- หน้าแรก
- เปลี่ยนอาชีพแล้วไง ผมฝึกเวทเองได้จนไร้เทียมทาน
- บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์
บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์
บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์
บทที่ 20: อารยธรรมต่างเผ่าพันธุ์
เขาประสานมือปล่อย 'บอลน้ำหมุนวน' ออกไป ตามด้วย 'วิชาระเบิดวารี' เข้าใส่ร่างของศัตรูทั้งสามที่กำลังพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างจัง
เมื่อ 'คาถาเรียกฝน' ทำงานสมบูรณ์ หลินเมี่ยวก็ไม่จำเป็นต้องเสียมวลน้ำจาก 'วิชาสร้างวารี' เพื่อควบคุมมันอีกต่อไป เพียงแค่ใช้พลังวิญญาณดึงดูดธาตุน้ำโดยรอบเข้ามาเสริมพลังให้กับสกิลก็เพียงพอแล้ว
และด้วยไอเทมฟื้นฟูพลังวิญญาณถึงสามชิ้น การสิ้นเปลืองพลังเพียงเท่านี้จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขาเลย
เวทมนตร์ชุดใหญ่ถูกสาดซัดออกจากมือของหลินเมี่ยว เป้าหมายคือ 'มนุษย์หัวหมีหมายเลขหนึ่ง' ที่เขาได้หมายหัวไว้ เจ้านั่นเพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้ก็ต้องล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วง มันยืนหยัดอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ
ทว่า มนุษย์หัวหมีตัวด้านหลังที่ถือเสาหินเป็นอาวุธก็วิ่งตะบึงเข้ามา พร้อมเหวี่ยงเสาหินในมือฟาดเข้าใส่เกราะป้องกันเต็มแรง
"ตึ้ม!"
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว พลังงานของม่านแสงลดฮวบลงทันที 0.5%
หลินเมี่ยวยังไม่ทันจะได้ร่ายเวทบทต่อไป เสียง 'ผัวะ ผัวะ' ก็ดังขึ้น นักรบมนุษย์หมีอีกสองตัวเริ่มระดมโจมตีประสานกันเข้ามา
เห็นได้ชัดว่าความเร็วและพลังโจมตีของนักรบสองตัวนี้รุนแรงกว่าเจ้าตัวถือเสาหินเสียอีก
ดังนั้นหลินเมี่ยวจึงเทหมดหน้าตักใส่ 'มนุษย์หัวหมีหมายเลขสอง' ทันที พวกมนุษย์หมีไร้สติที่มีดวงตาสีแดงฉานเหล่านี้เอาแต่ระดมโจมตีม่านแสงอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่คิดจะหลบหลีกหรือเปลี่ยนตำแหน่งยืนเลยแม้แต่น้อย
สามวินาทีผ่านไป หมายเลขสองก็ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วง ตามด้วยหมายเลขสามติดๆ
[ระบบ: ยินดีด้วย เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น เลเวลปัจจุบัน: ขั้น 1 เลเวล 1]
เสาลำแสงสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากร่างของหลินเมี่ยว พลังวิญญาณและมานาของเขาได้รับการฟื้นฟูขนานใหญ่จากการเลื่อนระดับ
ห้าวินาทีถัดมา มนุษย์หัวหมีหมายเลขสี่ผู้ถือเสาหินก็ล้มลงเป็นรายสุดท้ายที่แนวหน้า
"หือ? มีของดรอปด้วยแฮะ"
นี่เป็นครั้งแรกที่มีไอเทมตกหล่นจากการโจมตีทั้งสามระลอก หลังจากกำจัดมนุษย์หัวหมีตัวสุดท้ายในสนามรบได้ หลินเมี่ยวเดินเข้าไปแตะถุงใบเล็กที่เปล่งแสงอยู่
[ระบบ: คุณได้รับตำราสกิลเฉพาะอาชีพหมอผี: รัศมีดูดเลือด]
[รัศมีดูดเลือด]
ระดับ: D
อาชีพที่ต้องการ: หมอผี
คำอธิบาย: เมื่อใช้สกิล ยูนิตฝ่ายเดียวกันที่อยู่ในขอบเขตของรัศมีจะได้รับผลดูดเลือด 5% เมื่อทำการโจมตี
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเมี่ยวได้รับไอเทมประเภทนี้จากมอนสเตอร์ น่าเสียดายที่มันไม่ใช่สกิลที่เขาใช้ได้ แต่ถ้าเขาหามันเจอ คนอื่นก็น่าจะมีโอกาสหาได้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะหาคนแลกเปลี่ยนได้ในภายหลัง...
หลังจากเลือกเข้าสู่รอบต่อไป ก็เป็นไปตามที่หลินเมี่ยวคาดการณ์ไว้ จำนวนศัตรูเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกครั้ง
จาก 4 คน กลายเป็น 8 คน และเผ่าพันธุ์ก็เปลี่ยนไป
ดูเหมือนว่าแต่ละเผ่าพันธุ์จะปรากฏตัวได้เพียงรอบเดียวเท่านั้น คู่ต่อสู้ในรอบนี้ของเขาคือ 'คนแคระ' 8 คน
[คนแคระสีเทา]
เผ่าพันธุ์: คนแคระ
เลเวล: 11
อาชีพ: พลปืนคาบศิลา / ช่างซ่อมคนแคระ / นักบวชคนแคระ
คำอธิบาย: เผ่าคนแคระ หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีอารยธรรมในศึกชิงความเป็นใหญ่แห่งทวิภพ ร่างกายถูกระบบยึดครองหลังความตายเพื่อมาเป็นผู้ท้าชิงในบททดสอบวันนี้
คนแคระทั้ง 8 แบ่งออกเป็น 3 อาชีพหลัก: 5 คนเป็นพลปืนโจมตีระยะไกล โชคยังดีที่ปืนของพวกมันยิงได้ทีละนัดและต้องเสียเวลาบรรจุกระสุนใหม่
ช่างซ่อมคนแคระ 2 คนดูเหมือนจะเป็นสายสนับสนุน พวกมันเดินตามหลังพลปืน คอยหยิบเครื่องมือออกมาจากเป้เพื่อลดความร้อนของปืนและซ่อมแซมอาวุธ
ด้านหลังสุดมีคนแคระสวมชุดผ้า ถือไม้กายสิทธิ์ขนาดเล็กยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
"ปัง ปัง~ ปัง" กระสุนห้านัดพุ่งกระแทกม่านแสงของหลินเมี่ยวจากระยะไกล
"พวกอาชีพตีไกลนี่น่ารำคาญชะมัด"
หลินเมี่ยวบ่นอุบอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นพวกมันยืนยิงจากขอบประตูมิติ ไม่ยอมก้าวเข้ามาในพื้นที่น้ำเจิ่งนองที่เขาบรรจงสร้างไว้อย่างดี
มนุษย์หัวหมีสามตัวก่อนหน้านี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมเริ่มต้นไว้ให้ ทำให้พื้นที่ส่วนกลางเต็มไปด้วยน้ำใสที่หลินเมี่ยวเสกขึ้น ดูคล้ายเส้นแบ่งเขตแดนฉู่-ฮั่นไม่มีผิด
แต่ยังดีที่ระยะห่างระหว่างประตูแสงกับค่ายพักของเขาไม่ไกลนัก และดูเหมือนพวกมันจะเดินอ้อมไปด้านหลังประตูไม่ได้ ทำได้แค่เคลื่อนที่ไปมาระหว่างประตูกับค่ายเท่านั้น จึงยังถือว่าอยู่ในระยะยิงเวทมนตร์ของหลินเมี่ยว
บอลน้ำสีน้ำเงินเข้มที่มีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบพุ่งออกไป
"ตูม ตูม!"
โชคเข้าข้างอีกครั้ง เกิดระเบิดต่อเนื่องสามครั้งซ้อนใส่กลุ่มคนแคระตัวจิ๋วแถวหน้าจนล้มระเนระนาด ปืนคาบศิลาขนาดเล็กของพวกมันเปียกชื้นจนใช้งานไม่ได้
นี่คงเป็นเหตุผลที่มีช่างซ่อมปรากฏตัวขึ้น เจ้าขาสั้นรีบวิ่งมาเก็บปืน พร้อมงัดประแจจิ๋วและเครื่องมือหน้าตาประหลาดออกมาจากเป้หลัง
ส่วนนักบวชด้านหลังก็ร่ายเวทรักษา เติมพลังชีวิตให้พวกคนแคระที่บาดเจ็บ
ทว่าในฐานะจอมเวท เมื่อไม่ต้องพะวงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง...
เวทมนตร์นับไม่ถ้วนถูกสาดออกไปตามใจนึก ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด เช่นเดียวกับเมื่อวาน หลินเมี่ยวเริ่มทดลองพัฒนาสกิลใหม่ๆ
คราวนี้ วงเวทย์ชั้นฐานคือ 'วิชาระเบิดวารี' ซึ่งเป็นเวทโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาในขณะนี้ หากพัฒนาให้ทรงพลังยิ่งขึ้นได้ เขาคงไต่ระดับไปได้ไกลขึ้นในการต่อสู้รอบถัดๆ ไป
เริ่มแรก เขาเติมเลเยอร์ 'องค์ประกอบการหมุน' เข้าไปในจุดเชื่อมต่อเวทมนตร์ แต่ความพยายามครั้งแรกกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า
วิชาระเบิดวารีที่เดิมทีก็ไม่เสถียรอยู่แล้ว เมื่อใส่การหมุนเข้าไป มันแทบจะระเบิดใส่หน้าก่อนที่เขาจะทันได้ปล่อยออกไปเสียอีก ทำเอาหลินเมี่ยวต้องรีบโยนทิ้งแทบไม่ทัน
อีกด้านหนึ่ง ช่างซ่อมคนแคระซ่อมปืนเสร็จแล้วและส่งคืนให้พลปืน
เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ทั้งห้าเตรียมระดมยิงพร้อมกันอีกครั้ง หลินเมี่ยวลองควบคุมฟองน้ำลูกเล็กให้ลอยขึ้นจากแอ่งน้ำที่ปลายเท้าพวกมัน
ฟองน้ำบางเฉียบราวกับกระดาษนี้แทบไม่มีพลังป้องกัน แต่เมื่อถูกกระสุนเจาะจนแตกกระจาย ละอองน้ำส่วนน้อยก็สาดกระเซ็นไปโดนอาวุธของพวกพลปืน
หลินเมี่ยวค้นพบว่าเวทมนตร์ธาตุน้ำของเขาคือดาวข่มของอาวุธดินปืนโบราณพวกนี้
ขอแค่น้ำเข้าไปทำให้ดินปืนชื้น ปืนพวกนี้ก็มีค่าเท่ากับเศษไม้
ทันใดนั้น บอลน้ำและวิชาระเบิดวารีอีกหลายลูกก็พุ่งออกจากมือเขา
มหกรรมกวาดล้างศัตรูเริ่มขึ้นอีกครั้ง คนแคระพลปืนสองตัวโชคร้ายโดนเวทมนตร์เข้าไปเต็มๆ หลายชุดจนลงไปนอนแน่นิ่ง เวทรักษาจากนักบวชด้านหลังยังพุ่งมาไม่ถึงตัวด้วยซ้ำก็สิ้นใจไปเสียก่อน
และเมื่อระดับน้ำใต้เท้าพวกมันเริ่มสูงขึ้น หลินเมี่ยวก็ควบคุมผิวน้ำให้เริ่มหมุนวน
ฟองน้ำครึ่งซีกผุดขึ้นมาคล้ายโล่ ผสานกับพลังของ 'องค์ประกอบการหมุน' ในวงเวทย์ จนเกิดเป็นเวทมนตร์นอกตำรา... 'วังวนวารี'
เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ปรากฏตรงหน้า หลินเมี่ยวก็มั่นใจว่าแนวคิดนี้มาถูกทางแล้ว
ด้วยการควบคุมผ่านพลังวิญญาณและการวาดวงเวทย์ เวทมนตร์บทใหม่จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยน้ำมือของเขาอีกครั้ง