เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 เซียนชี้นำ

ตอนที่ 29 เซียนชี้นำ

ตอนที่ 29 เซียนชี้นำ


ตลอดช่วงกลางวัน อำเภอผิงหยินอยู่ในความสงบ

เฉินเฟยสับสนเล็กน้อย คนในที่ว่าการอำเภอไม่เชื่อข้อความของเขาหรือ?

เรื่องนี้อาจเป็นไปได้เพราะวิธีการลับๆล่อๆแบบนี้ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนได้ยาก แต่อย่างน้อยที่ว่าการก็ควรส่งคนไปตรวจสอบสักหน่อย

หากตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนจริง อย่างน้อยคงได้เจอเงื่อนงำบางอย่าง

ตอนกลางวัน เฉินเฟยฝึกกระบี่เขาแกร่งและศึกษาสูตรโอสถจิตเบาเป็นครั้งคราวซึ่งเป็นการเปลี่ยนความคิดของตัวเอง

ส่วนสูตรโอสถจิตเบาที่ได้จากฉือเต๋อเฟิงนั้น ถ้าบอกว่ามันไร้ประโยชน์เลยคงพูดเกินจริงไปหน่อย แต่ถึงจะมีประโยชน์มันก็เป็นส่วนน้อยมาก

โชคดีที่เฉินเฟยมีระบบ หลังทำให้สูตรโอสถจิตเบาเป็นแบบง่ายเขาก็ได้รับวิธีหลอมโอสถจิตเบา

เมื่อเริ่มหลอมโอสถจะมีหลายสิ่งที่ต้องให้ความสนใจ และวิธีหลอมโอสถนี้จะถูกใช้ในการปรับแต่งในโอสถเตาหลอม

ดังนั้นวิธีหลอมโอสถจิตเบาจึงมีประโยชน์กับเฉินเฟย แต่เฉินเฟยยังต้องคาดเดาสมุนไพรในการหลอมโอสถเอาเอง

เฉินเฟยกำลังคิดว่าจะซื้อสูตรโอสถที่คล้ายกันอีกสองสามสูตร จากนั้นนำมาทำเป็นแบบบง่ายและดูว่าสามารถเพิ่มอะไรได้อีกหรือไม่

แต่น่าเสียดายที่เมื่อเทียบกับตำราวิชาแล้ว มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสูตรโอสถ และไม่มีนักหลอกโอสถคนไหนยอมซื้อสูตรโอสถที่อธิบายไม่ได้

หากไม่มีการซื้อขายย่อมไม่มีใครรวบรวมสูตรโอสถ ตำราวิชาเหล่านั้นยังพอใช้อ่านแก้เบื่อได้ แต่สิ่งที่น่าเบื่ออย่างสูตรโอสถนำมาใช้แก้เบื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ

ดังนั้นเวลาที่เฉินเฟยกำลังฝึกกระบี่ เขาจะนำโอสถจิตเบาที่หลอมเสร็จแล้วออกมาวิเคราะห์องค์ประกอบสมุนไพรในนั้น บางครั้งเขาจะลองหลอมสักสองสามเตาเพื่อดูผลลัพธ์

ตกกลางคืน เฉินเฟยฝึกซ้อมในลานบ้านที่เขาอาศัยอยู่

ลานนี้ไม่ใช่ที่เดิมเพราะซุนซู่รู้จักลานเก่าแล้ว เฉินเฟยไม่อยากอยู่แบบระแวดระวังตลอดเวลาดังนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อคลายความกังวล

เฉินเฟยถือกระบี่ยาวและเดินไปรอบลาน แสงกระบี่วาบผ่านโดยมีปราณกระบี่จางๆห่อหุ้ม

“ฆ่า!”

ทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากระยะไกล เฉินเฟยหยุดมือและหันไปทางตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งกำลังเกิดไฟไหม้ เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย นั่นมันจุดที่พวกโจรภูเขาซ่อนตัวไม่ใช่หรือ?

“ที่ว่าการอำเภอน่าจะลงมือแล้ว!”

เฉินเฟยมองเปลวไฟในระยะไกล เสียงการต่อสู้ดังขึ้นเป็นระยะๆ แม้ว่าจะดังขึ้นเป็นช่วงๆแต่เฉินเฟยก็ได้ยินเสียงกรีดร้องทั้งหมด

นอกจากไฟที่อยู่ไกลออกไปแล้ว ไฟทุกดวงตามบ้านยังดับลง เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวตรงนั้นทำให้คนธรรมดาหลายคนหวาดกลัว และตอนนี้พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย

“โจรภูเขาพวกนั้นฝ่าวงล้อมไปแล้ว!”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เสียงการต่อสู้ในระยะไกลเริ่มกระจายออกไปรอบด้าน เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ที่ว่าการอำเภอปิดล้อมไม่สำเร็จ

เสียงการวิ่งไล่สังหารดังมาจากที่ไกลและใกล้เข้ามา โจรวิ่งมาทางด้านนี้โดยมีนักว่าการตามหลังมา เสียงค่อยๆจางหายไป ไม่รู้ว่าโจรโดนฆ่าไปหรือเป็นนักว่าการที่โดนฆ่า

ยังมีเสียงประปรายอยู่รอบด้านแต่มันก็เริ่มสงบลง เฉินเฟยเก็บกระบี่ยาวและกำลังจะกลับเข้าบ้าน ทันใดนั้นก็มีร่างสามร่างกระโดดเข้ามาจากนอกกำแพงลานบ้าน

ทั้งสามคนผงะเช่นกันเมื่อเห็นเฉินเฟยที่ลานบ้าน

“เป็นเขานี่เอง”

เมื่อเจี่ยนเหลียงเห็นเฉินเฟยเขาก็จำได้ทันทีว่าชายคนนี้คือหมอในตอนนั้น เขาไม่คิดเลยว่าจะพบเขาที่นี่ มันเป็นโชคชะตาที่แปลกประหลาดจริงๆ

“เจ้าเป็นใคร!”

เฉินเฟยก้าวถอยหลังอย่างกระวนกระวาย เขาเซล้มลงกับพื้นราวกับหวาดกลัวเกินไป

“ฆ่ามันซะ!”

เจี่ยนเหลียงออกคำสั่งจากนั้นหันกลับไปมองระวังนอกกำแพงลานบ้าน ถ้าข้างนอกมีปัญหาเขาจะได้หนีต่อ นักว่าการเหล่านั้นยังไล่ตามพวกเขามาอย่างใกล้ชิด

สำหรับความเมตตาของเฉินเฟยที่ช่วยเขาในตอนนั้น เจี่ยนเหลียงไม่ได้ใส่ใจเลย ครั้งก่อนที่ปล่อยพวกเขาไปเป็นการแทนคุณแล้ว เมื่อพบกันอีกครั้งเจี่ยนเหลียงก็ไม่คิดเปิดเผยตัวตนและฆ่าเขาโดยตรง

“ช่วย...ช่วย…”

ดูเหมือนว่าเพราะกลัวมากเกินไปเสียงของเฉินเฟยที่ขอความช่วยเหลือจึงแหบแห้งมาก โจรทั้งสองเย้ยหยันและเดินไปหาเฉินเฟย ใบดาบในมือฟันไปที่หัว

“ชึบ!”

เสียงอาวุธตัดเข้าไปในเนื้อดังขึ้น โจรทั้งสองตัวแข็งทื่อ พวกเขาเอามือปิดคอที่มีเลือดไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง มือของพวกเขาไม่สามารถหยุดเลือดที่ไหลออกมาได้เลย

“อ่อก...อ่อก..”

เสียงหายใจผสมเลือดดังออกมาจากปากของโจรทั้งสองแต่พวกเขาไม่สามารถพูดอะไรได้อีก ร่างทั้งสองล้มลงกับพื้นจนเกิดเสียงดัง

เจี่ยนเหลียงหันกลับมาและเห็นเฉินเฟยถือกระบี่ยาว ใบหน้าตื่นตระหนกเมื่อกี้หายไปนาน เหลือเพียงความนิ่งสงบเท่านั้น

เจี่ยนเหลียงมองคนทั้งสองที่ตัวกระตุกอยู่บนพื้น เขาหรี่ตาเงยหน้ามองเฉินเฟย “ไม่คิดเลยว่าข้าจะมองผิด!”

“ตอนนี้เจ้าเห็นชัดแล้ว” เฉินเฟยสบัดกระบี่ยาวในมือ เลือดบนกระบี่กระดอนออกไป

“บังอาจ!”

เจี่ยนเหลียงตะโกนด้วยความโกรธ ขณะที่ร่างเขาสั่นหายไปและมาปรากฏตรงหน้าเฉินเฟย ดาบในมือเขาก็กลายเป็นภาพลวงปรากฏที่คอเฉินเฟย

“เคร้ง!”

มีเสียงดาบปะทะกัน เฉินเฟยถอยหลังหนึ่งก้าว เจี่ยนเหลียงกำลังจะไล่ตามแต่กระบี่ยาวของเฉินเฟยแทงมาที่หน้าของเขา

“ชึบ!”

ปราณกระบี่พุ่งออกมา รูเลือดปรากฏบนแก้มเจี่ยนเหลียง เส้นผมบางเส้นถูกตัดลอยออกไป

เจี่ยนเหลียงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อกี้เขาเกือบโดนปราณกระบี่นี้แทงแล้ว หากไม่ใช่เพราะเขาพบสิ่งผิดปกติในช่วงสุดท้ายจึงหลบอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้เขาคงตายแล้ว

หลังจากความกลัวคือความโกรธมหาศาล

ตอนแรกเป็นเพียงมดที่ถูกบีบตายคามือได้ง่าย ด้วยความเมตตาของตัวเองจึงไว้ชีวิตอีกฝ่าย แต่ตอนนี้เกือบถูกมันฆ่าตาย แล้วเจี่ยนเหลียงจะทนได้อย่างไร

“ตายซะ!”

เสียงคำรามดังขึ้น เส้นเลือดปรากฏขึ้นบนหน้าผากเจี่ยนเหลียง ใบดาบในมือเขาเหมือนกลายเป็นคลื่นสีเขียวพุ่งไปหาเฉินเฟย

“ตึง!”

คมดาบอยู่ตรงหน้ากระทบหน้าอกของเฉินเฟย เฉินเฟยลอยไปกระแทกผนังลานที่จนมุมปากหลั่งเลือด

“ข้าจะเฉือนเนื้อเลาะกระดูกเจ้าให้หมด!”

ดวงตาของเจี่ยนเหลียงเป็นสีแดง เลือดลมของเขาไหลเวียนไปจนสุดขีด เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็มาอยู่ต่อหน้าเฉินเฟย ดาบเล่มนั้นฟันลงมาอีกครั้งและเหมือนจะเกิดคลื่นเสียงอีกครั้ง

“ปลดปล่อยปราณกระบี่”

เฉินเฟยตะโกนอย่างกะทันหัน ร่องลอยปราณกระบี่ปรากฏบนกระบี่

หัวใจของเจี่ยนเหลียงกระชับขึ้น เมื่อนึกถึงปราณกระบี่ของเฉินเฟยและได้ยินชื่อท่ากระบี่แบบนั้น ดาบยาวในมือเขาจึงแผ่วแรงลง

หากมีอะไรเกิดขึ้นเจี่ยนเหลียงจะป้องกันได้ทันที

“ฟึบ!”

ไม่มีปราณกระบี่ออกมา เฉินใช้เท้าขวาถีบตัวไปอยู่บนกำแพงลานบ้าน เวลาต่อมาเฉินเฟยวิ่งหนีไปไกลแล้ว

เจี่ยนเหลียงเบิกตากว้างและรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าแล้ว อารมณ์ที่โกรธจัดทำลายสภาพการป้องกันทันที เลือดลมเดือดดาลจนถึงขั้นเห็นเลือดไหลออกมาจากรูขุมขน

ร่างเจี่ยนเหลียงพุ่งออกไป ภายในไม่กี่ก้าวเขาก็ตามเฉินเฟยทัน

“จงตายให้ข้า!”

เจี่ยนเหลียงยกดาบขึ้นสูงและกำลังจะเหวี่ยงมันลง ทันใดนั้นมีแสงวาบขึ้นต่อหน้าเขา

แสงขาววาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันเหมือนกับท่าของเซียนชี้นำ

จบบทที่ ตอนที่ 29 เซียนชี้นำ

คัดลอกลิงก์แล้ว