- หน้าแรก
- ระบบจ๋า ปล่อยข้ากลับไปเถอะ
- บทที่ 6 ช่วงชิงความตาย
บทที่ 6 ช่วงชิงความตาย
บทที่ 6 ช่วงชิงความตาย
บทที่ 6 ช่วงชิงความตาย
เกมที่ห้าคือซ่อนแอบ
ตั้งแต่ 'ตุ๊กตาดารุมาล้มแล้ว' ไปจนถึง 'ซ่อนแอบ' ทุกเกมล้วนเป็นการละเล่นที่คุ้นเคยในวัยเด็ก ทว่าที่นี่กลับกลายเป็นเกมมรณะ
สำหรับเกมซ่อนแอบ แน่นอนว่าจะต้องมีคนหนึ่งรับบทเป็นคนหา เพื่อไล่จับอีกห้าคนที่เหลือซึ่งไปซ่อนตัว
ตุ๊กตาแม่ลูกดกเด้งออกมาอธิบายกฎกติกา บนยอดหอคอยมีกระป๋องวางอยู่ คนที่เป็นคนหาจะต้องนำกระป๋องไปวางในจุดที่กำหนดก่อน จึงจะเริ่มออกตามหาคนอื่นได้
โชคร้ายที่ฮันลั่วเป็นผู้ถูกเลือก
ตุ๊กตาแม่ลูกดกตะโกนก้อง "เริ่มเกมได้!"
ทั้งห้าคนสบตากันแล้วแยกย้ายกันไป ตราบใดที่มีสักคนไม่ถูกจับได้ พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายชนะ
ฮันลั่วไม่ได้รีบร้อนเลยสักนิด เขาเดินขึ้นบันไดอย่างเชื่องช้า หยิบกระป๋องลงมาวางไว้ในวงกลมสีแดง แต่แทนที่จะออกไปตามหาคน เขากลับนั่งลงกับพื้น ชื่นชมพระอาทิตย์ตกดินเสียอย่างนั้น
แสงตะวันยามอัสดงช่างงดงาม
ตุ๊กตาแม่ลูกดกเอ่ยถาม "ไม่ไปจับคนเหรอ? ถ้าพระอาทิตย์ตกดินแล้วยังจับไม่ครบทุกคน นายจะแพ้นะ และถ้าแพ้ก็ต้องตายนะรู้ไหม"
"อ้อ..."
ฮันลั่วตอบรับแบบขอไปที เขาจดจ่ออยู่กับการมองพระอาทิตย์ตกดินมาก
เขารู้ดีว่าเกมนี้เป็นเพียงฉากบังหน้า ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ไม่มีผลถึงตาย จุดตายที่แท้จริงคือไม้ไอศกรีมหลังจบเกมต่างหาก
ฮันลั่ววางแผนจะถูไถไปจนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ห้านาทีต่อมา โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะก็โผล่ออกมา เขาหิ้วปีกทาคาตะ จูจิและเด็กสาวผู้เงียบขรึมมาด้วย แล้วโยนพวกเธอลงตรงหน้าฮันลั่ว
"นายนั่งเฝ้ากระป๋องอยู่ตรงนี้ อย่าให้ทาคาฮาตะ ชุนกับคนอื่นมาเตะมันล้มนะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยนายจับคนอื่นเอง"
ฮันลั่ว "..."
ตุ๊กตาแม่ลูกดกมองโยชิคาวะ ฮารุฮิโกะด้วยความสงสัย พลางทำหน้างุนงง "พวกนายอยู่คนละฝั่งกันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไปช่วยเขาซะล่ะ?"
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะยิ้มกว้างอย่างสดใส "เพราะฉันอยากปกป้องเขายังไงล่ะ!"
ฮันลั่วถอนหายใจ "ไม่ต้องลำบากหรอก เกมซ่อนแอบนี้ไม่มีใครตายหรอก แพ้ชนะก็ไม่มีผลอะไรทั้งนั้น มานั่งรอพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันตรงนี้เถอะ"
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะทำหน้างง ในขณะที่ตุ๊กตาแม่ลูกดกแค่นเสียง "เชอะ ไม่นึกเลยว่านายจะมองออก ถึงไม่รู้ว่าเดาถูกได้ยังไง แต่นายพูดถูกแล้ว ถ้าแค่แพ้เกมก็ต้องตาย มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอ?"
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะบ่นในใจ สี่เกมแรกคนตายไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? เขาถึงขั้นสงสัยว่าทั้งโรงเรียนอาจจะเหลือรอดแค่พวกเขาสิบหกคนนี้เท่านั้น
เวลาค่อยๆ ผ่านไป เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้าไปจนหมด ทาคาฮาตะ ชุนและอากิโมโตะ อิจิกะก็ยอมเผยตัวออกมา เมื่อเห็นทั้งสี่คนนั่งรวมกลุ่มกันอย่างปรองดอง พวกเขาก็อดประหลาดใจไม่ได้
ฮันลั่วเอ่ยทักทาย "กลับมาแล้วเหรอ!"
ทาคาฮาตะ ชุนยังคงมึนงง น้ำเสียงต้อนรับกลับบ้านนี่มันอะไรกัน? สรุปว่ามีแค่พวกเขาสองคนสินะที่เล่นเกมกันอย่างจริงจัง?
"ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง"
"จบเกม!"
"ยินดีด้วยที่ผ่านเกมสุดท้ายมาได้ ถึงจะมีคนแพ้ แต่ก็ไม่มีใครต้องตายหรอกนะ"
พลุถูกจุดขึ้นสว่างไสวทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน ท่ามกลางแสงสีระยิบระยับ ตุ๊กตาตัวที่ใหญ่ที่สุดก็แยกออกตรงกลาง เผยให้เห็นไม้ไอศกรีมหกไม้ "เพื่อเป็นรางวัลที่ผ่านเกมได้ ฉันขอเลี้ยงไอศกรีมพวกเธอ กินเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้เลย!"
ทาคาตะ จูจิมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย เธอมีประจำเดือนพอดี หมอสั่งห้ามของเย็นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะปวดท้องหนักกว่าเดิม
ฮันลั่วถามขึ้น "ไม่กินได้ไหม?"
"ไม่ได้ ถ้าไม่กินก็กลับไม่ได้"
ฮันลั่วคิดในใจ 'ว่าแล้วเชียว' เขาเป็นคนแรกที่หยิบไม้ไอศกรีมมากัดกินไม่กี่คำจนหมด แล้วดูข้อความบนไม้ มันเขียนว่า: รอดชีวิต
เมื่อคนอื่นเห็นดังนั้น ก็รีบดูไม้ไอศกรีมในมือตัวเองบ้าง ยกเว้นไม้ในมือทาคาฮาตะ ชุนที่เขียนว่า "รอดชีวิต" แล้ว ของคนอื่นๆ ล้วนเขียนว่า "ตาย"
ตุ๊กตาแม่ลูกดกเริ่มพูดอีกครั้ง "บททดสอบแรกคือความกล้าหาญ"
"บททดสอบที่สองคือความว่องไว"
"..."
"บททดสอบสุดท้ายคือดวง"
ฮันลั่วบ่นในใจ 'พูดซะดูดี บททดสอบแรกคือความกล้าหาญ แต่ไอ้พวกที่มีความกล้าวิ่งไปกดปุ่มน่ะตายเรียบ เหลือรอดมาได้แค่คนดวงดีคนเดียว'
'บททดสอบที่สองคือความว่องไว แต่ด้วยความเร็วและการตอบสนองของแมวกวัก ใครที่ตั้งหน้าตั้งตาชู้ตบาสตามกติกา มีหวังตายแล้วตายอีก'
'ตกลงนี่มันเกมบ้าบอของพระเจ้าองค์ไหนกันแน่!'
หึ ดูเหมือนจะเป็นเกมที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาจริงๆ นั่นแหละ
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะมองหน้าฮันลั่ว "ขอโทษนะ ฉันปกป้องนายต่อไปไม่ได้แล้ว แต่โชคดีที่เกมจบลงแล้ว"
ฮันลั่วก้าวเข้าไปตบไหล่โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะ "อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักสิ..."
พูดจบ อาศัยจังหวะที่โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะเผลอ ฮันลั่วก็คว้าไม้ในมืออีกฝ่ายมา แล้วยัดไม้ของตัวเองใส่มือเขาแทน พร้อมกับวางมาดวีรบุรุษ "ตั้งแต่ต้นจนจบ นายคอยปกป้องฉันมาตลอด คราวนี้ถึงตาฉันปกป้องนายบ้าง"
ฮันลั่วลอบสังเกตปฏิกิริยาของระบบเฮงซวยอย่างระมัดระวัง โชคดีที่มันไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย แสดงว่าการกระทำของเขาไม่ถือเป็นการฆ่าตัวตาย ในที่สุดเขาก็จะได้กลับบ้านอย่างราบรื่นเสียที...
ฮันลั่วพอจะจับทางได้แล้ว การพาตัวเองไปตายในเกมแบบเนียนๆ จะไม่ถูกระบบนับว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ถ้ากระโดดตึกตรงๆ นั่นแหละถึงจะโดน
เขาไม่รู้ว่าจะต้องข้ามไปโลกอื่นอีกหรือเปล่า แต่ฮันลั่วเดาว่ามีความเป็นไปได้สูง ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาก็จะใช้ประสบการณ์นี้เพื่อหาทางกลับได้เร็วขึ้น
ฮันลั่วแสยะยิ้มในใจ 'ระบบเฮงซวย ฉันจะทำให้แกเสียใจที่เลือกฉันเป็นโฮสต์'
...
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะจ้องมองฮันลั่วอย่างเหม่อลอย คนอื่นๆ รวมถึงตุ๊กตาแม่ลูกดกต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน ไม่มีใครคาดคิดว่าฮันลั่วจะทำแบบนี้ในตอนจบ นี่มันเท่ากับโยนโอกาสรอดทิ้งไปชัดๆ
จะมีใครทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ได้ลงคอ?
ตุ๊กตาแม่ลูกดกงุนงง แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าจริงๆ แล้วยังมีคนโง่อีกคน นั่นคือโยชิคาวะ ฮารุฮิโกะ ที่กระตือรือร้นช่วยฮันลั่วจับคนเมื่อครู่นี้
หรือว่าคนโง่เท่านั้นที่จะเป็นเพื่อนกับคนโง่ได้?
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะพุ่งเข้าไปหาฮันลั่ว แต่อีกฝ่ายกลับหันหลังวิ่งหนีทันที
"กลับมานะ! ฉันไม่ต้องการให้แลกชีวิตนายกับฉัน"
"ไม่กลับเว้ย!"
ปัง!
พลุอีกลูกระเบิดขึ้น ภายใต้แสงไฟของพลุ คนสี่คนที่ถือไม้ไอศกรีมเขียนว่า "ตาย" ร่างกายก็ระเบิดกลายเป็นพลุและสลายหายไปในอากาศ
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะตัวแข็งทื่อ เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ซบหน้าลงกับฝ่ามือ ร้องไห้ออกมาอย่างเงียบงัน
ทาคาฮาตะ ชุนเองก็ได้สติ เมื่อครู่เขามัวแต่สนใจฮันลั่ว จนลืมไปว่าอากิโมโตะ อิจิกะเองก็จับได้ไม้ "ตาย" เหมือนกัน เขาไม่ได้แม้แต่จะร่ำลาเพื่อนสมัยเด็กคนนี้เลยด้วยซ้ำ
"ยินดีด้วย พวกคุณผ่านเกมรอบแรกแล้ว"
เสียงชายชลาดังขึ้น ทาคาฮาตะ ชุนหันขวับกลับไป ม่านตาหดเกร็ง ชายแก่มาโผล่ที่นี่ได้ยังไง?
ชายชราแต่งกายมอมแมมราวกับขอทาน เขายิ้มบางๆ "ข้าชื่อ คามิซามะ คามินาริ... หรือก็คือพระเจ้าที่พวกเจ้าเรียกหากันนั่นแหละ!"
โยชิคาวะ ฮารุฮิโกะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น จ้องมองคามิซามะ คามินาริเขม็ง เน้นเสียงทีละคำ "ฉันจะฆ่าแก!"
คามิซามะ คามินาริไม่แยแสแม้แต่น้อย "ข้าจะรอ... เกมยังไม่จบหรอกนะ..."