เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 ไม่คาดคิด

ตอนที่ 11 ไม่คาดคิด

ตอนที่ 11 ไม่คาดคิด


งานอดิเรกแปลกๆที่ชอบทอดตับหมูของเฉินเฟยกระจายไปทั่วศูนย์การแพทย์ ตับหมูทอดคือตับหมูทอด แต่เพราะมันมีขนาดเพียงเล็บมือจึงทำให้ทุกคนสับสน

แต่ช่วงนี้เขาเลิกทอดตับไหมูไปแล้ว ไม่รู้ว่าเบื่อที่จะกินหรือเพราะอะไร และครั้งล่าสุดเปลี่ยนไปทอดไก่กับมันเทศแทน

แม้แต่ชุยซานเจียยังมาถามเฉินเฟยด้วยตัวเองว่าต้องการจองห้องครัวด้านหลังศูนย์การแพทย์หรือไม่

เฉินเฟยปฏิเสธและใช้เงินบางส่วนเช่าบ้านหลังเล็กในอำเภอ เขาอาศัยอยู่กินข้างนอกและกลับมาที่ศูนย์การแพทย์เมื่อหลอมโอสถ

ในชีวิตก่อนเฉินเฟยเกลียดชีวิตที่ต้องทำงานแบบนี้ แต่ในโลกนี้มันทำให้เฉินเฟยมีความสุขอย่างยิ่ง

ใครก็ตามที่เห็นว่าการทำงานหนักของตัวเองสามารถได้รับรางวัล คาดว่าพวกเขาคงจะเป็นเหมือนเฉินเฟยเช่นกัน

โดยปกติแล้วหลายคนไม่ได้เกียจคร้าน แต่พวกเขาจะเริ่มหย่อนยานลงหลังจากทำงานหนักและไม่เห็นผลตอบแทน เฉินเฟยฝึกทำอาหารและหลอมโอสถซึ่งทำให้เขายุ่งมากในแต่ละวัน แม้แต่เวลานอนตอนกลางคืนยังถูกใช้ไปกับเรื่องเหล่านี้

การนอนดึกกลายเป็นสิ่งเสพติดไปแล้ว

สิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในลานบ้าน เฉินเฟยถือกระบี่หมุนตัวไปมา แสงที่ส่องจากกระบี่กะพริบอยู่รอบๆ กระบี่เขาเขียวปลดปล่อยพลังมหาศาลจากมือของเฉินเฟยอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

ถ้าใครสักคนจากศูนย์การแพทย์เห็นภาพนี้ พวกเขาจะจำไม่ได้เลยว่านี่เป็นรูปแบบวิชากระบี่ที่ศูนย์การแพทย์สืบทอดต่อกันมา แม้ว่าทั้งสองวิชาจะคล้ายคลึงกันแต่ส่วนใหญ่ล้วนแตกต่าง

“ฟุบ!”

เสียงใบมีดแหลมคมฟันผ่านอากาศ เฉินเฟยหยุดนิ่งครู่หนึ่ง รอยแตกปรากฏบนหินในลานบ้าน รอยแตกนั้นเรียบมากราวกับถูกขัดอย่างประณีต

“ปราณกระบี่?”

เฉินเฟยประสบความสำเร็จในการฝึกกระบี่เขาเขียวไปถึงระดับรู้แจ้ง หลังจากวิชากระบี่เขาเขียวถึงระดับรู้แจ้งก็ได้สร้างปราณกระบี่ขึ้นมา

ปราณกระบี่ยังคงอยู่ แต่มันไม่ห่างจากใบดาบและอยู่ห่างปลายกระบี่ได้น้อยกว่าหนึ่งฟุต หากฝ่ายตรงข้ามระวังตัว การทำร้ายอีกฝ่ายด้ายปราณกระบี่จะเป็นเรื่องยาก

แต่ศัตรูจะถูกโจมตีได้ง่ายถ้าใช้ปราณกระบี่อย่างกะทันหัน เพราะคงไม่มีใครคิดว่านักยุทธ์ขัดเกลาผิวหนังจะใช้ปราณกระบี่ได้

ปราณกระบี่เกี่ยวข้องกับระดับการบ่มเพาะและความชำนาญวิชา เห็นได้ชัดว่ากระบี่เขาเขียวในระดับรู้แจ้งมาถึงเงื่อนไขพื้นฐานของปราณกระบี่

ไม่เพียงเพียงกระบี่เขาเขียวเท่านั้น แต่รวมถึงวิธีหายใจลมล่องลอยที่เฉินเฟยฝึกจนถึงระดับรู้แจ้ง วิธีหายใจลมล่องลอยระดับรู้แจ้งให้คะแนนฝึกฝนต่อวันค่อนข้างเกินความคาดหมายของเฉิน

เดิมทีคาดว่าต้องใช้เวลาอีกสองเดือนจึงทะลวงระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ แต่ตอนนี้หลังจากคำนวณอย่างถี่ถ้วนแล้วคาดว่าอีกเดือนกว่าเฉินเฟยจะกลายเป็นนักยุทธ์ขัดเกลากล้ามเนื้อ

ในหมู่นักยุทธ์ ระดับขัดเกลาผิวหนังอยู่ด้านล่างสุดและเหนือกว่าคนธรรมดา แต่มันยังห่างจากการอยู่ในสายตาของนักยุทธ์

แต่สำหรับระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ ไม่ต้องพูดถึงที่อื่นเลย แม้แต่ในอำเภอผิงหยินก็แทบจะเป็นกระดูกสันหลัง ยกตัวอย่างเช่นผูเหลียวในศูนย์การแพทย์ที่อยู่ในระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ สถานะของเขาสูงกว่าผู้คุ้มกันทั่วไปและค่าจ้างยังเพิ่มขึ้นทุกเดือน

แน่นอนว่ายังเทียบไม่ได้กับนักหลอมโอสถ ตราบใดที่นักหลอมโอสถไม่ได้ซื้อสมุนไพรจำนวนมากเพื่อนำไปฝึกฝน พวกเขาจะอยู่กินในอำเภอได้เป็นอย่างดีและสถานะสังคมยังคงสูงมาก

เป็นเวลาสิบกว่าวันแล้วที่ศูนย์การแพทย์ไม่มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น แต่นอกอำเภอผิงหยินกลับมีบางอย่างเกิดขึ้น กลุ่มผู้ลี้ภัยจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามานอกอำเภอผิงหยิน กลุ่มผู้ลี้ภัยไม่ได้เข้ามาในเมืองและตั้งถิ่นฐานอยู่นอกเมือง

โลกนี้ไม่มีความแน่นอน เฉินเฟยได้ยินว่าราชวงศ์ปัจจุบันมีอายุมากกว่า700ปีแล้ว แต่หลายสิบปีก่อนได้เกิดความวุ่นวายในทุกแห่งหน

ผู้ลี้ภัยระลอกนี้เกิดจากพวกกบฏกวาดต้อนยึดอำเภอ เผา ฆ่า และปล้นสะดม ผู้ลี้ภัยเหล่านี้จึงต้องจากบ้านมาที่อำเภอผิงหยิน

“วันนี้คุณหนูใหญ่จะพาพวกเราไปเป็นหมออาสาบรรเทาภัยและนำโจ๊กไปแจก ทุกคนจงทำตัวให้สดชื่อเข้าไว้และอย่าทำให้ศูนย์การแพทย์ชิงเจิ้งของเราเสียหน้า!”

เมื่อเฉินเฟยมาที่คลินิกก็ได้ยินชุยซานเจียกำลังตักเตือนผู้คนอยู่

ศูนย์การแพทย์ชิงเจิ้งเป็นทรัพย์สินของตระกูลจางแห่งอำเภอผิงหยิน ตระกูลจางเป็นตระกูลใหญ่ในอำเภอผิงหยิน พวกเขาไม่ได้มีเพียงศูนย์การแพทย์ชิงเจิ้งแต่ยังมีร้านข้าวด้วย แต่ศูนย์การแพทย์ถือเป็นกิจการสำคัญที่สุดของตระกูลจาง รายได้และความแข็งแกร่งส่วนใหญ่ล้วนมาจากศูนย์การแพทย์ชิงเจิ้ง

ที่ว่าการอำเภอมีคำสั่งให้ตระกูลใหญ่ในอำเภอผิงหยินต้องไปบรรเทาภัยนอกเมืองและต้องทำโจ๊กทุกวัน ไม่อย่างนั้นหากผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้สร้างปัญหา ที่ว่าการอำเภอจะไม่สามารถจัดการกับมันได้และสุดท้ายอำเภอผิงหยินจะได้รับผลกระทบ

“เจ้าคือเฉินเฟยหรือ?”

หญิงสาวคนหนึ่งเดินไปหาเฉินเฟยและมองขึ้นลง เขาไม่ได้ผอมอย่างในข่าวลือแต่ตัวคล้ำเกินไปซึ่งดูไม่ดี นางอดพูดด้วยความขยะแขยงไม่ได้ “ถือว่าวันนี้พวกเราได้เจอกันแล้ว ข้าทำงานที่ท่านพ่อมอบให้สำเร็จเช่นกัน”

หลังจากหญิงสาวพูดจบนางก็หันหลังจากไป

เมื่อมองด้านหลังหญิงสาว เฉินเฟยก็นึกได้ว่านี่อาจจะเป็นเจิงฉีเหลิงลูกสาวคนรองของเจิงเต๋อฟาง เมื่อไม่กี่วันก่อนเจิงเต๋อฟางพูดเรื่องนี้กับเฉินเฟยและเหมือนว่าเขาตั้งใจจะจับคู่ทั้งสองคน

ในเวลานั้นเฉินเฟยไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอเจิงฉีหลิงที่นี่

จากนั้นไม่นานจางซือหนานลูกสาวคนโตของตระกูลจางก็มาถึง เจิงฉีหลิงวิ่งไปหานางอย่างสนิทสนม จางซือหนานหันมามองเฉินเฟยแต่ไม่ได้พูดอะไร

คนกลุ่มหนึ่งออกจากศูนย์การแพทย์อย่างแข็งขันและออกไปนอกเมือง

เริ่มตั้งหม้อทำโจ๊ก หมอนั่งอยู่ด้านข้าง ผู้ลี้ภัยเริ่มเข้ามาต่อแถว

ในฐานะนักหลอมโอสถเฉินเฟยจึงยื่นมือเข้าไปช่วยในเวลาจำเป็นเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูดจัดการโดยคนรับใช้ของศูนย์การแพทย์

โจ๊กส่งกลิ่นหอมลอยออกมา ไม่นานนักก็ถึงตอนเที่ยง

“คุณหนูใหญ่ มีบางคนอยากให้เรานำหมอไปรักษาพวกเขา”

ชุยซานเจียมาหาจางซือหนาน เขาชี้คนในชุดซอมซ่อที่อยู่ห่างออกไปและพูดเสียงเบา

“ทำไมคนเหล่านั้นไม่มาเอง?” จางซือหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ได้” ชุยซานเจียกำหยกในแขนเสื้อแน่นและพูดด้วยรอยยิ้ม

“เอาล่ะ เจ้าส่งคนสองสามคนไปที่นั่น ไปเร็วกลับเร็ว” จางซือหนานพยักหน้าเห็นด้วย อย่างไรแล้ววันนี้ก็เป็นวันบรรเทาภัย

ชุยซานเจียยิ้มและเริ่มสั่งหมอ ในเวลาเดียวเมื่อเห็นว่าเฉินเฟยว่างอยู่จึงบอกให้เขาไปด้วยและให้ผูเหลียวเป็นผู้คุ้มกันพวกเขา

ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ทั้งสามมาถึงลานบ้านที่ทรุดโทรม

ผูเหลียวสูดหายใจเข้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปและกำลังจะหันกลับมา แต่ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างหลังผูเลี้ยวและเตะเข้าหน้าอกเขา

ผูเหลียวกระเด็นไปชนกำแพงลานบ้านและกระอั่กเลือดออกจากปาก ใบหน้าเขาซีดลงราวกับกระดาษขาว

จบบทที่ ตอนที่ 11 ไม่คาดคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว