่มลงมือเจี่ยจิ่นตงได้นึกถึงจุดจบที่เลวร้ายที่สุดไว้เรียบร้อย

หลังเจี่ยจิ่นตงกลับมาถึงสำนัก เขาพบว่ามีศิษย์และคนเก็บสมุนไพรมากมายที่รอดชีวิตกลับมา ดังนั้นเจี่ยจิ่นต่งจึงคิดว่าสิ่งนี้เป็นความชอบของเขา

แต่เจี่ยจิ่นตงไม่เคยคิดว่าจะมีคนอื่นล่อสิ่งแปลกประหลาดเช่นกัน และพวกเขายังล่อสิ่งแปลกประหลาดมากมายขนาดนี้ ไม่เพียงล่อไปมากมายแต่ยังใช้หินบันทึกภาพอีก สิ่งนี้น่าทึ่งยิ่งนัก

ผู้ดูแลโถงความสำเร็จดูภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม มีหลายอย่างพลิกผัน ตอนแรกเขาคิดว่าศิษย์บางคนกล้าทำตัวเสแสร้งมาแอบอ้าง โชคดีที่ทุกอย่างเป็นเพียงความเข้าใจผิด

จบบทที่ ตอนที่ 91 เจ้าจับมันไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว