เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์

บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์

บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์


บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์

เขาประสานมือปล่อย 'บอลน้ำหมุนวน' ออกไป ตามด้วย 'วิชาระเบิดวารี' เข้าใส่ร่างของศัตรูทั้งสามที่กำลังพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างจัง

เมื่อ 'คาถาเรียกฝน' ทำงานสมบูรณ์ หลินเมี่ยวก็ไม่จำเป็นต้องเสียมวลน้ำจาก 'วิชาสร้างวารี' เพื่อควบคุมมันอีกต่อไป เพียงแค่ใช้พลังวิญญาณดึงดูดธาตุน้ำโดยรอบเข้ามาเสริมพลังให้กับสกิลก็เพียงพอแล้ว

และด้วยไอเทมฟื้นฟูพลังวิญญาณถึงสามชิ้น การสิ้นเปลืองพลังเพียงเท่านี้จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขาเลย

เวทมนตร์ชุดใหญ่ถูกสาดซัดออกจากมือของหลินเมี่ยว เป้าหมายคือ 'มนุษย์หัวหมีหมายเลขหนึ่ง' ที่เขาได้หมายหัวไว้ เจ้านั่นเพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้ก็ต้องล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วง มันยืนหยัดอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ

ทว่า มนุษย์หัวหมีตัวด้านหลังที่ถือเสาหินเป็นอาวุธก็วิ่งตะบึงเข้ามา พร้อมเหวี่ยงเสาหินในมือฟาดเข้าใส่เกราะป้องกันเต็มแรง

"ตึ้ม!"

เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว พลังงานของม่านแสงลดฮวบลงทันที 0.5%

หลินเมี่ยวยังไม่ทันจะได้ร่ายเวทบทต่อไป เสียง 'ผัวะ ผัวะ' ก็ดังขึ้น นักรบมนุษย์หมีอีกสองตัวเริ่มระดมโจมตีประสานกันเข้ามา

เห็นได้ชัดว่าความเร็วและพลังโจมตีของนักรบสองตัวนี้รุนแรงกว่าเจ้าตัวถือเสาหินเสียอีก

ดังนั้นหลินเมี่ยวจึงเทหมดหน้าตักใส่ 'มนุษย์หัวหมีหมายเลขสอง' ทันที พวกมนุษย์หมีไร้สติที่มีดวงตาสีแดงฉานเหล่านี้เอาแต่ระดมโจมตีม่านแสงอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่คิดจะหลบหลีกหรือเปลี่ยนตำแหน่งยืนเลยแม้แต่น้อย

สามวินาทีผ่านไป หมายเลขสองก็ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วง ตามด้วยหมายเลขสามติดๆ

[ระบบ: ยินดีด้วย เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น เลเวลปัจจุบัน: ขั้น 1 เลเวล 1]

เสาลำแสงสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากร่างของหลินเมี่ยว พลังวิญญาณและมานาของเขาได้รับการฟื้นฟูขนานใหญ่จากการเลื่อนระดับ

ห้าวินาทีถัดมา มนุษย์หัวหมีหมายเลขสี่ผู้ถือเสาหินก็ล้มลงเป็นรายสุดท้ายที่แนวหน้า

"หือ? มีของดรอปด้วยแฮะ"

นี่เป็นครั้งแรกที่มีไอเทมตกหล่นจากการโจมตีทั้งสามระลอก หลังจากกำจัดมนุษย์หัวหมีตัวสุดท้ายในสนามรบได้ หลินเมี่ยวเดินเข้าไปแตะถุงใบเล็กที่เปล่งแสงอยู่

[ระบบ: คุณได้รับตำราสกิลเฉพาะอาชีพหมอผี: รัศมีดูดเลือด]

[รัศมีดูดเลือด]

ระดับ: D

อาชีพที่ต้องการ: หมอผี

คำอธิบาย: เมื่อใช้สกิล ยูนิตฝ่ายเดียวกันที่อยู่ในขอบเขตของรัศมีจะได้รับผลดูดเลือด 5% เมื่อทำการโจมตี

นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเมี่ยวได้รับไอเทมประเภทนี้จากมอนสเตอร์ น่าเสียดายที่มันไม่ใช่สกิลที่เขาใช้ได้ แต่ถ้าเขาหามันเจอ คนอื่นก็น่าจะมีโอกาสหาได้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะหาคนแลกเปลี่ยนได้ในภายหลัง...

หลังจากเลือกเข้าสู่รอบต่อไป ก็เป็นไปตามที่หลินเมี่ยวคาดการณ์ไว้ จำนวนศัตรูเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกครั้ง

จาก 4 คน กลายเป็น 8 คน และเผ่าพันธุ์ก็เปลี่ยนไป

ดูเหมือนว่าแต่ละเผ่าพันธุ์จะปรากฏตัวได้เพียงรอบเดียวเท่านั้น คู่ต่อสู้ในรอบนี้ของเขาคือ 'คนแคระ' 8 คน

[คนแคระสีเทา]

เผ่าพันธุ์: คนแคระ

เลเวล: 11

อาชีพ: พลปืนคาบศิลา / ช่างซ่อมคนแคระ / นักบวชคนแคระ

คำอธิบาย: เผ่าคนแคระ หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีอารยธรรมในศึกชิงความเป็นใหญ่แห่งทวิภพ ร่างกายถูกระบบยึดครองหลังความตายเพื่อมาเป็นผู้ท้าชิงในบททดสอบวันนี้

คนแคระทั้ง 8 แบ่งออกเป็น 3 อาชีพหลัก: 5 คนเป็นพลปืนโจมตีระยะไกล โชคยังดีที่ปืนของพวกมันยิงได้ทีละนัดและต้องเสียเวลาบรรจุกระสุนใหม่

ช่างซ่อมคนแคระ 2 คนดูเหมือนจะเป็นสายสนับสนุน พวกมันเดินตามหลังพลปืน คอยหยิบเครื่องมือออกมาจากเป้เพื่อลดความร้อนของปืนและซ่อมแซมอาวุธ

ด้านหลังสุดมีคนแคระสวมชุดผ้า ถือไม้กายสิทธิ์ขนาดเล็กยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร

"ปัง ปัง~ ปัง" กระสุนห้านัดพุ่งกระแทกม่านแสงของหลินเมี่ยวจากระยะไกล

"พวกอาชีพตีไกลนี่น่ารำคาญชะมัด"

หลินเมี่ยวบ่นอุบอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นพวกมันยืนยิงจากขอบประตูมิติ ไม่ยอมก้าวเข้ามาในพื้นที่น้ำเจิ่งนองที่เขาบรรจงสร้างไว้อย่างดี

มนุษย์หัวหมีสามตัวก่อนหน้านี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมเริ่มต้นไว้ให้ ทำให้พื้นที่ส่วนกลางเต็มไปด้วยน้ำใสที่หลินเมี่ยวเสกขึ้น ดูคล้ายเส้นแบ่งเขตแดนฉู่-ฮั่นไม่มีผิด

แต่ยังดีที่ระยะห่างระหว่างประตูแสงกับค่ายพักของเขาไม่ไกลนัก และดูเหมือนพวกมันจะเดินอ้อมไปด้านหลังประตูไม่ได้ ทำได้แค่เคลื่อนที่ไปมาระหว่างประตูกับค่ายเท่านั้น จึงยังถือว่าอยู่ในระยะยิงเวทมนตร์ของหลินเมี่ยว

บอลน้ำสีน้ำเงินเข้มที่มีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบพุ่งออกไป

"ตูม ตูม!"

โชคเข้าข้างอีกครั้ง เกิดระเบิดต่อเนื่องสามครั้งซ้อนใส่กลุ่มคนแคระตัวจิ๋วแถวหน้าจนล้มระเนระนาด ปืนคาบศิลาขนาดเล็กของพวกมันเปียกชื้นจนใช้งานไม่ได้

นี่คงเป็นเหตุผลที่มีช่างซ่อมปรากฏตัวขึ้น เจ้าขาสั้นรีบวิ่งมาเก็บปืน พร้อมงัดประแจจิ๋วและเครื่องมือหน้าตาประหลาดออกมาจากเป้หลัง

ส่วนนักบวชด้านหลังก็ร่ายเวทรักษา เติมพลังชีวิตให้พวกคนแคระที่บาดเจ็บ

ทว่าในฐานะจอมเวท เมื่อไม่ต้องพะวงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง...

เวทมนตร์นับไม่ถ้วนถูกสาดออกไปตามใจนึก ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด เช่นเดียวกับเมื่อวาน หลินเมี่ยวเริ่มทดลองพัฒนาสกิลใหม่ๆ

คราวนี้ วงเวทย์ชั้นฐานคือ 'วิชาระเบิดวารี' ซึ่งเป็นเวทโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาในขณะนี้ หากพัฒนาให้ทรงพลังยิ่งขึ้นได้ เขาคงไต่ระดับไปได้ไกลขึ้นในการต่อสู้รอบถัดๆ ไป

เริ่มแรก เขาเติมเลเยอร์ 'องค์ประกอบการหมุน' เข้าไปในจุดเชื่อมต่อเวทมนตร์ แต่ความพยายามครั้งแรกกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

วิชาระเบิดวารีที่เดิมทีก็ไม่เสถียรอยู่แล้ว เมื่อใส่การหมุนเข้าไป มันแทบจะระเบิดใส่หน้าก่อนที่เขาจะทันได้ปล่อยออกไปเสียอีก ทำเอาหลินเมี่ยวต้องรีบโยนทิ้งแทบไม่ทัน

อีกด้านหนึ่ง ช่างซ่อมคนแคระซ่อมปืนเสร็จแล้วและส่งคืนให้พลปืน

เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ทั้งห้าเตรียมระดมยิงพร้อมกันอีกครั้ง หลินเมี่ยวลองควบคุมฟองน้ำลูกเล็กให้ลอยขึ้นจากแอ่งน้ำที่ปลายเท้าพวกมัน

ฟองน้ำบางเฉียบราวกับกระดาษนี้แทบไม่มีพลังป้องกัน แต่เมื่อถูกกระสุนเจาะจนแตกกระจาย ละอองน้ำส่วนน้อยก็สาดกระเซ็นไปโดนอาวุธของพวกพลปืน

หลินเมี่ยวค้นพบว่าเวทมนตร์ธาตุน้ำของเขาคือดาวข่มของอาวุธดินปืนโบราณพวกนี้

ขอแค่น้ำเข้าไปทำให้ดินปืนชื้น ปืนพวกนี้ก็มีค่าเท่ากับเศษไม้

ทันใดนั้น บอลน้ำและวิชาระเบิดวารีอีกหลายลูกก็พุ่งออกจากมือเขา

มหกรรมกวาดล้างศัตรูเริ่มขึ้นอีกครั้ง คนแคระพลปืนสองตัวโชคร้ายโดนเวทมนตร์เข้าไปเต็มๆ หลายชุดจนลงไปนอนแน่นิ่ง เวทรักษาจากนักบวชด้านหลังยังพุ่งมาไม่ถึงตัวด้วยซ้ำก็สิ้นใจไปเสียก่อน

และเมื่อระดับน้ำใต้เท้าพวกมันเริ่มสูงขึ้น หลินเมี่ยวก็ควบคุมผิวน้ำให้เริ่มหมุนวน

ฟองน้ำครึ่งซีกผุดขึ้นมาคล้ายโล่ ผสานกับพลังของ 'องค์ประกอบการหมุน' ในวงเวทย์ จนเกิดเป็นเวทมนตร์นอกตำรา... 'วังวนวารี'

เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ปรากฏตรงหน้า หลินเมี่ยวก็มั่นใจว่าแนวคิดนี้มาถูกทางแล้ว

ด้วยการควบคุมผ่านพลังวิญญาณและการวาดวงเวทย์ เวทมนตร์บทใหม่จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยน้ำมือของเขาอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์

คัดลอกลิงก์แล้ว