- หน้าแรก
- นำเทรนด์สุดเกรียน ไปป่วนโลกเซียน
- บทที่ 30: ข้ามีแผน "เรียกพวก"
บทที่ 30: ข้ามีแผน "เรียกพวก"
บทที่ 30: ข้ามีแผน "เรียกพวก"
บทที่ 30: ข้ามีแผน "เรียกพวก"
"ตาเฒ่าเฉิน บอกข้ามาตามตรง หินก้อนนั้นฝีมือเจ้าใช่ไหม?"
ในเมืองฉงถู ฉู่เหอที่นอนอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนหลังของเฉินเชียนฟานเอ่ยถาม
ห้าวันผ่านไปแล้วนับตั้งแต่การต่อสู้ครั้งใหญ่กับหลี่หูหลู
เช้าวันถัดมา ทั้งสามคนเปิดแหวนมิติของหลี่หูหลู หลังจากพบเบาะแสภายใน พวกเขาก็รีบมุ่งหน้ามายังเมืองฉงถู
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาทั้งสามยังเห็นหินลับมีดที่มีข้อความเขียนไว้ว่า 'นิกายกระบี่รุ่งโรจน์ ฉู่เหอครองพิภพ'
เฉินเชียนฟานดีใจจนเนื้อเต้น วางแผนจะใช้มันเป็นหลักฐานส่งให้ศิษย์พี่หยางเมื่อกลับไปถึง
ฉู่เหอจึงขู่เฉินเชียนฟานด้วยรอยแต้มชาดที่ยังไม่ลบ เพื่อให้เขาเก็บความลับไว้ชั่วคราว
ส่วนของที่ยึดมาได้นั้นมากมายมหาศาลจนน่าตกใจ หลายชิ้นเป็นของที่พวกเขาทั้งสามไม่รู้จักเพราะความรู้ยังน้อย
ทั้งสามสงสัยว่าหลี่หูหลูอาจจะปล้นคลังสมบัติของนิกายปีศาจโลหิตแล้วหนีมา โดยเฉพาะเมื่อฉู่เหอมี 'ขโมยในบ้าน' อย่างเฉินเชียนฟานและหนิงโหรวอวี่อยู่ใกล้ตัว
มูลค่ารวมของทรัพย์สินอย่างน้อยก็เท่ากับเงินเก็บทั้งชีวิตของผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมรวมสุญตาคนหนึ่งเลยทีเดียว
รายละเอียดคงต้องรอให้กลับถึงสำนักเซียนและส่งมอบให้ตรวจสอบอีกที
"ไม่ใช่ข้า ตาเฒ่าฉู่ เจ้าบอกข้ามาตามตรง เจ้าหายดีนานแล้วใช่ไหม?" เฉินเชียนฟานกัดฟันถาม
ตอนออกเดินทาง หนิงโหรวอวี่เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของฉู่เหอ จึงจัดรถม้าให้
ตอนนั้นฉู่เหอนอนแผ่หลากลางกระดาน แทบจะต้องหาเสื่อมาคลุมร่าง ทำเอาเฉินเชียนฟานขำกลิ้ง
แต่ตอนนี้พอเข้าเมือง ฉู่เหอกลับอ้างว่าตามองไม่เห็น ขาขยับไม่ได้
ในฐานะหัวหน้าทีมสามคน เขาจึงเกณฑ์เฉินเชียนฟานมาเป็นพาหนะชั่วคราว
เฉินเชียนฟานปฏิเสธ แต่หลังจากโหวตกันสามคน เฉินเชียนฟานที่เจอกับเสียงข้างมากสองเสียงก็แพ้ไปอย่างเฉียดฉิว
"ศิษย์พี่เหนื่อยไหมเจ้าคะ? อยากพักหน่อยไหม?" หนิงโหรวอวี่เดินขนาบข้าง หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงให้ฉู่เหอ
เฉินเชียนฟานเริ่มสงสัยว่าสายเลือดตระกูลหนิงอาจมีผลต่อสติปัญญา
เขาไม่เข้าใจว่าหนิงโหรวอวี่ดูออกได้ไงว่าคนที่นอนสบายใจเฉิบเหนื่อย แต่กลับไม่รู้สึกว่าคนแบกอย่างเขาจะเหนื่อย
เฉินเชียนฟานนึกขึ้นได้ว่าตระกูลเฉินกับตระกูลหนิงเคยแต่งงานกันเมื่อหลายรุ่นก่อน ทำให้เป็นญาติห่างๆ กัน
เมื่อพิจารณาสติปัญญาของตัวเอง เขาคงไม่ได้รับสืบทอดสายเลือดตระกูลหนิงมาเป็นแน่
เมื่อเจอคำถามของเฉินเชียนฟาน ฉู่เหอเลือกที่จะไม่ตอบ
"แต่เราจะทำยังไงต่อดี? เจ้านายของหลี่หูหลูอาจไม่ได้อยู่แค่ขั้นจินตาน พวกเขาคงรับมือยากแน่"
เห็นฉู่เหอแกล้งตาย เฉินเชียนฟานจึงไม่เซ้าซี้และเข้าเรื่องสำคัญ
ประเด็นคือถ้าเขาเซ้าซี้ ฉู่เหอก็จะบ่นว่าเจ็บตา เจ็บมือ เจ็บขา เจ็บไปทั้งตัว
แล้วหนิงโหรวอวี่ก็จะเริ่มตาแดงๆ จนเขาต้องกลายเป็นคนบาปในหน้าประวัติศาสตร์ไปโดยปริยาย
"ไม่ว่าจะเป็นจินตานหรือหยวนอิง ในสายตาข้าก็เป็นแค่ไก่กาอาราเล่ แค่ยกมือก็จัดการได้สบาย" ฉู่เหอที่ปิดตาอยู่กล่าวอย่างมั่นใจ
ทีมสะกดรอยสี่คนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดพยักหน้า เชื่อคำพูดของฉู่เหออย่างสนิทใจเพราะผลงานการต่อสู้ที่ผ่านมา
และต่อให้ฉู่เหอรับมือไม่ไหวก็ไม่เป็นไร
ขณะนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปรเปลี่ยนเทพยี่สิบคนจากตระกูลเฉิน และอีกห้าคนจากหน่วยปราบมาร ได้ซุ่มรอจัดการผู้บำเพ็ญเพียรมารระดับหยวนอิงผู้นั้นอยู่แล้ว
ทว่าหากพูดถึงความยิ่งใหญ่ นิกายกระบี่ก็ยังคงเป็นที่หนึ่ง
ระดับฝ่าด่านเคราะห์หนึ่งคน ระดับผสานกายสามคน และระดับหลอมรวมสุญตาอีกสิบคน ได้แทรกซึมเข้าสู่เมืองฉงถูเรียบร้อยแล้ว
แต่นักพรตเจ็ดฉื่อกลับไม่พอใจอย่างมาก และกำลังสอบถามคนในนิกายอยู่ที่โรงน้ำชา
"น้องรอง ข้าบอกให้เจ้าเรียกทุกคนที่อยู่ระดับผสานกายขึ้นไปมาให้หมด ทำไมถึงมากันแค่นี้? เราต้องเตรียมพร้อมทำสงครามเต็มรูปแบบกับสำนักเซียนชิงอวิ๋น แล้วก็ถือโอกาสฆ่าชิงอวิ๋นเจินจวินไปด้วยเลย"
"ท่านเจ้าสำนัก หลังจากท่านส่งลูกแก้วบันทึกภาพกลับไป ท่านอาจารย์และคนอื่นๆ ก็ดูกันแล้ว..."
นักพรตเจ็ดฉื่องุนงง เขาอุตส่าห์บันทึกภาพการต่อสู้สุดเท่ของฉู่เหอกับหลี่หูหลูส่งกลับไปที่นิกายกระบี่
จุดประสงค์เพื่อให้เหล่าผู้อาวุโสสูงสุด ปรมาจารย์อาวุโส และบรรพชน ตระหนักถึงความสำคัญ
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้? คนมาน้อยนิด ถ้าสำนักอื่นเห็นเข้า จะหาว่านิกายกระบี่ไร้น้ำยาเอาได้
"พอดูจบ ท่านอาจารย์และคนอื่นๆ ก็เชื่อว่าการครองโลกของนิกายกระบี่ฝากไว้ที่ฉู่เหอได้ พวกเขาเลยพากันไปกราบไหว้บรรพชนพร้อมกับเหล่าผู้อาวุโสสูงสุด บอกว่าจะไปบอกให้บรรพชนดีใจในปรโลก"
ผู้อาวุโสสองกล่าวอย่างจนใจ คนเหล่านั้นคือรุ่นอาจารย์และรุ่นลุงของเขา
แถมยังมีรุ่นอาจารย์ปู่และรุ่นลุงของอาจารย์ปู่อีก
คนภายนอกเรียกเขาว่าผู้อาวุโสสอง แต่ในนิกาย การถูกเรียกว่า 'เสี่ยวเอ้อ' (เจ้าสองน้อย) ถือว่าให้เกียรติแล้ว
หลายครั้งชื่อของเขากลายเป็น 'เจ้าคนนั้น' กับ 'เจ้าคนโน้น'
นักพรตเจ็ดฉื่อแค่นเสียง พวกนั้นมันตัวป่วนชัดๆ
หลังจากสั่งให้ผู้อาวุโสสองรีบพาคนมาสมทบ นักพรตเจ็ดฉื่อก็หันกลับมาสนใจฉู่เหอ
เขาอยากรู้จริงๆ ว่าฉู่เหอจะสู้กับผู้บำเพ็ญเพียรมารระดับหยวนอิงได้อย่างไร
ข้ามขั้นถึงสองขอบเขตใหญ่ นักบุญของเขาจะชนะได้หรือไม่?
เขาต้องชนะแน่!
นักพรตเจ็ดฉื่อส่งแรงใจเชียร์ฉู่เหอ
เฉินฮวาไห่และคนอื่นๆ ต่างก็อยากรู้ว่าฉู่เหอจะแสดงปาฏิหาริย์อะไรอีก
เมื่อเผชิญสายตาคาดหวังของเฉินเชียนฟานและหนิงโหรวอวี่ ฉู่เหอก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป "เตรียมใจไว้ให้ดี แผนของข้านี้สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพีและภูตผีต้องร้องโหยหวน เมื่อแผนนี้เริ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจินตานสู้หยวนอิง หรือแปรเปลี่ยนเทพสู้หลอมรวมสุญตา ทั้งหมดจะต้องสยบ"
ทั้งสองรีบขยับเข้ามาใกล้
ฉู่เหอพยักหน้าอย่างพอใจแล้วเผยแผนการอันชาญฉลาด "แผนนี้เรียกว่า 'เรียกพวก'"
ทั้งสองทำหน้างง
ฉู่เหอถอนหายใจ รำพึงว่าหนทางแห่งอัจฉริยะช่างโดดเดี่ยว และเขายังต้องมาอธิบายให้คนหัวทึบพวกนี้ฟังอีก
"ตอนนี้ หันหลังกลับไปที่สมาคมการค้าปี่เซียะ จ่ายเงินติดต่อสำนักเซียน บอกว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับนิกายปีศาจโลหิต ให้ทางสำนักส่งคนมา เข้าใจไหม?"
ฉู่เหออธิบายอย่างละเอียด พอฟังจบ เฉินเชียนฟานก็ทิ้งตัวฉู่เหอลงพื้นทันที
"รังแกคนเจ็บ! ข้าจะฟ้องศิษย์พี่หยางแน่พอกลับไป" ฉู่เหอลุกขึ้นยืนและดึงผ้าปิดตาออก
เขาหายดีแล้วจริงๆ ตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง สามารถสู้กับหลี่หูหลูได้อีกสามวันสามคืน
"แค่เรียกพวกเนี่ยนะ? แล้วเราล่ะ?" เฉินเชียนฟานถามอย่างงุนงง พอคนมาถึงแล้วพวกเราจะทำอะไร?
ฉู่เหอมองเฉินเชียนฟานราวกับมองคนปัญญาอ่อน "ก็กลับสำนักไปบำเพ็ญเพียรสิ! เรื่องนี้มันระดับหยวนอิงขึ้นไปแล้ว เจ้าจะสู้ หรือจะให้ข้าสู้? เราส่งเบาะแส แล้วให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องมาแสดงอิทธิฤทธิ์ ปราบมารร้ายเพื่อปวงชน
แล้วตามกฎหอกุยฟาน เราส่งภารกิจแล้วก็ได้แต้มผลงานทีหลัง ศิษย์พี่ศิษย์น้องทำภารกิจสำเร็จก็ได้แต้มผลงาน วิน-วินทั้งสองฝ่าย"
ฉู่เหอเคยคิดว่าจะเสี่ยงลองหยั่งเชิงดูดีไหม
แต่ตอนนี้ ตัวฉู่เหอเองก็มีปัญหา
ดังนั้นรีบกลับสำนักเซียนดีกว่า
"เจ้าได้ยินข้าใช่ไหม ฉู่เหอ? ตอบข้าสิ ฉู่เหอ" แหวนสีแดงเลือดที่ร้อยด้วยเชือกแดง ห้อยติดแนบชิดกับคอของฉู่เหอ
วันที่เปิดแหวนมิติของหลี่หูหลู แหวนต้องสาปวงนี้ก็เกาะติดเขาแน่น แกะไม่ออก
ยายแก่ในแหวนคอยบ่นด่าเขาทุกวัน แต่โชคดีที่หลังจากผ่านการฝึกฝนด้วยกระบี่ชิงอวิ๋นโหมดสั่นสะเทือนและคาถาติดตามหนี้สิน เขาก็สามารถเมินนางได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ของสิ่งนี้ก็น่ากลัวอยู่ดี รีบกลับสำนักเซียนจะดีกว่า
"ฉู่เหอ เจ้าว่าใครเป็นยายแก่?! พูดให้ชัดๆ นะ ใคร! คือ! ยายแก่!"
แหวนวงนี้ดันอ่านใจได้ด้วย แถมความเกรี้ยวกราดยังรุนแรงกว่าเมื่อก่อน
ฉู่เหอไม่สนเสียงผู้หญิงในหัว กระโดดขึ้นหลังเฉินเชียนฟานแล้วชี้ไปข้างหน้า "ปี่เซียะผินตาน ไปกันเลย!"
เฉินเชียนฟานแบกฉู่เหอเดินออกไปโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยความเคยชิน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เฉินเชียนฟานก็รู้สึกตัว และเริ่มสอดส่ายสายตาหาเศษอาหารหรือขี้ม้า เตรียมจัดมื้อหนักให้ฉู่เหอสักมื้อ
"พวกเราเป็นคนเจอภารกิจ เราเสนอชื่อคนที่จะมารับภารกิจได้ เอายอดเขาวารีเมฆาเป็นไง?"
ประโยคถัดมาของฉู่เหอทำให้เฉินเชียนฟานล้มเลิกความคิดชั่วร้ายทันที
ผู้พูดอาจไม่ได้คิดอะไร แต่ผู้ฟังคิดไปไกลแล้ว
ฉู่เหอพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะผู้อาวุโสเจ็ดเป็นผู้อาวุโสคนเดียวที่เขารู้จัก แถมยังเคยให้เงินช่วยเหลือเขาด้วย
ดังนั้น ถ้ามีเรื่องดีๆ ส่งต่อให้ยอดเขาวารีเมฆาของผู้อาวุโสเจ็ดก็น่าจะดี
แต่หนิงโหรวอวี่กลับไม่กล้าสบตาฉู่เหอ คิดในใจว่า "ศิษย์พี่จะให้ศิษย์พี่หญิงยอดเขาวารีเมฆามารับภารกิจเพื่อดูแลข้าหรือเปล่านะ?"
รับของเขามามือมันสั้น กินของเขามาปากมันอ่อน
ถ้าศิษย์ยอดเขาวารีเมฆาได้แต้มผลงาน นางในฐานะหนึ่งในทีมสามคน ย่อมได้รับผลประโยชน์จากศิษย์พี่หญิงเมื่อกลับไป และพวกศิษย์พี่หญิงก็จะเอ็นดูนางมากขึ้นด้วย
หนิงโหรวอวี่ปปิดหน้าแดงก่ำ ไม่คิดว่าศิษย์พี่จะคิดเผื่อไว้ไกลขนาดนี้
เฉินเชียนฟานตั้งหน้าตั้งตาแบกฉู่เหอวิ่ง พลางหันหน้ามาขยิบตาส่งรหัสลับกับฉู่เหอ
"หัวหน้า ที่ให้ศิษย์พี่หญิงยอดเขาวารีเมฆามารับภารกิจ เป็นแผนเพื่อให้ข้าได้เข้ายอดเขาวารีเมฆาใช่ไหม?"
ฉู่เหอแตะจมูก ตอบกลับด้วยรหัสขยิบตา:
"พ่อแม่ให้กำเนิดข้า แต่ศิษย์พี่เฉินคือผู้รู้ใจข้าอย่างแท้จริง เข้าใจนะตาเฒ่าเฉิน ถ้าไม่คิดเผื่อพี่น้อง แล้วจะไปคิดเผื่อใคร"
สามสหายเร่งฝีเท้าไปยังสมาคมการค้าปี่เซียะด้วยความร่าเริง
แต่ทีมสะกดรอยสี่คนกลับไม่สนุกด้วย
"กลับภูเขา? แล้วผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปรเปลี่ยนเทพยี่สิบคนของข้าจะทำยังไง? ข้าจ้างมาด้วยเงินตัวเองนะเว้ย!" เฉินฮวาไห่กุมขมับอยู่ในหอนางโลม
คงต้องให้เหลนชายตัวแสบรับกรรมไป ปีนี้คงไม่ต้องให้อั่งเปาแล้ว โทษฐานหนีออกจากบ้าน
"น้องรอง รีบพาอาจารย์กับคนอื่นๆ มาเร็วเข้า! นักบุญกำลังจะบุกถ้ำเสือแล้ว!" นักพรตเจ็ดฉื่อพูดอย่างร้อนรนในโรงน้ำชา แต่พูดตั้งนานก็ยังไม่บอกว่าถ้ำเสืออยู่ที่ไหน
"ถ้าพวกเขากลับภูเขา แล้วเราจะไถเงินได้ไง?" โจวฮ่วนชิงที่นั่งซดเต้าฮวยอยู่ข้างทางบ่นอย่างไม่พอใจ
นางยังรอให้นักพรตเจ็ดฉื่อส่งกระบี่เซียนมาให้อีกสองเล่ม
ตั้งแต่รับตำแหน่งดูแลยอดเขาที่หก นี่เป็นโอกาสทำเงินที่หาได้ยาก!
ตอนนี้มีฉู่เหอ โอกาสพลิกฟื้นของยอดเขาที่หกมาถึงแล้ว!
ในหน่วยปราบมารเมืองฉงถู หยางชุนเสวี่ยที่นั่งบัญชาการอยู่หัวโต๊ะ หยิบยันต์สื่อสารขึ้นมา:
"ศิษย์น้องฉู่ ใช่ ข้าอยู่ในสำนัก มีอะไรหรือ?"