- หน้าแรก
- วงแตกแล้วไง จับมืออดีตเมมเบอร์ไต่เต้าเป็นซุปตาร์ก็
- บทที่ 5 เรามันคนละชั้น
บทที่ 5 เรามันคนละชั้น
บทที่ 5 เรามันคนละชั้น
สามสิบนาทีต่อมา หลินซิงถึงได้ก้าวขึ้นรถตู้ ประตูรถกำลังจะปิด เขายังคงรักษารอยยิ้มไว้บนใบหน้า โบกมือลาแฟนคลับอย่างอ่อนโยน สมกับภาพลักษณ์ไอดอลผู้แสนดี
"พี่เตา วันหลังอย่าหาทำแบบนี้อีกนะครับ"
หลินซิงนวดแก้มที่เมื่อยล้า พลางบ่นอุบ "สามสิบนาทีเมื่อกี้ ผมยิ้มเยอะกว่าทั้งปีรวมกันซะอีก"
"เวอร์น่า ตอนไปทำงานการกุศลเธอก็ยิ้มทุกวันไม่ใช่เหรอ??"
พี่เตาพูดอย่างสบายอารมณ์ "อีกอย่างนะอาซิง ถือว่าวันนี้ซ้อมมือไปก่อน"
หลินซิงขมวดคิ้ว "ซ้อมมืออะไรครับ??"
"พี่เพิ่งรู้จาก 'ต้าเมา' ว่าคนพวกนี้ พี่ไม่ได้จ้างมาสักคน"
พี่เตาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ขนาดเราไม่ได้ประกาศตารางงานออกไปนะ ต้าเมาบอกว่าส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับเก่าที่กลับมาตามใหม่ หลายคนเลิกตามไปแล้ว แต่พอเห็นข่าวฉาวอู๋เย่า ก็เลยกลับมา"
หลินเมี่ยวอินเสริมขึ้นมาว่า "ข่าวฉาวพี่อู๋เย่าไปกระตุ้นต่อมความทรงจำของทุกคนน่ะค่ะ เพราะวัยเยาว์ของหลายคน มีหน้าหล่อๆ ของพี่รวมอยู่ด้วย"
"ใช่เลย ถูกต้องที่สุด"
พี่เตาเห็นด้วยเต็มประตู "อาซิง เธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ในกรุ๊ปแฟนคลับคึกคักขนาดไหน ขนาดต้าเมาที่เป็นแอดมินยังอึ้ง"
หลินซิง: "???"
สี่สิบนาทีต่อมา ณ ห้องจัดเลี้ยง โรงแรมสเตทเกสต์เฮาส์ ทะเลสาบซีหู
"อาซิง จริงๆ ผมตั้งใจจะไปรับที่สถานีรถไฟนะ แต่ตอนนี้เธอดังระเบิด คนแน่นสถานีไปหมด ผมเลย..."
เฟิงกังอธิบายสั้นๆ พร้อมเขย่ามือหลินซิงอย่างแรง "แต่ผมขอบคุณจริงๆ นะที่เธอยอมมาช่วยงานผมครั้งนี้"
"ผู้กำกับเฟิง เกรงใจกันเกินไปแล้วครับ"
หลินซิงยิ้มตอบ "อย่างที่บอกไปทางโทรศัพท์ คุณเป็นผู้มีพระคุณของผมเสมอ อีกอย่าง รายการ 'ดาราทำเกษตร' นี่ก็น่าสนใจดีครับ"
จากนั้น เฟิงกังก็แนะนำแขกรับเชิญทั้งแปดคนของรายการให้หลินซิงรู้จักทีละคน
หกคนเป็นไอดอลโนเนมที่เคยผ่านแค่งานออดิชั่นรายการวาไรตี้ หรือเล่นเว็บซีรีส์ ละครสั้น จัดอยู่ในกลุ่มไอดอลเกรดล่าง
อายุมากสุดแค่ 20 ปี
ส่วนอีกสองคนเป็นดาราตกอับ ไม่มีงานป้อน นานๆ ทีจะมีรายการวาไรตี้เชิญไป ส่วนใหญ่หากินกับการไลฟ์ขายของ
คนอายุมากกว่าคือ 'กวนเผิง' ปีนี้ปาเข้าไป 40 แล้ว สมัยหนุ่มๆ เคยเล่นหนังพีเรียด ดูหล่อเหลาองอาจ เป็น 'รักแรก' ในใจของสาวๆ หลายคน แต่ตอนนี้หน้าบาน คอเป็นชั้น ดูเหมือนพ่อครัวมากกว่า
คนที่เด็กกว่าหน่อยก็ 35 ปีแล้ว ชื่อ 'หงเฟย' อดีตดาราแอ็คชั่น แต่เดี๋ยวนี้หนังแนวกังฟูขายไม่ออก ห้าปีมานี้เขาแทบจะหายไปจากวงการ
พูดตามตรง ด้วยรายชื่อแขกรับเชิญและคอนเซปต์รายการแบบนี้ ถ้าไม่เจ๊งสิถึงจะแปลก
"อาจารย์กวน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
"พี่หง ไม่เจอกันเกือบสิบปีแล้วนะครับเนี่ย?"
หลินซิงไม่ได้คุยอะไรมากกับไอดอลโนเนมทั้งหก แต่เขาแสดงความนอบน้อมต่อกวนเผิงและหงเฟยเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะหงเฟย
เมื่อสิบปีก่อน หลินซิงกับหงเฟยเคยเล่นหนังด้วยกันเรื่อง "ตาต่อตาฟันต่อฟัน" เป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่หงเฟยได้รับบทพระเอก และเป็นงานชิ้นสุดท้ายของหลินซิงก่อนจะบินเดี่ยว
คุณภาพหนังไม่ต้องพูดถึง ใครดูก็รู้ว่า...
ห่วยบรม
"ใช่ สิบปีผ่านไปไวเหมือนโกหก"
หงเฟยพูดอย่างสะเทือนใจ "ใครจะไปคิดว่าเราจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเพราะรายการวาไรตี้ของผู้กำกับเฟิง"
เฟิงกังถือโอกาสยกแก้วขึ้น "นี่แหละพรมลิขิต มาดื่มฉลองให้กับพรมลิขิตกันหน่อย"
ทุกคนยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกัน
พอดื่มเสร็จ เฟิงกังก็หันมาบอกหลินซิง "อาซิง พรุ่งนี้เราจะเริ่มถ่ายทำแต่เช้า คืนนี้เธอนอนที่โรงแรมนี้แหละ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าจะมีรถมารับ เริ่มถ่ายตั้งแต่ตอนนั้นเลย เดี๋ยวผมจะเอาบทให้ผู้จัดการเธอนะ คืนนี้ลองอ่านดู"
หลินซิงพยักหน้าเบาๆ "ได้ครับ ไม่มีปัญหา"
"อาซิง คืนนี้ต้องนอนให้พอนะ ไม่งั้นพรุ่งนี้ไม่ไหวแน่"
หงเฟยเตือนด้วยความหวังดีจากประสบการณ์ตรง "จะบอกให้นะ ทำงานในไร่นี่เหนื่อยบรรลัยเลย แล้วผู้กำกับเฟิงก็ดันให้เราลงไปทำจริงๆ ซะด้วย"
กวนเผิงหัวเราะ "เหนื่อยจริง ดูเจ้าไห่กับเด็กๆ สิ ตอนมาใหม่ๆ ขาวจั๊วะ ตอนนี้ดำเมี่ยมกันหมดแล้ว เห็นไหม??"
ไอดอลโนเนมที่ชื่อ 'เสี่ยวไห่' รีบเสริม "ใช่ครับ อาจารย์หลิน ต้องเตรียมใจดีๆ นะครับ เกี่ยวข้าวนี่งานหินสุดๆ"
"จริงครับ ดูมือผมสิ พองหมดแล้ว"
"ประเด็นคือไอ้เครื่องเกี่ยวข้าวมันเรียนยากชิบเป๋ง แถมจ้างคนมาช่วยก็ไม่ได้??"
"ผมเพิ่งรู้เนี่ยแหละว่าเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วต้องเอาไปตาก แล้วต้องเอาคนขึ้นไปเหยียบซ้ำๆ อีก"
...ไอดอลคนอื่นๆ เริ่มระบายความในใจ
เห็นได้ชัดว่าก่อนมารายการนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่าการเกี่ยวข้าวจะมีขั้นตอนยิบย่อยขนาดนี้
โต๊ะข้างๆ พี่เตากับหลินเมี่ยวอินนั่งอยู่ด้วยกัน เธอรับบทมาจากหัวหน้าทีมเขียนบท 'หลี่เซี่ย' แล้วขมวดคิ้วพูดว่า "อาซิงของเราจะตากแดดทั้งวันไม่ได้นะ หน้าพังหมด เขาต้องใช้หน้าตาทำมาหากิน"
"ไม่ต้องห่วง ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ"
หลี่เซี่ยรีบแย้ง "แค่แอคท่าถ่ายทำนิดหน่อย เดี๋ยวค่อยไปตัดต่อเอา"
เรื่องนี้เฟิงกังกับหลี่เซี่ยตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่ก่อนหลินซิงจะมา
แค่หลินซิงยอมมาออกรายการก็บุญโขแล้ว
แถมวันนี้หลินซิงยังยึดพื้นที่สื่อจนคนหันมาสนใจรายการ "ดาราทำเกษตร" ไปด้วย
ขืนไปบังคับให้หลินซิงลงไปลุยโคลนตากแดดเหมือนคนอื่น มีหวังโดนด่าเปิง
เฟิงกังกับหลี่เซี่ยรู้เรื่องนี้ดี กวนเผิงที่อยู่วงการมานานก็เข้าใจ เขาหัวเราะหึๆ "ไม่ต้องห่วงหรอก อาซิงไม่ต้องทำทั้งวันหรอก เขาไม่เหมือนพวกเรา"
ประโยคนี้ทำเอาวงสนทนาเงียบกริบ
ทุกคนเข้าใจความหมายทันที
ใช่
เรามันคนละชั้น
"อาจารย์กวน เราก็เหมือนกันหมดแหละครับ"
แต่หลินซิงกลับส่ายหน้าแล้วยิ้ม "ในเมื่อผมรับปากจะมารายการนี้แล้ว ผมก็จะทำงานให้เต็มที่ อีกอย่าง จริงๆ แล้วผมก็พอจะรู้เรื่องทำไร่ทำนาอยู่บ้าง"
"เหอะ"
กวนเผิงแค่นยิ้มมุมปากอย่างดูแคลนนิดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดจาร้ายกาจอะไร แค่ยกแก้วขึ้นแล้วพูดว่า "งั้นพรุ่งนี้ผมจะคอยดูฝีมือเธอนะ อาซิง"
หงเฟยรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย "มาๆ ดื่มฉลองให้การถ่ายทำพรุ่งนี้ราบรื่นกันเถอะ"
เฟิงกังยิ้มร่า "ใช่ๆ มาดื่มฉลองกัน"
หลังงานเลี้ยงเลิก หลินซิง พี่เตา และหลินเมี่ยวอินเดินไปส่งทุกคนขึ้นรถ ก่อนจะกลับเข้าโรงแรม
ทันทีที่ถึงห้องพัก พี่เตาก็พูดกับหลินซิงว่า "อาซิง พี่อ่านบทจบแล้ว พรุ่งนี้พี่จะไปกับเธอด้วย ไม่เป็นไรหรอก ถ่ายแค่สามวันเอง ถ้าเขาให้ทำอะไรหนักเกินไป พี่จะค้านเอง หน้าเธอห้ามไหม้แดดเด็ดขาด"
สรุปง่ายๆ คือ พี่เตามีจุดยืนชัดเจน
ถ่ายรายการได้ แต่ห้ามลงไปทำไร่ทำนาจริงๆ เด็ดขาด...