เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 ไล่ล่า

ตอนที่ 33 ไล่ล่า

ตอนที่ 33 ไล่ล่า


โจวลี่เบิกตากว้างอย่างหวาดกลัว เมื่อเขากำลังจะสู้กลับ ความเจ็บปวดรุนแรงได้ส่งผ่านมาจากคอ ช่วงเวลาต่อมาทุกอย่างกลายเป็นความมืดมิด

“อ๊าาา!”

เมื่อเห็นโจวลี่ล้มลงพื้นโจวฉือก็ร้องด้วยความตกใจ แต่พอร้องออกมากลับพบว่าปากถูกมือปิดไว้ทำให้ไม่มีเสียงใดออกมา

“เจ้านี่เองที่คอยสอดส่องข้าตอนกลางวัน!”

ซุนซู่มองโจวฉือ มือข้างหนึ่งปิดปากโจวฉือ และมืออีกข้างคว้าคอโจวฉือไว้ด้านหน้า

ดวงตาโจวฉือเต็มไปด้วยน้ำตา เขาเตะเท้าอย่างแรงแต่ไม่อาจหลุดพ้นได้ เขาทำได้เพียงมองใบหน้าซุนซู่ที่ใกล้เข้ามา

“ทุกการตัดสินใจมีราคาที่ต้องจ่าย เจ้าเข้าใจหรือไม่? ฮ่าฮ่าฮ่า!”

จู่ๆซุนซู่หัวเราะออกมาอย่างอธิบายไม่ได้ มือที่จับคอโจวฉือหดลง ลูกตาโจวฉือถลนออกมา ครู่ต่อมาลานบ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกเลือด

“ราคา...ตระกูลจาง...”

ซุนซู่พึมพำ เขาคลายมือออก ร่างของโจวฉือตกลงสู่พื้น

นอกกำแพงลาน ร่างเล็กๆกำลังเฝ้าดูทุกสิ่งผ่านรูบนกำแพง

จ้าวฉีปิดปากแน่นเพื่อป้อวกันไม่ให้ตัวเองร้องออกมา

จ้าวฉีจะมาแอบมองบ้านถัดไปผ่านรูนี้ทุกวัน บางครั้งที่ลานบ้านว่างเปล่าเขาก็ยังมาดูด้วยความสนใจ

แต่วันนี้เขารู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเห็นการฆ่าแบบนี้

ฟันจ้าวฉีกระทบกันอย่างต่อเนื่อง แต่เขาไม่กล้าส่งเสียงใดๆเพราะรู้ว่าถ้าส่งเสียงดังฆาตกรจะมาตามฆ่า

จ้าวฉีมองซุนซู่เดินออกไปจากลานบ้าน

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกและปล่อยมือที่ปิดปาก ด้วยความโล่งใจเล็กน้อยนี้เขาจึงเงยหน้ามองผ่านรูอีกครั้ง แต่สิ่งที่เห็นครั้งนี้เป็นดวงตาข้างหนึ่งมองกลับมา

“อ๊าาาก”

จ้าวฉีร้องลั่นและก้าวถอยหลังอย่างสิ้นหวัง

“มีหนูตัวน้อยซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วย...”

...

ศูนย์การแพทย์เป่ยเฉิง

ในห้องหลอมโอสถ เฉินเฟยยังคงเปลี่ยนวิธีหลอมโอสถอยู่เสมอ กลิ่นสมุนไพรฟุ้งกระจายออกมาจากเตาหลอม

“ปึง!”

เตาหลอมโอสถสั่นสะเทือน กลิ่นหอมสมุนไพรกลายเป็นกลิ่นไหม้ทันที

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เปิดฝาเตา ดูโอสถไหม้เกรียมที่ตกค้างอยู่ข้างในแล้วส่ายหัว

“ไม่รู้ว่าขาดสมุนไพรตัวไหน ติดอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว”

เฉินเฟยเกาหัว หลังทำความสะอาดเตาหลอมเสร็จก็เริ่มนึกถึงรายละเอียดการหลอมโอสถ ทันใดนั้นมีเสียงเอะอะดังมาจากข้างนอก

เฉินเฟยลุกขึ้นเดินออกไป เห็นคนรับใช้พูดอะไรบางอย่างด้วยความตื่นตระหนก

“ผู้ดูแลเฉิน”

หลิวจวินอยู่ตรงนั้นเช่นกัน เมื่อเขาเห็นเฉินเฟยมาจึงรีบเข้าไปทักทาย

“มีเรื่องอะไร?”

“มีบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวคนรับใช้คนนี้ ดูเหมือนว่าคนในครอบครัวของเขาจะถูกฆ่าตาย ตอนนี้เขากำลังขอร้องศูนย์การแพทย์มอบค่าจ้างให้ล่วงหน้า”

เฉินเฟยมองคนรับใช้คนนั้น ผิวออกสีเขียว ร่างกายขาดสารอาหารอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนี้มักจะพบในคนรับใช้

“เอาเงินนี้ไปให้เขา นี่เป็นเงินส่วนตัวของข้า”

เฉินเฟยหยิบเหรียญเงินออกมาสองสามเหรียญจากนั้นหันหลังจากไป นี่เป็นสิ่งเดียวที่เฉินเฟยทำได้ ถ้าให้มากกว่านี้เกรงว่าคนรับใช้คนนั้นคงเก็บรักษาเอาไว้ไม่ได้

เฉินเฟยเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงขอบคุณของคนรับใช้คนนั้นดังมาจากด้านหลัง เฉินเฟยโบกมือปัดแล้วกลับไปในห้องหลอมโอสถ

เขาเลิกสนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่และศึกษายาโอสตจิตเบาต่อ

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยลูบหัวตัวเองด้วยความปวดหัว ผลของโอสถมีน้อยมากแต่มันเป็นเรื่องปกติ การคาดเดาสมุนไพรจากโอสถที่หลอมเสร็จแล้วเป็นเรื่องที่ยากมาก

แต่เฉินเฟยสนุกไปกับมันเช่นกัน ความคืบหน้าในตอนนี้ถือว่าไม่ได้แย่ หากทำต่อไปเฉินเฟยมั่นใจว่าจะย้อนสูตรโอสถจิตเบาได้แน่นอน

เฉินเฟยหยิบกระบี่ยาวข้างตัวและเริ่มเคลื่อนไหวในห้องหลอมโอสถ

ตอนนี้ชีวิตของเฉินเฟยเป็นแบบนี้ นอกจากฝึกกำลังภายในทุกวันที่ไม่เปลี่ยนแปลง เวลาที่เหลือคือการฝึกกระบี่หรือหลอมโอสถ

วิธีบีบคั้นแบบนี้ทำให้แทบไม่มีเวลาพัก แต่นอกจากเฉินเฟยจะไม่หมดแรง เขากลับมีพลังเต็มเปี่ยม

วันเวลาค่อยๆผ่านไป เพียงพริบตาเดียวได้ผ่านไปอีกสิบวัน

สิบวันที่ผ่านมาอำเภอผิงหยินไม่มีความสงบแม้แต่น้อย และนอกเขตผิงหยินมีแต่เกิดความวุ่นวาย

กองทัพที่ราชสำนักส่งมาปราบปรามพ่ายแพ้ให้กบฏ ตอนนี้แนวป้องกันเริ่มถอยร่นกลับมาทีละขั้น

กองทัพกบฏเติบโตขึ้นจนกดดันกองทัพของราชสำนัก และไม่ใช่เพียงแค่นั้น ในหลายอำเภอเริ่มมีกองทัพกบฏเช่นกัน และด้วยความร่วมมือจากทั้งภายในและภายนอก กองทัพกบฏจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ในอำเภอผิงหยิน สมาชิกหลักของตระกูลจางตายไปหนึ่งคน แต่นั่นทำให้ตระกูลจางรู้ตำแหน่งของซุนซู่ ครั้งหนึ่งพวกเขาส่งคนไปจับแต่ซุนซู่ก็หนีไปได้

ส่วนเฉินเฟยก็ผสานวิชากระบี่ทั้งสี่เสร็จแล้วเช่นกัน

[วิชายุทธ์: กระบี่ลายเพลิง(สมบูรณ์7124/10000)]

เมื่อเทียบกับกระบี่เขาเขียวอันเดิม กระบี่ลายเพลิงในตอนนี้มีพลังมากกว่าเจ็ดส่วน

ด้วยวิชากระบี่ปัจจุบัน เฉินเฟยสามารถเทียบกับเจี่ยนเหลียงในตอนนั้นได้แล้ว หากกระบี่ลายเพลิงยกเป็นระดับรู้แจ้ง ต่อให้ฆ่าเจี่ยนเหลียงไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ยังชนะ

วิชากระบี่นี้ทำให้เขาสู้ข้ามระดับ เห็นได้ชัดแล้วว่าวิชากระบี่นี้ยอดเยี่ยมเพียงไหน เมื่อเทียบกับวิชาสืบทอดของตระกูลในอำเภอผิงหยินแล้ว วิชากระบี่ของเฉินเฟยไม่ได้น้อยหน้าเลย

ในห้องโถงศูนย์การแพทย์

เฉินเฟยกำลังพูดคุยกับหมอเกี่ยวกับคุณสมบัติสมุนไพรบางชนิด โอสถจิตเบาอยู่ที่เดิมนานแล้ว การพูดคุยเรื่องสรรถคุณสมุนไพรกับหมออาจทำให้เฉินเฟิยคิดได้มากขึ้น

ขณะที่กำลังคุยกันอย่างมีความสุข จางเยว่เจินได้ปรากฏตัวในห้องโถงศูนย์การแพทย์

“ผู้คุ้มกันทั้งหมดจงตามข้ามา เฉินเฟย เจ้ามาด้วย!”

จางเยว่เจินตะโกนเรียก เมื่อเห็นเฉินเฟยอยู่ในห้องโถงนางจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเรียกให้เขามาด้วย เขาอยู่ในระดับขัดเกลาผิวหนัง เมื่อเทียบกับหมอที่ไม่มีพลังแล้วเฉินเฟยเป็นผู้สนับสนุนที่ดดีกว่า

สิ่งสำคัญคือจางเยว่เจินต้องการทุบตีเฉินเฟยอีก

สีหน้าของเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินตามหลังไป

เพียงครู่เดียวผู้คุ้มกันทั้งหมดในศูนย์การแพทย์ก็ปรากฎตัว จางเยว่เจินโบกมือให้ตามมาโดยไม่อธิบายอะไรและเดินออกไป

คนอื่นไม่รู้ว่าทำไม แต่พวกเขาทั้งหมดยังเดินตามหลังมา

เฉินเฟยวิ่งไปอยู่ระหว่างส่วนกลางและส่วนหลัง หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มคนได้ออกจากอำเภอผิงหยินและมาถึงป่าบนภูเขา มีร่างหนึ่งเดินไปมาอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นจางเยว่เจินก็รีบขึ้นเข้ามาหานาง

“ซุนซู่ยังอยู่หรือไม่?” จางเยว่เจินถามอย่างกระวนกระวาย

“มันยังอยู่ที่นี่และบาดเจ็บจริง แต่เจ้าต้องรีบไปจัดการไม่เช่นนั้นอีกไม่นานคนอื่นที่ได้ข่าวจะตามมา” จางเชียงเขย่าถุงเงินที่จางเยว่เจินมอบให้และพูดด้วยรอยยิ้ม

“ก็แค่ซุนซู่คนเดียว ข้าจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้!”

“ข้าจะกลับไปรอข่าวดีจากเจ้า!” จางเชียงกุมมือ

จางเยว่เจินหัวเราะเสียงดังผ่านจางเชียงที่รีบออกไป ทันใดนั้นผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลังตระหนักได้ว่าพวกเขาเจอตัวซุนซู่แล้ว และตอนนี้จางเยว่เจินขึ้นมาเป็นผู้นำในการกำจัดความกังวลของตระกูลจาง

จบบทที่ ตอนที่ 33 ไล่ล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว