เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 76 ดาวประดับราตรีและไล่ล่าวิญญาณ

ตอนที่ 76 ดาวประดับราตรีและไล่ล่าวิญญาณ

ตอนที่ 76 ดาวประดับราตรีและไล่ล่าวิญญาณ


“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเอาจริงหรือ?” กัวหลินซานอดไม่ได้ที่จะถาม เขาได้อ่านบันทึกที่ศิษย์สำนักทิ้งไว้เช่นกัน

“เร็วไปหรือ?” เฉินเฟยถามอย่างไม่แน่นอน

อันที่จริง หากมีทางเลือกเฉินเฟยยังต้องการฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดแบบเงียบๆไปจนถึงขั้นห้า แต่วิธีฝึกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทำให้เฉินเฟยไม่มีทางเลือก

พูดอีกอย่างคือสำนักนิกายส่วนใหญ่ล้วนสอนวิชาแบบนี้

มอบตำราวิชาให้แล้วปล่อยไปฝึกฝนด้วยตัวเอง ข้อแรกสำนักนิกายจะดูความรับผิดชอบ ข้อสองจะดูลักษณะนิสัยและความภักดีก่อนตัดสินใจว่าจะมอบตำราวิชาให้หรือไม่

เว้นแต่ว่าเฉินเฟยเต็มใจชะลอความก้าวหน้าในการบ่มเพาะ ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางซ่อนมันไว้ หลังสังเกตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เฉินเฟยพบว่าเขาไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร เฟิงซิวผู่เป็นคนเข้มงวดแต่ไม่ใช่คนเลว

นอกจากนี้หลังจากกลายเป็นศิษย์ เฉินเฟยยังผูกพันกับสายของเฟิงซิวผู่

“ศิษย์ที่สำเร็จเร็วที่สุดก่อนหน้านี้ใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือน” กัวหลินซานยิ้มกว้าง เขารู้สึกว่าศิษย์น้องเล็กขี้อวดไปหน่อย

“ไม่ว่าใช้เวลาสิบวันหรือหนึ่งเดือน ท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับผลลัพธ์” เฟิงซิวผู่โบกมือ การคำนวนนี้เป็นเพียงการประมาณเท่านั้น

“อาจารย์ ขอเรียนวิชาอื่นด้วยได้หรือไม่?” ทันใดนั้สเฉินเฟยถามขึ้น

“เจ้าต้องการเรียนวิชาประเภทใด?” เฟิงซิวผู่ไม่ปฏิเสธทันทีและถามอย่างอยากรู้

“วิชาดาบ ท่าร่าง วิชาธนู ทั้งหมดนี้เป็นวิชาที่ศิษย์ใช้อยู่”

“ศิษย์น้องเล็ก ก่อนหน้านี้เจ้าเรียนรู้มากจริงๆ” กัวหลินซานอดหัวเราะไม่ได้

“ผู้ฝึกตนทั่วไปมักใช้วิธีต่างๆ ทำให้ศิษย์พี่หัวเราะแล้ว” เฉินเฟยหัวเราะเช่นกัน

“วิชาธนูไม่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ หลังจากนี้หากมีโอกาสเจ้าสามารถไปค้นหาหอตำราได้ ตอนนี้การฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดของเจ้าไม่เลว อาจารย์จะสอนวิชากระบี่และท่าร่างให้เจ้าชุดหนึ่ง”

เฟิงซิวผู่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบตำราสองเล่มจากชั้นตำรามาวางบนโต๊ะ

“กระบี่ดาวประดับราตรี? อาจารย์ พลังของวิชากระบี่นี้ไม่อ่อนแอไปหน่อยหรือ? ข้าไม่เห็นลูกศิษย์คนอื่นฝึกวิชากระบี่นี้นานแล้ว” กัวหลินซานมองตำราและถาม

“กระบี่ดาวประดับราตรีไม่ดีในการโจมตีและให้ความสำคัญกับการป้องกัน ระดับของเฉินเฟยยังไม่เพียงพอ ไม่ว่าวิชากระบี่จะทรงพลังเพียงใดหากระดับบ่มเพาะไม่สามารถติดตามได้ก็ไร้ประโยชน์ เมื่อเผชิญกับอันตรายการป้องกันตัวเองย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

เฟิงซิวผู่อธิบาย เมื่อนึกถึงระดับของเฉินเฟยที่เพิ่งเข้าระดับหลอมกระดูก กัวหลินซานจึงคิดว่ามันสมเหตุสมผล

แม้ว่ากระบี่ดาวประดับราตรีจะไม่ทรงพลังในการโจมตี แต่การป้องกันของมันแข็งแกร่งมาก แน่นอนว่ามันเหมาะกับเฉินเฟยมากกว่า

“ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณนี้เป็นเช่นเดียวกัน มันไม่ดีในการเคลื่อนไหวไปมาและการปีนป่ายอยู่ในระดับปานกลาง แต่การวิ่งระยะไกลยอดเยี่ยมมาก เมื่อเผชิญกับอันตรายอย่าคิดถึงการต่อสู้เสมอไป หากหนีได้ก็หนี ไม่มีอะไรต้องอาย” เฟิงซิวผู่ยิ้ม

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย คำพูดเฟิงซิวผู่น่ากระหายเกินไปสำหรับเฉินเฟย หากเจอคนที่ไม่อาจชนะได้แน่นอนว่าให้วิ่งหนีโดยตรง

ตอนนี้เฉินเฟยกำลังคิดว่าจะเป็นการดีที่สุดที่จะเลือกการวิ่งได้ดี นักยุทธ์ที่เขาพบตอนนี้อยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกหรืออวัยวะภายในและล้วนเป็นนักยุทธ์ของสำนักนิกาย

เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนทั่วไป พลังของนักยุทธ์สำนักนิกายเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย หากเฉินเฟยยังต้องการต่อสู้ข้ามระดับ โอกาสที่จะรอดนั้นต่ำมาก

ในเมื่อไม่อาจชนะได้ การวิ่งให้เร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“ขอบคุณท่านอาจารย์” เฉินเฟยกุมมือ

เฟิงซิวผู่โบกมือเปิดตำรากระบี่ดาวประดับราตรี “ตอนนี้มีลูกศิษย์น้อยมากที่ฝึกกระบี่ดาวประดับราตรี ไม่เพียงแต่พลังโจมตีไม่เพียงพอ แต่ยังเป็นเพราะความยากในการฝึกฝน ต่อจากนี้เจ้าต้องตั้งใจฟังคำอธิบายของอาจารย์ หากเจ้าไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามข้าได้ทุกเมื่อ”

เฉินเฟยพยักหน้า เฟิงซิวผู่เริ่มอธิบายขั้นตอนของการฝึกกระบี่ดาวประดับราตรี

เมื่อเทียบกับการฝึกกระบี่ในอดีตของเฉินเฟย กระบี่ดาวประดับราตรีฝึกยากกว่ามาก และวิชากระบี่นี้ส่วนใหญ่ล้วนใช้ป้องกันตัว การโจมตีมีเพียงสองสามกระบวนท่าเท่านั้น

เมื่อคำอธิบายลึกซึ้งขึ้นเฉินเฟยจึงค่อยๆหยุดความคิดฟุ้งซ่านและทุ่มเทให้กับการศึกษา เมื่อพบสิ่งที่ไม่เข้าใจเขาจะถามทันที

เพียงพริบตาเดียวได้ผ่านไปหนึ่งยาม ก่อนที่เฟิงซิวผู่จะอธิบายกระบี่ดาวประดับราตรีเสร็จ

“เข้าใจได้หรือไม่?” เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยแล้วถาม

เฉินเฟยชำเลืองมองระบบ กระบี่ดาวประดับราตรีปรากฏขึ้นแล้ว แต่แถบความคืบหน้าแตกต่างจากวิชาก่อนหน้านี้เล็กน้อย และความชำนาญที่ต้องใช้ยังเพิ่มขึ้น

[วิชายุทธ์: กระบี่ดาวประดับราตรี(เริ่มต้น1/300)]

“ศิษย์เข้าใจ” เฉินเฟยเงยหน้ามองเฟิงซิวผู่

เฟิงซิวผู่พยักหน้าเล็กน้อยและมองกัวหลินซาน เมื่อเห็นว่าเขาสนใจเช่นกันจึงไม้ได้ไล่ออกไป หยิบตำราฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณอีกเล่มออกมา

ใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งชั่วยามในการอธิบาย ในช่วงกลางเฟิงซิวผู่หยุดอธิบายแล้วแสดงให้เห็น เมื่อเทียบกับความยากในการฝึกกระบี่ดาวประดับราตรี เท้าไล่ล่าวิญญาณไม่ได้ยากน้อยกว่ากันเลย แม้แต่เฉินเฟยยังคิดว่ามันยากกว่าด้วย

เฉินเฟยมองระบบ พบว่าฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณได้เริ่มต้นแล้วและความชำนาญที่ต้องใช้ยังเป็นแบบเดียวกับกระบี่ดาวประดับราตรี

เฉินเฟยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าตราบเท่าที่วิชายุทธ์อยู่ในระดับเดียวกันความชำนาญที่ต้องใช้จะเท่ากัน ส่วนความยากในการฝึกฝนยังคงตัดสินไม่ได้

“สำหรับวันนี้มีเพียงเท่านี้ หลินซานไม่ค่อยรู้เรื่องกระบี่ดาวประดับราตรีและฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณมากนัก หากมีคำถามให้มาหาข้า”

เฟิงซิวผู่มอบตำราสามเล่มให้เฉินเฟย เฉินเฟยรีบทันที

“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่สั่งสอน!”

เฟิงซิวผู่พยักหน้าเล็กน้อย หลังจากคุยกันอีกสักพักเฉินเฟยทั้งสองก็รีบลาและจากไป

เฟิงซิวผู่มองด้านหลังเฉินเฟยที่จากไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนหน้านี้คิดว่าความสำเร็จในเส้นทางยุทธ์ของเฉินเฟยคงเป็นแบบนั้น แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะน่าประหลาดใจเช่นนี้ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงจริงๆ

เฟิงซิวผู่สอนวิชากระบี่ดาวประดับราตรีและฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณให้เฉินเฟยเป็นพิเศษ นอกจากเหตุผลที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ยังมีการพิจารณาความเข้าใจของเฉินเฟยด้วย

หากร่างกายเฉินเฟยและพลังเข้าใจต้นกำเนิดเข้ากันได้อย่างมาก แม้ความสำเร็จจะไม่เลวแต่มันยังมีขีดจำกัดสูงสุดเช่นระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

แต่ถ้าหากไม่ใช่เพราะความเข้ากันแต่เป็นเพราะความเข้าใจที่แท้จริงของเฉินเฟยเอง ขีดจำกัดในอนาคตของเฉินเฟยย่อมสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเป็นระดับสุดท้ายของระดับปรับแต่งร่างกายทั้งห้า แต่เส้นทางยุทธ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับปรับแต่งร่างกาย

“ข้าละอายใจจริงๆที่ทำให้ศิษย์พี่เสียเวลา” เฉินเฟยมองกัวหลินชานแล้วพูด

“ศิษย์สำนักเดียวกัน เหตุใดต้องสุภาพเช่นนี้ และการที่มีโอกาสได้ฟังอาจารย์อธิบายเคล็ดลับในการฝึกฝนย่อมไม่สายเกินไปที่จะติดตาม ข้าจะรู้สึกเสียเวลาได้อย่างไร”

กัวหลินซานหัวเราะและตบไหล่เฉินเฟย คำพูดของกัวหลินซานไม่ได้สุภาพ แม้เขาจะไม่ได้เรียนรู้วิชากระบี่ดาวประดับราตรีแต่หลักการของการฝึกบางอย่างก็เชื่อมโยงกัน ดังนั้นจึงไม่เรื่องเสียหายที่จะฟังมากขึ้น

“อย่างไรก็ตาม ภารกิจถูกกำหนดไว้แล้วและจะเริ่มในอีกห้าวัน ศิษย์น้องเตรียมตัวให้พร้อม เราต้องไปอยู่บนเขาหลายวัน” กัวหลินซานพูดขึ้นทันใด

“เข้าใจแล้วศิษย์พี่ เมื่อถึงเวลานั้นโปรดดูแลข้าด้วย” เฉินเฟยพยักหน้า

ทั้งสองคุยกันอีกสักพักจึงแยกจากกัน

เฉินเฟยกลับมาที่บ้านตัวเอง ปิดประตู จดจ้องที่ระบบ

จบบทที่ ตอนที่ 76 ดาวประดับราตรีและไล่ล่าวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว