- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 051 ผลึกแห่งปัญญา
051 ผลึกแห่งปัญญา
051 ผลึกแห่งปัญญา
“ทำยังไงล่ะ?”
ตอนนี้สีหน้าของดันเต้ดูจริงจังยิ่งกว่าตอนไหนๆ เสียอีก จนแม้แต่มีอาเองก็ยังแอบประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าดันเต้ไม่ได้มองว่าเรื่องเพ้อฝันของมีอาเป็นแค่เรื่องตลก
ดูท่าเขาจะให้คาดหวังกับฉันสูงเหมือนกันนะเนี่ย
“เวทมนตร์ชำระล้างทำได้แค่ล้างเอฟเฟกต์เชิงลบ แต่ไม่สามารถล้างบัฟเสริมพลังเชิงบวกได้ใช่ไหมล่ะ?”
มีอาถามยิ้มๆ
“ก็จริงอย่างที่ว่า”
ดันเต้เคยคิดจะใช้วิธีนี้เพื่อเลี่ยงการถูกชำระล้างเหมือนกัน แต่เขาก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงเสียที
มีอาจึงอธิบายต่อว่า
“ฉันเพิ่งสร้างเวทมนตร์พิษอัลฟ่าขึ้นมาอย่างหนึ่ง มันสามารถมอบเอฟเฟกต์รักษาต่อเนื่องให้อีกฝ่ายได้ แต่ในขณะเดียวกันมันจะค่อยๆ สะสมพิษชนิดหนึ่งที่มีบัฟเสริมพลังเล็กน้อยไว้ในร่างกายของเป้าหมายด้วย”
“แล้วก็ยังมีเวทมนตร์พิษเบต้าอีกชนิดใช่ไหมล่ะ? ที่ถ้าไปเจอกับพิษที่สะสมมาจากอัลฟ่าเข้า มันจะไปกระตุ้นความเป็นพิษและทำให้พิษที่สะสมไว้ระเบิดออกมาตูมเดียวเลย?”
ไอ้สายสะสมพิษแล้วระเบิดดาเมจน่ะ ต้องบอกเลยว่าดันเต้ช่ำชองอย่างยิ่ง
แต่ถ้าเทียบกับสายสะสมพิษแบบดั้งเดิมแล้ว เวทมนตร์พิษอัลฟ่าสูตรปรับปรุงของมีอาสามารถป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้เวทมนตร์ชำระล้างลบพิษในระหว่างที่กำลังสะสมได้ สุดท้ายก็ปิดจ๊อบด้วยการระเบิดดาเมจมหาศาลใส่หน้าเป้าหมาย
ทว่า...แบบนี้มันยังเรียกว่าพิษได้จริงๆ เหรอ? เพราะขั้นตอนการสะสมพิษมันดูละมุนละไมเกินไปหน่อย พิษที่ไม่มีกระบวนการทรมานให้เจ็บปวดรวดร้าวน่ะ มันได้สูญเสียจิตวิญญาณแห่งเวทมนตร์พิษไปแล้ว
แม้ว่าเวทมนตร์พิษของมีอาจะเป็นนวัตกรรมที่ก้าวกระโดดสุดๆ แต่มันก็ไม่ได้มีประโยชน์กับดันเต้มากนัก เพราะสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดไม่ใช่ดาเมจจากเวทมนตร์พิษสักหน่อย
“หึๆ มันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะจะบอกให้”
มีอาส่ายนิ้วชี้ไปมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“แบบนั้นน่ะยังไม่นับว่าเป็นพิษที่ชำระล้างไม่ได้ ในแบบที่เราต้องการหรอก ขึ้นชื่อว่าพิษมันต้องเน้นที่กระบวนการทรมานศัตรูอย่างต่อเนื่องสิ”
เธอพูดต่อ
ประโยคนี้ทำเอาแววตาของดันเต้เป็นประกายขึ้นมาทันที ที่แท้มีอาก็คือพวกพ้องอุดมการณ์เดียวกันที่ยังไม่ละทิ้งศรัทธาในเวทมนตร์พิษสินะ
“เชิญว่าต่อเลยครับ”
ดันเต้เอ่ยขอคำชี้แนะอย่างตั้งใจ
มีอาถามว่า
“ในความคิดของนาย เวทมนตร์พิษเบต้าที่ใช้ระเบิดพิษเนี่ย มันคือดาเมจแบบระเบิดตู้มเดียวจบใช่ไหม?”
ดันเต้ตอบ
“ใช่ครับ เพราะหน้าที่ของมันคือการจุดชนวนพิษ คุณสมบัติของมันเลยต้องรวดเร็วและเด็ดขาด”
“งั้นถ้าเกิดว่าเวทมนตร์พิษเบต้าเองก็เป็นบัฟเสริมพลังเชิงบวกที่แสดงผลต่อเนื่องล่ะ?”
“!!!”
พอได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากมีอา ดันเต้ก็เหมือนจะบรรลุอะไรบางอย่างขึ้นมาในเสี้ยววินาที
เขาพึมพำออกมาว่า
“การเอาบัฟเสริมพลังเชิงบวกสองชนิดที่เวทมนตร์ชำระล้างตรวจจับไม่ได้ มาถักทอและผสมผสานเข้าด้วยกันงั้นเหรอ?”
“ใช่แล้ว! แบบนั้นแหละ! ในเมื่อพวกมันทั้งคู่ต่างก็เป็นบัฟเสริมพลัง การที่พวกมันทำปฏิกิริยากันจนเกิดพิษขึ้นมา เวทมนตร์ชำระล้างก็ไม่มีทางลบบัฟสองตัวนี้ออกไปได้ ขอแค่เราควบคุมจังหวะการแสดงผลของพวกมันให้ดี พวกมันก็จะสร้างพิษออกมาทรมานศัตรูได้อย่างต่อเนื่องเลยล่ะ!”
“สุดยอดไปเลยพี่สาวคนดีของผม”
ดันเต้ตบมือรัวๆ อย่างลืมตัว ใบหน้าเริ่มฉายแววปิติยินดีจนเก็บไม่อยู่ เขาเข้าใจความหมายที่มีอาจะสื่ออย่างถ่องแท้แล้ว
บัฟเชิงบวกสองตัวเชียวนะ เวทมนตร์ชำระล้างจะมีสิทธิ์อะไรมาลบออกล่ะ? และต่อให้พิษที่เกิดจากปฏิกิริยาของบัฟทั้งคู่ถูกชำระล้างไป เดี๋ยวพิษใหม่ก็ถูกผลิตออกมาทันทีอยู่ดี ตราบใดที่บัฟเสริมพลังทั้งสองยังไม่หมดเวลา พิษก็จะถูกผลิตออกมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เวทมนตร์ชำระล้างทำได้แค่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่แก้ที่ต้นเหตุไม่ได้ นี่แหละคือพิษที่ไร้ทางแก้ของจริง!
“นี่แหละคือความแตกต่าง ระหว่างพิษกระแสตรงกับพิษกระแสสลับล่ะ!”
มีอาดูเหมือนจะตั้งชื่อให้เวทมนตร์พิษชนิดใหม่นี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
“พวกเรานี่มันเอดิสันกับเทสลาแห่งวงการเวทมนตร์พิษชัดๆ!”
ดันเต้อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
ถึงแม้มันจะไม่ค่อยเหมือนกับหลักการของไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับเท่าไหร่ แต่มันก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกันในเชิงทฤษฎีอยู่บ้างเล็กน้อย
“เอดิสันกับเทสลางั้นเหรอ?”
มีอาถามด้วยความสงสัย
“เทพเจ้าสององค์ที่ควบคุมสายฟ้าได้น่ะ เป็นตำนานจากบ้านเกิดของผมน่ะครับ”
“อ๋อๆ”
มีอาไม่เข้าใจหรอก แต่ก็พยักหน้าตามน้ำไป
“ว่าแต่ เธอปรุงพิษทั้งสองชนิดนี้ออกมาได้หรือยัง?”
“แน่นอน แต่อันที่จริงมันยังเป็นแค่ตัวต้นแบบน่ะนะ ถ้าอยากจะรวมพวกมันเข้าด้วยกันให้ทำงานได้อย่างเสถียร รวมถึงการยกระดับในอนาคต คงต้องพึ่งนักสร้างการ์ดที่มีความเข้าใจในเวทมนตร์พิษอย่างลึกซึ้งและมีฝีมือระดับเทพถึงจะทำได้”
มีอาตอบพลางหยิบม้วนคาถาเล็กๆ สองม้วนออกมาจากตู้ด้วยท่าทางภูมิใจ
“ถ้าเราสองคนร่วมมือกัน ต้องสร้างการ์ดสำเร็จแน่! ฉันมั่นใจ!”
ทั้งคู่ต่างตื่นเต้นสุดขีด แล้วเริ่มลงมือทำการทดลองใหม่กันอย่างบ้าคลั่ง
......
กว่าทั้งสองจะทำการทดลองเสร็จสิ้น ก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ดันเต้และมีอาต่างหลงลืมเวลาไปเสียสนิท พวกเขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า
“ฟู่...ประสบความสำเร็จในขั้นต้นแล้วสินะ”
[พิษกระแสสลับ 1.0]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 1]
[เอฟเฟกต์: มอบบัฟเสริมพลังสองเท่าอย่างต่อเนื่อง แต่จะสร้างความเสียหายจากพิษอย่างต่อเนื่องเช่นกัน]
[หมายเหตุ: ผลงานชิ้นเอกของมีอาและดันเต้รุ่นทดลอง ตัวต้นแบบ บันทึกจากผู้พัฒนา: ในที่สุดพวกเราก็แก้ไขบั๊กที่เวทมนตร์พิษถูกเวทมนตร์ชำระล้างลบออกได้สำเร็จสักที]
“แต่ถ้าเกิดพวกเราเผลอโดนพิษนี้เข้าไปเอง ดูเหมือนจะใช้เวทมนตร์ชำระล้างแก้ไม่ได้เหมือนกันนะเนี่ย”
ดันเต้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะจดบันทึกเพิ่มเติมว่า ในการสร้างพิษกระแสสลับระดับสูงในอนาคต จำเป็นต้องเตรียมยาถอนพิษของพิษทั้งสองชนิดไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ทดลองโดนพิษเสียเอง
“ศัตรูคงต้องทนพิษไปจนกว่าจะหมดเวลา หรือไม่ก็ต้องใช้พวกเวทมนตร์ประเภทบังคับลบล้างสถานะแบบพิเศษเท่านั้นแหละถึงจะแก้ได้”
มีอาลูบหน้าการ์ดที่เรียบเนียนด้วยความพึงพอใจ
บังคับลบล้างสถานะ สามารถสลายสถานะได้ทั้งบัฟเชิงบวกและสถานะผิดปกติเชิงลบพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้ใส่ศัตรู แถมยังสิ้นเปลืองมานามหาศาลและมีข้อจำกัดอีกเพียบ ทำให้มีน้อยคนนักที่จะยอมใช้บังคับลบล้างสถานะกับตัวเองเพื่อแทนการใช้เวทมนตร์ชำระล้างแบบปกติ
ซึ่งนอกจากจะทำให้บัฟของตัวเองหายหมดเกลี้ยงแล้ว ยังต้องเปลืองมานาไปฟรีๆ อีก แต่ถึงจะไม่พูดถึงเรื่องที่ศัตรูจะมีสกิลบังคับลบล้างสถานะติดตัวมาไหม ต่อให้บีบให้ศัตรูต้องสลายพลังใส่ตัวเองได้ก็นับว่าโคตรคุ้มแล้ว!
มีอา: “ชักจะเหนื่อยจริงๆ แล้วสิ พอเรื่องจบลง ความล้ามันก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเลยแฮะ”
ดันเต้: “นั่นสิครับ ผมก็เพลียจนจะสลบอยู่แล้ว”
“งั้นก็รีบไปนอนเถอะ แต่นายต้องไปอาบน้ำก่อนนะ”
“?”
ดันเต้ชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความมึนงง ก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกา
ตี 3 แล้วเหรอเนี่ย
“ถ้านายออกไปตอนนี้ ผู้ดูแลหอพักต้องจำหน้านายได้แน่ๆ”
มีอาพูดพลางยิ้มตาหยี
“แล้วถ้าเดินออกไปพรุ่งนี้เช้า แล้วไปบังเอิญเจอใครเข้า มันจะไม่แย่กว่าเดิมเหรอครับ?”
ดันเต้เริ่มรู้สึกว่างานเข้าแล้ว มิน่าล่ะถึงต้องเตรียมของใช้ส่วนตัวไว้ที่ห้องมีอา ดูท่าต่อไปคงได้โต้รุ่งที่นี่บ่อยๆ แน่
“งั้นก็ค่อยออกไปตอนเที่ยงพรุ่งนี้สิ! พวกเรามานอนหลับให้เต็มอิ่มกันเถอะ!”
“ช่วยใช้คำพูดที่มันรัดกุมกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ เพราะพฤติกรรมของพวกเรามันก็ชวนให้คนอื่นเข้าใจผิดจะแย่อยู่แล้ว”
ดันเต้เริ่มจะชินกับสไตล์การพูดของมีอาแล้ว เธอไม่ได้พูดเล่นๆ แบบจริงจังหรอก แค่ชอบหาเรื่องแกล้งคนไปวันๆ เท่านั้นเอง
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกันอยู่นั้น...
ก๊อกๆ
ทั้งคู่ต่างก็ได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องแล็บ
มีคนมาเคาะประตูหอพักของมีอา อีกฝ่ายเคาะเบามาก เหมือนไม่อยากจะกวนมีอาให้ตื่น แต่ก็มีธุระจำเป็นที่ต้องพบเธอให้ได้
มีอาทำสัญญาณมือ จุ๊ๆ ให้ดันเต้เงียบเสียง แล้วให้เขาหลบอยู่ในห้องเก็บของ ก่อนที่เธอจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วเปิดประตูออก
หลังจากนั้นเธอก็เห็นว่าอลิซยืนอยู่ที่หน้าประตู เธอขยี้ตาที่แดงก่ำด้วยความง่วงงุน
“มีอา ฮือๆๆ”
วินาทีที่เห็นมีอา อลิซก็โผเข้ากอดเธอราวกับเจอผู้ช่วยชีวิต พลางสะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของมีอา
“อลิซ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
มีอาตกใจเล็กน้อย ก่อนจะลูบเรือนผมสีทองยาวสลวยของอลิซอย่างอ่อนโยน
“ฉัน...ฉันเพิ่งฝันร้ายน่ะ ฉันฝันว่าถูกปีศาจตนหนึ่งจับไปชำระล้างจนเกลี้ยงเลย ฉันกลัวมากเลย ฮือๆๆ”
“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ในหอพักไม่มีปีศาจหรอก”
อลิซเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางน่าสงสาร
“มีอา คืนนี้ฉันขอนอนด้วยคนได้ไหม?”