เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 เฝ้าติดตาม

ตอนที่ 43 เฝ้าติดตาม

ตอนที่ 43 เฝ้าติดตาม


“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้เงินหนึ่งตำลึงทำให้ธนูหวนคืนศูนย์เป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“ธนูหวนคืนศูนย์แบบง่าย...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...ธนูหวนคืนศูนย์ → หมี่แห้ง!”

เป็นผลลัพธ์แบบง่ายที่คาดไม่ถึงอีกอย่าง เฉินเฟยกระพริบตาปริบ อะไรคือความเชื่อมโยงระหว่างธนูกับบะหมี่? มีเส้นเหมือนกัน?

แต่เส้นบะหมี่มันไม่ใช่เส้นเอ็นนะ

เฉินเฟยยิ้มกว้าง เขาหาอาหารที่เก็บไว้แต่ไม่เจอบะหมี่เลย แต่ปัญหานี้แก้ไขได้ง่ายๆด้วยการให้ตระกูลจ้าวนำมาให้พรุ่งนี้

ตระกูลจ้าวมองเฉินเฟยเป็นลูกจ้างทองคำ หากเขาต้องการกินบะหมี่พวกเขาก็ต้องนำมาให้

ตอนนี้ยังเพิ่มความชำนาญวิชายุทธ์ไม่ได้ชั่วคราว เฉินเฟยจึงหยิบสมุนไพรหลอมโอสถจิตเบาของวันนี้ออกมา

ความชำนาญโอสตจิตเบาห่างจากระดับรู้แจ้งเล็กน้อย คาดว่าน่าจะไปถึงในอีกไม่กี่วัน แต่การหลอโอสถจิตเบาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ปริมาณโอสถที่หลอมได้มีไม่น้อย

เฉินเฟยเริ่มหลอมโอสถจิตเบา แต่ละครั้งจะมีอย่างน้อยสองเม็ดถ้าโชคดีจะมีสามเม็ด ดังนั้นการแลกเปลี่ยนสมุนไพรหนึ่งชุดกับโอสถจิตเบาหนึ่งเม็ดและได้รับเงินหกตำลึงจึงเป็นข้อตกลงที่ทำให้เขาร่ำรวย

ท้ายที่สุดแล้วการความรู้เป็นรหัสผ่านสู่ความมั่งคั่ง

ยิ่งมีความรู้สูงความมั่งคั่งก็ยิ่งมาก หากเป็นนักหลอมโอสถคนอื่นคงหลอมโอสถจิตเบาระดับเชี่ยวชาญได้เพียงหนึ่งเม็ดต่อหนึ่งเตา นั่นจึงทำได้แค่หาเงินจากการทำงานหนักเท่านั้น

ตอนบ่ายวันต่อมา หลังจากตระกูลจ้าวได้รับคำขอของเฉินเฟย พวกเขาก็ส่งบะหมี่หนึ่งกล่องมาให้โดยตรง

ปรุงบะหมี่ หลอมโอสถ ฝึกฝนพลังภายใน ตารางงานของเฉินเฟยถูกจัดใหม่จนสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันเขายังคงรอข่าวจากฉือเต๋อเฟิง

เนื่องจากการกระทำของสิ่งแปลกประหลาด กองทัพกบฏจึงเข้าไปในภูเขาผิงหยินบ่อยขึ้น ดูเหมือนกองทัพกบฏจะวางแผนจัดการอำเภอผิงหยินเป็นอย่างดี

ไม่รู้ว่าเป็นผลจากการทำงานหนักของกองทัพกบฏหรือไม่ แต่สิ่งแปลกประหลาดบนภูเขาผิงหยินค่อยๆลดลงและไม่ออกมาฆ่าคนเหมือนแต่ก่อน

คนในอำเภอผิงหยินมีทัศนคติต่อกองทัพกบฏดีขึ้น อย่างไรแล้วคนธรรมดาก็ยังกลัวสิ่งแปลกประหลาดมาก แต่เฉินเฟยไม่มีความสุขเลยเพราะเนื้อเน่าติดกระดูกตรงข้อมือเขายังแสดงอาการเช่นเดิม

เมื่อเวลาผ่านไปมันยังแสดงอาการรุนแรงขึ้น

หากไม่ใช่เพราะว่าคำพูดของเขาไร้ซึ่งน้ำหนักหลักฐาน เฉินเฟยอยากรายงานสถานการณ์นี้จริงๆ แต่น่าเสียดายที่กองทัพกบฏไม่ไว้ใจนักหลอมโอสถตัวเล็ก

“ปัก!”

ในลานบ้าน ท่อนไม้ที่แกว่งไหวไปมาถูกเฉินเฟยหักด้วยลูกธนู

เขาวางธนูยาวในมือลง ธนูหวนคืนศูนย์ถึงระดับรู้แจ้งได้อย่างง่ายดายเพราะการทำบะหมี่แห้งนั้นไม่ได้บอกว่าต้องทำครั้งละเท่าไหร่

เฉินเฟยเรียบง่ายมากเช่นกัน เขาทำบะหมี่แห้งครั้งหนึ่งเส้นเท่านั้น นั่นทำให้บะหมี่หนึ่งกล่องสามารถพาไปถึงจุดสูงสุด เมื่อครู่เขาเพิ่งกินบะหมี่แห้งทั้งหมดไปซึ่งมันค่อนข้างเค็ม

สำหรับพลังของธนูนี้ถือว่าธรรมดามาก ท้ายที่สุดแล้วตอนทำเป็นแบบง่ายมันใช้เงินเพียงหนึ่งตำลึง นั่นแสดงให้เห็นว่าวิชาธนูนี้เป็นเพียงของพื้นฐาน

หากเทียบกับวิชาระดับเดียวกัน มันเทียบได้กับหมัดจีซานที่เขาเรียนรู้ในตอนนั้น

แต่เฉินเฟยค่อนข้างพอใจกับมัน เขาใช้เวลาไม่กี่วันในการเปลี่ยนจากมือใหม่ที่ไม่เข้าใจอะไรเลยเป็นนักธนูที่สามารถยิงเป้าได้ ผลลัพธ์แบบนี้จึงไม่มีอะไรให้ต้องบ่น

ยังมีวิชาธนูอีกสองชุด เฉินเฟยคาดเดาว่าต้องใช้เวลาห้าหกวันถึงจะฝึกเสร็จ เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะไปซื้อธนูยาวที่ดีกว่านี้แม้ว่าจะฝึกเสร็จแล้วก็ตาม

ตอนกลางคืน ตลาดมืด

“นี่เป็นของสำหรับวันนี้”

เฉินเฟยวางโอสถฟื้นฟูสมรรถภาพและโอสถจิตเบาไว้บนโต๊ะ เจ้าของร้านตรวจสอบเล็กน้อยและรับมันด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันเขามอบเงินกับสมุนไพรโอถจิตเบาห้าชุดให้

เฉินเฟยเก็บสิ่งของหันหลังจากไป ไม่ไกลจากตลาดมืด เขาหยุดเดิน

“ใต้เท้า ตระกูลหลักต้องการทราบว่าสามารถพบหน้าท่านได้หรือไม่?”

คนชุดดำหลายคนเข้าปิดล้อม ดาบในมือสะท้อนแสงจันทร์เย็นยะเยือก

สีหน้าเขายังคงสงบ เขาคิดไว้แล้วว่าการขายโอสถในตลาดมืดวันนี้จะมีปัญหา ท้ายที่สุดแล้วนักหลอมโอสถล้วนเป็นที่ชื่นชอบ

วิธีที่ดีที่สุดคือมัดตัวพากลับไปและให้พวกเขาหลอมโอสถอย่างสิ้นหวัง

“ตอนนี้สายแล้ว ไว้วันหลังเถอะ”

หลังเฉินเฟยพูดจบก็ไปปรากฏตัวต่อหน้าคนคนนั้นแล้วใช้ดาบที่ใช้ในการปลอมตัวฟันใส่

“หักขาได้ แต่ห้ามทำร้ายมือ!”

ดูเหมือนเฉินเฟยจะไม่ยอมแพ้ คนชุดดำออกคำสั่ง ดาบในมือหลายคนฟันใส่เขา

เฉินเฟยยิ้มแล้วใช้เคล็ดชำระใจทันที ทุกสิ่งรอบตัวในการรับรู้เขาเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

การเคลื่อนไหวต่อไปของคนชุดดำทั้งห้าถูกเปิดเผยต่อสายตาเฉินเฟย ความรู้สึกควบคุมทุกอย่างเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง

เฉินเฟยตวัดดาบในมือเหมือนฟันแบบสุ่ม แต่คนทั้งห้าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและปล่อยอาวุธในมือทิ้ง

ทั้งห้าตกใจกลัวจนถอยไปโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่กำข้อมือไว้จู่ๆพวกเขาก็เจ็บขาอย่างรุนแรงพร้อมกับมีเลือดพุ่งออกมา

“อ๊าาาก!!”

ทั้งห้าไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปจนต้องกรีดร้องออกมา จากนั้นล้มตัวลงพื้น

เฉินเฟยหัวเราะเสียงดัง ร่างเขากระโจนหายไปจากจุดนั้น

ไม่ว่าใครเป็นคนส่งคนเหล่านี้มาหรือว่ามีคนอื่นคอยเฝ้าดูอยู่รอบนอก แต่เฉินเฟยบรรลุจุดประสงค์ในครั้งนี้แล้ว

จุดประสงค์คือทำให้ตระกูลเข้าใจว่านักหลอมโอสถคนนี้ควบคุมไม่ง่าย นักหลอมโอสถที่มีระดับบ่มเพาะแบบนี้จะโต้กลับหากไม่ระวังให้ดี ดังนั้นการร่วมมือกันแบบปัจจุบันอาจเป็นเรื่องปลอดภัยกว่า

เฉินเฟยคาดการณ์ไว้แล้ว แต่เพื่อแยกตัวเองออกจากตัวตนเดิมเขาจึงไม่ใช้วิชากระบี่

หากต้องการสร้างรายได้ จำเป็นต้องยอมรับความเสี่ยง

“สายตาดี วิชาดาบปานกลาง”

ไม่ไกลนัก หลิงฮั่นจุนมองการเคลื่อนไหวของเฉินเฟยแล้วส่ายหัว

“พวกเราตามไปเถอะ คนคนนี้มีวิชาปลอมตัวที่ดี ข้าไม่สามารถเห็นใบหน้าเดิมของเขาได้ หากได้เห็นภาพเหมือนเขาอาจเจออะไรบางอย่าง” ซิงเหวินเซียงด้านข้างพูด

“ได้!”

หลิงฮั่นจุนพยักหน้า ทั้งสองสั่นไหวติดตามเฉินเฟยไป

เฉินเฟยกำลังจะสลัดผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังหลุด แต่ทันใดนั้นสัมผัสได้ว่ามีสองร่างพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อกำลังคิดว่าจะใช้ท่าร่างสลัดอีกฝ่ายดีไหมก็เห็นหน้าหลิงฮั่นจุนอย่างชัดเจน

สองคนนี้อยู่ในตลาดมืดแต่ไม่ได้ปิดบังหน้าตาเลย พวกเขากล้ามาก!

ความคิดหลายอย่างแวบเข้ามาในหัว ปรากฎว่าตัวตนแรกอาจถูกตัดออกไปแล้ว และรัศมีของหลิงฮั่นจุนทั้งสองไม่เหมือนจะมาฆ่าใคร

เขาลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจดูว่าทั้งสองต้องการทำอะไร เหตุผลหลักคือเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงสองคนนี้ได้หากต้องการซื้อขายในตลาดมืดต่อไป

ครู่ต่อมา หลิงฮั่นจุนกับซิงเหวินเซียงมาหาเฉินเฟย

“ขออภัยด้วย มีเรื่องที่ต้องตรวจสอบ”

ซิงเหวินเซียงกุมมือให้เฉินเฟย ส่วนหลิงฮั่นจุนด้านข้างจ้องมองเฉินเฟย

ส่วนสูง หน้าตา โครงหน้าไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แน่นอนว่าหากฝึกวิชาปลอมตัวถึงขั้นละเอียดอ่อนจะสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ แต่น้อยคนนักที่จะทำได้

ความว่องไวที่คนนี้แสดงให้เห็นเมื่อครู่ยังแตกต่างจากคนในคืนนั้นมาก สง่างามและว่องไวกว่าซึ่งต่างกันลิบลับ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะพัฒนาความว่องไวถึงระดับนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ

หลิงฮั่นจุนถอนสายตาและยื่นภาพเหมือนออกไป

จบบทที่ ตอนที่ 43 เฝ้าติดตาม

คัดลอกลิงก์แล้ว