- หน้าแรก
- เกมจีบสาวของผมมันมีอะไรแปลกๆ
- บทที่ 3: เรื่องราวมันชักจะพิสดารขึ้นเรื่อยๆ
บทที่ 3: เรื่องราวมันชักจะพิสดารขึ้นเรื่อยๆ
บทที่ 3: เรื่องราวมันชักจะพิสดารขึ้นเรื่อยๆ
“ฉิบหายละ!”
“เสียง...”
หลี่ไพหยุดทุกการเคลื่อนไหวทันที
บันไดเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของหลี่ไพที่เต้นรัวแรง
“เสียงสับหมู... หายไปแล้ว!”
หลี่ไพรู้ตัวทันทีว่างานเข้า
เสียงสับที่เงียบไปกะทันหันแปลว่า...
แม่บ้านได้ยินเสียงบันไดเมื่อกี้แล้ว!
ความแตกซะแล้ว!
และก็เป็นไปตามคาด! วินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากห้องครัว
จากห้องครัวมาถึงบันไดใช้เวลาแค่ไม่กี่วิเท่านั้น!
มัวรอไม่ได้แล้ว!
หลี่ไพกัดฟันวิ่งจ้ำอ้าวขึ้นบันได
ทันทีที่หลี่ไพวิ่งมาถึงหัวเลี้ยวของบันได แม่บ้านที่ถือปังตอก็โผล่มาที่ทางเดินพอดี
สายตาของทั้งคู่ประสานกันเสี้ยววินาที
ใบหน้าของแม่บ้านถมึงทึง ปังตอในมือของหลี่เลือดหยดติ๋งๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“วางแขนข้างนั้นลงเดี๋ยวนี้!!”
แม่บ้านเงื้อมีดแล้วแผดเสียงคำรามพุ่งเข้าใส่หลี่ไพ
“หยุดให้โง่ดิ! จะรอให้โดนสับหรือไง?”
หลี่ไพสบถในลำคอแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นไปบนชั้นสอง
เสียงก่นด่าของแม่บ้านไล่หลังตามมา
หลี่ไพไม่สนใจ วิ่งรวดเดียวขึ้นมาถึงชั้นสอง
โถงทางเดินชั้นสองมืดสนิท มีเพียงแสงริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันที่ปลายทางเดินส่องสว่างวูบวาบ
เปลวไฟในตะเกียงไหวระริกราวกับจะดับแหล่มิปดับแหล่
ข้างหน้าคือความน่ากลัวที่ไม่รู้จัก ข้างหลังคือแม่บ้านผู้แสนอารีที่ถือมีดไล่ฟัน
ไม่มีเวลาให้ลังเล หลี่ไพทำได้เพียงแข็งใจวิ่งไปข้างหน้า
วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ หลี่ไพก็หยุดชะงัก
“แปลกแฮะ บันไดไม่มีเสียง...”
“แม่บ้านไม่ได้ตามมาเหรอ?”
หลี่ไพหันกลับไปมองเพื่อความแน่ใจ
“ไม่น่าจะเป็นไปได้...”
“หรือว่ายัยนั่นจะติดเงื่อนไขบางอย่าง ทำให้ขึ้นมาบนนี้ไม่ได้?”
หลี่ไพวิเคราะห์ในมุมมองของเกมเมอร์แล้วคิดว่าเป็นไปได้สูงมาก
“งั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว”
“หรือชั้นสองจะมีอะไรที่น่ากลัวกว่าชั้นล่าง?”
หลี่ไพยิ้มมุมปาก
ทันใดนั้น ลมกรรโชกแรงก็พัดวูบ!
ตะเกียงน้ำมันที่ปลายทางเดินดับวูบ!
หลี่ไพตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
“ไม่จริงน่า...”
ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมาในใจหลี่ไพ
ตะเกียงนั่นมีโคมแก้วครอบอยู่
ลมบ้าอะไรจะพัดเปลวไฟให้ดับผ่านแก้วได้?
มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!
ทันใดนั้น หน้าต่างตรงทางเดินก็สว่างวาบขึ้นมา!
ดูเหมือนข้างนอกจะมีฟ้าแลบ!
วินาทีที่ทางเดินสว่างขึ้น หลี่ไพเห็นร่างในชุดขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนอยู่ที่ปลายทางเดิน
“ผี?”
“นี่ฉันซื้อเกมจีบสาวมาจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย?”
“ทำไมรู้สึกว่าเรื่องราวมันชักจะพิสดารขึ้นเรื่อยๆ แล้ววะ!”
หัวใจของหลี่ไพเต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของเกมนี้มันรุนแรงกว่าเกม VR ทั่วไปแบบคนละชั้น
หลี่ไพถึงขั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของลมที่พัดผ่านขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ถ้านี่เป็นเกมสยองขวัญจริงๆ คงทำคนหัวใจวายตายได้เลย!
“เปรี้ยง!!!”
หลังจากแสงหายไปไม่นาน เสียงฟ้าร้องก็คำรามกึกก้อง
หลี่ไพรู้สึกเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หน้าอกจนจุกแน่น
จากนั้นฟ้าก็แลบขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้ ทางเดินว่างเปล่า ร่างชุดขาวนั่นหายวับไปแล้ว
ยังไม่ทันที่หลี่ไพจะหายสงสัย ฟ้าก็แลบแปลบปลาบขึ้นมาอีกรอบ ทางเดินสว่างวาบ!
คราวนี้ ร่างชุดขาวนั่นโผล่มาอยู่กลางทางเดิน!
ห่างจากหลี่ไพแค่สิบเมตรเท่านั้น!
หลี่ไพมองเห็นใบหน้าซีดเผือดภายใต้ผมยาวสยายนั้นได้ถนัดตา!
ความเย็นยะเยือกวิ่งพล่านจากแผ่นหลัง ไต่ขึ้นตามกระดูกสันหลัง ทะลุขึ้นถึงสมอง
“ออกจากเกม!”
หลี่ไพตัดสินใจยอมแพ้ทันที
เกมจีบสาว ความรักความอบอุ่นอะไร ช่างหัวมันเถอะ!
“ความคืบหน้าการสำรวจฉาก โฉมงามผู้บุบสลาย 5% ยังไม่ถึง 50% ไม่สามารถออกจากเกมได้”
ระบบแจ้งเตือนสวนกลับมาทำเอาหลี่ไพจุกจนพูดไม่ออก
“ล้อเล่นน่า! มีระบบแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“นี่มันเกมจีบสาวหรือห้องปิดตาย กันแน่วะเนี่ย?!”
หลี่ไพอดสบถออกมาไม่ได้
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมานั่งรีวิวเกม
พอออกจากเกมไม่ได้ หลี่ไพก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มหน้ารับชะตากรรม
หลี่ไพมองไปรอบๆ แล้วเจอบานประตูอยู่ใกล้ๆ
เมื่อเห็นร่างชุดขาวลอยเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หลี่ไพไม่คิดหน้าคิดหลัง บิดลูกบิดแล้วพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันที
“ปัง!”
หลังจากปิดประตูดังปัง หลี่ไพก็เอาหลังพิงบานประตูไว้แน่น
ความตื่นเต้นทำให้เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากของหลี่ไพ ลมหายใจหอบถี่
“ไอ้ตัวนั้นคงเดินทะลุกำแพงไม่ได้หรอกมั้ง...”
“ถ้ามันทะลุได้ การดันประตูไว้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร”
หลี่ไพพึมพำ
ถ้าไม่มีทางสู้จริงๆ ก็คงต้องทำใจยอมรับสภาพ
บางทีผีสาวตนนั้นอาจจะแค่ถูกใจเขา และไม่ได้คิดจะทำร้ายก็ได้...
คิดได้แบบนี้ หลี่ไพก็รู้สึกสงบลงบ้างเล็กน้อย
“เกมนี้มันเพี้ยนเกินไปแล้ว!”
“ต้องหาทางออกไปให้เร็วที่สุด”
หลี่ไพพึมพำกับตัวเอง
เกมนี้รีวิวดีมากในเน็ต คงไม่น่าจะตั้งใจหลอกผู้เล่นหรอกมั้ง
หรือว่าเกมแนว “โรแมนติก” เพียวๆ จะไม่ตอบโจทย์ผู้เล่นสมัยนี้แล้ว?
การเพิ่มความตื่นเต้นผจญภัยเข้าไปในเกมจีบสาวก็พอเข้าใจได้ บางคนยังเปลี่ยนเกมการ์ดให้กลายเป็นเกม Action RPG โลกเปิดได้เลย!
แต่เล่นใส่แม่บ้านนักเชือดกับผีสาวชุดขาวมาแบบนี้ มันชักจะเกินเบอร์ไปหน่อยมั้ย!
ถ้าความคืบหน้าการสำรวจไม่ถึง 50% ก็ออกไม่ได้...
นี่มันไม่ต่างอะไรกับห้องปิดตายชัดๆ
“ตอนเจอแขนข้างนี้ เปอร์เซ็นต์การสำรวจเพิ่มขึ้น 5%”
“ถ้าหาชิ้นส่วนเพิ่มเรื่อยๆ ก็น่าจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์ได้ใช่ไหม?”
หลี่ไพก้มมองแขนซีดเผือดในมือ
ตอนนี้เขาทำได้แค่พยายามตามหาชิ้นส่วนร่างกายของ โฉมงามผู้บุบสลาย ให้ได้มากที่สุด
หลี่ไพยืนพิงประตูอยู่ครู่หนึ่ง ผีสาวชุดขาวไม่ได้ทะลุกำแพงเข้ามา และไม่ได้ทุบประตูด้วย
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ปลอดภัยชั่วคราว
“สำรวจห้องนี้ก่อนดีกว่า”
หลี่ไพสูดหายใจลึก แล้วเริ่มสำรวจภายในห้อง
แสงในห้องสลัวมาก แสงจันทร์ถูกเมฆบดบังจนส่องเข้ามาไม่ได้
มีเพียงแสงจากฟ้าแลบเป็นครั้งคราวที่ช่วยให้ห้องสว่างขึ้นชั่วขณะ
อาศัยจังหวะฟ้าแลบฟ้าร้องไม่กี่ครั้ง หลี่ไพก็พอจะเดาโครงสร้างของห้องได้
นี่เป็นห้องเล็กๆ ขนาดประมาณสิบตารางเมตร
กลางห้องมีเตียงไม้เรียบง่ายสไตล์โบราณตั้งอยู่
ปลายเตียงมีม้านั่งยาวที่มีฝุ่นจับหนา
ทางซ้ายของเตียงเป็นโต๊ะหัวเตียงพร้อมกระจกเครื่องแป้ง
ทางขวาเป็นตู้เสื้อผ้าไม้สีแดงเข้ม
ถัดจากตู้เสื้อผ้า ริมหน้าต่างมีโต๊ะหนังสือ บนโต๊ะมีตะเกียงน้ำมันที่ยังไม่ได้จุดวางอยู่
ผนังห้องเต็มไปด้วยรอยราดำและรอยร้าว
“นี่น่าจะเป็นห้องพักแขก”
“จุดไฟก่อนดีกว่า”
หลี่ไพเดินคลำผนังไปที่โต๊ะหนังสือ
โคมแก้วของตะเกียงน้ำมันมีฝุ่นจับเขรอะและมีหยากไย่เกาะ
ไม่รู้ว่าจะยังจุดติดหรือเปล่า
หลี่ไพค่อยๆ ดึงลิ้นชักออก หวังว่าจะเจอไม้ขีดไฟหรืออุปกรณ์จุดไฟอะไรบ้าง
แสงสว่างนั้นสลัวมาก หลี่ไพทำได้เพียงควานมือเข้าไปในลิ้นชัก
หลังจากคลำสะเปะสะปะอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ หลี่ไพก็สัมผัสโดนวัตถุแท่งยาว!
สัมผัสแบบนี้... รู้สึกคุ้นมือชอบกล