เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 71 รังแกกันเกินไป

ตอนที่ 71 รังแกกันเกินไป

ตอนที่ 71 รังแกกันเกินไป


“เอาล่ะ หากไม่มีอะไรแล้วพวกเจ้าไปได้” เฟิงซิวผู่พยักหน้าและหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน

“ศิษย์น้องเล็ก หากฝึกฝนแล้วมีปัญหาเจ้าสามารถมาหาข้าได้ตลอดเวลา แม้จะไม่มีปัญหาก็มาได้เช่นกัน”

กัวหลินซานยิ้มอย่างจริงใจ ตบไหล่เฉินเฟยแล้วหันหลังจากไป

เฉินเฟยกุมมือ เขาตั้งใจจะกลับไปยังที่พัก ในเวลานี้ฉือเต๋อเฟิงควรมาพบเขาแล้ว

“ศิษย์น้องเล็ก ทางนี้ ข้าอยู่นี่”

เฉินเฟยเพิ่งเดินออกมาก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เฉินเฟยหันไปมองพบว่าเป็นลั่วจวิ้น

“ศิษย์พี่ลั่ว” เฉินเฟยมองลั่วจวิ้นที่ซ่อนตัวอยู่ในหลังคาด้วยสีหน้าแปลกๆ

“อาจารย์บอกให้เจ้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่หากพบปัญหาในการฝึกใช่ไหม?” ลั่วจวิ้นกระโดดลงมา มองไปรอบด้านแล้วถามด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยพยักหน้าแต่ไม่เข้าใจว่าลั่วจวิ้นต้องการพูดอะไร

“ในเวลานั้นข้าทำเช่นเดียวกัน ตอนไปหาศิษย์พี่อย่างลืมนำของติดมือไปด้วยล่ะ ตอนแรกไม่มีใครบอกเรื่องนี้ข้าจึงโดนทุกครั้งปฏิเสธอยู่นาน มันรู้สึกน่าอึดอัดเสียจริง” ลั่วจวิ้นพูดความลับออกมาโดยไม่ณู้ตัว

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ต้องมอบของขวัญตอนไปหา? ไม่เช่นนั้นทุกคนจะปฏิเสธ?

“ต้องใช้เท่าใด?” เฉินเฟยถาม

“ขั้นต่ำหนึ่งร้อยตำลึง หากน้อยกว่านี้ศิษย์พี่ใหญ่จะบอกให้ศิษย์ภายในไม่ช่วยเจ้า หากช่วยเจ้าแล้วเขาจะทำให้คนคนนั้นเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส” ลั่วจวิ้นแสดงสีหน้าเจ็บปวดเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

เฉินเฟยหรี่ตาลง ของขวัญสำหรับการปรึกษาคือหนึ่งร้อยตำลึง ครั้งต่อไปที่ถามเรื่องวิชายุทธ์จะถูกเก็บเงินด้วยหรือไม่?

“ท่านอาจารย์รู้เรื่องนี้หรือไม่?” เฉินเฟยถามเสียงต่ำ

“ข้าไม่รู้ว่าท่านอาจารย์รู้หรือไม่ แต่ครั้งล่าสุดที่ข้าไปถาม ศิษย์พี่ใหญ่ดันมันกลับมาอยู่นานก่อนจะรับไว้ด้วยท่าทางไม่เต็มใจแล้วบอกว่าจะเก็บไว้ให้ข้า”

ลั่วจวิ้นมองเฉินเฟยด้วยสายตาอย่างที่เจ้ารู้นั่นแหละ

หางตาเฉินเฟยกระตุกกับคำว่า‘เก็บ’ที่ถูกใช้ออกมา

เมื่อเห็นคิ้วหนาดวงตากลมโตท่าทางซื่อสัตย์ซื่อตรงของกัวหลินซาน เฉินเฟยจึงคิดว่าตัวเองไม่น่ามองคนผิด

“อย่าบอกใครว่าข้าเป็นคนบอกล่ะ”

ลั่วจวิ้นขยิบตาให้เฉินเฟย “ข้าต้องไปแล้ว ครั้งหน้าหากมีเวลาไว้ไปหอแดงมัวเมาด้วยกัน”

เฉินเฟยมองลั่วจวิ้นจากไป เขายืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นไปหาฉือเต๋อเฟิง

หลังส่งมอบโอสถและรับสมุนไพร เฉินเฟยถามสถานการณ์ของแผงขายของ โชคดีที่ช่วงนี้ยังไม่มีใครติดตามฉือเต๋อเฟิง

“ช่วงนี้มีแผงขายโอสถอีกหลายแผงตั้งบนถนน ข้าลองไปดูมาแล้ว โอสถที่ขายค่อนข้างผสมปนเป แต่รูปลักษณ์ถือว่าไม่เลว”

“หากเป็นเรื่องจริงมันจะไม่อันตรายต่อเรา” เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

การมีผู้ขายโอสถมากขึ้นเป็นเรื่องไม่อำนวยต่อการขายและยังส่งผลต่อราคาโอสถ แต่เฉินเฟยต้องการให้มีร้านแบบนี้มากขึ้นเพราะมันช่วยลดโอกาสที่คนอื่นจับตามองฉือเต๋อเฟิง

นอกจากนี้โอสถจิตเบาที่เฉินเฟยหลอมไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือฤทธิ์ยาล้วนอยู่ในจุดสูงสุด ตราบเท่าที่ซื้อไปครั้งหนึ่งแล้วจะแยกแยะได้ทันที

ดังนั้นโอสถที่เฉินเฟยหลอมทุกวันจึงขายได้หมดอย่างราบรื่น

ส่งฉือเต๋อเฟิงออกไป เฉินเฟยใช้เวลาสามชั่วยามในการหลอมโอสถ ส่วนใหญ่เป็นโอสถจิตเบา ส่วนน้อยเป็นโอสถเหนือสามัญซึ่งเฉินเฟยเก็บไว้ใช้เองเป็นหลัก

เฉินเฟยเดินออกจากบ้าน มองไปยังท้องฟ้า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปที่บ้านกัวหลินซาน

กัวหลินซานอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ดีกว่าศิษย์ใหม่อย่างเฉินเฟย เมื่อเห็นเฉินเฟยมาหากัวหลินซานก็รู้สึกแปลกใจ แต่เขายังเชิญเฉินเฟยเข้ามาในบ้านอย่างอบอุ่น

หนึ่งชั่วยามต่อมา กัวหลินซานส่งเฉินเฟยออกจากบ้าน

“ศิษย์น้องเล็ก ความเข้าใจของเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ จุดที่ยากเหล่านั้นหากไม่ใช่ผู้ที่ฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดเป็นเวลานานจะไม่พบเลย แต่คืนเดียวเจ้ากลับพบมันแล้ว”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ ในขณะเดียวกันเขายังพูดด้วยความเสียใจ “เพราะระดับของเจ้าต่ำจึงเพิ่งเข้าระดับหลอมกระดูก จากนี้เจ้าต้องพยายามเป็นสองเท่าเพื่อทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นการบ่มเพาะในวันข้างหน้าจะยากยิ่งขึ้น”

“ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ” เฉินเฟยกุมมือแล้วพูด “ศิษย์พี่ไม่ต้องส่งหรอก”

“โอ้ อีกเรื่องหนึ่ง อีกไม่กี่วันทางสำนักจะมอบภารกิจให้พวกเรา แม้เจ้าเพิ่งเข้ามาใหม่แต่เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าต้องไปด้วย ไว้มีเวลาข้าจะอธิบายให้ฟัง” กัวหลินซานพูดอย่างกะทันหัน

“ภารกิจ?” เฉินเฟยผงะแต่ยังพยักหน้ารับ

“ศิษย์น้องเล็กค่อยๆเดิน” กัวหลินซานพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยโบกมือแล้วเดินไปที่บ้านตัวเอง

ไม่มีของขวัญ ไม่มีความยากลำบาก ไม่มีข้อแก้ตัว เฉินเฟยถามข้อสงสัยกับกัวหลินซาน ตราบใดที่กัวหลินซานรู้เขาจะตอบทั้งหมด

เฉินเฟยพยายามเสนอของบางอย่างให้ แต่สีหน้ากัวหลินซานเปลี่ยนไปทันที นี่คือคนที่ขัดทรายเข้าตาไม่ได้[1]

“ลั่วจวิ้นวางแผนอะไรอยู่? ต้องการให้ข้าโดนศิษย์พี่กัวทุบตี?”

เฉินเฟยขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงคำพูดลั่วจวิ้นในช่วงเช้า หากบังคับให้รับของขวัญ เขาคงโดนกัวหลินซานโยนออกมา

เฉินเฟยตัดสินใจไปคุยกับลั่วจวิ้นในตอนกลางคืน การกระทำแบบนี้ไม่อาจยอมรับได้

ตกกลางคืน

“ก๊อกก๊อกก๊อก!”

“ใคร สายป่านนี้แล้ว”

ลั่วจวิ้นเปิดประตูอย่างหมดความอดทน ก่อนที่เขาจะทันเห็นว่าใครมา เงาสีดำก็พุ่งเข้าใส่แก้มเขา

ลั่วจวิ้นตกใจและตั้งแขนป้องกันโดยไม่รู้ตัว แต่เหมือนเงาดำจะคาดเดาการตอบสนองของเขาไว้แล้วจึงเปลี่ยนท่าทางหลบแขนเขา

“ปัง!”

ลั่วจวิ้นรู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มแล้วล้มลงพื้น ก่อนที่เขาจะทันลุกขึ้น กระสอบใบหนึ่งตกลงมาจากด้านบนคลุมตัวเขาไว้

ในเวลาเดียวกันลั่วจวิ้นได้ยินเสียงประตูบ้านปิดลง ลั่วจวิ้นตื่นตระหนกทันที นี่กำลังจะฆ่าคนหรือ?

“ใคร ใครกัน กล้าทำร้ายคนภายในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเช่นนี้ไม่ต้องการตายแล้วหรือ!”

ลั่วจวิ้นตะโกนเสียงดัง ขณะเดียวกันก็พยายามฉีกกระสอบออก แต่ครู่ต่อมาเขาโดนฝนการโจมตีโดยตรง

ลั่วจวิ้นไม่มีโอกาสแม้แต่จะโต้ตอบและถูกทุบตีจนได้แต่กลิ้งอยู่บนพื้น

“ไม่สู้แล้ว ไม่สู้แล้ว เจ้าเป็นใคร ข้าไม่เคยทำให้เจ้าขุ่นเคือง...ไม่สู้แล้ว...”

ตอนแรกลั่วจวิ้นตะโกนเสียงหนักแน่น แต่ครู่ต่อมาเขาก็ตะโกนอย่างเศร้าหมอง คนโจมตีไร้ยางอายเกินไป อีกฝ่ายทุบตีแต่หัวกับใบหน้าเขา อาการบาดเจ็บไม่ได้ร้ายแรงแต่มันทำให้รู้สึกเจ็บมากจนลั่วจวิ้นอดไม่ได้ที่จะร้องขอความเมตตา

ตอนแรกลั่วจวิ้นยังคงตะโกนเสียงดัง แต่สุดท้ายเขาถูกซ้อมอย่างหนักจนไม่ได้ตะโกนออกมาอีก

ไม่รู้ว่าว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ลั่วจวิ้นลืมตื่นขึ้นแล้วหดตัวโดยไม่รู้ตัว แต่พบว่าไม่มีดการต่อยเตะใดๆอีก

ลั่วจวิ้นถอดกระสอบที่คลุมตัวเองด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและเผยให้เห็นใบหน้าอันแสนน่ากลัว ใบหน้าที่แม้แต่มารดาเขาเองยังไม่อาจจดจำได้

“ใคร ไอ้สารเลวนี่เป็นใคร...รังแกกันเกินไปแล้ว...”

ลั่วจวิ้นนั่งบนพื้น น้ำตาไหลนองจากหางตาไหลผ่านบาดแผลจึงทำให้แก้มลั่วจวิ้นกระตุกอย่างเจ็บปวด ใบหน้าเขาบีบแน่นบวมเปล่ง

มันเจ็บจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 71 รังแกกันเกินไป

คัดลอกลิงก์แล้ว