- หน้าแรก
- มหาเทพสังหาร สตาร์ทที่ยอดหนึ่งล้านล้าน
- บทที่ 19 เชือดหมู มอบของขวัญ
บทที่ 19 เชือดหมู มอบของขวัญ
บทที่ 19 เชือดหมู มอบของขวัญ
"ทำได้ดีมาก"
โจวเหวินพยักหน้า
"สมัยนี้ โรงฆ่าสัตว์ที่มีขนาดหน่อย ถ้าพึ่งแค่รายได้จากการฆ่าสัตว์อย่างเดียว ไม่มีทางคุ้มทุนหรอก โรงฆ่าสัตว์ส่วนใหญ่ต้องทำทั้งรับจ้างฆ่าและขายเนื้อไปพร้อมกัน"
"ถึงไอ้หนุ่มนั่นจะเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ไป๋หยุน แต่ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์มันก็มี ต่อให้เขาส่งสัตว์ปีกเข้าโรงฆ่าสัตว์ฟรีๆ ถ้าเนื้อขายไม่ออก ยังไงก็ขาดทุนยับ"
"พอนานวันเข้า เขาคงเลิกส่งสัตว์ปีกให้โรงฆ่าสัตว์ ถึงตอนนั้นโรงฆ่าสัตว์ก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง"
"แล้วถ้าเขาร่วมมือกับซูเปอร์มาร์เก็ตในนามของฟาร์มไป๋หยุนล่ะคะ?"
โจวถิงตั้งข้อสังเกต
"งั้นลูกคงต้องไปคุยกับผู้จัดการใหญ่หวงและผู้จัดการใหญ่ซุนให้ดีๆ แล้วล่ะ"
โจวเหวินพูดด้วยสายตาคมกริบ "ส่วนแบ่งตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตในซานเฉิง เทียนเล่อ ปาต๋า และหว่านเจีย รวมกันก็ปาเข้าไป 60% แล้ว แถมผู้จัดการใหญ่หวงกับผู้จัดการใหญ่ซุนก็ถือหุ้นในโซ่วหยวนกรุ๊ปของพ่ออยู่ด้วย เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่ช่วยเรา"
"ส่วนฟู่ไหลที่ครองตลาดอีก 30% พ่อเชื่อว่าเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังคงไม่โง่พอที่จะยอมแตกหักกับพวกเราทั้งหมด เพื่อฟาร์มไป๋หยุนแห่งเดียวหรอก"
ครืด~
สิ้นเสียงโจวเหวิน โทรศัพท์ของโจวถิงที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมก็สั่น
"ว่าไง"
โจวถิงกดรับสาย
"ผู้จัดการใหญ่โจวครับ คนของเราแจ้งมาว่า เฉินซิง ผู้รับผิดชอบซูเปอร์มาร์เก็ตฟู่ไหลเพิ่งพาคนไปที่โรงฆ่าสัตว์มู่หลินครับ"
"โอเค เข้าใจแล้ว"
โจวถิงวางสายแล้วหันไปมองโจวเหวิน
"ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีเขี้ยวเล็บกว่าที่เราคิดนะคะ"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของโจวเหวินก็ดูไม่ได้ทันที
...
"ผู้จัดการใหญ่หลินครับ ผู้จัดการใหญ่หลิวเขามี 'รสนิยม' พิเศษอะไรหรือเปล่าครับ?"
โซนเชือดสัตว์
ผู้จัดการหลี่มองหลินมู่ที่กำลังคุมเครื่องจักรเชือดหมูในไลน์ผลิตด้วยความมึนงง
หลินมู่ทำท่าตื่นเต้นดีใจเป็นพักๆ เหมือนถูกหวยยังไงยังงั้น
"หลินมู่เขากำลังหาประสบการณ์ชีวิตน่ะค่ะ"
หลินเหยียนหรานแก้ต่างให้หลินมู่ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
"ที่หลินมู่ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ก็เพราะเขายอมลดตัวลงมาสัมผัสงานระดับล่าง เพื่อเตือนใจตัวเองไม่ให้หลงระเริงไปกับเงินทองไงคะ"
"ไม่นึกเลยว่าผู้จัดการใหญ่หลิวอายุแค่นี้ แต่กลับมีความคิดลึกซึ้งขนาดนี้"
ฟังหลินเหยียนหรานพูดจบ ผู้จัดการหลี่ก็นับถือหลินมู่ขึ้นมาทันที
ในขณะที่หลินมู่ไม่รู้ตัวเลยว่าหลินเหยียนหรานกำลังช่วยแก้ตัวให้เขาอยู่
ตอนนี้เขากำลังดื่มด่ำกับรางวัลจากระบบ
"ฆ่าหมู 1 ตัว ได้รับเงิน +10,000"
"ฆ่าหมู 1 ตัว ได้รับเงิน +8,000"
...
"ยอดสะสมการฆ่าหมูครบ 10 ตัว ได้รับหมูทองคำหนัก 100 ชั่ง × 1"
"ยอดสะสมการฆ่าหมูครบ 100 ตัว ได้รับคฤหาสน์หรูบนเขาหมิงเยว่ × 1"
"ยอดสะสมการฆ่าหมูครบ 1,000 ตัว ได้รับตึกซิงเฉิน"
"ยอดการฆ่าหมูถึงขีดจำกัด บรรลุความสำเร็จ 'ยมทูตหมู' ได้รับทักษะการต่อสู้ระดับสูง"
"หมูทองคำหนัก 100 ชั่ง ถูกส่งไปที่ห้องนอนของโฮสต์แล้ว"
"เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับคฤหาสน์หรูบนเขาหมิงเยว่และตึกซิงเฉิน ถูกส่งไปที่ห้องนอนและโทรศัพท์ของโฮสต์แล้ว"
"ทักษะการต่อสู้ระดับสูงกำลังผสานร่าง"
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้น
ประสบการณ์การต่อสู้จำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในหัวของหลินมู่
ถ้ากายาราชาทหารทำให้สมรรถภาพร่างกายของเขาถึงขีดสุดของมนุษย์ การผสานทักษะการต่อสู้ระดับสูงเข้าไป ก็ยิ่งทำให้พลังการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
หลังจากถอดชุดทำงาน หลินมู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อมูลรางวัล
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เขาก็ยังอดตกใจไม่ได้
ตึกซิงเฉิน ตั้งอยู่ในย่านการเงินของซานเฉิง กินพื้นที่เกือบ 7,000 ตารางเมตร พื้นที่ก่อสร้างรวมกว่า 300,000 ตารางเมตร สูงเกือบ 400 เมตร มีทั้งหมด 80 ชั้น มูลค่าก่อสร้างเกือบ 5 พันล้าน
ตึกซิงเฉินเพียงตึกเดียว เปลี่ยนสถานะหลินมู่ให้กลายเป็นเสือนอนกินทันที
ไม่ต้องพูดถึงรายได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกในตึก แค่ค่าเช่าอย่างเดียวก็มหาศาลแล้ว
ส่วนคฤหาสน์หรูบนเขาหมิงเยว่ เรียกได้ว่าเป็นที่อยู่อาศัยของมหาเศรษฐีระดับท็อปของเจียงเฉิง
คนที่จะมีบ้านบนเขาหมิงเยว่ได้ ต้องมีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน
และบนเขาหมิงเยว่มีคฤหาสน์เพียงสิบหลังเท่านั้น แต่ละหลังราคาประมาณ 350 ล้าน
เยี่ยมไปเลย ไม่ต้องควักเงินซื้อบ้านเองแล้ว
เดิมทีหลินมู่ก็คิดเรื่องซื้อบ้านอยู่เหมือนกัน
เป็นถึงเศรษฐีหมื่นล้าน จะให้มามุดหัวอยู่ในห้องเช่าเก่าๆ ทุกวันได้ยังไงไหว?
แต่ที่เขาเล็งไว้ก็แค่คอนโดริมแม่น้ำหรือวิลล่าสักหลัง
เพราะโควตาถอนเงินกองทุนความรักตอนนี้จำกัดแค่วันละล้านต่อคน ต่อให้พาหลินเหยียนหรานไปซื้อบ้าน เงินล้านนึงก็ซื้อได้แค่ห้องชุดธรรมดาๆ
ตอนนี้สบายแล้ว ฆ่าหมูทีเดียวได้คฤหาสน์หรูมาเลย ประหยัดเงินไปได้เยอะ แถมยังหรูหราสมฐานะอีกต่างหาก
...
"ผู้จัดการใหญ่หลิว เหนื่อยหน่อยนะครับ"
ผู้จัดการหลี่ที่กำลังคุยอยู่กับหลินเหยียนหราน เห็นหลินมู่เดินออกมาก็รีบเอาน้ำแร่ไปให้
"ไม่เหนื่อยหรอกครับ"
หลินมู่รับน้ำมาเปิดดื่ม แล้วหันไปพูดกับหลินเหยียนหราน "เจ๊เหยียนหราน เย็นมากแล้ว กลับกันเถอะครับ"
"หลินมู่ คืนนี้ฉันคงไม่ได้กลับบ้านนะ"
หลินเหยียนหรานบอก "เมื่อกี้เพื่อนโทรมาให้ออกไปหา เธอเพิ่งเลิกกับแฟน ฉันต้องไปอยู่เป็นเพื่อนเธอหน่อย"
"เจ๊เหยียนหรานมีเพื่อนด้วยเหรอเนี่ย?"
หลินมู่แซว "นึกว่าเจ๊ยุ่งจนไม่มีเวลาคบใครซะอีก"
"เพื่อนสมัยมัธยมน่ะ เพื่อนคนเดียวของฉันเลยนะ ไว้ว่างๆ จะแนะนำให้รู้จัก"
หลินเหยียนหรานบอก
"โอเคครับ"
หลินมู่หยิบกุญแจรถยื่นให้หลินเหยียนหราน "เอารถไปสิครับ"
"แล้วนายล่ะ?"
หลินเหยียนหรานไม่ได้รับกุญแจ
"เดี๋ยวผมให้ผู้จัดการหลี่ไปส่งก็ได้ครับ"
หลินมู่ยัดกุญแจใส่มือเธอ
"ใช่ครับ ใช่ครับ เดี๋ยวผมไปส่งผู้จัดการใหญ่หลิวเอง"
ผู้จัดการหลี่ตาเป็นประกาย โอกาสทำคะแนนกับเจ้านายมาถึงแล้ว มีหรือจะพลาด
"งั้นฉันไปก่อนนะ"
หลินเหยียนหรานรับกุญแจแล้วขับรถออกไป
"ผู้จัดการใหญ่หลิว ไปนั่งพักที่ห้องผมก่อนไหมครับ? อีกชั่วโมงนึงพนักงานถึงจะเลิกงาน"
ผู้จัดการหลี่ชวนอย่างนอบน้อม
หลินมู่ดูนาฬิกา ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว
"ไม่ต้องหรอกครับ วันนี้ให้พนักงานเลิกงานเร็วหน่อยก็ได้"
"ได้ครับ"
ผู้จัดการหลี่รับคำ แล้วรีบวิ่งไปบอกพนักงานให้เลิกงาน
สิบนาทีต่อมา
หลินมู่นั่งรถ Volkswagen ของผู้จัดการหลี่ออกจากโรงฆ่าสัตว์
"ผู้จัดการใหญ่หลิว จะว่าไป วันนี้จริงๆ ผมกะว่าจะลางานน่ะครับ"
ระหว่างขับรถ ผู้จัดการหลี่ชวนคุย
"ทำไมครับ? ที่บ้านมีธุระเหรอ?"
"ใช่ครับ หลานสาวผมแต่งงานวันนี้"
ผู้จัดการหลี่พยักหน้า
"อ้าว ทำไมไม่บอกแต่แรกครับ"
หลินมู่ทำตาโต "คนไม่รู้จะหาว่าผมใจดำไม่ให้ลูกน้องลางานเอานะ"
"เมื่อเช้ายุ่งๆ เรื่องติดต่อซูเปอร์มาร์เก็ตเลยลืมไปน่ะครับ"
ผู้จัดการหลี่ยิ้มแห้งๆ "แต่ไม่เป็นไรครับ ไปร่วมงานตอนเย็นก็ทัน ธรรมเนียมแถวบ้านผมจัดเลี้ยงสองรอบ เที่ยงรอบนึง เย็นรอบนึง"
"จัดงานที่ไหนครับ?"
หลินมู่ถาม
"โรงแรมหงหยุนครับ"
"โรงแรมหงหยุนเหรอ ใกล้แค่นี้เอง งั้นผมไปด้วยเลยละกัน ถือโอกาสฝากท้องมื้อเย็นด้วย"
"จริงเหรอครับ? ดีเลยครับ!"
ผู้จัดการหลี่ตื่นเต้นสุดขีด
เจ้านายหมื่นล้านไปร่วมงานแต่งหลานสาว แค่คิดก็ยืดอกคุยได้สามบ้านแปดบ้านแล้ว
...
โรงแรมหงหยุน
อยู่ห่างจากที่พักของหลินมู่ไปไม่กี่กิโลเมตร สมัยส่งอาหารหลินมู่ผ่านแถวนี้บ่อยๆ
ติ๊ง!
ชั้น 9 ของโรงแรม
หลินมู่และผู้จัดการหลี่เดินออกจากลิฟต์
ผู้จัดการหลี่ยิ้มหน้าบาน เดินตามหลังหลินมู่อย่างนอบน้อมครึ่งก้าว
ห้องจัดเลี้ยง 7
หน้าทางเข้ามีจุดลงทะเบียนรับซองงานแต่ง
หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะลงทะเบียน
ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาว ตาของหลินมู่ก็ลุกวาว
"คุณลุง มาแล้วเหรอคะ"
หญิงสาวรีบทักทายผู้จัดการหลี่
"ผู้จัดการใหญ่หลิว นี่หลานสาวผมครับ หลี่เมิ่งฉี"
ผู้จัดการหลี่หยิบซองแดงออกจากกระเป๋า ยื่นให้หลี่เมิ่งฉี "ฉีฉี รับซองแขกอยู่เหรอ?"
"ค่ะลุง"
หลี่เมิ่งฉีมองสำรวจหลินมู่อย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วรับซองแดงไป "ป้าให้หนูมาช่วยรับซองค่ะ"
"อื้ม"
ผู้จัดการหลี่พยักหน้า แล้วหันไปบอกหลินมู่ "ผู้จัดการใหญ่หลิว เชิญด้านในก่อนครับ"
"ผู้จัดการหลี่ รอแป๊บนึงนะครับ ผมลงไปกดเงินก่อน"
สายตาของหลินมู่ร้อนแรง เขาเพิ่งเช็คข้อมูลของหลี่เมิ่งฉี คะแนนความสวยตั้ง 90 เหมาะแก่การถอนเงินสุดๆ
"ชื่อ": หลี่เมิ่งฉี
"อายุ": 24 ปี
"ส่วนสูง": 170 ซม.
"น้ำหนัก": 53 กก.
"คะแนนความสวยโดยรวม": 90
"คนขับ": 0
"ความชอบ": 0
"ผู้จัดการใหญ่หลิว ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ"
ผู้จัดการหลี่นึกว่าหลินมู่จะไปกดเงินใส่ซอง "แค่ท่านให้เกียรติมาร่วมงาน หลานผมก็มีวาสนามากแล้ว จะให้ท่านใส่ซองอีกได้ยังไงครับ"
"ขอเวลาผมสองสามนาที"
หลินมู่ไม่รอฟังคำทัดทาน รีบเดินเข้าลิฟต์ลงไปข้างล่างทันที
หลี่เมิ่งฉีมองตามตาปริบๆ แล้วถามผู้จัดการหลี่ว่า "คุณลุงคะ เจ้านายลุงไม่ใช่ตาลุงอ้วนๆ วัยกลางคนเหรอคะ?"
หลี่เมิ่งฉีจำได้ว่าเคยไปหาลุงที่โรงฆ่าสัตว์ เจ้านายลุงเป็นตาลุงอ้วนลงพุงใส่สร้อยทองเส้นโต
"นั่นเจ้านายเก่า ผู้จัดการใหญ่จู"
ผู้จัดการหลี่บอก "ผู้จัดการใหญ่หลิวเป็นเจ้านายคนปัจจุบัน เก่งกว่าผู้จัดการใหญ่จูเยอะ"
"แต่เขาดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนูเลยนะ"
หลี่เมิ่งฉีสงสัย "หนุ่มขนาดนี้เป็นเจ้านายลุงแล้วเหรอ? ลูกเศรษฐีหรือเปล่าคะ?"
"ผู้จัดการใหญ่หลิวไม่ใช่ลูกเศรษฐีธรรมดาๆ นะ"
ผู้จัดการหลี่ทำหน้าจริงจัง "ผู้จัดการใหญ่หลิวเป็นนักธุรกิจระดับหมื่นล้าน"
"นักธุรกิจหมื่นล้าน!"
หลี่เมิ่งฉีตาโตเท่าไข่ห่าน มองลุงอย่างไม่อยากเชื่อ
เห็นหลานตกใจขนาดนั้น ผู้จัดการหลี่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
...
ไม่กี่นาทีต่อมา
ประตูลิฟต์เปิดออก หลินมู่เดินออกมาพร้อมกล่องใบหนึ่ง
"ผู้จัดการใหญ่หลิว นี่คือ...?"
ผู้จัดการหลี่รีบเข้าไปรับ แต่ก็งงว่าหลินมู่ถือกล่องอะไรมา
หลินมู่ไม่ตอบ เดินตรงไปวางกล่องลงบนโต๊ะตรงหน้าหลี่เมิ่งฉี
ทันทีที่เปิดกล่อง ปึกธนบัตรสีแดงวางเรียงรายอัดแน่นเต็มกล่อง
"คุณฉีฉีใช่ไหมครับ? นี่ของขวัญจากผมครับ"
หลินมู่ยิ้มให้หลี่เมิ่งฉีที่กำลังอ้าปากค้าง