- หน้าแรก
- เกิดใหม่ แทนที่จะตามจีบสาวสวยประจำโรงเรียน ฉันกลับตามจีบแม่ของเธอ
- บทที่ 25 ความสับสนของป้ากู้
บทที่ 25 ความสับสนของป้ากู้
บทที่ 25 ความสับสนของป้ากู้
บทที่ 25 ความสับสนของป้ากู้
สาวใหญ่นั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างเหลือเชื่อ และสาวใหญ่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษอย่างกู้ว่านโจวก็มิใช่ข้อยกเว้น
ในวันที่เธอนวดขาให้หลี่จือเหยียนวันนั้น เธอเองก็เกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
"แม่คะ"
ในตอนนั้นเอง อวี่ซือซือก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู
"ทำไมหนูรู้สึกว่าแม่ดูใจลอยจังเลยคะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?"
"จะมีเรื่องอะไรกับแม่ได้ล่ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ"
เมื่อมองดูลูกสาว กู้ว่านโจวมักจะมีความรู้สึกลึกๆ ว่าลูกสาวของเธอจะต้องเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน
"ไม่มีอะไรหรอก แม่แค่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ"
...
เย็นวันนั้น เมื่อหลี่จือเหยียนกลับถึงบ้าน โจวหรงหรงได้เตรียมอาหารไว้เต็มโต๊ะเพื่อรอเขาอยู่แล้ว
"ลูกรัก วันนี้ดูอารมณ์ดีเชียวนะ"
โจวหรงหรงมองดูลูกชายสุดที่รักแล้วรู้สึกเสมอว่าเขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน แต่เธอก็ระบุไม่ได้ชัดเจนว่าเปลี่ยนไปตรงไหน
"คงเป็นเพราะผมหาเงินได้มั้งครับแม่"
หลี่จือเหยียนคนเก่าช่างดูธรรมดา ขาดความมั่นใจ และไร้ตัวตนในทุกๆ ที่
แต่ยามนี้ ไม่เพียงแต่เขามีเงินเก็บถึงแปดหมื่นหยวนในวัยเพียง 18 ปี แต่เขายังมีทักษะพิเศษติดตัวอีกด้วย
แล้วเขาจะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร?
"แม่ครับ ถ้าผมเก็บเงินได้มากพอ ผมจะซื้อบ้านหลังใหม่ให้แม่แน่นอน พวกเราจะได้ย้ายออกจากบ้านเช่าหลังนี้เสียที"
"จ้ะ ลูกชายคนเก่ง งั้นแม่จะรอนะจ๊ะ"
โจวหรงหรงคีบอาหารให้หลี่จือเหยียน แม้เธอจะคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ไม่คิดจะดับฝันลูกชาย การมีความสุขท่ามกลางความลำบากและมีความทะเยอทะยานย่อมเป็นเรื่องดีเสมอ
"แม่ครับ แม่นับวันยิ่งสวยขึ้นจริงๆ นะเนี่ย"
เมื่อมองดูแม่ผู้แสนสวย หลี่จือเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
สำหรับลูกที่ติดแม่ แม่คือผู้หญิงที่สวยที่สุดในใจเสมอ
"เจ้าเด็กคนนี้นี่"
"เดี๋ยวนี้ไปหัดพูดจาเอาใจมาจากไหนกัน?"
"เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะเราน่ะ"
"แม่ครับ ผมก็แค่พูดความจริงเอง"
เมื่อเห็นลูกชายเติบโตและรู้ความขนาดนี้ โจวหรงหรงพลันรู้สึกว่าอนาคตช่างดูมีความหวังเหลือเกิน
"อ้อ จริงด้วยครับแม่ พรุ่งนี้เย็นผมไม่กลับมาทานข้าวนะครับ คงจะกลับดึกหน่อย"
โจวหรงหรงมองลูกชายด้วยความสงสัย หรือว่าเจ้าเด็กนี่กำลังเดตอยู่? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี สำหรับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว การหาคู่ครองในภายหลังนับว่าลำบาก การเริ่มมีแฟนเร็วหน่อยอาจจะทำให้เรื่องแต่งงานราบรื่นขึ้น
"งั้นก็ระวังตัวด้วยนะจือเหยียน ถ้าเดตกับใครก็ต้องดูแลผู้หญิงเขาให้ดีๆ ล่ะ"
หลี่จือเหยียนรู้สึกอ่อนใจเล็กน้อย ทุกคนต่างพร่ำสอนให้ผู้ชายดูแลผู้หญิงให้ดี
ผลสุดท้ายจึงเกิด "นางฟ้าตัวน้อย" ขึ้นมามากมายที่มองข้ามความทุ่มเทของผู้ชายและเห็นเป็นเรื่องปกติ
"แม่ครับ แม่มีความเห็นยังไงกับความรักที่ผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชายเยอะๆ บ้างครับ?"
"ไม่สิ มันควรจะเป็นความสัมพันธ์แบบแม่กับลูกน่ะครับ ตัวอย่างเช่น ถ้าผมหาแฟนที่อายุมากกว่าผมสักยี่สิบปี แม่จะยอมรับได้ไหมครับ?"
หลี่จือเหยียนกำลังคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งจริงๆ
ทว่ามิใช่เด็กสาวรุ่นเดียวกัน แต่เป็นสาวใหญ่วัย 41 ปีที่แสนทรงเสน่ห์
"หือ?"
โจวหรงหรงถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เจ้าเด็กนี่เป็นอะไรไป? เขาไม่ชอบเด็กสาวรุ่นเดียวกันหรอกหรือ?
"ลูกรัก ลูกไม่ชอบเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันเหรอจ๊ะ?"
"ก็ชอบครับ แต่ผมแค่ลองถามดูว่าแม่จะยอมรับความสัมพันธ์ที่อายุห่างกันสักยี่สิบปีได้ไหม"
โจวหรงหรงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังว่า "ลูกรัก แม่ไม่รู้หรอกว่าในอนาคอลูกจะชอบผู้หญิงแบบไหน แต่ตราบใดที่ลูกชอบเธอ แม่ก็พร้อมจะสนับสนุนลูกจ้ะ"
"เรื่องนี้ลูกสบายใจได้เลย"
"ต่อให้ลูกหาใครสักคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ แม่ก็ไม่ขัดข้องหรอก ไม่มีอะไรในโลกนี้จะสำคัญไปกว่าความสุขของลูกรักของแม่อีกแล้วจ้ะ"
เมื่อได้ยินคำพูดที่เข้าใจโลกของแม่ หลี่จือเหยียนรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
"แม่ครับ แม่ดีที่สุดเลย ยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ด้วย"
"มีอะไรที่ยอมรับไม่ได้กันล่ะ แม่ไม่ใช่คนหัวโบราณนะลูก อยากทำอะไรก็ทำด้วยความมั่นใจเถอะ แม่จะเป็นลมใต้ปีกให้ลูกเสมอ"
โจวหรงหรงลูบศีรษะหลี่จือเหยียน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
เจ้าเด็กนี่ คงไม่ไปหาแฟนรุ่นเดียวกับเธอมาจริงๆ หรอกนะ?
ช่างเถอะ อย่าคิดมากเลย ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอแล้ว
...
วันรุ่งขึ้น หลี่จือเหยียนและหลี่ซื่ออวี่ใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ต เล่นเกมดันเจียนแอนด์ไฟต์เตอร์และครอสไฟร์
ในช่วงเวลานั้น เขาก็คอยตรวจสอบแถบความคืบหน้าการเรียนรู้ทักษะของระบบอยู่เป็นระยะ
ระบบกระจอกสมชื่อ แถบความคืบหน้าขยับช้าอย่างกับฉากโหลดหน้าเริ่มเกมครอสไฟร์ช่วงสุดท้าย
โชคดีที่ในช่วงบ่าย ระบบกระจอกก็เรียนรู้ทักษะเสร็จสิ้นสมบูรณ์
เย็นวันนั้น หลังจากคำนวณเวลาเรียบร้อยแล้ว
หลี่จือเหยียนเดินทางไปถึงสวนสาธารณะตามที่ระบบระบุไว้ก่อนเวลา
ที่สวนสาธารณะ เขาลองเหวี่ยงหมัดดู และพบว่าเขาไม่ใช่เด็กนักเรียนมัธยมปลายผู้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป
แต่เขาคือชายหนุ่มที่แข็งแกร่งผู้สามารถรับมือกับคนห้าคนได้ด้วยตัวคนเดียว
"ระบบนี่มันทรงพลังจริงๆ ถึงขั้นสอนทักษะให้ผมโดยตรงได้เลย แบบนี้ในอนาคตมันจะเป็นไปได้ไหมนะที่จะสอนพรสวรรค์แบบเล่าไอ้หรือจีเสี่ยวหลานให้ผม?"
ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อได้เกิดใหม่แล้ว หลี่จือเหยียนเองก็อยากจะเป็น "ราชากงล้อ" กับเขาบ้าง
และแล้วไม่นานนัก เขาก็เห็นกู้ว่านโจวในชุดสูททำงานสีดำ สวมถุงน่องสีเนื้อและรองเท้าส้นสูง เดินเข้ามาในสวนสาธารณะ
"คุณป้ากู้ชอบแต่งตัวสไตล์นี้จริงๆ ด้วย"
ขณะที่หลี่จือเหยียนกำลังครุ่นคิด กู้ว่านโจวก็เดินเข้ามาใกล้แล้ว
หลี่จือเหยียนสังเกตเห็นว่าคุณป้ากู้ดูเหมือนจะมีเรื่องกังวลใจเต็มไปหมด
เพราะอะไรกันนะ?
หรือเป็นเพราะเขาไปสารภาพรักกับเธอ?
หลี่จือเหยียนเฝ้าคิดไปเรื่อยๆ จนเวลาขยับเข้าใกล้ 19:42 น.
ในสวนสาธารณะมีผู้คนอยู่พอสมควร หลังจากกู้ว่านโจวเดินมาถึงศาลา เธอก็ยืนเหม่อมองฝูงปลาที่กระโดดขึ้นมาจากผิวน้ำในทะเลสาบจำลอง
เธอไม่เคยจินตนาการเลยว่า วันหนึ่งจะถูกเด็กหนุ่มอายุ 18 มาสารภาพรัก
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังดูจริงใจกับเธอมากเหลือเกิน
เธอเอ็นดูหลี่จือเหยียนจริงๆ แต่ไม่ใช่ความรักแบบชายหญิง มันเป็นเพียงความชื่นชมที่ผู้ใหญ่มีให้เด็กเท่านั้น เพราะเหตุนี้เธอจึงเคยคิดอยากจะรับเขาเป็นลูกบุญธรรม
แต่เขากลับดึงดันอยากจะคบกับเธอให้ได้ เธอควรจะปฏิเสธเขาอย่างไรดี?
เธอทนเห็นเด็กดีๆ แบบนั้นต้องเจ็บปวดไม่ได้ แต่การจะอยู่กับเขามันก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นเพียงเด็กอายุ 18 และเธออายุมากกว่าเขาถึง 23 ปีเท่านั้น
แต่เป็นเพราะเขาเคยตามจีบอวี่ซือซือ ลูกสาวของเธอมาก่อนด้วย
ปัจจัยเหล่านี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเธอกับเขาไม่มีหวัง
เธอควรจะทำอย่างไรดี? ยิ่งความสัมพันธ์ของเธอกับเขาดีขึ้นเรื่อยๆ การจัดการเรื่องนี้ในอนาคตย่อมจะยุ่งยากมากขึ้นแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้ว่านโจวก็เริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เจ้าเด็กคนนี้ ช่างน่าเอ็นดูแต่ก็น่าปวดหัวเหลือเกิน
"เจ้าเด็กดื้อ... กล้าดีนังไงมาแอบจูบฉัน"
เธอนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น
ใบหน้าของกู้ว่านโจวแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง
จนกระทั่งชายผมทองคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธอ
"คนสวยครับ ขอคิวคิวหน่อยสิ ผมรู้สึกว่าพวกเรามีวาสนาต่อกันนะ"
เมื่อมองชายผมทองที่มีส่วนสูงเกิน 180 เซนติเมตร และรอบข้างไม่มีคนอื่นอยู่เลย หัวใจของกู้ว่านโจวก็เริ่มสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวจู่โจมเข้ามาทันที