เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61 คนหนุ่มใต้หล้า

ตอนที่ 61 คนหนุ่มใต้หล้า

ตอนที่ 61 คนหนุ่มใต้หล้า


แม้จะผ่านไปแล้วหลายวัน แต่ในโลกของหนอนกู่นั้นยังคงได้กลิ่นอย่างชัดเจน

กลับกันแล้วเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายนั้นจะปิดกั้นลมปราณของคนที่มีชีวิต และลมปราณที่เหลืออยู่จะสลายไปในไม่ช้า

สีหน้าสวี่หวังเลี่ยงเปลี่ยนไปเล็กน้อยและเดินตามหลังอู่จางลี่ไป ในขณะเดียวกันนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกสองคนของตระกูลสวี่ได้ติดตามไปด้วย หากพบกับฆาตกรจริงจะได้ปราบดั่งสายฟ้าแลบทันที

หนอนกู่รวดเร็วมากหากเทียบกับความเร็วของคนธรรมดา หนึ่งเค่อต่อมา หนอนกู่หยุดอยู่หน้าลานบ้านทำท่าทางจะบินเข้าไป

อู่จางลี่รีบปกป้องหนอนกู่ หันไปมองสวี่หวังเลี่ยงที่อยู่ข้างหลัง

สวี่หวังเลี่ยงมองลานบ้านด้านหน้าซึ่งเป็นลานบ้านคนธรรมดา หูสวี่หวังเลี่ยงขยับเล็กน้อยแต่ไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากลานบ้าน

ร่างสวี่หวังเลี่ยงสั่นไหวมาถึงกำแพงบ้าน แต่ภายในนั้นไม่มีใครอยู่

กงเฟิ่งสองคนจากตระกูลสวี่มาที่ลานบ้านและเตะเปิดประตู ข้างในไม่มีอะไรเหลืออยู่ราวกับไม่เคยมีคนอาศัย

“กระบี่เล่มนั้นเคยอยู่ที่นี่พักหนึ่ง”

เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายอู่จางลี่จึงเดินเข้ามาชี้จุดหนึ่ง ตรงนั้นเป็นจุดที่ลมปราณหนาแน่นที่สุด เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ที่นี่ค่อนข้างนาน

“ไปพานายหน้ามาถามสถานการณ์ของที่นี่” สวี่หวังเลี่ยงพูดเสียงทุ้ม

ในไม่ช้านายหน้าที่ดูแลลานบ้านแห่งนี้ถูกพาตัวมา นายหน้าตกใจมากเมื่อเห็นสวี่หวังเลี่ยง ตอนนี้ในเมืองซิ่งเฝินไม่มีใครไม่รู้เกี่ยวกับตระกูลสวี่

“ใครเช่าลานบ้านนี้?” สวี่หวังเลี่ยงมองนายหน้า

นายหน้าความจำดี แม้เขาจะกลัวแทบตายแต่ยังอธิบายถึงรูปลักษณ์ของคนที่เช่าลานบ้านในเวลานั้น

อู่จางลี่ยืนอยู่ห่างโดยไม่พูดอะไร ในสถานการณ์แบบนี้คาดเดาได้ว่าคงไม่พบใคร ส่วนใหญ่แล้วล้วนปลอมตัวทั้งนั้นซึ่งสวี่หวังเลี่ยงรู้เช่นกัน แต่เขาจะไม่ละทิ้งความเป็นไปได้ใดๆ

หลังจากนายหน้าจากไป สวี่หวังเลี่ยงหันมองอู่จางลี่

“เป็นเรื่องที่ดียังไม่ทิ้งอาวุธ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ออกจากเมืองซิ่งเฝินมันต้องถูกจับได้แน่นอน!” อู่จางลี่รีบพูด

“ต้องลำบากท่านอู่กงเฟิ่งต่อแล้ว!”

“นั่นเป็นสิ่งสมควรทำ!”

อู่จางลี่หัวเราะเสียงดังๆและเรียกหนอนกู่ออกมา อู่จางลี่ยื่นมือไปข้างหน้าเล็กน้อย หนอนกู่วนรอบลานบ้านและบินออกไปข้างนอก

มีคนกลุ่มหนึ่งเดินตามหลัง แต่ครู่ต่อมาหนอนกู่มาที่ลานบ้านอีกหลัง

สวี่หวังเลี่ยงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ว่าไม่มีใครอยู่ในลานบ้าน เมื่อเข้าไปในลานบ้านก็ไม่พบวี่แววของผู้คน

“ไอ้โจรนั่นช่างระวังตัวจริงๆ!”

คำพูดนี้เหมือนเล็ดลอดมาจากร่องฟันสวี่หวังเลี่ยง กระต่ายเจ้าเล่ห์ตัวนี้ทำให้สวี่หวังเลี่ยงโกรธมากยิ่งขึ้น

“กี๊!”

หนอนกู่ส่งเสียงร้องยาว ใบหน้าของอู่จางลี่แสดงความสุขเมื่อได้ยิน

“กลิ่นที่นี่หายไปเมื่อสองวันก่อน มันอาจจะยังไม่ได้ออกจากเมืองซิ่งเฝิน!”

“ดี!”

สวี่หวังเลี่ยงพยักหน้า อู่จางลี่สั่งให้หนอนกู่ไล่ตามไปสถานที่ต่อไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากที่หนอนกู่วนเวียนอยู่ในลานบ้านสักพักมันก็ไม่บินออกจากลานบ้าน

สีหน้าของอู่จางลี่เปลี่ยนไป เขาส่งเสียงร้องยาวแปลกๆซึ่งค่อนข้างคล้ายกับหนอนกู่

หนอนกู่ตอบสองสามครั้ง อู่จางลี่ขมวดคิ้ว

สติปัญญาหนอนกู่ไม่สูงนัก ดังนั้นอู่จางลี่จึงสื่อสารได้เพียงสั้นๆ และผลลัพธ์ของการสื่อสารคือที่นี่เป็นที่สุดท้ายที่หนอนกู่ได้กลิ่นกระบี่

“เกิดอะไรขึ้น?” สวี่หวังเลี่ยงถาม

“เหมือนกระบี่เล่มนั้นจะหายไป...”

อู่จางลี่ลังเลก่อนจะพูด ข้อสรุปนี้ค่อนข้างไม่น่าเชื่อ แต่นี่เป็นข้อมูลที่เขาได้หนอนกู่

ใบหน้าสวี่หวังเลี่ยงมืดมนราวกับกำลังจะจมน้ำ

...

ในลานบ้าน เฉินเฟยกำลังถือกิ่งไม้ฝึกวิชากระบี่

เฉินเฟยเก็บกระบี่กับธนูยาวไว้ในช่องมิตินานแล้ว เฉินเฟยไม่รู้ว่าตระกูลสวี่มีวิธีใดบ้างที่จะติดตามมันได้ ความเป็นไปได้ที่กระบี่จะกลายเป็นสิ่งติตตามนั้นสูงมาก

ให้โยนทิ้งไป เฉินเฟยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธีใดบ้างจึงกังวลว่าพอโยนทิ้งแล้วจะมีโอกาสโดนพบตัวมากขึ้น สำหรับการหลอมใหม่ เฉินเฟยกังวลว่าจะถูกร้านช่างตีเหล็กขายข้อมูลซึ่งมันเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย

เป็นการดีกว่าที่จะเก็บไว้ในช่องมิติ ช่องมิติสามารถหยุดเวลาของอาหาร เฉินเฟยไม่เชื่อว่าตระกูลสวี่จะมีวิธีทำลายข้อจำกัดของช่องมิติ

เนื่องจากช่องมิติมีความละเอียดอ่อน หลังจากช่วยฉือเต๋อเฟิง เฉินเฟยจึงไปที่ลานบ้านอีกแห่งและจัดการสิ่งของต่างๆที่นั่น

เขาใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลับมาลานบ้านปัจจุบัน

เฉินเฟยไม่ได้หลอมโอสถเช่นกันและแสร้งทำเป็นนักยุทธ์ธรรมดา เมื่อวานคนจากตระกูลสวี่มาค้นบ้านนี้ หลังจากเฉินเฟยยัดเงินมากกว่าสิบตำลึงคนเหล่านี้จึงยอมจากไป

กลุ่มค้นหาตระกูลสวี่ตัวอ้วนขึ้นเยอะ พวกเขาทำเงินได้มากมายจากการรับเงินแต่ละบ้าน ด้วยเหตุนี้กระบวนการค้นหาจึงเป็นเพียงพิธีการ พวกเขาไม่เคยคาดหวังว่าจะใช้วิธีนี้ค้าหาคนเจอ

“ห้ากระบี่ ในสถานการณ์ตัวต่อตัวอาจทำให้บาดเจ็บหรือถึงขั้นฆ่าระดับขัดเกลาไขกระดูกได้ แต่เหอหยวนฉิวที่อยู่ระดับขัดเกลาไขกระดูกค่อนข้างอ่อนด้อย”

เฉินเฟยมองกิ่งไม้ในมือ ภาพการต่อสู้ในวันนั้นยังคงฉายซ้ำอยู่ในใจ

ในช่วงไม่กี่วันนี้เฉินเฟยสรุปผลได้เสียของการต่อสู้ในวันนั้น ในขณะเดียวกันยังแยกแยะจุดแข็งจุดอ่อนของวิชายุทธ์ตัวเอง ต้องต่อสู้เอาเป็นเอาตายแบบนี้เท่านั้นถึงจะค้นพบข้อบกพร่องของตัวเอง

“เอี๊ยด!”

ประตูลานบ้านเปิดออก ฉือเต๋อเฟิงกลับมาจากด้านนอก หลังผ่านไปหลายวันอาการบาดเจ็บของฉือเต๋อเฟิงก็หายดี เมื่อเร็วๆนี้เขาออกไปซื้ออาหารเป็นครั้งคราวและได้สอบถามเกี่ยวกับข่าวคราวบ้าง

เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นแต่เห็นฉือเต๋อเฟิงขมวดคิ้ว

“อำเภอผิงหยินล่มสลาย!” ฉือเต๋อเฟิงพูดเสียงต่ำ

เฉินเฟยตกตะลึง แม้เขาจะคาดการณ์ผลดังกล่าวไว้นานแล้ว แต่พอได้ยินจริงก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจ

“เจ้ารู้ได้อย่างไร มีคนจากอำเภอผิงหยินหนีมาเมืองซิ่งเฝิน?” เฉินเฟยถาม

ฉือเต๋อเฟิงพยักหน้า วางอาหารในมือลงบนโต๊ะหิน เทเหล้าสองแก้ว เริ่มดื่มคนเดียวก่อนและถอนหายใจยาว

เฉินเฟยนั่งบนเก้าอี้และเริ่มดื่มกับฉือเต๋อเฟิง

เฉินเฟยไม่สามารถรับมือกับสิ่งแปลกประหลาดที่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยได้ หายนะเช่นนี้ย่อมไม่ต้องพูดถึงเลย พูดได้เพียงว่ายังอ่อนแอนเกินไป แม้จะรู้หลายสิ่งหลายอย่างแต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

นี่คือความเศร้าของคนอ่อนแอ และยังเป็นสถานะที่ของคนส่วนใหญ่ในโลกนี้

สายลมพัดพากลิ่นหอมดอกหลิวไปทั่วร้าน อู๋จีเทเหล้าเชิญลูกค้าลองชิม ขอถามเรื่องน้ำไหลทางทิศตะวันออกว่าสั้นหรือยาว

เฉินเฟยและฉือเต๋อเฟิงมีความคิดมากมายอยู่ในใจ แต่พวกเขายกแก้วเหล้าในมือไม่หยุด ด้วยฤทธิ์ของเหล้านี้ฉือเต๋อเฟิงจึงเริ่มเล่าเรื่องของเขา

เนื้อเรื่องธรรมดามาก ไม่มีหักมุมไม่พลิกพัน เป็นเพียงเรื่องของคนหนุ่มที่ต้องการเห็นใต้หล้า

ฉือเต๋อเฟิงพูดเป็นช่วงๆ แต่เฉินเฟยฟังอย่างจริงจังจนกระทั่งฉือเต๋อเฟิงหัวเราะเสียงดังและล้มตัวลงนอนบนโต๊ะ

ห้าวันผ่านไปในพริบตา ภายในเมืองยังวุ่นวายเหมือนเดิม ตระกูลสวี่ยังไม่ล้มเลิกการค้นหา

จนกระทั่งกองคาราวานเซียนเมฆามาถึงเมืองซิ่งเฝิน

“หนึ่งพันตำลึงต่อคน?”

เฉินเฟยไม่อยากเชื่อ ฉือเต๋อเฟิงพยักหน้า

เฉินเฟยเงยหน้ามองท้องฟ้า เห้นได้ชัดว่ากองคาราวานเซียนเมฆาสามารถคว้าผลประโยชน์นี้ไว้ได้ ท้ายสุดแล้วมันจบด้วยการต้องแลกเปลี่ยนตั๋ว

จบบทที่ ตอนที่ 61 คนหนุ่มใต้หล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว