- หน้าแรก
- วิถีจอมเวทย์ไร้ขีดจำกัด เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นมู่ฟาน
- บทที่ 24: อาจารย์ถังเยว่ 'สกัดดาวรุ่ง' ซาร่า
บทที่ 24: อาจารย์ถังเยว่ 'สกัดดาวรุ่ง' ซาร่า
บทที่ 24: อาจารย์ถังเยว่ 'สกัดดาวรุ่ง' ซาร่า
บทที่ 24: อาจารย์ถังเยว่ 'สกัดดาวรุ่ง' ซาร่า
หลังผ่านพ้นภัยพิบัติ โม่เจียซิงผู้เป็นพ่อได้เอ่ยถามโม่ฟานว่าเขาจะรั้งอยู่ที่นี่หรือย้ายถิ่นฐานไปพร้อมกับประชาชนคนอื่นๆ แน่นอนว่าโม่ฟานเลือกที่จะไป 'นครปีศาจ'
แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไม 'เพลิงธรณีบัวคราม' ถึงมีผลในการกลืนกิน แต่ถ้ามันสามารถดูดซับและเพิ่มพลังให้กับเปลวเพลิงของเขาได้ เขาคงปล่อยโอกาสที่จะคว้าเปลวไฟวิเศษเหล่านี้ไปไม่ได้เด็ดขาด
หลังจากพาพ่อและซินเซี่ยมาถึงนครปีศาจ ความตั้งใจแรกของเขาคือการเช่าบ้านอยู่ แต่ทั้งโม่เจียซิงและเย่ซินเซี่ยต่างคัดค้านหัวชนฝา จนโม่ฟานจำต้องยอมแพ้ไป
เมื่อลงหลักปักฐานในเขตชานเมืองเรียบร้อยแล้ว โม่ฟานก็เก็บตัวฝึกฝนอย่างเงียบๆ และรอคอยการสนับสนุนจากอาจารย์ถังเยว่ สมตามความคาดหมาย เพียงแค่เดือนเดียว เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์สาว
เขาเดินทางมาตามคำแนะนำของอาจารย์ถังเยว่ผู้ทรงเสน่ห์ จนมาถึงเมืองเล็กๆ ในเขตเจียงหนาน ทางตอนเหนือของหางโจว
เมืองนี้ชื่อว่า 'ซีสุ่ย' ฟังดูรื่นหูไม่เบา แต่สภาพการณ์ที่เห็นอยู่ตรงหน้าบ่งบอกชัดเจนว่ามีปัจจัยภายนอกบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง พื้นดินแตกระแหงไปทั่ว ท้องทุ่งแห้งแล้งรกร้าง
เมืองเล็กๆ แห่งนี้ดูเหมือนจะเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน สังเกตได้จากโรงเตี๊ยมสไตล์ย้อนยุคที่ตั้งเรียงรายอยู่ในเมือง โม่ฟานตามหา 'โรงเตี๊ยมโหย่วเจียน' ตามที่อยู่ที่อาจารย์สาวแสนสวยให้ไว้ และทันทีที่ไปถึง เขาก็สะดุดตากับอาจารย์สาววัยใสเจ้าของหุ่น S-curve สุดสะบึมที่นั่งวางท่าสง่างามอยู่ริมหน้าต่างระเบียงทางเดิน ต้องยอมรับเลยว่าหุ่นของอาจารย์ถังเยว่นั้นเด็ดดวงจนต้องร้องขอชีวิต
นั่งทอดกายอย่างผ่อนคลาย
ยอดอกชูชัน
ใบหน้าเรียวสวยได้รูป
จึ๊ๆ
แค่เพียงแวบเดียว แม้แต่โม่ฟานยังรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม
"อาจารย์ถังเยว่ยังคงสวยสะกดใจเหมือนเดิมเลยนะครับ"
เมื่อได้ยินคำชมของโม่ฟาน อาจารย์ถังเยว่ก็ตอบกลับว่า "เธอก็ไม่เบาเหมือนกันนี่ ทุ่มเทฝึกฝนจนแทบบ้าคลั่ง ทำให้ตัวเองกลายเป็นอัจฉริยะที่แม้แต่พวกตระกูลใหญ่หรือสมาคมต่างๆ ยังต้องจับตามอง"
โม่ฟานทำหน้ามุ่ย "อาจารย์ครับ นี่อาจารย์แกล้งชมผมตามมารยาทหรือเปล่า? ผมอุตส่าห์ชมอาจารย์จากใจจริง ทำไมอาจารย์ทำแบบนี้ล่ะครับ?"
"แล้วฉันไม่ได้ชมเธอหรือไง?"
อาจารย์ถังเยว่ส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ "เธออยากรู้ไหมว่าตอนเกิดภัยพิบัติที่เมืองป๋อ ฉันอยู่ที่ไหน?"
"เอ่อ... จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่หรอกครับ"
อาจารย์ถังเยว่คิดว่าโม่ฟานกวนประสาทจึงค้อนขวับให้วงใหญ่ ก่อนจะเล่าให้ฟังว่าเธอเป็นสมาชิกของสมาคมผู้พิพากษา แล้วเสริมว่า "อันที่จริง พวกเราพอจะระแคะระคายแผนการของลัทธิปีศาจทมิฬในเมืองป๋ออยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่เราไม่คาดคิดว่าพวกมันจะวางแผนการใหญ่โตขนาดนี้ ลำพังกำลังของฉันคนเดียว อย่างมากก็ทำได้แค่ 'สกัด' เจ้านั่นที่ชื่อ 'ซาร่า' แห่งลัทธิปีศาจทมิฬเอาไว้ ส่วนที่เหลือก็ต้องฝากความหวังไว้กับจั๋นกงและคนอื่นๆ เป็นความผิดของฉันเอง ถ้าฉันรู้เป้าหมายของพวกมันเร็วกว่านี้ โศกนาฏกรรมแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น"
พออาจารย์ถังเยว่พูดจบ เธอก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของโม่ฟานดู 'มีสีสัน' ขึ้นมาทันที
"เป็นอะไรไป?"
อาจารย์ถังเยว่ถามด้วยความสงสัย
โม่ฟานอยากจะบอกอาจารย์เหลือเกินว่าเขาเพิ่งได้ยินเรื่องตลกคาเฟ่มา
อาจารย์ถังเยว่ จอมเวทขั้นกลางเนี่ยนะ จะไปสกัดซาร่า...
แต่ไม่นาน โม่ฟานก็กลั้นขำแล้วตอบกลับไปว่า "อ๋อ เปล่าครับ ผมแค่คิดว่าอาจารย์ถังเยว่นี่เก่งจริงๆ"
อาจารย์ถังเยว่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร แล้วจึงเล่ารายละเอียดการปฏิบัติการของสมาคมผู้พิพากษาในการต่อต้านลัทธิปีศาจทมิฬให้ฟัง
แต่โม่ฟานไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด เขาตัดบทเข้าเรื่องทันที "อาจารย์ครับ บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่าเรียกผมมาที่นี่ทำไม? ต้องการให้ผมทำอะไรครับ?"
"สถานะของฉันค่อนข้างอ่อนไหวและถูกจับตาได้ง่าย เดี๋ยวเธอช่วยสะกดรอยตามคนคนหนึ่งให้หน่อย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คนคนนี้ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของสมาคมผู้พิพากษา น่าจะมีคำตอบบางอย่างติดตัวอยู่" อาจารย์ถังเยว่ชี้ไปนอกหน้าต่างระเบียง ไปยังชายหนุ่มที่แต่งตัวดูดีมีสไตล์คนหนึ่ง
"ได้ครับ"
โม่ฟานรับคำทันที
เมื่อเห็นโม่ฟานตอบตกลงโดยไม่ซักไซ้ไล่เลียง อาจารย์ถังเยว่ก็อดทักไม่ได้ "เธอจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าคนคนนี้มีความเป็นมายังไง?"
"มีอะไรต้องถามด้วยเหรอครับ? อาจารย์ช่วยผมมาตั้งเยอะ แค่นี้ถือว่าตอบแทนบุญคุณครับ"
นี่ไม่ใช่แค่การช่วยอาจารย์ถังเยว่ แต่เป็นการช่วยตัวเองด้วย
มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องปฏิเสธล่ะ?
ไม่มี คิดยังไงก็คิดไม่ออก!
เมื่อเห็นดังนั้น หัวใจของอาจารย์ถังเยว่ก็ไหววูบเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายสถานการณ์ของเป้าหมายให้ฟัง
"ผมจัดการสัตว์อสูรมาตั้งเยอะแล้ว แค่อาชญากรคนเดียว สบายมากครับ" โม่ฟานตบหน้าอกรับประกัน
เดิมทีอาจารย์ถังเยว่ตั้งใจจะเตรียม 'คัมภีร์แผนภูมิดวงดาว' ให้โม่ฟาน แต่ครั้งนี้โม่ฟานขอเพียงคัมภีร์แผนภูมิดวงดาว 'ธาตุเงา' เท่านั้น
ข้อแรก ธาตุไฟของเขาสามารถควบคุมเวทมนตร์ระดับกลางได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว
ส่วนธาตุสายฟ้า เขาก็สามารถวาดแผนภูมิดวงดาวได้สำเร็จเหมือนกับการใช้คัมภีร์ เขาจึงขอธาตุเงามาเตรียมไว้เผื่อใช้ในอนาคต
เมื่อเห็นโม่ฟานไม่ต้องการคัมภีร์ธาตุสายฟ้าและธาตุไฟ อาจารย์ถังเยว่ก็อดประหลาดใจไม่ได้
แม้โม่ฟานจะดูบ้าบิ่นไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเร็วในการพัฒนาของเขาทำให้เธอต้องอายม้วน!
ถ้าไม่ติดว่าโม่ฟานเป็นพวกรักอิสระจนเข้าขั้นอยู่ไม่สุข เธอคงชวนเขาเข้าสมาคมผู้พิพากษาประจำหางโจวไปแล้ว
หลังจากนั้น โม่ฟานก็แอบสะกดรอยตามเป้าหมายมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง
แน่นอนว่าระหว่างทางเมื่อถึงจุดที่เปลี่ยวร้าง โม่ฟานไม่ได้เดินตามดุ่มๆ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่สะกดรอยแบบนั้น เขาเลือกที่จะเข้าไปสอบถามตำแหน่งที่แน่นอนจากคนแก่แถวนั้น แล้วค่อยเดินทางต่อตามคำบอกเล่า
ตลอดเส้นทางที่เดินผ่านมา ลำธารทั้งสายแห้งขอดไร้ร่องรอยความชุ่มชื้น แม้แต่พืชพรรณริมน้ำยังแห้งเหี่ยวตายเป็นหย่อมๆ โม่ฟานไม่เข้าใจเลยว่า ในสถานการณ์แบบนี้ซึ่งแทบจะฟันธงได้เลยว่ามี 'วิญญาณแห่งธาตุธรรมชาติ' อยู่แน่ๆ ทำไมพวกจอมเวทนักล่าในแถบหางโจวถึงไม่ค่อยให้ความสนใจกันนัก
ขณะที่โม่ฟานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อาจารย์ถังเยว่ก็โผล่มา แบบไม่ให้ทันตั้งตัว เธอคว้าตัวเขาแล้วลากเข้าไปหลบใต้เงาไม้ใหญ่ข้างทางทันที
"เก็บกลิ่นอายเดี๋ยวนี้!" ลมหายใจหอมกรุ่นของอาจารย์ถังเยว่เป่ารดข้างหูโม่ฟาน ราวกับกลิ่นกล้วยไม้
ถ้าเป็นคนอื่นเข้ามาประชิดตัวแบบนี้ โม่ฟานคงซัดหมัดอัคคีใส่ไปนานแล้ว แต่สำหรับเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นนี้ แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะจำยอมโดยดุษณี
สายลมร้อนวูบหนึ่งพัดผ่านมา เงาไม้ไหวเอน ร่างของทั้งสองแนบชิดกันราวกับคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังพลอดรักกันในป่าทึบ ภาพเริ่มพร่ามัว... พร่ามัวจนค่อยๆ กลืนหายไปกับเงาไม้ จนกระทั่งหายวับไปกับตา
ไม่นานนัก ทีมจอมเวทนักล่ากลุ่มหนึ่งก็เดินผ่านจุดนั้นไป
ทว่า... ด้วยความที่อาจารย์ถังเยว่อยู่ใกล้ขนาดนี้ ความสนใจของโม่ฟานจึงถูกตรึงไว้ที่ใบหน้าของเธอจนหมดสิ้น อาจารย์ถังเยว่มีใบหน้าเรียวสวยได้รูป ดวงตาสุกใสเป็นประกาย จมูกโด่งรั้นดูเย้ายวน ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มสีแดงสด และผิวพรรณที่ขาวเนียนอมชมพู ในระยะประชิดขนาดนี้ เขาหาที่ติไม่ได้เลยสักนิด
เมื่อเห็นพฤติกรรมสุนัขหยอกไก่ของโม่ฟาน อาจารย์ถังเยว่ก็ขู่ฟ่อ "เมื่อก่อนใครลบหลู่ครูบาอาจารย์ โทษคือโดนตีจนตายนะรู้ไหม!"
โม่ฟานมองหน้าอาจารย์ถังเยว่อย่างจริงจัง "แต่เมื่อกี้ผมเป็นฝ่ายถูกกระทำนะครับ???"
ตอนนี้นักล่ากลุ่มนั้นเดินจากไปไกลแล้ว อาจารย์ถังเยว่จึงปล่อยตัวเขา ก่อนจะถลึงตาใส่อย่างเขินอายเล็กน้อย "เลิกทำหน้าไม่อาย แล้วรีบตามมาได้แล้ว!"