- หน้าแรก
- เมื่อตัวร้ายแต่งงานกับคู่หมั้นตาบอด รักครั้งนี้ช่างบ้าคลั่ง
- บทที่ 14 อะไรนะ? คุณคิดว่าผู้หญิงเล่นตัวจะล้างจานไม่เป็นรึไง?
บทที่ 14 อะไรนะ? คุณคิดว่าผู้หญิงเล่นตัวจะล้างจานไม่เป็นรึไง?
บทที่ 14 อะไรนะ? คุณคิดว่าผู้หญิงเล่นตัวจะล้างจานไม่เป็นรึไง?
เสียงฮัมเพลงสบายๆ แต่แฝงไปด้วยอารมณ์ของกู้เหยียนดังก้องไปทั่วห้องครัว
วินาทีนี้ หัวใจของเหลิ่งชิงชิวก็สั่นไหวเล็กน้อย
ไม่รู้ทำไม แต่เธอเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความสุขใจที่กู้เหยียนถ่ายทอดผ่านบทเพลงนี้
ทำไมล่ะ? เหลิ่งชิงชิวไม่ใช่คนโง่
จากเนื้อร้องท่อนที่ว่า "มีเธอคนเดียวก็เหมือนมีโลกทั้งใบ" เหลิ่งชิงชิวก็ดูออกแล้ว
ว่าเขากำลังร้องให้เธอฟัง
เพียงแต่ สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ กู้เหยียนถึงกับเชื่อว่าการมีเธออยู่ก็เทียบเท่ากับการได้ครอบครองโลกทั้งใบจริงๆ
เหลิ่งชิงชิวไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ชั่วขณะหนึ่ง ลมหายใจของเธอจึงถี่กระชั้นขึ้น
"เพราะจัง...."
เหลิ่งหลิงเอ๋อพึมพำกับตัวเอง แม้จะเป็นแค่เสียงฮัมเพลงง่ายๆ แต่ทำนองที่ติดหูและเนื้อเพลงที่หวานซึ้ง ก็ทำให้เหลิ่งหลิงเอ๋อจินตนาการเห็นภาพ
ภาพคู่รักที่รักกันหวานชื่น เพลงนี้ฟังดูแล้วน่าจะเอาไว้ใช้สารภาพรักกับคนที่ชอบได้เลยนะเนี่ย
แต่ใครเป็นคนร้องเพลงนี้กันนะ? เหมือนไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?
จังหวะนั้น เหลิ่งชิงชิวก็ขยับตัว ค่อยๆ เดินเข้าไปหากู้เหยียน
【เป้าหมายรักบริสุทธิ์ใจสั่นไหวเพราะบทเพลงของโฮสต์ คะแนน +1】
"ที่รัก อย่าเอาแต่ใจสิ...."
กู้เหยียนกำลังฮัมเพลงอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ เสียงระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาในหัว
เขาชะงักไปนิดหนึ่ง กำลังจะหันไปดู
ก็ได้ยินเสียงเย็นชาแต่ใสกระจ่าง พร้อมกับร่างสูงระหงมายืนอยู่ข้างๆ
อีกฝ่ายเอียงคอนิดๆ คิ้วขมวดมุ่น
น้ำเสียงดูไม่พอใจเล็กน้อยขณะถามว่า "คุณบอกว่าใครจีบยากหน่อยนะ?"
เหลิ่งชิงชิวไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงถามออกไปแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะเธอแค่อยากหาเรื่องคุยกับกู้เหยียนก็ได้
กู้เหยียนได้ยินปุ๊บก็ตอบปั๊บ
เขายิ้มบางๆ แล้วเอื้อมมือไปทัดผมที่ข้างหูของเหลิ่งชิงชิว "ก็ต้องเป็นชิงชิวของพวกเราสิครับ เมื่อก่อนคุณเป็นถึงยอดหญิงอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเจียงไห่เชียวนะ"
"คุณเป็นเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า สำหรับผมในตอนนั้น การจะจีบคุณให้ติด มันยากเหมือนปีนขึ้นสวรรค์เลยล่ะ"
เหลิ่งชิงชิวสัมผัสได้ถึงการกระทำของกู้เหยียน แต่คราวนี้เธอไม่ได้ขัดขืน เธอแค่แค่นเสียงเบาๆ "ตอนนั้น ฉันไม่ยักกะได้ยินข่าวว่านายน้อยตระกูลกู้มีใจจะมาจีบฉันเลยนะ"
"กลับกัน หลายปีมานี้ ฉันได้ยินแต่ข่าวคุณตามจีบคุณหนูตระกูลเสิ่นไม่เว้นแต่ละวัน"
"เพลงนี้ คุณคงไม่ได้แต่งให้เสิ่นหว่านเอ๋อหรอกนะ?"
พอพูดจบ ความอบอุ่นในใจของเหลิ่งชิงชิวก็จางหายไปเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เพราะมันก็มีโอกาสเป็นไปได้ ถ้าเพลงนี้กู้เหยียนร้องให้คนรักเก่าของเขาล่ะ?
ถึงเขาจะร้องให้ใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก แต่...
ตอนนี้เธอกับกู้เหยียน อย่างน้อยในนามก็ถือว่าเป็นคู่หมั้นกันแล้ว
เธอแค่ไม่อยากให้คู่หมั้นของเธอยังอาลัยอาวรณ์กับรักครั้งเก่าอยู่
ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอคงใช้ประโยชน์จากตระกูลกู้ได้อย่างไม่สนิทใจ
ได้ยินคำถามของเหลิ่งชิงชิว กู้เหยียนย่อมรู้วิธีรับมือ เขาคว้ามือเรียวบางของเหลิ่งชิงชิวมากุมไว้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมรัก "ชิงชิวครับ"
"ความรักที่ผมมีต่อคุณ เปรียบเสมือนสายน้ำ ที่ไหลข้ามผ่านทุ่งราบและขุนเขา"
"ไม่เคยเกรงกลัวความยากลำบาก เดินทางนับพันลี้เพื่อมาหาคุณ"
"เพลง 'ลูกโป่งสารภาพรัก' นี้ เป็นเพลงที่ผมแต่งให้คุณโดยเฉพาะตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ"
"อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้ ที่ทำให้เราได้มาอยู่ด้วยกันในตอนนี้!"
"ผมเลยอดใจไม่ไหวต้องฮัมเพลงนี้ออกมาไงล่ะครับ"
แหม... พ่อคุณ จะพูดเวอร์ไปไหน?
ฟังคำพูดลิเกๆ ของกู้เหยียน อารมณ์ของเหลิ่งชิงชิวก็ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย "ปากหวานจริงนะ"
เธอรีบชักมือกลับจากมือของกู้เหยียน
หันหน้าหนี สูดหายใจลึก แล้วหันกลับมาหากู้เหยียนอีกครั้ง คราวนี้ถามด้วยความสงสัย "คุณบอกว่าเพลงที่ฮัมเมื่อกี้ชื่อ 'ลูกโป่งสารภาพรัก'? แล้วเป็นเพลงที่คุณแต่งเองเหรอ?"
"คุณมีความสามารถด้านนี้ด้วย?"
กู้เหยียนพยักหน้ารับ "แน่นอนครับ แต่นี่ก็เป็นช่วงที่แรงบันดาลใจพุ่งกระฉูด เพราะในหัวผมมีแต่เรื่องของคุณเต็มไปหมด ชิงชิว จินตนาการไปถึงตอนได้ทำนู่นทำนี่กับคุณ ผมเลยแต่งเพลงนี้ออกมาได้"
"ถุย! ทำนู่นทำนี่อะไรกันยะ? พูดจาให้มันดีๆ หน่อยสิ"
"คร้าบๆ ดึกแล้ว รีบจัดการให้เสร็จกันเถอะ"
เหลิ่งชิงชิวบ่นอุบ แล้วเอื้อมมือไปทางอ่างล้างจาน
"ชิงชิว คุณจะทำอะไร?"
เห็นท่าทางของเหลิ่งชิงชิว กู้เหยียนรีบคว้ามือเธอไว้ "ตรงนั้นอ่างล้างจานนะ สกปรกจะตาย"
เหลิ่งชิงชิวสะบัดมือออกจากการเกาะกุม แล้วพูดอย่างเอือมระอา "นี่บ้านฉันนะ แน่นอนว่าฉันรู้ว่าตรงนี้คืออ่างล้างจาน"
"แล้วคุณ...."
"ฮึ อะไร? คุณคิดว่าผู้หญิงที่ 'จีบยาก' จะล้างจานไม่เป็นรึไง?"
เหลิ่งชิงชิวถกแขนเสื้อขึ้น แล้วเปิดก๊อกน้ำล้างจานอย่างคล่องแคล่ว
เห็นภาพตรงหน้า
หัวใจของกู้เหยียนกระตุกวูบ
เดิมทีเขาเข้าหาเหลิ่งชิงชิวเพราะจุดจบหายนะที่รออยู่และเพราะระบบ
ต่อมา เป็นเพราะเหลิ่งชิงชิวเป็นสเปคที่เขาชอบ เขาเลยเลือกที่จะดีกับเธอ
อีกอย่าง ในความคิดเขา คนอย่างเหลิ่งชิงชิวที่โตมาในตระกูลใหญ่ คงไม่เคยทำอาหารหรือแม้แต่งานบ้านด้วยตัวเองหรอก
แต่ตอนนี้...
กู้เหยียนมองเหลิ่งชิงชิวที่กำลังช่วยล้างจาน ความอบอุ่นสายหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นในใจ
เหลิ่งชิงชิวกำลังล้างจาน เธอพอจะเดาออกว่ากู้เหยียนคิดอะไรอยู่
แต่เธอก็แค่ไม่อยากให้กู้เหยียนมองเธอแบบนั้น
แม้ตอนนี้ตาจะมองไม่เห็น และชีวิตหลายอย่างจะไม่สะดวก แต่...
เธอก็ไม่อยากแสดงด้านที่อ่อนแอให้คนอื่นเห็น
อีกอย่าง...
วันนี้กู้เหยียนทำให้พวกเธอตั้งหลายอย่างแล้ว
เธอต้องทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง
หึๆ ทั้งที่เป็นนายน้อยแท้ๆ
เหลิ่งชิงชิวคิดขำๆ กู้เหยียนนี่มันผู้ชายในอุดมคติของพวกลูกคนรวยชัดๆ
ซู่ ~
กู้เหยียนเปิดก๊อกน้ำอีกฝั่ง "โอเคครับ ชิงชิวล้างพวกนั้นนะ เดี๋ยวผมจัดการหม้อใหญ่กับชามใบโตๆ พวกนี้เอง"
"อืม"
เหลิ่งชิงชิวรับคำแล้วชะงักไปนิด
แล้วถามขึ้นลอยๆ "สรุป คุณจะไม่ร้องเพลง 'ลูกโป่งสารภาพรัก' แล้วเหรอ?"
กู้เหยียนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มกว้าง "ร้องสิครับ เดี๋ยวเริ่มใหม่เลย"
"ฉันก็ไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่หรอกนะ แล้วแต่คุณจะร้องหรือไม่ร้อง"
"คร้าบๆ งั้นผมเริ่มละนะ"
"ตามใจ"
จากนั้น เสียงร้องเพลงระดับ 【ทักษะการร้องเพลงระดับเทพเจ้า】 ที่กู้เหยียนเพิ่งแลกมาก็ดังก้องไปทั่วห้องครัว
เพราะเขาร้องให้เหลิ่งชิงชิว ระบบเลยใจดีลดราคาให้อีกแล้ว
เพียงแต่ว่า...
สิ่งที่ทั้งสองคนไม่ทันสังเกตก็คือ
ที่หน้าประตู เด็กสาวคนหนึ่งยืนตัวแข็งทื่อ สีหน้าค่อยๆ เจื่อนลง
"พี่... พี่คะ...."
เหลิ่งหลิงเอ๋อยืนมองตาค้าง ราวกับเหลิ่งชิงชิวและกู้เหยียนมีสปอตไลท์ส่องสว่างอยู่แค่สองคน
พวกเขาคุยกัน หัวเราะกัน ร้องเพลง และล้างจานด้วยกัน
ภาพนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่... เป็นแค่...
"แงงงงง!!! มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงอ่า!!!"
เหลิ่งหลิงเอ๋อกุมขมับ ร้องโอดครวญเหมือนจะร้องไห้
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว
ที่หน้าประตูตระกูลเหลิ่ง
"ดึกแล้ว ผมกลับก่อนนะ"
กู้เหยียนเอ่ยลาเสียงนุ่ม
ภายในรถหรูด้านหลัง ลุงเกามองนายน้อยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก
สายตาที่เขามองเหลิ่งชิงชิวก็ดูเป็นมิตรขึ้นมาก
เหลิ่งชิงชิวพยักหน้ารับเรียบๆ "ถ้ามาแล้วทำกับข้าวเยอะขนาดนี้ทุกรอบ ก็ไม่ต้องมาบ่อยนักก็ได้นะ"
"ฉันรู้นะว่าคุณกลัวสามีอย่างผมจะเหนื่อยเกินไป คราวหน้าผมจะทำน้อยลงครับ"
กู้เหยียนหัวเราะ
"หึๆ ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย ฉันแค่ห่วงอายุการใช้งานเตาแก๊สบ้านฉันต่างหาก"
เหลิ่งชิงชิวชะงัก แล้วหันไปพูดกับกู้เหยียน "ขับรถกลับดีๆ ล่ะ"
ยังไม่ทันที่กู้เหยียนจะตอบรับ เธอก็เดินเข้าบ้านไปแล้ว
กู้เหยียนได้สติ รีบตะโกนตามหลังอย่างร่าเริง "ชิงชิว! พรุ่งนี้เช้าผมจะมาหาใหม่นะ!"
เสียงตอบรับเรียบๆ ลอยมาตามลม:
"ตามใจ"
ครืน!
ประตูรั้วปิดลง
ทว่า ในมุมที่กู้เหยียนมองไม่เห็น ขณะที่เหลิ่งชิงชิวเดินกลับเข้าบ้าน มุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
และในจังหวะนั้นเอง
ตุบ!
วัตถุบางอย่างพุ่งเข้าชนอ้อมกอดของเหลิ่งชิงชิว
ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวน "พี่!! พี่เปลี่ยนไปแล้ว!!"
ได้ยินเสียงเหลิ่งหลิงเอ๋อ เหลิ่งชิงชิวก็ยิ้มอย่างจนใจ "เป็นอะไรไป หลิงเอ๋อ? พี่เปลี่ยนไปตรงไหน?"
ได้ยินแบบนั้น เหลิ่งหลิงเอ๋อยิ่งน้อยใจหนัก "พี่! พี่เปลี่ยนไปจริงๆ! ตั้งแต่กู้เหยียนโผล่มา พี่ก็ทำตัวแปลกๆ!"
"สายตาพี่มีแต่กู้เหยียน!"
"นี่! มันแค่สองวันเองนะ! หนู! หนูกลายเป็นคนนอกของบ้านนี้ไปแล้ว!"
เหลิ่งชิงชิวได้ฟังก็คิดว่าตัวเองคงละเลยหลิงเอ๋อเพราะกู้เหยียนจริงๆ เฮ้อ เธอไม่ควรเป็นแบบนี้เลย เธอจึงเอื้อมมือไปลูบหลังเหลิ่งหลิงเอ๋อ "โอ๋ๆ เด็กดี พี่ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก"
"ก็แค่ตระกูลเหลิ่งของเราต้องอาศัยเงินและอิทธิพลของตระกูลกู้เพื่อกอบกู้ตระกูล พี่เลยต้องกลั้นใจคุยกับกู้เหยียนทั้งที่ขยะแขยงจะตาย"
เหลิ่งชิงชิวปลอบใจ
"จริงเหรอคะ?"
เหลิ่งหลิงเอ๋อตาลุกวาว เงยหน้าขึ้น ยิ้มร่า "ค่อยยังชั่วหน่อย พี่คะ! หนูตกใจแทบแย่ นึกว่าพี่จะหลงกู้เหยียนเข้าแล้วจริงๆ!"
"ถ้าพี่ไม่หลงมันก็แล้วไป! ไอ้คนเลวนั่น ถึงจะดูมีความสามารถอยู่บ้าง! ทำกับข้าวอร่อย ร้องเพลงเพราะ บ้านรวย แถมยังหล่อใช้ได้ แต่ แต่ แต่ ดีแล้วที่พี่ไม่หลงมัน!"
"ไม่งั้น หนูหลิงเอ๋อคงอยู่บ้านนี้ไม่ได้แน่!"
ยิ่งฟังเหลิ่งชิงชิวก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล... จะให้เธอไปชอบกู้เหยียนได้ยังไง?
ตลกน่า เป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะมีความรักใสๆ เหมือนผู้หญิงทั่วไป
และไม่มีทางที่เธอจะไปหลงรักใครด้วย
"อย่าคิดมากน่า หลิงเอ๋อ พี่สาวของเธอจะไปชอบกู้เหยียนได้ไง แล้วพี่จะไล่เธอออกจากบ้านได้ไง?"
"ไปๆ อาบน้ำ ดูทีวี แล้วเข้านอนซะ"
เหลิ่งชิงชิวปลอบ
เหลิ่งหลิงเอ๋อพยักหน้าหงึกๆ จูงมือเหลิ่งชิงชิวเดินเข้าบ้าน พลางตะโกนอย่างมีความสุข "พี่คะ ได้ยินแบบนี้หนูค่อยโล่งอกหน่อย"
เหลิ่งชิงชิวยิ้ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
จู่ๆ เธอก็ถามขึ้นลอยๆ "ว่าแต่ เธอมองว่ากู้เหยียนเป็นคนยังไงเหรอ?"
"อ๋อ หมอนั่นน่ะเหรอ! ถึงจะเป็นขยะกู้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นขยะกู้ที่หน้าตาดี! ได้ข่าวว่าเพื่อเอาใจเสิ่นหว่านเอ๋อ ขยะกู้นั่นเข้ายิมทุกวันเลย หุ่นเลยแซ่บมาก ถ้าให้คอสเพลย์นะ รับรองทุกคนต้องอ้าปากค้างแน่!"
"น่าเสียดายที่วีรกรรมเลียแข้งเลียขาเมื่อก่อนทำให้คนในวงการดูถูกไปเยอะ"
"ลือกันว่าเขาปฏิเสธผู้หญิงที่มาสารภาพรักเป็นร้อยคนเพื่อเสิ่นหว่านเอ๋อ และได้ยินมาว่าจนถึงตอนนี้เขายังไม่เคยมีแฟนสักคนเลยนะ!"
เหลิ่งหลิงเอ๋อที่ได้รับคำยืนยันจากพี่สาวแล้ว ตอบอย่างฉะฉานโดยไม่ทันคิดอะไร
"อ๋อ งั้นเหรอ"
เหลิ่งชิงชิวพยักหน้าอยู่ข้างๆ
ไม่รู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่
"พี่คะ ห้ามไปหลงขยะกู้นะคะ"
"......."
เหลิ่งชิงชิวเงียบไปครู่หนึ่ง
"หลิงเอ๋อ เขาเป็นพี่เขยในนามของเธอนะ ให้เกียรติเขาหน่อย"
"แล้วที่บอกว่าสอบตกเลข คืนนี้อาบน้ำเสร็จมาที่ห้องหนังสือนะ เดี๋ยวพี่ติวให้"
"หา! พี่คะ!!!"
เหลิ่งหลิงเอ๋อช็อกตาตั้ง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
........
........
ระหว่างทางกลับบ้านตระกูลกู้
ลุงเกาขับรถ มองรอยยิ้มของกู้เหยียนผ่านกระจกหลัง
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดี ถามอย่างอารมณ์ดีว่า "นายน้อยครับ ดูเหมือนคุณจะชอบแม่หนูตระกูลเหลิ่งคนนั้นจริงๆ นะครับเนี่ย"
กู้เหยียนยิ้มบางๆ พยักหน้าไม่ปฏิเสธ "ใช่ครับ ลุงเกา ผมตัดสินใจแล้วว่าจะดีกับเธอไปตลอดชีวิต"
พูดไป กู้เหยียนก็ชะงัก นึกอะไรขึ้นได้ เลยถามว่า "ว่าแต่ ลุงเกาครับ ลุงเก่งขนาดไหนเหรอครับ?"
ในนิยายต้นฉบับ จริงๆ แล้วมีบทของลุงเกาอยู่หลายฉาก
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นฉากจัดการพวกคนธรรมดา
ฉากเดียวที่โชว์ฝีมือจริงๆ คือ...
【หมัดของชายหนุ่มแหวกอากาศเสียงดังหวีดหวิว พุ่งเข้าใส่กู้เหยียนอย่างดุดัน】
【“นายน้อย!” ลุงเกาตาแดงก่ำ คำรามต่ำแล้วพุ่งเข้ามาขวาง】
【ผลุบ! เสียงเนื้อระเบิด ลุงเกาเอาตัวเข้าบังหน้ากู้เหยียน หัวระเบิดกลายเป็นละอองเลือด】
ใช่ครับ นี่เป็นฉากเดียวที่เกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ ซึ่งบรรยายว่าในต้นฉบับ พระเอกได้ยินเสิ่นหว่านเอ๋อบ่นว่ารำคาญกู้เหยียน เลยเลือกมาดักฆ่ากู้เหยียนกลางดึก
แถมยังพูดเท่ๆ ว่า "เจ้าย่อมได้พบกับวิถีแห่งความตาย"
ลุงเกาก็ตายเพราะปกป้องกู้เหยียนในตอนนั้น ส่วนกู้เหยียน แน่นอนว่าตายตกตามกันไป
อนาถ อนาถเกินไป
ภายนอก
ลุงเกาได้ยินคำถาม
แววตายิ้มแย้มปรากฏขึ้น เขาพูดติดตลก "ฮ่าๆ ก็คงพอจะกันกระสุนให้นายน้อยได้ละมั้งครับ"
"งั้นเหรอครับ ลุงเกา ถ้าลุงพูดแบบนั้น ต่อไปนี้นายน้อยอย่างผมจะปกป้องลุงเอง"
กู้เหยียนส่ายหน้าหัวเราะ
ลุงเกาเป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ของตระกูลกู้ คอยดูแลมาตั้งแต่รุ่นพ่อของกู้เหยียนยังเด็ก
ความจงรักภักดีจึงไม่ต้องพูดถึง
ในนิยายไม่ได้ระบุระดับฝีมือไว้ชัดเจน แต่ถ้าเจ้าตัวบอกว่ากันกระสุนได้...
อย่างน้อยก็น่าจะระดับปรมาจารย์
ระดับปรมาจารย์ถือว่าเป็นยอดฝีมือแถวหน้าของโลกนี้แล้ว
เพราะระดับสูงสุดที่ผู้แต่งบรรยายไว้ในนิยายคือ ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด
แต่น่าเสียดาย...
ดันไปเจอพระเอกเข้า
พอนึกถึงพระเอก แววตาของกู้เหยียนก็เคร่งเครียดขึ้น
ตามพล็อต อีกฝ่ายจะมาฆ่าเขา
ตอนนี้เขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพระเอก แน่นอนว่าเขาจะไม่บุ่มบ่ามไปหาเรื่องก่อน
แต่ถึงจะไม่ไปหาเรื่อง อย่างน้อยก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหว
แถมเขามีระบบ หลายอย่างสามารถวางแผนป้องกันล่วงหน้าได้
สีหน้าของกู้เหยียนจริงจังขึ้น
อันที่จริง แผนการหนึ่งผุดขึ้นในหัวแล้ว ถ้าสำเร็จ
ต่อให้เป็นพระเอกต้นฉบับ ก็ไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเขาอีกต่อไป
ก่อนอื่น วิเคราะห์สถานการณ์
ตามพล็อต ช่วงเวลาที่พระเอกฝึกวิชาสำเร็จและลงจากเขา คือช่วงหลังจากที่กู้เหยียนสารภาพรักกับเสิ่นหว่านเอ๋อแล้วล้มเหลวไม่นาน
คิดได้ดังนั้น แววตาลึกลับปรากฏขึ้นในดวงตากู้เหยียน เขาพูดว่า "ลุงเกา ช่วงนี้ช่วยสืบหาคนชื่อ 【เสี่ยวหลิน】 ในเมืองเจียงไห่ให้หน่อยสิครับ"
ลุงเกาได้ยิน แม้จะไม่รู้ว่าคนนี้เป็นใคร แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธคำขอนายน้อย "รับทราบครับ นายน้อย อย่างช้าพรุ่งนี้เย็น ข้อมูลทั้งหมดจะถึงมือครับ"
ได้รับคำตอบ กู้เหยียนก็หลับตาลง
เขาทบทวนเนื้อเรื่องของเสี่ยวหลินในหัว
เสี่ยวหลิน พระเอกในนิยายต้นฉบับ
เคยฝึกวิชากับตาเฒ่าหลายคนบนเขาที่ชื่อว่า ภูเขาราชา
มังกร
นิสัยเลือดร้อนและซื่อบื้อ
การลงเขาครั้งนี้ก็เป็นคำสั่งของพวกตาเฒ่า ก่อนลงเขา พวกตาเฒ่ามอบหยกรูปมังกรให้เสี่ยวหลิน
คนอื่นไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร แต่กู้เหยียนที่อ่านนิยายมารู้ดี
ความหมายของหยกชิ้นนั้นคือ... นายน้อยแห่งวังราชามังกร!!
วังราชามังกร องค์กรขนาดมหึมาในนิยาย แต่น่าเสียดาย...
ถูกเหลิ่งชิงชิวถล่มเละเทะด้วยตัวคนเดียว
กู้เหยียนนึกถึงตรงนี้ มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม
สมกับเป็นชิงชิวของพวกเรา
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมเหลิ่งชิงชิวถึงไปถล่มวังราชามังกรและจ้องเล่นงานกลุ่มพระเอกตลอด
แต่อย่างน้อย นี่ก็เป็นข่าวดีสำหรับกู้เหยียน
เพราะนี่อาจหมายความว่า...
วังราชามังกรก็ไม่ใช่คู่มือของเหลิ่งชิงชิวเหมือนกัน
แต่ว่า พล็อตเรื่องเกี่ยวกับองค์กรนี้อยู่ในช่วงกลางค่อนไปทางท้ายเรื่อง
ยังมีเวลาอีกเยอะ
กู้เหยียนรู้สึกว่าเขามีเวลาพอที่จะวางแผนป้องกันล่วงหน้า