เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66 ประตูกระบี่เซียนเมฆา

ตอนที่ 66 ประตูกระบี่เซียนเมฆา

ตอนที่ 66 ประตูกระบี่เซียนเมฆา


“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการปล่อยให้ท่านในราคาถูก แต่ช่วงนี้มีคนมากมายเข้าเมืองเซียนเมฆา หากท่านรั้งรออีกสองสามวันเกรงว่าลานบ้านแห่งนี้คงถูกเช่าไป” นายหน้าพูดด้วยรอยยิ้ม

สุดท้ายเฉินเฟยยังคงเช่าลานบ้านและราคาลดเหลือหนึ่งพันเก้าร้อยตำลึงต่อปี แม้จะปล่อยให้ฉือเต๋อเฟิงออกโรงแต่ก็ไม่อาจลดค่าเช่าได้มากกว่านี้

ทั้งสองซื้อเครื่องเรือนที่เรียบง่ายและย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองเซียนเมฆา ฉือเต๋อเฟิงถามเรื่องสมุนไพรเพื่อเตรียมสำหรับการหลอมโอสถหลังจากนี้

เฉินเฟยเดินชมร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ นอกจากได้รู้ราคาโอสถภายในเมืองเซียนเมฆาเขายังถามเรื่องเข้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาด้วย

ครึ่งวันต่อมา เฉินเฟยกลับมาที่ลานบ้านพร้อมคิ้วขมวด

“มีปัญหาอะไรหรือ?” ฉือเต๋อเฟิงมองเฉินเฟยอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไร ข้าเพิ่งรู้ว่าข้อกำหนดรับศิษย์ของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเปลี่ยนไป” เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ

เขาได้ยินข้อกำหนดจากชายชราในกองคาราวาน แต่แท้จริงแล้วมันเป็นข้อมูลเมื่อหลายปีก่อน

หลังผ่านไปหลายปี เมื่อมีผู้คนมากมายแห่กันมาเมืองเซียนเมฆาข้อกำหนดการรับศิษย์ของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงเปลี่ยนแปลงทุกเดือน แต่เงื่อนไขยังค่อนข้างคล้ายกัน

“เปลี่ยนเป็นอย่างไร?” ฉือเต๋อเฟิงถามด้วยความสงสัย

ครั้งก่อนตอนอยู่ในรถม้า ฉือเต๋อเฟิงถึงกับตกใจเมื่อได้ยินว่าระดับขัดเกลาไขกระดูกในอายุต่ำกว่ายี่สิบปี เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิต ตอนนี้หยุดอยู่ที่ระดับหลอมกระดูกและยังไม่เห็นแม้แต่เงาระดับขัดเกลาไขกระดูกเลยด้วยซ้ำ

แต่ผลลัพธ์คือเบื้องต้นต้องมีระดับขัดเกลาไขกระดูก สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อคนมากมายจนจิตใจฟกช้ำ

“สองเดือนก่อนมีข้อกำหนดใหม่ หากยังไม่เคยฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ก่อนอายุสิบสาม เมื่อผ่านการทดสอบฐานกระดูกและความเข้าใจจะสามารถเข้าสำนักได้เลย เมื่อเป็นศิษย์แล้วจะต้องเข้าระดับหลอมกระดูกตอนอายุสิบห้า และเข้าระดับขัดเกลาไขกระดูกตอนอายุสิบแปด”

ฉือเต๋อเฟิงตะลึงไปชั่วขณะโดยคิดว่าได้ยินผิดไป จากนั้นเขาก็ยิ้มแห้ง ข้อกำหนดเดิมก็บิดเบี้ยวมากแล้ว เยี่ยมจริงๆ ตอนนี้ได้รู้ว่าตัวเองต่ำต้อยและมีคนที่วิปริตยิ่งกว่า

“ระดับขัดเกลาไขกระดูกก่อนอายุสิบแปด แม้แต่สภาพแวดล้อมเช่นเมืองเซียนเมฆายังเป็นเรื่องยาก” ฉือเต๋อเฟิงอดไม่ได้ที่จะพูด

การประสบความสำเร็จในเส้นทางยุทธ นอกจากพื้นฐานครอบครัวแล้ว หากบิดามารดาเป็นนักยุทธ์ด้วยจะได้สืบทอดพรสวรรค์ส่วนหนึ่ง อย่างเช่นในเมืองเซียนเมฆาแห่งนี้ นักยุทธ์อัจฉริยะจะดีกว่านักยุทธ์ธรรมดามาก

ปรับแต่งร่างกายมีห้าระดับ การบรรลุระดับขัดเกลาไขกระดูกย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

“อืม ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงเป็นคนอายุน้อย”

เฉินเฟยพยักหน้า “ท้ายที่สุดแล้วเมื่อได้รับการปลูกฟังไม่ว่าจะเป็นความภักดีหรือจิตใจ การเป็นศิษย์ย่อมดีกว่า!”

“เร็วๆนี้สำนักกระบี่เซียนเมฆาเปิดรับคำจำนวนมากหรือ?” ฉือเต๋อเฟิงถามเงื่อนไขเนื่องจากมีคนจำนวนมาก

“อืม มีคนจำนวนมากลี้ภัยมาที่นี่”

เฉินเฟยพยักหน้าและถอนหายใจ เนื่องจากมีตัวเลือกมากมายสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ตามข่าวลือที่ได้ยินมา ในเดือนนี้อาจมีการเปลี่ยนข้อกำหนดอีกครั้ง

แม้สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเป็นยักษ์ใหญ่ แต่ยังจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรและคนสั่งสอนศิษย์ในสำนัก สำนักกระบี่เซียนเมฆาอ้วนจริงๆ เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มหมดแรงเสียแล้ว

มันก็เป็นเช่นนั้น แต่สำหรับนักนักยุทธ์รุ่นเก่าอย่างเฉินเฟย ความหวังในการเข้าร่วมสำนักกระบี่เซียนเมฆานั้นน้อยนิดมาก

ช่วงเวลาที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเปิดรับศิษย์คือห้าวันต่อจากนี้ มีข่าวลืออีกอย่างว่าต่อจากนี้สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่เปิดรับทุกเดือนอีกต่อไปและเปลี่ยนเป็นเปิดรับทุกสามเดือนหรืออาจเปิดทุกครึ่งปี

สองวันนี้เฉินเฟยทั้งสองค้นหาข้อมูลต่างๆในเมืองเซียนเมฆา ในที่สุดฉือเต๋อเฟิงพบแหล่งสมุนไพรที่ดี ในขณะเดียวกันเฉินเฟยเดินผ่านภายในเมืองเซียเมฆามากกว่าครึ่งโดยเฉพาะสถานที่ที่มีร้านค้า

ราคาโอสถลดลงเมื่อเทียบกับเมืองซิ่งเฝิน ในเมืองเซียนเมฆาราคาปกติของโอสถจิตเบาคือสิบตำลึงเงิน โอสถเหนือสามัญคือยี่สิบห้าตำลึง และราคาโอสถทะยานเนินเขาคือเก้าสิบห้าตำลึง

โอสถทะยานเนินเขาลดลงน้อยที่สุด ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นโอสถที่ใช้ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและมีฤทธิ์แรงมากที่สุด น่าเสียดายที่เฉินเฟยยังหลอมมันไม่ได้

ในด้านสูตรโอสถ เมืองเซียนเมฆามีขายอยู่หลายประเภทแม้แต่โอสถจิตเบายังมีราคาไม่แพงมาก ส่วนโอสถเหนือสามัญยังคงถูกเก็บไว้เป็นความลับ

ถ้าต้องการเรียนรู้จำเป็นต้องเข้าร่วมศูนย์การแพทย์หรือร้านโอสถและเซ็นสัญญาระยะยาว เมื่อถึงเวลาพวกเขาจะสอนให้เอง แน่นอนว่าข้อกำหนดโอสถทะยานเนินเขาเข้มงวดยิ่งกว่า

เมืองเซียนเมฆามีถนนที่ผู้คนตั้งแผงขายของกระจัดกระจาย เมื่อเทียบกับเมืองซิ่งเฝินแล้วขนาดจะใหญ่และดูมีชีวิตชีวากว่ามาก มีขายสิ่งแปลกๆมากมาย มีคนขายโอสถมากกว่ายี่สิบเจ้าซึ่งแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง

นอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าคนมีความสามารถมากมายจากที่อื่นมารวมตัวที่เมืองเซียนเมฆา ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ขายโอสถล้วนเป็นนักหลอมโอสถเก่งกาจ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงโดนกำจัดไปนานแล้ว

ในเช้าตรู่ของวันที่สาม ฉือเต๋อเฟิงนำห่อสมุนพไรมาให้เฉินเฟย ในห่อนี้เป็นสมุนไพรของโอสถจิตเบาทั้งหมด

ด้วยการทำให้โอสถเหนือสามัญเป็นแบบง่าย ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาการหลอมโอสถจิตเบาเพื่อเพิ่มความชำนาญ

ตอนนี้ความชำนาญใกล้ถึงระดับสมบูรณ์ เฉินเฟยคำนวนได้ว่าหากหลอมโอสถจิตเบาด้วยแรงทั้งหมดที่มีจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนในการทำให้ความชำนาญโอสถเหนือสามัญอยู่ในระดับรู้แจ้ง

นอกจากนี้ในฐานะผู้มาใหม่ของเมืองเซียนเมฆา การขายโอสถจิตเบาก่อนย่อมปลอดภัยและเหมาะสมกว่า

โอสถจิตเบามีขายทั่วไปในเมืองเซียนเมฆา ต่อให้ทำเงินได้เยอะก็คงไม่โดนอิจฉา ท้ายที่สุดแล้วโครงสร้างเมืองยังคงแตกต่างกัน

ตราบใดที่ควบคุมปริมาณได้ดีจะสามารถทดสอบตลาดได้

แน่นอนว่าคงเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากมีพื้นหลังยิ่งใหญ่เช่นสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่ด้วยข้อกำหนดรับศิษย์ของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยเลยไม่มั้นใจว่าจะเข้าสำนักได้หรือไม่

ในเช้าวันที่สี่ เฉินเฟยมอบโอสถจิตเบาให้ฉือเต๋อเฟิงหนึ่งร้อยเม็ดซึ่งบางส่วนเฉินเฟยหลอมไว้ตั้งแต่อยู่ในเมืองซิ่งเฝินและเก็บไว้ในช่องมิติ

ในช่องมิติ อาหารบางส่วนจากอำเภอผิงหยินยังคงถูกเก็บไว้อยู่ เฉินเฟยไม่ได้กินมันและเก็บไว้เป็นความทรงจำ

ตอนเที่ยง ฉือเต๋อเฟิงกลับมา เฉินเฟยมองฉือเต๋อเฟิงอย่างแปลกใจ

“เมืองใหญ่แห่งนี้ต่างออกไป มีคนใช้เข็มเจาะโอสถจิตเบาจากนั้นขอเหมาทั้งหมดด้วยราคาหนึ่งเม็ดแปดตำลึง”

ฉือเต๋อเฟิงพูดด้วยรอยยิ้มจากนั้นมอบตั๋วเงินที่แบ่งแล้วให้เฉินเฟย เฉินเฟยประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงว่าเมืองเซียนเมฆาจะก้าวหน้าเรื่องทดสอบโอสถมากขนาดนี้

ในช่วงบ่าย เฉินเฟยหลอมโอสถและฝึกฝนกระบี่กับธนู พรุ่งนี้เขาจะไปสำนักกระบี่เซียนเมฆา หากบอกว่าไม่กังวลคงเป็นเรื่องโกหก ตราบเท่าที่เข้าร่วมได้เส้นทางยุทธของเฉินเฟยถือได้ว่าผ่านไปครึ่งทาง

แต่พอนึกถึงข้อกำหนดของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยก็รู้สึกปวดฟันอีกครั้ง มันช่างยากเย็นเหลือเกิน

ในวันที่ห้า เฉินเฟยตื่นแต่เช้า ทักทายฉือเต๋อเฟิงและออกไปทันที สำหรับเฉินเฟย คนตื่นเช้าแบบเฉินเฟยยังมีอีกมากในเมืองเซียนเมฆา

สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้อยู่ในเมือง หลังจากเดินทางครึ่งชั่วยามเฉินเฟยมาถึงเชิงเขาสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่ในเวลานี้ได้มีคนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันที่นี่

ทุกคนดูตื่นเต้น ผู้คนที่คุ้นเคยกำลังพูดคุยกัน สายตาของพวกเขามองที่ประตูสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นครั้งคราว ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา

จบบทที่ ตอนที่ 66 ประตูกระบี่เซียนเมฆา

คัดลอกลิงก์แล้ว