- หน้าแรก
- เมื่อตัวร้ายแต่งงานกับคู่หมั้นตาบอด รักครั้งนี้ช่างบ้าคลั่ง
- บทที่ 1 ไม่ขอข้ามมิติมาเป็นไอ้ขี้แพ้ แต่ขอไปเกาะขานางร้ายดีกว่า
บทที่ 1 ไม่ขอข้ามมิติมาเป็นไอ้ขี้แพ้ แต่ขอไปเกาะขานางร้ายดีกว่า
บทที่ 1 ไม่ขอข้ามมิติมาเป็นไอ้ขี้แพ้ แต่ขอไปเกาะขานางร้ายดีกว่า
เมืองเจียงไห่
ภายในวิลล่าหมายเลขหนึ่ง ถ้ำเทียนหู
บนโซฟา ชายหนุ่มรูปงามกำลังนอนจ้องมองเพดานด้วยแววตาสับสนงุนงง
"รับของไปก็ไม่ได้แปลว่าฉันตกลงคบกับนายนะ!"
"กู้เหยียน นายเป็นคนดีนะ แต่ขอโทษที! นายจะมาใช้เหตุผลไร้มารยาทแบบนี้บังคับให้ฉันเป็นแฟนนายไม่ได้!"
ชายหนุ่มที่ชื่อกู้เหยียนถึงกับบางอ้อเมื่อภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคยผุดขึ้นมาในหัว
"หือ?"
"นี่ฉัน... ทะลุมิติมาเหรอ?"
"แถมยังกลายเป็นทายาทเศรษฐีตัวร้ายในนิยายเมืองน้ำเน่าปัญญานิ่มที่เคยอ่านอีกเนี่ยนะ?!"
กู้เหยียนตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น จำได้ว่าเขาแค่สะดุดปลั๊กไฟที่บ้านเองนี่นา
ทำไมตื่นมาถึงทะลุมิติได้ล่ะ?
แล้วถ้าจะทะลุมิติทั้งที ทำไมไม่ไปสิงร่างคนที่ดีกว่านี้หน่อย?
ในนิยาย ตัวร้ายที่ชื่อกู้เหยียนคนนี้เป็นทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเจียงไห่ก็จริง แต่ดันเป็นไอ้หน้าโง่คลั่งรักระดับจักรวาลที่ไม่มีใครเทียบได้
เป้าหมายที่เขาตามจีบคือคุณหนูตระกูลเสิ่น ตระกูลชั้นสามในเมืองเจียงไห่ นามว่าเสิ่นหว่านเอ๋อ
เสิ่นหว่านเอ๋อเป็นคนผิวขาว สวยสง่า เจ้าของร่างเดิมตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นแล้วก็ตามจีบเธออย่างบ้าคลั่ง
เพียงแต่ว่า... นางเอกคนนี้เป็นพวกแปลกคน
เธอไม่ได้ชอบเจ้าของร่างเดิมชัดๆ แต่ก็ยังกั๊กเขาไว้ ไม่ปฏิเสธและไม่ตกลง
รับของขวัญหน้าตาเฉย แต่พอเจ้าของร่างเดิมขยับเข้าไปใกล้ เธอก็จะไล่ตะเพิดทันที พอถอยห่างออกมา เธอก็จะลดท่าทีแข็งกร้าวลงหน่อย
เล่นเอาเจ้าของร่างเดิมหมุนอยู่บนฝ่ามือเธอเลยทีเดียว
พอพระเอกในนิยายโผล่มา เธอก็รับของจากเจ้าของร่างเดิมไปพร้อมๆ กับทำตัวคลุมเครือกับพระเอก
การทำแบบนี้ยั่วโมโหให้เจ้าของร่างเดิมกับพระเอกเปิดศึกแย่งชิงกันด้วยความหึงหวง
จุดจบสุดท้ายก็หนีไม่พ้นชะตากรรมของตัวร้ายที่ต้องตาย กลายเป็นบันไดให้พระเอกเหยียบข้ามไป ตระกูลล่มสลาย คนรอบข้างตายเกลี้ยง
พอนึกถึงตรงนี้ กู้เหยียนก็พูดไม่ออก
เจ้าของร่างเดิมนี่มันจะรันทดเกินไปไหม? คลั่งรักก็เรื่องหนึ่ง แต่คลั่งรักจนบ้านแตกสาแหรกขาดตายนี่ยกโขยงกันตายนี่มันเกินไปหน่อย
กู้เหยียนส่ายหน้า "ไม่ได้การล่ะ ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว ฉันจะไม่มีทางซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด"
ตามพล็อตนิยาย เขาจะต้องตายในช่วงท้ายของเรื่อง เพื่อป้องกันจุดจบแบบนั้น เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
วินาทีถัดมา เสียงสังเคราะห์แบบเครื่องจักรก็ดังขึ้นในหัวกู้เหยียน
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ ระบบรักบริสุทธิ์ระดับจักรวาล !!"
"ตราบใดที่คุณแสดงพฤติกรรมแห่งรักบริสุทธิ์ คุณจะได้รับคะแนน!"
"คะแนนสามารถนำไปแลกไอเทมต่างๆ ในร้านค้าของระบบได้! โฮสต์ พยายามเข้านะ!"
"สโลแกนของเราคือ... ต่อให้โดนแย่งแฟน! ก็ยังต้องเพ้อฝันถึงรักแท้ ตกลงไหม!!"
หือ?
"ระบบรักบริสุทธิ์ระดับจักรวาล?"
"นิ้วทองคำ... มาแล้วเหรอ?"
กู้เหยียนค่อยๆ มีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหัว สีหน้าดูทะแม่งชอบกล เขารู้ว่านิ้วทองคำเป็นของคู่บุญคนข้ามมิติ
แต่ทำไมชื่อระบบมันฟังดูไม่น่าไว้ใจเลยวะ?
แต่ช่างเถอะ ตราบใดที่ทำตัวให้มีความรักบริสุทธิ์ก็ได้แต้มใช่ไหม?
พอตั้งสติได้ กู้เหยียนก็ปิ๊งไอเดีย แววตาเป็นประกายประหลาด
ต้องรู้ก่อนว่าในนิยายเมืองน้ำเน่าปัญญานิ่มเรื่องนี้ ยังมีบอสตัวร้ายใหญ่อีกคน
ผู้อยู่เบื้องหลังคอยชักใยทุกอย่าง ความยากลำบากนับไม่ถ้วนที่กลุ่มพระเอกต้องเจอ จริงๆ แล้วเป็นฝีมือของบอสใหญ่คนนี้ทั้งนั้น
กว่านางร้ายคนนี้จะปรากฏตัวก็ตอนจบเรื่อง แล้วก็เปิดฉากสู้กับกลุ่มพระเอก
แถมกลุ่มพระเอกยังโดนบอสคนนี้ไล่ฆ่าจนเหลือแค่พระเอกคนเดียว
สุดท้าย พระเอกก็พูดยกแม่น้ำทั้งห้าเรื่องมิตรภาพ ความสามัคคี การไม่ทิ้งเพื่อน และอื่นๆ อีกมากมาย ก่อนจะยอมตายตกไปตามกันกับบอสตัวร้าย
แค่นี้ก็พอจะเห็นแล้วว่าบอสคนนี้โหดขนาดไหน
อาจจะเป็นเพราะคนเขียนอยากรีบตัดจบแล้วขี้เกียจเขียนภาคต่อ
ดังนั้นต้นฉบับเลยบรรยายภูมิหลังของบอสใหญ่คนนี้ไว้แค่ไม่กี่บรรทัด
"เหลิ่งชิงชิว อดีตคุณหนูตระกูลเหลิ่งแห่งเมืองเจียงไห่ ผู้ได้รับฉายาว่าหญิงสาวผู้เก่งกาจอันดับหนึ่งแห่งเจียงไห่ เพื่อตามหาฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูล เธอยอมทำลายดวงตาตัวเองและซ่อนตัวอยู่นานหลายปี จนกลายเป็นบอสตัวร้ายในที่สุด"
"ตระกูลเหลิ่ง เคยเป็นตระกูลชั้นนำของเมืองเจียงไห่ แต่เพราะอุบัติเหตุบางอย่าง จึงตกต่ำกลายเป็นตระกูลเล็กๆ ปลายแถว"
กู้เหยียนนึกข้อมูลเกี่ยวกับเหลิ่งชิงชิวและตระกูลเหลิ่งขึ้นมาได้
ตระกูลเหลิ่งเคยทรงอิทธิพลมาก และก็เหมือนกับตระกูลกู้ของเขา คือเป็นตระกูลอันดับต้นๆ ของเมืองเจียงไห่ แต่เพราะเหตุการณ์สังหารหมู่ปริศนาเมื่อห้าปีก่อน ตระกูลเหลิ่งเกือบจะสิ้นซาก
นั่นคือสาเหตุที่พวกเขาตกต่ำลง
ด้วยความแค้นระดับล้างโคตรนี้เอง เหลิ่งชิงชิวจึงกลายเป็นบอสใหญ่เลือดเย็นผู้เคียดแค้นในต้นฉบับ
งั้นก็ไม่มีปัญหา!
มุมปากของกู้เหยียนยกขึ้นเล็กน้อย
อาศัยจังหวะตอนนี้ที่เหลิ่งชิงชิวยังไม่ได้กลายเป็นบอสตัวร้ายเต็มตัว เขาจะรีบปั่นค่าความชอบ แล้วผูกติดกับบอสตัวร้าย อย่างน้อยที่สุดเขาก็น่าจะรอดตายไปจนจบเรื่องได้แหละน่า!
แถมยัง...
สายตาของกู้เหยียนมองไปที่หน้าจอที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผ่านความคิด
"เป้าหมายรักบริสุทธิ์ยังไม่ถูกผูกมัด"
"การผูกมัดจะเริ่มนับการได้รับคะแนนรักบริสุทธิ์อย่างเป็นทางการ!"
เขาพูดด้วยความคาดหวัง "แถมฉันยังมีระบบรักบริสุทธิ์อีกต่างหาก ได้ทั้งปั่นค่าความชอบจากบอสตัวสุดท้ายแถมยังได้แต้มรักบริสุทธิ์ด้วย"
"ถึงตอนนั้น ฉันจะได้ทั้งใจของเหลิ่งชิงชิว แถมยังเอาแต้มไปแลกของมาป้องกันตัวได้อีก"
"แบบนี้มัน... มัน... มัน... เจ๋งเป้งไปเลยไม่ใช่เรอะ ฮ่าๆๆๆ!!"
กู้เหยียนตัดสินใจเด็ดขาด หยิบมือถือขึ้นมาโทรออก
จริงๆ แล้วยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาเลือกเหลิ่งชิงชิว
นั่นก็คือ...
"ฮัลโหล กู้เหยียน มีอะไรลูก? เงินไม่พอใช้เหรอ? แม่เพิ่งโอนให้ 20 ล้านเข้าบัตรลูกนะ ลูก..."
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจากปลายสาย กู้เหยียนก็รีบขัดจังหวะ "เปล่าครับแม่ ผมจะบอกว่า เมื่อก่อนคุณปู่เคยหมั้นหมายผมกับตระกูลเหลิ่งไว้ใช่ไหมครับ?"
"ผมคิดว่าผมก็โตแล้ว เลย... อยากจะลองคบหาดูใจกับทางนั้นดูครับ"
ทันทีที่พูดจบ
กริ๊ก!
หญิงสาวผู้สง่างามที่กำลังพักผ่อนบนเกาะส่วนตัวแสนไกลถึงกับดีดตัวลุกจากเก้าอี้อาบแดด
แก้วไวน์ในมือร่วงตกพื้น
"เสี่ยว... กู้เหยียน ลูกว่าไงนะ?"
ซูมู่หรงตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างไม่อยากจะเชื่อ "ลูกชาย ลูกไม่เอาเสิ่นหว่านเอ๋อแล้วเหรอ??"
เป็นที่รู้กันดีว่ากู้เหยียนเคยทะเลาะกับที่บ้านแทบตายเพราะคำประกาศที่ว่า "ผมจะแต่งงานกับเสิ่นหว่านเอ๋อคนเดียวเท่านั้น" ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่หนีไปพักร้อนเพื่อให้สมองโล่ง
ตอนนี้ ลูกชายเปลี่ยนใจแล้ว? เขาไม่เอาเสิ่นหว่านเอ๋อแล้วจริงๆ เหรอ?
กู้เหยียนเข้าใจดีว่าทำไมแม่ถึงช็อก ก็เจ้าของร่างเดิมเล่นเป็นทาสรักเบอร์หนึ่งของเสิ่นหว่านเอ๋อขนาดนั้น
แต่ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว เขาไม่ยอมเดินตามรอยเดิมแน่ จึงอธิบายอย่างเป็นงานเป็นการ "แม่ครับ! ผมโตแล้วนะ! เสิ่นหว่านเอ๋อไม่ได้ชอบผม ผมจะไปฝืนใจเขาทำไม!"
"สู้รีบสร้างครอบครัวสร้างเนื้อสร้างตัวดีกว่า!"
"เพราะงั้นคุณแม่สุดที่รักครับ ช่วยบอกให้พ่อไปคุยกับตระกูลเหลิ่งเรื่องนี้หน่อยได้ไหมครับ?"
กู้เหยียนไม่ได้ไม่อยากไปขอตระกูลเหลิ่งด้วยตัวเอง แต่...
ไม่ว่าจะมองยังไง การให้พ่อตัวเองไปคุยกับตระกูลเหลิ่งก่อน ย่อมได้ผลดีกว่าการที่เขาโผล่หัวไปขอหมั้นเองดื้อๆ แน่นอน
ทางด้านซูมู่หรง เธอกำโทรศัพท์แน่นด้วยความตื่นเต้น ตบหน้าอกตัวเองแล้วรับปากทันที "ไม่ต้องห่วงลูกรัก! ในเมื่อเป็นสัญญาหมั้นหมายที่คุณปู่จัดการให้ เราไปสู่ขอก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว!"
"เดี๋ยวแม่จัดการเอง เรียบร้อยเมื่อไหร่เดี๋ยวแม่โทรบอก! แค่นี้นะ!"