- หน้าแรก
- ระบบจ๋า ปล่อยข้ากลับไปเถอะ
- บทที่ 9 ไร้หนทาง
บทที่ 9 ไร้หนทาง
บทที่ 9 ไร้หนทาง
บทที่ 9 ไร้หนทาง
"ข้ามโลก... ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง..."
ฮันลั่วรู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้าดับวูบลง เมื่อแสงสว่างกลับคืนมา เขาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เขาเดินไปที่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปด้านนอก เห็นผู้คนสัญจรขวักไขว่ บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ซึ่งวี่แววของการระบาดของซอมบี้
อืม...
'ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง' เป็นภาพยนตร์ซอมบี้ และเนื้อเรื่องหลักเกิดขึ้นบนรถไฟที่มุ่งหน้าสู่ปูซาน แต่การข้ามโลกของเขาไม่ได้การันตีว่าจะได้ไปอยู่ข้างกายตัวเอกเสมอไป
ฮันลั่วมองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดตากับโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งบนโต๊ะ
สิ่งของจากโลกความเป็นจริงไม่สามารถนำติดตัวเข้ามาในโลกที่ข้ามมาได้ และในทางกลับกัน สิ่งของจากโลกนี้ก็นำกลับไปไม่ได้เช่นกัน โชคดีที่ระบบได้จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ให้บ้าง ไม่อย่างนั้นเขาคงมาถึงและจากไปในสภาพล่อนจ้อนเป็นแน่
เขาเปิดแผนที่ในโทรศัพท์ดูและพบว่าตอนนี้เขาอยู่ที่เมืองเจียงเฉิง ประเทศจีน... นี่เขาอยู่ห่างจากสถานที่ดำเนินเรื่องเป็นหมื่นลี้เลยรึ? เรื่องราวมันเกิดขึ้นที่เกาหลีใต้ต่างหาก
เขาไม่รู้ว่าการระบาดของซอมบี้จำกัดอยู่แค่ในเกาหลีใต้หรือลุกลามไปทั่วโลก ถ้าเป็นทั่วโลก เขาก็ไม่เกี่ยงว่าจะอยู่ที่ไหน
ตราบใดที่มีซอมบี้ เขาก็น่าจะกลับไปได้ง่ายๆ เพราะซอมบี้ในเรื่องนี้ไม่ใช่พวกเดินเชื่องช้าอืดอาด แต่พวกมันวิ่งเร็วอย่างกับนรกแตก
คนส่วนใหญ่วิ่งหนีไม่ทันหรอก
ฮันลั่วรออย่างใจเย็นอยู่หนึ่งวัน เดินสำรวจรอบๆ ชุมชนแต่ก็ไม่เจอซอมบี้แม้แต่ตัวเดียว
ตกเย็น ฮันลั่วเปิดทีวีดูข่าว และในที่สุดก็ได้เห็นซอมบี้ที่เขาถวิลหา
"รายงานข่าว: เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ พบผู้ป่วยรายหนึ่งในชุมชนเทียนหัว ผู้ป่วยมีพฤติกรรมผิดปกติอย่างรุนแรง ข้อต่อบิดเบี้ยวผิดรูปจนน่าเหลือเชื่อ และไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ ไล่กัดกินทุกคนที่พบเห็น"
"ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญสรุปแล้วว่าอาการป่วยนี้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งมีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงมาก การติดเชื้อเกิดขึ้นจากการถูกผู้ป่วยข่วนหรือกัด"
"ยังไม่แน่ชัดว่าไวรัสมีช่องทางการแพร่ระบาดอื่นหรือไม่ จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเวลานอน และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน"
"..."
ฮันลั่วจดจำตำแหน่งที่ซอมบี้ปรากฏตัว ตั้งใจว่าจะรีบไปที่นั่นทันทีในตอนเช้า ถ้าโดนกัด เขาก็จะได้กลับบ้านทันที
ฮันลั่วนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ข่มตานอนไม่หลับ เตียงของตัวเองย่อมสบายกว่าเป็นไหนๆ
สุดท้ายฮันลั่วก็ลุกพรวดขึ้นมา "ทนไม่ไหวแล้ว ไปคืนนี้เลยแล้วกัน!"
เขาเปิดแผนที่ นำทางไปยังชุมชนเทียนหัว ระบบแจ้งว่าใช้เวลาเดินเท้าประมาณยี่สิบนาที โชคดีที่ไม่ไกลนัก
สิบห้านาทีต่อมา ฮันลั่วมาถึงหน้าทางเข้าชุมชนเทียนหัว และพบว่าทั้งพื้นที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ห้ามเข้าออกโดยเด็ดขาด แน่นอนว่าเขาก็เข้าไปไม่ได้เช่นกัน
ลมหนาวยามค่ำคืนพัดโชย ลมหายใจของฮันลั่วกลายเป็นไอขาว เขาเดินไปที่ป้อมยามแล้วถามรปภ.ว่า "ลุงครับ บ้านผมอยู่ข้างใน ถ้าเข้าไปไม่ได้ คืนนี้ผมจะนอนที่ไหน?"
ชายชราท่าทางเฉยชาถามกลับสั้นๆ "ชื่ออะไร?"
"ฮันลั่ว"
ชายชราพิมพ์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ก๊อกแก๊กสองสามที แล้วปรายตามองฮันลั่วด้วยความดูแคลน "คุณไม่ใช่เจ้าของห้องชุดในโครงการนี้"
ฮันลั่วแย้ง "ผมเช่าอยู่ครับ"
"เลขห้อง?"
"ตึก 4 ห้อง 1905"
ชายชราเคาะคีย์บอร์ดอีกสองครั้ง ก่อนจะโทรหาเจ้าของห้อง 1905 เพื่อสอบถาม
ฮันลั่ว: "..."
เดี๋ยวนี้นายประตูก็หลอกยากขนาดนี้เลยเหรอ?
ชายชราแค่นหัวเราะ "ข้าเห็นคนแบบเอ็งมาเยอะแล้ว บ่ายนี้ไล่ไปเป็นสิบ จะไปเองดีๆ หรือจะให้ข้าไล่?"
ฮันลั่วถึงกับอึ้ง มีคนคิดสั้นมาหาที่ตายเหมือนเขาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?
จังหวะนั้นเอง มีหญิงสาวเดินเข้ามาพูดประโยคคล้ายกับฮันลั่ว "ลุงคะ หนูพักอยู่ในนี้ ถ้าเข้าบ้านไม่ได้ คืนนี้หนูจะไปนอนที่ไหนคะ?"
น้ำเสียงของชายชรายังคงราบเรียบไร้อารมณ์ แม้อีกฝ่ายจะเป็นสาวสวย "ชื่ออะไร?"
"หวังผิง"
ชายชราตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาหยิบคีย์การ์ดออกจากลิ้นชัก "เนื่องจากเมื่อเช้าพบผู้ป่วยในพื้นที่ ตอนนี้ทางโครงการกำลังไล่ตรวจร่างกายทุกห้อง แต่ทางตำรวจไม่ปล่อยให้ลูกบ้านลำบากหรอกครับ จองห้องพักใกล้ๆ ไว้ให้แล้ว แค่พิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของห้องก็พักฟรีได้เลยคืนหนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะครับ พรุ่งนี้เช้าน่าจะยกเลิกการปิดล้อมแล้ว"
หวังผิงรับคีย์การ์ดไปพร้อมกล่าวขอบคุณ
ในที่สุดฮันลั่วก็เข้าใจแล้วว่าทำไมลุงยามถึงทำท่ารังเกียจเขา ที่แท้ก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกมิจฉาชีพมาหลอกกินนอนฟรีโรงแรม
หน้าตาเขาเหมือนคนแบบนั้นหรือไง?
ฮันลั่วจำใจต้องกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ชั่วคราว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮันลั่วเปิดดูข่าวอีกครั้ง เป็นไปตามคาด แม้ตำรวจจะทำงานรวดเร็ว แต่ก็ยังมีซอมบี้บางส่วนเล็ดลอดสายตา เช้านี้ชุมชนแห่งหนึ่งแตกพ่ายไปแล้ว
การแพร่ระบาดรวดเร็วเกินไป เพียงแค่เที่ยงวัน ทั้งเมืองก็มีคนกลายเป็นซอมบี้กว่าพันคน
ฮันลั่วพยายามจะวิ่งออกไปที่ถนนหลายครั้งเพื่อให้โดนซอมบี้กัด แต่ก็ถูกรปภ.ขวางไว้ "ตอนนี้ทั้งเมืองปิดเมืองแล้ว ห้ามออกจากที่พักเด็ดขาด"
ฮันลั่วพยายามเถียง "แล้วเรื่องอาหารการกินล่ะ?"
"ไม่ต้องห่วง จะมีคนเอาข้าวมาส่งให้ถึงหน้าห้องทุกวัน"
ฮันลั่วถูกส่งตัวกลับเข้าห้อง เขาออกจากชุมชนไม่ได้ ออกจากห้องยังไม่ได้เลย
ก่อนไป รปภ.ยังกำชับอีกว่า "อย่าลืมรายงานตัวในกลุ่มแชทของชุมชนทุกวันตอนแปดโมงเช้า เที่ยงตรง และสองทุ่ม ไม่อย่างนั้นจะมีเจ้าหน้าที่พังประตูเข้ามาตรวจดูอาการของคุณ"
ฮันลั่ว: "..."
ฮันลั่วมองผ่านหน้าต่างออกไป ซอมบี้อาละวาดอยู่บนท้องถนน แต่ประตูใหญ่ของชุมชนถูกปิดตาย แถมรอบๆ ยังมีการสร้างกำแพงเหล็กสูงกั้นไว้ ป้องกันไม่ให้ซอมบี้บุกเข้ามาได้
พอถึงตอนเที่ยง เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งก็ลงจอดในพื้นที่ชุมชน ขนข้าวกล่องมาเต็มลำ
คนที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ถูกหมอจับตรวจโปรตีนทันที ผู้เชี่ยวชาญค้นพบว่าโครงสร้างโปรตีนในร่างกายของผู้ติดเชื้อทุกคนจะเปลี่ยนแปลงไป
ปัจจุบันการตรวจโปรตีนเป็นวิธีเดียวที่ได้ผลในการระบุตัวผู้ติดเชื้อไวรัส
เมื่อเห็นฉากเหล่านี้ ฮันลั่วสังหรณ์ใจไม่ดี และลางสังหรณ์นั้นก็เป็นจริงในวันถัดมา
หลังจากยืนยันได้ว่ามนุษย์ที่ติดเชื้อได้ตายไปแล้วแต่ยังขยับตัวได้ด้วยเหตุผลบางประการ กองทัพก็เริ่มปฏิบัติการกวาดล้าง
เนื่องจากประชาชนทุกคนถูกกักตัวอยู่ในบ้าน บนถนนจึงเหลือแต่ซอมบี้... นี่คือข้อดีของการสำรวจสำมะโนประชากรที่เห็นผลชัดเจนที่สุด รับประกันได้ว่าไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่บนถนนแน่นอน
หลังจากลองผิดลองถูกและสูญเสียทหารไปจำนวนหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญก็พบว่าต้องโจมตีที่หัวเท่านั้นจึงจะฆ่าซอมบี้ได้ การโจมตีส่วนอื่นไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้
เมื่อกำจัดซอมบี้เสร็จ ทหารอีกชุดก็เข้ามาลากศพไปเผาทำลายที่เมรุทันที เพื่อให้แน่ใจว่าไวรัสจะไม่แพร่กระจายจากศพ
ที่ใดที่กองทัพเคลื่อนผ่าน แม้แต่คราบเลือดก็ถูกทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกลา ถนนหนทางสะอาดยิ่งกว่าตอนก่อนเกิดซอมบี้ระบาดเสียอีก
ปฏิบัติการกวาดล้างกินเวลาสามวัน ตลอดสามวันนี้ ฮันลั่วต้องพบจิตแพทย์ทุกวัน เพราะซอมบี้ยังมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ การเห็นพวกมันถูกฆ่าอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ จิตแพทย์จึงเดินสายเคาะประตูให้คำปรึกษาทุกวัน
ฮันลั่วรู้สึกว่าขืนอยู่ที่จีนต่อไป เขาคงไม่มีวันได้กลับไปแน่ๆ เขาต้องหาทางไปเกาหลีใต้ให้ได้...