เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 84 เจ้าเข้าใจผิด

ตอนที่ 84 เจ้าเข้าใจผิด

ตอนที่ 84 เจ้าเข้าใจผิด


“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าปลอมตัวได้ดีจริงๆ! เจ้าเป็นคนวาดภาพเหมือนเมื่อครู่ด้วยใช่ไหม?”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยด้วยความตกใจ นอกจากทักษะกระบี่และท่าร่าง เท่าที่กัวหลินซานรู้คือเฉินเฟยยังเก่งด้านการยิงธนูการหลอมโอสถ และเขายังได้เข้าร่วมสมาคมนักหลอมโอสถด้วยการหลอมโอสถ นี่เป็นสิ่งที่นักหลอมโอสถเต็มตัวบางคนยังทำไม่ได้

ตอนนี้ยังมีวิชาปลอมตัวอีก เก่งหลายด้านเกินไปแล้ว พอเทียบกับเฉินเฟยแล้วกัวหลินซานรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นขยะเลย

“ในฐานะผู้ฝึกตนทั่วไปจึงจำเป็นต้องเข้าใจหลายอย่าง ไม่อย่างนั้นจะเผชิญกับอันตรายได้ง่าย” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเข้าใจคำว่าผู้ฝึกตนทั่วไปผิดหรือไม่”

กัวหลินซานกลอกตา หากผู้ฝึกตนทั่วไปมีความสามารถหลากหลาย แล้วพวกเขาที่เป็นศิษย์สำนักนิกายควรเป็นอย่างไร? โลกภายนอกอันตรายถึงขนาดที่ต้องพยามยามหนักเพื่อเรียนรู้หลายสิ่งเลยหรือ?

“รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม[1]”เฉินเฟยหัวเราะ

“ปีศาจสาวนั่นได้เห็นหน้าเจ้าหรือไม่?”

กัวหลินซานมองภาพเหมือนในมือ ด้วยทักษะการวาดภาพเช่นนี้ หากศิษย์น้องต้องการเห็นอะไรในอนาคตก็เพียงวาดมัน?

เมื่อคิดดังนั้นกัวหลินซานก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

“พอเห็นคนขวางทาง สิ่งแรกที่ข้าทำคือเปลี่ยนรูปลักษณ์” เฉินเฟยส่ายหัวพูด

“รอบคอบดี!”

กัวหลินซานอดไม่ได้ที่จะชื่นชม จากนั้นถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “แล้วเจ้าเปลี่ยนเป็นใคร?”

“เป็นเขา”

เฉินเฟยเช็ดใบหน้าและเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์กวงติ้งป๋อ มันไม่ได้เหมือนทั้งหมดเพราะเป็นการเปลี่ยนกล้ามเนื้อซึ่งทำได้ยากและยังต้องใช้จินตนาการ

“ทำได้ดีมาก!”

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของเฉินเฟย กัวหลินซานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง เขาบอกได้ทันทีว่านั่นคือ กวงติ้งป๋อ พอคิดว่ากวงติ้งป๋ออาจตกเป็นเป้าหมายของสำนักเพลิงเทพกัวหลินซานก็สบายใจอย่างยิ่ง

“ศิษย์พี่กัว ข้าขอฝากภาพนี้ไว้ที่ท่านก่อน หากท่านได้เรื่องอย่างไรโปรดบอกข้าด้วย” เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด

“ได้ ข้าจะสืบถามให้”

กัวหลินซานพยักหน้า หากติดตามเบาะแสนี้เขาย่อมค้นพบสำนักเพลิงเทพได้ เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าเป็นการป้องกันหรือรายงานไปยังสำนักกระเซียนเมฆาล้วนทำได้ทั้งหมด

หนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้คนจำนวนมากได้มาจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เฟิงซิวผู่เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

“อาจารย์!”

เมื่อกัวหลินซานและคนอื่นเห็นเฟิงซิวผู่ก็รีบแสดงความเคารพทันที

“ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว พวกเจ้าทำได้ดีมาก”

เฟิงซิ่วผู่มองศิษย์ทุกคนและพูดเสียงทุ้ม “เพื่อป้องกันไม่ให้สำนักเพลิงเทพตอบโต้ เราจะอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน”

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยิ้ม พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องสำนักเพลิงเทพอีกต่อไปและยังได้รับประกันความปลอดภัย

การเก็บสมุนไพรยังดำเนินไปตามปกติ ภารกิจของศิษย์ยังเป็นการดูแลคนเก็บสมุนไพร ส่วนเฟิงซิวผู่และคนอื่นเป็นผู้คุ้มกันขบวนรถและประจำอยู่ในที่พักเพื่อป้องกันไม่ให้สำนักเพลิงเทพกระโดดเข้ามา

กลางวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตกกลางคืน

“ช่วงนี้การฝึกฝนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หย่อนยานบ้างหรือไม่?”

เฟิงซิวผู่เริ่มทดสอบความก้าวหน้าศิษย์ของสำนัก ครู่ต่อมาถึงคราวของเฉินเฟย บังเอิญว่ากัวหลินซานอยู่ด้านข้างด้วย

“อาจารย์ ศิษย์บรรลุพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้า กำลังจะทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในในอีกไม่กี่วัน” กัวหลินซานกุมมือ

ดวงตาเฟิงซิวผู่เป็นประกาย ตามอายุของกัวหลินซาน หากเขาสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดจขั้นห้าและทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน เขาจะมีโอกาสเข้าแข่งขันสืบทอดมรดกศิษย์แท้จริง

หากกัวหลินซานประสบความสำเร็จก็นับว่าสาขาของเขาประสบความสำเร็จเช่นกัน

นอกจากนี้ด้วยฐานะอาจารย์เขาจึงหวังเสมอว่าคนที่อยู่ภายใต้เขาจะโดดเด่นในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เมื่อกลายเป็นศิษย์แท้จริงและก้าวหน้าขึ้น การสั่งสอนเป็นเวลาหลายปีของเฟิงซิวผู่จะไม่เสียเปล่า

“ดีมาก เมื่อกลับไปแล้วให้เจ้าทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน จงอย่าได้รีบร้อน ด้วยพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้า การทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ”

“ขอรับท่านอาจารย์!” กัวหลินซานพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม

“ช่วงนี้การฝึกของเจ้าเป็นอย่างไร?”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม “กระบี่ดาวประดับราตรีและฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณยากที่จะเข้าใจ หากเจ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฝึกเจ้าสามารถถามได้เลย นอกจากนี้ยังมีพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสอง แม้เจ้าจะเข้ากับมันได้ดี แต่ยังมีบางจุดที่ควรให้ความใส่ใจไว้”

“อาจารย์ ข้าไม่รู้เรื่องฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ แต่กระบี่ดาวกระดับราตรี ศิษย์น้องเล็กฝึกฝนมันเป็นอย่างดี”

เมื่อได้ยินคำถามของเฟิงซิวผู่ เฉินเฟยยังไม่ทันได้ตอบกัวหลินซานก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“โอ้? ฝึกได้ดีแค่ไหน?” เฟิงซิวผู่ถามอย่างสงสัย

“ศิษย์น้องเล็กรีบแสดงให้อาจารย์ดูสิ”

กัวหลินซานขยิบตาให้เฉินเฟย เฉินเฟยส่ายหน้ายิ้มและเดินไปยังที่โล่งพร้อมกระบี่ยาว

“อาจารย์โปรดชี้แนะ”

เฉินเฟยพูดกับเฟิงซิวผู่ เฟิงซิวผู่พยักหน้าให้เฉินเฟยเริ่มได้

เฉินเฟยชี้กระบี่ในแนวเฉียงลงพื้น ครู่ต่อมากระบี่ยาวหายไป โล่กระบี่เล็กปรากฏขึ้นรอบตัวเฉินเฟย โล่กระบี่ล้อมรอบตัวเฉินเฟยและคอยปกป้องเขา

เฉินเฟยใช้เพียงโล่กระบี่ดาวประดับราตรีระดับสมบูรณ์และซ่อนระดับรู้แจ้งไว้

ดวงตาเฟิงซิวผู่เบิกกว้าง มองโล่กระบี่ที่อยู่รอบตัวของเฉินเฟยแล้วเกือบคิดว่าตัวเองเข้าใจผิด

เขาเป็นเช่นเดียวกับกัวหลินซานเมื่อได้เห็นครั้งแรก ในเวลานี้เฟิงซิวผู่ยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเฟิงซิวผู่สงบกว่ากัวหลินซานมาก แม้จะรู้สึกประหลาดใจแต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนไปมากนัก

ครู่ต่อมา เฉินเฟยหยุดมือและหันไปมองเฟิงซิวผู่

“ดีมาก แม้การเคลื่อนไหวกระบวนท่ากระบี่ดาวประดับราตรียังเชื่องช้าอยู่บ้าง แต่ถ้าเจ้าฝึกฝนหนักขึ้นเจ้าต้องทำได้ดีแน่นอน” เฟิงซิวผู่หยักหน้าแสร้งทำเป็นสงบ

กัวหลินซานแอบสังเกตเฟิงซิวผู้จากด้านข้าง พบว่าอาจารย์สงบตั้งแต่แรกจนจบ

“ศิษย์เข้าใจแล้ว!” เฉินเฟยกุมมือ

“กระบี่ดาวประดับราตรีเป็นแบบนี้ แล้วฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณล่ะ?” เฟิงซิวผู่ถามด้วยรอยยิ้ม

กัวหลินซานมองเฟิงซิวผู่ด้วยสีหน้าแปลกๆ อาจารย์ช่างใจดีเหลือเกิน นานแล้วที่ไม่ได้เห็นอาจารย์เป็นแบบนี้

“ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณทำได้เพียงบางส่วน”

ขณะที่เฉินเฟยพูด ร่างเขาสั่นไหวปรากฏตัวห่างออกไปสิบหมี่จากนั้นกลับมาทันที

มุมปากเฟิงซิวผูสั่นเล็กน้อย เขาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว

ดวงตากัวหลินซานเบิกกว้าง เมื่อครู่เขาเห็นอะไร ทำไมความเร็วท่าร่างของศิษย์น้องเล็กเหมือนจะเร็วกว่าของเขา ศิษย์น้องเล็กอยู่ในระดับหลอมกระดูกไม่ใช่หรือ?

ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณเร็วขนาดนี้เลยหรือ? ศิษย์น้องเล็กฝึกฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณถึงจุดสูงสุดแล้ว?

“ยังมีบางจุดที่ไม่เข้าใจ”

เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณที่แสดงนั้นอยู่ในระดับสมบูรณ์เท่านั้น เฉินเฟยซ่อนตัวและไม่เปิดเผยทั้งหมด

มันไม่ใช่เรื่องของไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ แต่มันเป็นนิสัยของตัวเฉินเฟยเอง นอกจากไม่ต้องการให้ตกใจเกินไป เฉินเฟยยังไม่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้วิชากระบี่และท่าร่างใหม่อย่างต่อเนื่องในเร็วๆนี้

จบบทที่ ตอนที่ 84 เจ้าเข้าใจผิด

คัดลอกลิงก์แล้ว