เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ฉันไม่สนใจกู้เหยียนอีกแล้ว! กลับมาที่ตระกูลเหลิ่งอีกครั้ง

บทที่ 9 ฉันไม่สนใจกู้เหยียนอีกแล้ว! กลับมาที่ตระกูลเหลิ่งอีกครั้ง

บทที่ 9 ฉันไม่สนใจกู้เหยียนอีกแล้ว! กลับมาที่ตระกูลเหลิ่งอีกครั้ง


"หว่านเอ๋อ โทรหากู้เหยียนอีกรอบดีไหม?"

"นั่นสิ หว่านเอ๋อ แสนสามมันเยอะอยู่นะ"

อู๋ลี่ลี่กับเซี่ยไป๋เวยเร่งเร้าอย่างร้อนรน

ปกติเวลากินข้าวสังสรรค์ เสิ่นหว่านเอ๋อจะเป็นคนจ่าย แล้วพอกู้เหยียนรู้ เขาก็จะรีบโอนเงินคืนให้เสิ่นหว่านเอ๋อทันที

เมื่อก่อน ถ้ากู้เหยียนรู้ว่าได้จ่ายเงินให้เสิ่นหว่านเอ๋อ เขาคงดีใจจนโพสต์อวดลงโซเชียลรัวๆ

ทำไมวันนี้เสิ่นหว่านเอ๋ออุตส่าห์โทรหาเอง แต่เขากลับไม่รับสาย?

สองสาวถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

ลืมไปสนิทเลยว่าเมื่อกี้นี้พวกเธอยังยุให้เสิ่นหว่านเอ๋อเล่นตัวรอกู้เหยียนมาง้ออยู่หยกๆ

เสิ่นหว่านเอ๋อกัดริมฝีปาก มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสาย ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอไม่อยากโทรไปอีก

แต่...

เสิ่นหว่านเอ๋อเหลือบมองเจ้าของร้านที่รอยยิ้มเริ่มจางลง วันนี้ถ้าไม่จ่ายคงไม่ได้ออกจากร้านแน่

ด้วยความจำยอม เสิ่นหว่านเอ๋อจึงกดเบอร์กู้เหยียนอีกครั้ง

ในความคิดเธอ ต่อให้กู้เหยียนจะยุ่งแค่ไหน แต่เห็นเธอโทรไปสองสายติด เขาน่าจะเข้าใจว่ามีเรื่องด่วน! เขาควรรบสายสิ

แต่...

พอสัญญาณเชื่อมต่อ ฉากที่ทำให้เสิ่นหว่านเอ๋ออึ้งก็เกิดขึ้น

เธอได้ยินว่า...

"หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้..."

ปิด... ปิดเครื่อง?!

เป็นไปได้ยังไง? กู้เหยียนปิดเครื่องหนีเนี่ยนะ?! แค่เพราะฉันโทรหาเขา?

สีหน้าเสิ่นหว่านเอ๋อเริ่มดูไม่ได้ ความโกรธปะทุขึ้นในใจ

ทำไมในเวลาสำคัญแบบนี้ เขาถึงไม่รับสาย?

เจ้าของร้านข้างๆ เริ่มมีท่าทีหงุดหงิด เสิ่นหว่านเอ๋อจึงจำใจเปิดกระเป๋า LV ที่กู้เหยียนซื้อให้

หยิบกล่องเล็กๆ กล่องหนึ่งออกมา

เสิ่นหว่านเอ๋อมองกล่องใบนั้นด้วยความเสียดาย นี่คือของขวัญที่กู้เหยียนเพิ่งให้เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนขอเธอเป็นแฟน

เธอเพิ่งลองใส่ไปแค่ไม่กี่ครั้ง กะว่าจะเอามาอวดเพื่อนๆ ซะหน่อย แต่อนิจจา...

เสิ่นหว่านเอ๋อเปิดกล่อง เผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามดีไซน์หรูหราอยู่ด้านใน

อู๋ลี่ลี่กับเซี่ยไป๋เวยตาค้าง กลืนน้ำลายเอื๊อก "หว่านเอ๋อ นี่กู้เหยียนซื้อให้เหรอ?"

แวบหนึ่ง ทั้งคู่รู้สึกอิจฉาเสิ่นหว่านเอ๋อแทบคลั่ง

หน้าตากับฐานะทางบ้านพวกเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเสิ่นหว่านเอ๋อเลย ทำไมกู้เหยียนถึงชอบแต่เสิ่นหว่านเอ๋อนะ?

บ้าจริง ถ้ากู้เหยียนมาจีบพวกเธอ ป่านนี้คงได้เป็นคุณนายตระกูลกู้ไปนานแล้ว!

เสิ่นหว่านเอ๋อพยักหน้าเงียบๆ แล้วมองแหวนเพชรอีกครั้งก่อนจะยื่นให้เจ้าของร้านอย่างตัดใจ "เถ้าแก่คะ ฉันใช้สิ่งนี้จ่ายแทนได้ไหม?"

เจ้าของร้านรับไปปุ๊บ ตาเป็นประกายปั๊บ

โอ้โห? แหวนเพชรทิฟฟานี่?

"คุณหนูแน่ใจนะครับว่าจะใช้แหวนวงนี้จ่าย?"

เจ้าของร้านยิ้มแก้มปริ รสนิยมเขาดีเยี่ยมอยู่แล้ว

แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าแหวนวงนี้เป็นงานสั่งทำพิเศษ ราคาสูงลิบลิ่วแน่นอน

ดูท่าคนจีบไฮโซปลอมคนนี้คงกระเป๋าหนักน่าดู ถึงกล้าให้ของแบบนี้

ได้ยินคำถามเจ้าของร้าน แม้จะเสียดายสุดขีด แต่เสิ่นหว่านเอ๋อก็ไม่มีทางเลือกอื่น ของขวัญที่กู้เหยียนให้ส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกทองหยองเครื่องเพชรนี่แหละ

ถึงเธอจะบริหารธุรกิจที่บ้านอยู่

แต่เงินพวกนั้นเป็นเงินหมุนเวียนบริษัท

ตัวเธอเองไม่ได้พกเงินสดติดตัวเยอะขนาดนั้น จะออกจากร้านได้ก็ต้องเอาแหวนจ่ายนี่แหละ เธอพยักหน้า "ค่ะ ไปได้หรือยังคะ?"

เสิ่นหว่านเอ๋อคว้ากระเป๋า หน้าตาบูดบึ้ง

เพราะเรื่องวันนี้ทำเธอขายหน้าสุดๆ

ทั้งหมดเป็นเพราะอีตากู้เหยียนคนเดียว

ถ้าเขารับสายแล้วรีบมาจ่ายตังค์ให้ เธอคงไม่ต้องเสียแหวนเพชรวงนี้ไปหรอก

เจ้าของร้านพยักหน้ารับ ยิ้มร่า "แน่นอนครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ"

ภายนอกร้าน

อู๋ลี่ลี่กับเซี่ยไป๋เวยเริ่มเม้าท์มอยอีกครั้ง

"หว่านเอ๋อ ไอ้เลวกู้เหยียนทำเกินไปแล้วนะ! ถึงกับปิดเครื่องหนีเลย!"

"ใช่ เธอต้องคุยกับมันให้รู้เรื่องนะ!"

"วันนี้กล้าไม่รับสาย วันหน้ามันคงกล้าด่าเธอแหงๆ!"

"ขืนคบกันไป มีหวังมันทุบตีเธอแน่!"

ยิ่งฟัง เสิ่นหว่านเอ๋อก็ยิ่งหน้าเสีย เธอกำหมัดแน่น รู้สึกหงุดหงิดมาก

เมื่อก่อนกู้เหยียนเรียกหาได้ตลอด พอมาเจอแบบนี้เข้าเลยทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

เธอสูดหายใจลึก "เวยเวย เธอพูดถูก ฉันจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว"

ได้ยินคำตอบ ทั้งสองสาวก็สบตากัน แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์

.....

......

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

หน้าประตูตระกูลเหลิ่ง

เหลิ่งหลิงเอ๋อเดินหาวออกมาพร้อมกระเป๋านักเรียน หน้าตาบอกบุญไม่รับ

"ง่วงจะตายอยู่แล้ว ทำไมต้องไปโรงเรียนด้วยเนี่ย!"

พูดจบ เหลิ่งหลิงเอ๋อเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง

เธอมองซ้ายมองขวาราวกับหาอะไรบางอย่าง พอเห็นว่าทุกอย่างปกติก็ถอนหายใจโล่งอก

"ฟู่ว สงสัยไอ้โรคจิตนั่นจะฟังคำเตือนของคุณหนูอย่างเราแฮะ"

"อื้ม! รอดตัวไป!"

เหลิ่งหลิงเอ๋อหัวเราะคิกคัก แล้วเดินไปขึ้นรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดัดแปลงสีฉูดฉาดที่จอดอยู่ตรงแยก

สวมหมวกกันน็อค แล้วบิดออกไปโรงเรียนอย่างร่าเริง

และไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากเหลิ่งหลิงเอ๋อจากไป

คลิก

ประตูรถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนนก็ค่อยๆ เปิดออก

ร่างของกู้เหยียนก้าวลงมา

เขามองเหลิ่งหลิงเอ๋อที่ขี่รถไกลออกไปเรื่อยๆ เลิกคิ้วขึ้น มุมปากยกยิ้มอย่างอดไม่ได้ ชูนิ้วกลางส่งท้าย "ยัยเด็กบ้า"

จากนั้นก็เดินเข้าประตูใหญ่ตระกูลเหลิ่งราวกับเป็นบ้านตัวเอง

ห้องหนังสือ

เหลิ่งชิงชิวกำลังอัปเลเวลตัวเองตามกิจวัตรประจำวัน

เธอพลิกอ่านหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งการเงิน ชีวการแพทย์ การบริหารจัดการ...

ก่อนจะตาบอด เหลิ่งชิงชิวเป็นถึงยอดหญิงอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเจียงไห่ ผลทดสอบไอคิวระดับสากลสูงถึง 260 สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

แถมยังมีความจำแบบภาพถ่าย เรียกว่าเป็นอัจฉริยะที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับท็อปของโลกในอนาคตแน่นอน

ดังนั้น พอเหลิ่งชิงชิวตาบอด บางคนก็เสียดาย แต่คนส่วนใหญ่กลับโล่งอก โล่งอกที่สัตว์ประหลาดตัวนี้หายไปจากวงการสักที

ประกอบกับช่วงหลังเหลิ่งชิงชิวเงียบหายไป ทุกคนเลยคิดว่าเธอคงหมดอาลัยตายอยาก ปล่อยตัวเหลวไหล เตรียมใช้ชีวิตเป็นคนตาบอดแก่ตายไปคนเดียว

แต่นั่นคือภาพลวงตาที่เธอจงใจสร้างขึ้น

ศัตรูอยู่ในที่มืด เธอก็ต้องอยู่ในที่มืดเช่นกัน แล้วใช้อัจฉริยภาพดูดซับความรู้ของโลกใบนี้อย่างเงียบๆ

เพื่อชักใยทุกอย่างจากเบื้องหลัง และ... หลังจากสั่งสมมาหลายปี

เธอก็สร้างขุมกำลังที่น่ากลัวไว้ลับๆ นานแล้ว

แถมยังสืบรู้ความจริงบางส่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในปีนั้นแล้วด้วย

ตัวอย่างเช่น คนร้ายในปีนั้นไม่ใช่คนธรรมดา

แต่เป็น... ผู้ฝึกยุทธ!!!

เหลิ่งชิงชิวใช้ความคิดหนักจนปวดขมับ

"เฮ้อ... พักหน่อยดีกว่า"

เหลิ่งชิงชิวถอนหายใจ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ผ่อนคลายอิริยาบถ

หลายปีมานี้ เธอตื่นตีสี่ทุกวันเพื่อเคี่ยวเข็ญตัวเองอย่างหนัก

ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือ แต่ยังต้องตรวจดูเอกสารสำคัญของบริษัทตระกูลเหลิ่งอีก

เพราะ... คนที่บงการกู้กรุ๊ปอยู่เบื้องหลังจริงๆ คือเธอ ส่วนเหลิ่งซิงอันเป็นแค่หัวหน้าตระกูลในนามที่เธอผลักออกไปบังหน้า

ขณะเดียวกัน เธอก็ต้องแอบซ่องสุมกำลังของตัวเอง...

สิ่งที่เหลิ่งชิงชิวไม่ทันสังเกตก็คือ

ตอนที่เธอเงยหน้าเอนหลังพิงเก้าอี้นั้น

กู้เหยียนกำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอพอดี

จบบทที่ บทที่ 9 ฉันไม่สนใจกู้เหยียนอีกแล้ว! กลับมาที่ตระกูลเหลิ่งอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว