เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 การฝึกภาคสนาม

บทที่ 5 การฝึกภาคสนาม

บทที่ 5 การฝึกภาคสนาม


บทที่ 5 การฝึกภาคสนาม

หลังจาก 'เจ้าปลาไหลน้อย' จัดการดูดกลืนพลังงานจากอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับละอองดาวจนเกลี้ยง โม่ฟานที่เตรียมตัวรับมือสถานการณ์ไว้แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอาจารย์ถังเยว่ทันที

ทันทีที่วางสาย โม่ฟานก็เริ่มจัดฉากเตรียมการ

ในขณะที่โม่ฟานกำลังแสร้งทำท่าทางตื่นตระหนกสุดขีด ระลอกคลื่นพลังงานจางๆ ก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดบนดาดฟ้า

"โม่ฟาน?"

พร้อมกันนั้น เสียงอันไพเราะของอาจารย์ถังเยว่ก็ลอยออกมา

"อาจารย์ถังเยว่?" โม่ฟานแกล้งทำเป็นสะดุ้งตกใจ ก่อนจะรีบหันขวับไปมองรอบๆ ดาดฟ้าที่เปิดโล่ง

"เกิดอะไรขึ้นกับอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับละอองดาวของเธอ?" อาจารย์ถังเยว่ไม่ได้สนใจท่าทีตกใจของโม่ฟาน แต่ยิงคำถามตรงเข้าประเด็นเรื่องอุปกรณ์ทันที

หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับละอองดาว นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่!

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมทำตามที่อาจารย์เสวียบอกทุกอย่าง แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ พลังงานในอุปกรณ์มันก็หายวูบไป แล้วจากนั้น..."

โม่ฟานทำท่าลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบสร้อยคอของตัวเองออกมาแล้วพูดด้วยสีหน้าสับสนงุนงง "จากนั้น พลังงานข้างในมันก็วิ่งเข้าไปในสร้อยของผมเฉยเลย"

ในเมื่อเขาต้องการขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ถังเยว่ให้ช่วยแก้ปัญหา ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง อีกอย่างอาจารย์ถังเยว่ก็เป็นครูที่ดีมาก!

เรื่องนี้โม่ฟานซาบซึ้งถึง "ทรวงใน" เลยทีเดียว!

"เธอหมายความว่าพลังงานจากอุปกรณ์ที่โรงเรียนมอบให้ ย้ายเข้าไปอยู่ในสร้อยคอของเธออย่างนั้นหรือ??" ดวงตาคู่สวยของถังเยว่เบิกกว้าง เผยให้เห็นแววตาไม่อยากจะเชื่อ

"ใช่ครับ แม้ผมจะไม่รู้ว่าทำไมของดูต่างหน้าบรรพบุรุษชิ้นนี้ถึงมีความสามารถแบบนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ" โม่ฟานถอดสร้อยคอส่งให้อาจารย์ถังเยว่

ถังเยว่รับสร้อยคอไปพิจารณาดูด้วยความตกตะลึงเช่นกัน

"สร้อยคอของเธอนี่ก็เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับละอองดาวเหมือนกัน เพียงแต่มันต่างจากอุปกรณ์ทั่วไปที่เราเห็น มันคือ 'อุปกรณ์เวทมนตร์ประเภทเติบโตได้'"

อาจารย์ถังเยว่อธิบายรายละเอียดให้ฟังอย่างใจเย็น ในขณะที่โม่ฟานตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ

จากนั้น เจ้าเด็กจอมกะล่อนก็ส่งสายตาออดอ้อนมองไปยังสาวงามทรงเสน่ห์ตรงหน้า "อาจารย์ถังเยว่ครับ อาจารย์คงไม่อยากเห็นผมโดนตาแก่ตระกูลมู่ไล่ออกเพราะทำของโรงเรียนพังหรอกใช่ไหมครับ?"

"???"

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของถังเยว่ก็ทะมึนลงทันที!

ทำไมเด็กคนนี้มันถึงได้เจ้าเล่ห์เพทุบายนักนะ?

แต่ถังเยว่ย่อมไม่อาจทนดูดายได้

เธอกำชับเขาเรื่องความสำคัญของอุปกรณ์ชิ้นนี้ และรับปากว่าจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เขาอย่างเงียบๆ

แน่นอนว่าด้วยเหตุนี้ โม่ฟานจึงติดหนี้บุญคุณอาจารย์ถังเยว่ไปโดยปริยาย

หลังจากอาจารย์ถังเยว่จากไป โม่ฟานก็กลับเข้าสู่สภาวะการบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง จากการสนทนากับอาจารย์ถังเยว่ทำให้โม่ฟานได้ข้อมูลสำคัญมาอย่างหนึ่ง

นั่นคือ 'เจ้าปลาไหลน้อย' ในตอนนี้สามารถดูดซับ 'เมล็ดพันธุ์แห่งจิตวิญญาณ' เพื่อยกระดับตัวเองได้ เหตุผลที่โลกเดิมไม่ต้องการเมล็ดพันธุ์แห่งจิตวิญญาณ อาจจะเป็นเพราะมี 'น้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งปฐพี' ก็เป็นได้!

แต่เขายังมีเวลาอีกสองปี จะให้มัวนั่งรอแต่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งปฐพีได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังครอบครองเมล็ดพันธุ์แห่งจิตวิญญาณคู่กายอยู่แล้ว

ถ้าไม่ใช้ประโยชน์จากการเริ่มต้นที่สวรรค์ประทานมาให้นี้ ก็คงเสียของแย่!

โดยไม่รู้ตัว ฤดูกาลแห่งการบำเพ็ญเพียรก็ผ่านพ้นไป การฝึกภาคสนามอันโหดร้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

การฝึกฝนจะเริ่มจากห้องคิงเป็นอันดับแรก

เทียบกับความกังวลของคนอื่นแล้ว โม่ฟานกลับตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ!

ในเวลานี้ ละอองดาวทั้งธาตุสายฟ้าและธาตุอัคคีของเขาต่างทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สองเรียบร้อยแล้ว

ไม่ต้องพึ่งพาทางลัด เป็นการเลื่อนระดับตามครรลองที่สมเหตุสมผล

ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่นักเรียนห้องคิงส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 10 วินาทีในการร่ายเวทให้สำเร็จ แต่โม่ฟานสามารถร่าย 'อัคคีทลาย' ได้ภายในเวลาไม่เกิน 3 วินาที

ส่วน 'อัสนีม่วง' นั้นใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 วินาที

แน่นอนว่านี่เป็นสถิติในยามที่มีสมาธิแน่วแน่ หากอยู่ในสถานการณ์วิกฤตก็ยังบอกยาก

การฝึกภาคสนามครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้เขาได้ทดสอบทักษะการต่อสู้จริง

เช้าตรู่วันเดินทาง นักเรียนห้องคิงถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ขึ้นรถบัสและมุ่งหน้าไปยัง 'สถานีพักแรมเสวี่ยเฟิง'

สถานีพักแรมเสวี่ยเฟิงเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีความสำคัญสำหรับนักล่าจากสมาคมนักล่า เพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อและลำเลียงเสบียงกับเมืองป๋อ หมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในหุบเขา

หลังจากขึ้นรถบัสและผ่านพื้นที่รกร้างขนาดใหญ่นอกเมือง ไม่นานภาพของภูเขาและผืนป่าก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคน

ป่าเขานั้นเขียวขจีและลึกล้ำ กิ่งก้านสาขาและใบไม้หนาทึบ วัชพืชขึ้นรกชัน มองออกไปไกลๆ เห็นยอดเขาสลับซับซ้อนและเมฆหมอกหนาตา

ในโลกใบนี้ การจะชื่นชมทิวทัศน์ของป่าเขาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่นอกเขตปลอดภัยนั้นเต็มไปด้วยอันตราย

จอมเวทยังพอมีโอกาสได้ออกไปผจญภัยนอกเขตปลอดภัย แต่คนธรรมดาอาจไม่มีโอกาสได้เห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติที่แท้จริงเลยตลอดชีวิต

ในที่สุดก็มาถึงสถานีพักแรมเสวี่ยเฟิง

แม้จะเรียกว่าหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็ไม่ใช่เพิงพักซอมซ่อธรรมดา

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่โดยอาศัยหน้าผาสูงชันขนาบทั้งสองข้าง หน้าผาสูงตระหง่านหลายร้อยเมตรชนิดที่ต้องแหงนหน้าจนคอตั้งบ่าถึงจะเห็นท้องฟ้า

หน้าผาทั้งสองฝั่งทำหน้าที่เป็นกำแพงธรรมชาติ และด้วยประตู้หินยักษ์ที่ปิดหัวปิดท้ายหุบเขา ทำให้สถานีพักแรมแห่งนี้เปรียบเสมือนเมืองป้อมปราการที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอย่างสมบูรณ์

เมื่อมาถึงที่นี่ อาจารย์จางจากวิชาสัตว์อสูรก็เริ่มเทศนาอีกครั้ง ครูฝึกสองคนที่มาด้วยไม่ได้ห้ามปราม เพราะกลุ่มอื่นยังตามมาไม่ถึง

หลังจากรถบัสของอีก 4 กลุ่มทยอยมาถึง นักเรียนหัวกะทิทั้ง 100 คนของโรงเรียนมัธยมเวทมนตร์เทียนหลาน ภายใต้การนำของครูฝึก ก็มายืนรวมกันอยู่ที่หน้าประตูหินอันโอ่อ่า

สองข้างประตูหินมีป้อมยามตั้งอยู่ ทหารจอมเวทนายหนึ่งที่ไม่ได้สวมเครื่องแบบกำลังเล่นสนุกกับเปลวไฟในฝ่ามืออย่างสบายอารมณ์ เปลวไฟดวงเล็กๆ เปรียบเสมือนสัตว์เลี้ยงที่เชื่อฟัง ลอยละล่องไปตามปลายนิ้วของเขาอย่างคล่องแคล่ว บางครั้งก็เต้นรำไปรอบกายเขา ดูงดงามและน่าอัศจรรย์

และคนคนนี้ก็คือ หัวหน้าครูฝึก 'จ่านกง'

ลูกผู้ชายตัวจริงที่กล้าเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง

เมื่อแรกพบครานี้ เขาอาจดูพึ่งพาไม่ได้ หรืออาจจะดูขวางโลกไปบ้าง แต่มีเพียงคนที่เข้าใจเขาอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะรู้ว่าตาลุงเคราดกตรงหน้านี้สูงส่งและยิ่งใหญ่เพียงใด!

แต่ความคิดของโม่ฟานกลับล่องลอยไปไกล เหมือนกับตอนที่เขาเห็นภาพการเสียสละของชายผู้นี้ในเมืองศักดิ์สิทธิ์:

สุดท้ายเขาก็ไม่อาจเป็นเหมือนชายคนนี้ได้

ขณะที่เหล่าครูฝึกเข้าไปทักทายจ่านกงและคนอื่นๆ กำลังสังเกตเขาเงียบๆ จ่านกงก็กวาดสายตามองเหล่านักเรียน และบังเอิญสบตาเข้ากับโม่ฟานที่มองมาทางเขา แวบแรกด้วยความรู้สึกเสียดาย แวบต่อมาด้วยความรู้สึก...

จ่านกง: ???

เขางุนงงเล็กน้อย หน้าเขาเหมือนปู่ที่ตายไปแล้วของเจ้าเด็กนี่หรือไง?

ทำไมสายตานั่นมันดูเหมือนกำลังจะ "ส่งวิญญาณ" เขาเลยวะ?

โม่ฟานเองก็เห็นว่าหัวหน้าครูฝึกสังเกตเห็นเขา ไม่รู้ทำไมอารมณ์ซาบซึ้งท่วมท้นเมื่อครู่ถึงได้หายวับไปทันที แทนที่ด้วยความรู้สึกขบขันที่อธิบายไม่ถูก

เมื่อเห็นสีหน้าของโม่ฟานเปลี่ยนไป จ่านกงที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับความคิดของโม่ฟานก็นึกในใจ: ไอ้เด็กนี่มันปัญญาอ่อนหรือเปล่า??

"หัวหน้าจ่านกง?"

ในขณะที่หัวหน้าครูฝึกกำลังหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุและสับสนงุนงง ลั่วอวิ๋นปัวก็เอ่ยเรียกขึ้น

"อ้อ ไม่มีอะไร ว่างน่ะ ได้ยินว่าวันนี้จะมีสาวๆ ม.ปลายมา ก็เลยตั้งใจมาดูสักหน่อย" หัวหน้าครูฝึกเลิกสนใจโม่ฟาน ก่อนจะหัวเราะหึๆ แล้วกลับสู่มาดเดิมที่เคยเป็น

หลังจากแซวนักเรียนสาวรุ่นน้องไปไม่กี่คำ หัวหน้าครูฝึกก็อนุญาตให้นักเรียนผ่านเข้าไป

ภายในหมู่บ้านนั้นเรียบง่ายมาก มีถนนสายหลักเพียงเส้นเดียว สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอย ดูไม่ต่างจากตลาดในเมืองทั่วไป

เพียงแต่สิ่งที่วางขายที่นี่ล้วนเป็นอุปกรณ์สำหรับการต่อสู้และการบำเพ็ญเพียรของจอมเวททั้งสิ้น

ทว่าโม่ฟานที่มีเงินติดตัวน้อยนิดย่อมไม่มีกะจิตกะใจจะเดินดูของพวกนี้ อีกอย่างพอเข้ามาข้างในแล้ว พวกเขาก็ถูกเรียกให้ไปรวมพลทันที

จบบทที่ บทที่ 5 การฝึกภาคสนาม

คัดลอกลิงก์แล้ว