- หน้าแรก
- เปลี่ยนอาชีพแล้วไง ผมฝึกเวทเองได้จนไร้เทียมทาน
- บทที่ 30: มหาเวทชั้นที่ 2 อันทรงพลัง
บทที่ 30: มหาเวทชั้นที่ 2 อันทรงพลัง
บทที่ 30: มหาเวทชั้นที่ 2 อันทรงพลัง
บทที่ 30: มหาเวทชั้นที่ 2 อันทรงพลัง
"บอส... เขา เขากำลังจะร่ายมหาเวทต้องห้ามหรือเปล่าเนี่ย?"
ทุกคนรอบข้างต่างจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของหลินเมี่ยว เส้นผมสีฟ้าครามของเขาพลิ้วไสวทั้งที่ไร้ลมพัด
เสียงพึมพำแปลกประหลาดที่ลอดผ่านริมฝีปากและการวาดมือไปมา มันช่างเหมือนกับฉากคลาสสิกในนิยายหรืออนิเมะที่พวกเขาเคยดูมาไม่มีผิดเพี้ยน
ทุกคนต่างประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วตอนนี้ผู้เล่นเพิ่งจะมีเลเวลประมาณ 10 กันเท่านั้น...
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ในฐานะนักเวทธาตุน้ำ ฉันรู้สึกหลงใหลไปกับท่วงท่าและการขยับมือของบอสหลินจนถอนตัวไม่ขึ้นเลย"
"แถมฉันยังรู้สึกได้ว่าธาตุน้ำในอากาศกำลังเริงระบำราวกับประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ตอนนี้พวกมันตื่นตัวแบบสุดๆ"
หลี่ไท่ผิงที่ยืนอยู่ข้างหลินเมี่ยวมองเห็นทุกอย่างชัดเจน และยังสัมผัสได้ถึงสภาวะของธาตุน้ำในอากาศ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ไท่ผิงจึงรีบเปิดใช้งานฟังก์ชันระบบที่แม้แต่หลินเมี่ยวก็ยังไม่รู้ นั่นคือ 'ฟังก์ชันบันทึกภาพ'
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกระตุ้นให้เขารู้สึกอยากเรียนรู้ท่วงท่าที่หลินเมี่ยวกำลังทำ เขาเองก็อธิบายไม่ถูกว่าทำไม
ดูด้วยตาเปล่าตอนนี้คงไม่เข้าใจ เขาทำได้แค่บันทึกวีดีโอเก็บไว้เพื่อเอาไปแกะท่าทางอย่างละเอียดในภายหลัง
เวลาผ่านไปทีละวินาที มือและปากของหลินเมี่ยวหยุดการเคลื่อนไหวแล้ว แต่เส้นผมของเขายังคงลอยสะบัด
"วิชาสร้างวารี เวทมนตร์ชั้นที่ 2 วายุหมุนวารี"
หลินเมี่ยวลืมตาขึ้นและโพล่งออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทันทีที่สิ้นเสียง พายุหมุนน้ำขนาดมหึมาสูงเท่าตึกสองสามชั้นก็พุ่งขึ้นจากผิวน้ำอย่างฉับพลัน
เวทมนตร์บทใหม่นี้ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ทันทีที่เขาสลักวงเวทย์สมบูรณ์ได้สำเร็จ
[วิชาสร้างวารี: เวทมนตร์ชั้นที่ 2: วายุหมุนวารี]
เงื่อนไขอาชีพ: ผู้ควบคุมวารี
เงื่อนไขการร่าย: วิชาสร้างวารี Lv2
โหมดการร่าย: ควบคุมด้วยมือล้วน
สูตรการร่าย: สลักวงเวทย์ลงในอาณาเขตวารีของวิชาสร้างวารี ทำให้เกิดพายุน้ำหมุนที่หมุนวนอย่างรุนแรงพุ่งขึ้นจากใต้น้ำ พายุน้ำจะสร้างแรงดูดมหาศาล ดึงดูดวัตถุโดยรอบเข้าไป สร้างความเสียหายเวทมนตร์และกายภาพ สามารถควบคุมทิศทางได้ด้วยมือ สกิลที่ใช้ภายในอาณาเขตวารีจะได้รับโบนัสความรุนแรงเพิ่มขึ้น 200%
ทันทีที่วายุหมุนวารีปรากฏขึ้น มันก็สร้างแรงดูดมหาศาล ดูดกลืนทุกสิ่งโดยรอบเข้าไป องค์ประกอบการหมุนที่รุนแรงทำให้น้ำใสรอบบริเวณไหลย้อนกลับเข้าไปรวมตัวกับพายุ
ในตอนแรกมันมีขนาดเพียงสองสามคนโอบ แต่ผ่านไปแค่สามวินาที ขนาดของมันก็ขยายขึ้นเป็นสองเท่า และความสูงก็พุ่งทะยานขึ้นอีกหลายเมตร
ภายใต้การควบคุมของหลินเมี่ยว มันเคลื่อนที่คดเคี้ยวราวกับงูยักษ์ ดูดกลืนนักรบขวานเซนทอร์รูปร่างสูงใหญ่เข้าไปในวังวนนับไม่ถ้วน
นักรบเซนทอร์ที่สูงกว่าสองเมตร บัดนี้กลับดูราวกับสาวน้อยผู้บอบบางที่ไร้ทางสู้ พวกมันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
ร่างของพวกมันถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศแล้วฟาดลงมา มวลน้ำมหาศาลกระแทกเข้าใส่ร่างกายอย่างรุนแรงจนอวัยวะภายในแหลกเหลว
ไม่มีผู้รอดชีวิต โดยพื้นฐานแล้ว เซนทอร์ตัวใดที่หลุดเข้าไปในวายุหมุนวารี ล้วนต้องตายตกไปในทันที
ในสนามรบ ทั้งฝ่ายมนุษย์และกองหลังของเซนทอร์ต่างหยุดชะงักด้วยความตกตะลึง
ทุกคนในสนามรบได้แต่ยืนมองพายุน้ำหมุนที่สูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กัดกินเหล่าเซนทอร์อย่างโหดเหี้ยม
ผลของสกิลคงอยู่กว่ายี่สิบวินาที ก่อนจะสลายไปเพราะพลังวิญญาณของหลินเมี่ยวหมดลง ในวินาทีสุดท้าย เขาควบคุมส่วนยอดของพายุที่กำลังหมุนควงให้โค้งลงเป็นรูปทรงโค้ง
ส่วนโค้งนั้นพาดทับตำแหน่งขบวนทัพของพลธนูเซนทอร์พอดี เดิมทีพวกมันกำลังเสียสมาธิเพราะความตื่นตระหนก
ทันใดนั้น พวกมันก็พบว่ากระแสน้ำหมุนวนอันทรงพลังกำลังพุ่งตรงเข้ามา ร่างกายจึงตอบสนองไม่ทันท่วงที
ในสนามรบ นักรบขวานเซนทอร์ทั้งหมดถูกกวาดล้างภายในเวลาเพียงยี่สิบกว่าวินาที
นอกจากนี้ จอมเวทเซนทอร์อีกนับร้อยก็ถูกกำจัด รูปขบวนพลธนูเซนทอร์พังทลาย พลธนูผู้โชคร้ายหลายสิบตัวถูกน้ำซัดหมุนคว้างและกระเด็นไปไกลหลายเมตร
จอมเวทเซนทอร์พวกนี้พยายามใช้พลังวิญญาณรบกวนการควบคุมของหลินเมี่ยว ดังนั้นเมื่อพายุน้ำพุ่งเข้าใส่ พวกมันจึงหนีไม่ทันและถูกแรงดูดกลืนเข้าไป ทำได้เพียงมองดูตัวเองถูกสูบหายไปอย่างสิ้นหวัง
[แจ้งเตือน: คุณใช้สกิล: วิชาสร้างวารี เวทมนตร์ชั้นที่ 2 วายุหมุนวารี คุณสังหารศัตรูจำนวนมากได้สำเร็จ เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น เลเวลปัจจุบัน: ขั้น 1 เลเวล 4 วายุหมุนวารี เลเวล +1]
"บอส เป็นอะไรไหมครับ?"
หวังจื่ออันที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นหน้าของหลินเมี่ยวซีดเผือด ร่างกายโงนเงนเหมือนจะเป็นลม
เขารีบเข้าไปประคองและถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่... ไม่เป็นไร แค่ใช้พลังวิญญาณมากเกินไปหน่อย" หลินเมี่ยวโบกมือปฏิเสธแล้วนั่งลงกับพื้นตรงนั้น
"พระ จอมเวทวิญญาณ รีบมาทางนี้หน่อย มาบัฟฟื้นฟูให้บอสหลินเร็ว!"
หลังจากช่วยพยุงหลินเมี่ยวนั่งลง หวังจื่ออันก็ตะโกนเรียกเสียงดัง เสียงของเขาเรียกสติทุกคนกลับมา
นักบวชและจอมเวทวิญญาณหลายคนที่สามารถเร่งการฟื้นฟูพลังวิญญาณได้รีบวิ่งเข้ามาใส่บัฟให้ทันที
เภสัชกรคนหนึ่งถึงกับหยิบของรักของหวงออกมาจากเป้แล้วยื่นให้หลินเมี่ยว
"บอสหลิน นี่คือยาวิญญาณที่ผมเปิดได้จากกล่องสมบัติครับ มันช่วยเพิ่มพลังวิญญาณและเร่งความเร็วในการฟื้นฟูได้ทันที"
หลินเมี่ยวมองดอกไม้เล็กๆ ในมือแล้วยิ้มจางๆ แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียว
เขาไม่มัวมานั่งเกรงใจ รีบกินมันเข้าไปทันที
[ดอกวิญญาณหวนคืน]
ระดับ: B
คำอธิบาย: ดอกไม้วิญญาณหายาก ที่ได้จากหญ้าวิญญาณหวนคืนอายุร้อยปี การบริโภคสามารถเพิ่มพลังวิญญาณสูงสุดและฟื้นฟูพลังวิญญาณจำนวนมากได้ในทันที
"ขอบใจมาก เดี๋ยวฉันจะตอบแทนให้ในอีกไม่กี่วันนี้แหละ" หลินเมี่ยวกล่าวขอบคุณหลังจากกดส่งคำขอเป็นเพื่อนไปหาเภสัชกรคนนั้น
เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้ผลึกสีน้ำเงินเข้ม แต่เมื่อได้ดอกวิญญาณหวนคืนที่ดีกว่ามา เขาก็เลือกที่จะกินดอกไม้นี้ก่อน
หลังจากกลืนดอกวิญญาณหวนคืนลงไป ความรู้สึกเย็นสดชื่นก็แผ่ซ่าน พริบตาเดียวพลังวิญญาณของหลินเมี่ยวก็ฟื้นกลับมาเกินครึ่ง
"ขอบใจมากทุกคน"
ท่ามกลางสายตาของทุกคน สีหน้าของหลินเมี่ยวกลับมาเป็นปกติ เขาสามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง
นั่นแสดงว่าพลังวิญญาณของเขาฟื้นตัวขึ้นมากแล้วจริงๆ...
"ท่านเทพ เมื่อกี้มันคือสกิลอะไรน่ะ?"
"ใช่ๆ บอกหน่อยสิ! มันคือมหาเวทต้องห้ามใช่ไหม?"
เมื่อเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นของทุกคน หลินเมี่ยวรู้ดีว่าหัวข้อนี้คงไม่จบง่ายๆ ถ้าไม่อธิบาย
"พวกนายประเมินฉันสูงเกินไป และประเมินพลังของมหาเวทต้องห้ามต่ำเกินไปแล้ว"
"นี่เป็นแค่เวทมนตร์ชั้นที่ 2 เท่านั้น มันแค่ได้รับโบนัสจากการร่ายในอาณาเขตวารี พลังเลยอาจจะเทียบเท่ากับเวทมนตร์ชั้นที่ 3 ทั่วไปได้"
หลินเมี่ยวครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบไปตามความจริง
"แม่เจ้า นั่นแค่เวทชั้นที่ 2 เองเหรอ? สมแล้วที่เป็นจอมมหาเวท ไม่ว่าจะในนิยายเก่าๆ ในเกม หรือที่นี่ จอมมหาเวทก็ยังเป็นจอมมหาเวทอยู่วันยังค่ำ"
"พอเถอะน่า พวกเราก็เป็นจอมเวทเหมือนกัน มีแต่บอสหลินนั่นแหละที่เป็นจอมมหาเวท ถ้าเวทชั้นที่ 2 ของฉันแรงได้สักครึ่งของบอสหลิน ฉันก็นอนตายตาหลับแล้ว"
จอมเวทธาตุไฟคนหนึ่งเอี้ยวตัวหลบลูกธนูเหล็กที่พุ่งผ่านม่านหมอกน้ำเข้ามา แล้วตอบกลับเพื่อน
"เอาล่ะ กลับมาโฟกัสที่การฆ่าศัตรูก่อนเถอะ" หลินเมี่ยวกล่าวตัดบท พร้อมกับเสกฟองน้ำขึ้นมาป้องกันตัวเอง กันลูกธนูเหล็กสองดอกที่พุ่งเข้ามาได้พอดี