- หน้าแรก
- นำเทรนด์สุดเกรียน ไปป่วนโลกเซียน
- บทที่ 28: บั่นเศียรสังหารวิญญาณ
บทที่ 28: บั่นเศียรสังหารวิญญาณ
บทที่ 28: บั่นเศียรสังหารวิญญาณ
บทที่ 28: บั่นเศียรสังหารวิญญาณ
"วีรบุรุษทั่วหล้าดั่งฝูงมัจฉาข้ามสายน้ำ โลกใบนี้ช่างอุดมไปด้วยอัจฉริยะยอดคนนับไม่ถ้วนจริงๆ!" เฉินฮวาไห่ ยอดฝีมือระดับแปลงจิต ถึงกับยอมจำนนอย่างหมดใจ
ตอนนี้เขาอยากจะลองผ่าสมองของฉู่เหอและเฉินเชียนฟานดูเหลือเกินว่าข้างในมันมีอะไรอยู่กันแน่
คนหนึ่งใช้ยันต์ค่ายกลโอสถ ผสานสี่วิถีเป็นหนึ่งเดียว วิจัยจนกลายเป็น 'วิชาเต่าจำแลง'
เน้นเสริมพลังป้องกันขั้นสุด จนละทิ้งความคล่องตัวไปโดยสิ้นเชิง
ความอึดถึกทนขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่ละลายไปกับโอสถล้วนๆ ส่วนวิธีการโจมตีเดียวที่มีคือการใช้ลิ้น... ที่ไม่รู้ว่าคราวหน้าจะตวัดไปเลียโดนตรงไหน
อีกคนก็เปลี่ยนขยะให้เป็นทอง นำใบแจ้งหนี้มูลค่าหลักล้านจำนวนมหาศาลมาเย็บเป็นเสื้อ
ดูจากสีหน้าของฉู่เหอแล้ว หากเขาเผลอทำใบแจ้งหนี้ขาดสักใบ แล้วรอให้เจ้าหนี้ระดับแปลงจิตที่อยู่เบื้องหลังตามล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว
นี่ใช่ตำนาน 'กองทัพนับหมื่นพันเลี่ยงหลบเสื้อคลุมขาว' ที่เขาลือกันหรือเปล่า?
ก็แน่ล่ะ หนี้สินรวมกว่าร้อยล้านขนาดนั้น เฉินฮวาไห่เองก็รับมือไม่ไหวเหมือนกัน
ด้วยความคิดอันบรรเจิดของสองยอดคนแห่งยอดเขาชิงอวิ๋น การต่อสู้สุดพิสดารระหว่างระดับสร้างรากฐานขั้นต้นกับระดับจินตานขั้นต้นจึงดำเนินต่อไป
"ฉู่ครึ่งก้าว ไอ้มนุษย์เต่า ข้ายอมรับว่าวันนี้ข้าฆ่าพวกเจ้าไม่ได้ แต่หลี่หูหลูคนนี้จะจดจำความแค้นในวันนี้ไปจนวันตาย" หลี่หูหลูคำรามลั่น
ฉู่เหอเบ้ปาก "เมื่อกี้เจ้าเพิ่งบอกว่าจะฆ่าพวกข้าไม่ให้เหลือ ถ้าทำไม่ได้จะไม่ขอสร้างจินตานไม่ใช่รึไง"
ใบหน้าของหลี่หูหลูกระตุกวูบ
ตอนนั้นใครจะไปคิดว่าเจ้าเด็กสามคนนี้จะตึงมือขนาดนี้
"ศิษย์พี่ เราต้องกำจัดมารร้ายให้สิ้นซาก ปล่อยเขาไปไม่ได้นะเจ้าคะ" หนิงโหรวอวี่เงื้อมีดบินขนาดเล็กในมือขึ้นมา
แม้การใช้วัตถุภายนอกจะส่งผลต่อแต้มความดีความชอบเมื่อกลับสำนัก แต่แต้มเพียงน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับการปล่อยจอมมารเจ้าเล่ห์เช่นนี้ให้หนีไป
ฉู่เหอพยักหน้า ถอดเสื้อยันต์ใบแจ้งหนี้ที่คลุมร่างอยู่ออก แล้วเอาไปคลุมให้หนิงโหรวอวี่ "ไม่ต้องห่วง มันหนีไม่รอดหรอก"
หนิงโหรวอวี่สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่บนเสื้อ ใบหูแดงระเรื่อ ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา "ศิษย์พี่ ท่านใส่เถอะค่ะ มีแต่ท่านที่ทำอันตรายจอมมารนั่นได้"
"ข้ายังมีอีก" ฉู่เหอหยิบเสื้อกั๊กอีกตัวออกมาสวม
เสื้อกั๊กยันต์ใบแจ้งหนี้... ฉบับลดต้นทุน
ช่วยไม่ได้ ใบแจ้งหนี้มีแค่นั้น จะให้ทำเต็มยศสองชุดคงไม่ไหว
จะให้ฉู่เหอไปขอใบแจ้งหนี้เพิ่มจากอาจารย์จอมตลบตะแลงคนนั้นก็คงเป็นการเล่นกับไฟเกินไป
แค่ป้องกันจุดตายได้ ฉู่เหอก็กล้าพอที่จะแลกหมัดกับหลี่หูหลูแล้ว
"งั้นศิษย์พี่ระวังตัวด้วยนะคะ" หนิงโหรวอวี่กล่าวด้วยความเป็นห่วง พลางกำมีดบินในมือแน่น
หากมีอันตราย นางพร้อมจะซัดมีดบินปลิดชีพหลี่หูหลูทันที
ท่ามกลางฉากซึ้งกินใจนี้ เฉินเชียนฟานที่หดหัวอยู่ในกระดองเต่าและเคี้ยวโอสถเติมปราณอย่างบ้าคลั่ง กลับรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ข้อแรก 'ไอ้มนุษย์เต่า' ที่หลี่หูหลูพูดถึงนั่นใคร?
คงไม่ใช่เขาหรอกมั้ง...?
เขาเพิ่งประกาศชื่อตัวเองให้หลี่หูหลูฟังตั้งสองรอบ
ความจริงเขาเป็นคนเดียวในกลุ่มที่บอกชื่อจริง หลี่หูหลูไม่น่าจะลืมง่ายขนาดนั้นใช่ไหม?
ข้อสอง ทำไมศิษย์น้องหนิงถึงเรียกฉู่เหอว่า 'ศิษย์พี่' แต่เรียกเขาว่า 'ศิษย์พี่เฉิน'?
ศิษย์น้องหนิงมีศิษย์พี่ในสำนักชิงอวิ๋นตั้งมากมาย นางไม่กลัวคนอื่นเข้าใจผิดเหรอถ้าเรียกแค่ฉู่เหอว่า 'ศิษย์พี่' เฉยๆ?
แล้วในเมื่อนางเรียกฉู่เหอว่าศิษย์พี่ ทำไมต้องเติมคำว่า 'เฉิน' ต่อท้ายเวลาเรียกเขาด้วยล่ะ?
ข้อสุดท้าย ที่บอกว่ามีแค่ฉู่เหอที่ทำอันตรายจอมมารได้ หมายความว่ายังไง?
ศิษย์น้องหนิงไม่เห็นอานุภาพ 'ลิ้นทองคำ' ของเขาหรือไง?
หรือว่าศิษย์น้องหนิงจะมีปัญหาทางสายตา ตาถั่วหรือเปล่า?
คำถามผุดขึ้นในหัวไม่หยุดหย่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน
หลังจากเคี้ยวโอสถจนแก้มตุ่ย จู่ๆ เฉินเชียนฟานก็ยืดคอออกจากกระดองแล้วคำรามใส่หลี่หูหลูราวกับคนเสียสติ "มาสู้กันให้ตายไปข้างนึงเลย ไอ้เดรัจฉาน!"
หลี่หูหลูพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
สถานการณ์แบบนี้ จะให้เขาสู้ต่อได้ยังไง?
ค่ายกลตรึงพสุธาขังเขาไม่ได้แล้ว แม้ทั้งสามคนจะมีพลังป้องกันเหลือเฟือ แต่พลังโจมตียังห่างชั้น
ถ้าเขาหันหลังหนี สามคนนี้จะทำอะไรเขาได้?
แต่ก่อนจะหนี เขาต้องเอาแหวนเก็บของคืนมาก่อน ในนั้นมีสมบัติที่เขาสั่งสมมาหลายสิบปี
หลี่หูหลูขี้เกียจจะเสวนากับเฉินเชียนฟาน เขาบังคับแขนขาที่ขาดกระเด็นให้ลอยกลับมาต่อที่ตัว
"ศิษย์น้องหนิง การต่อสู้ครั้งนี้เจ้าคงเห็นเล่ห์เหลี่ยมของผู้บำเพ็ญเพียรสายมารแล้ว พวกมันอำมหิตและเชี่ยวชาญการวางแผน
ยิ่งไปกว่านั้น ในยามคับขัน พวกมันพร้อมจะสู้ตายเหมือนสัตว์ป่าจนตรอก เจ้าทายซิว่าผู้บำเพ็ญเพียรสายมารที่ไม่กลัวแม้แต่ความตาย จะกลัวอะไร?"
เสียงของฉู่เหอดังขึ้น หนิงโหรวอวี่ส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กด้วยความไม่เข้าใจ
ฉู่เหอยิ้มกว้าง แบมือเผยให้เห็นแหวนวงหนึ่งในฝ่ามือ "ประโยคแรกของ 'นกตายเพราะอาหาร' คืออะไร?"
"คนตายเพราะทรัพย์สิน..." หนิงโหรวอวี่เพิ่งเข้าใจหลังจากพูดจบ ว่าวิสัยทัศน์ของฉู่เหอกว้างไกลนัก คำนวณมาถึงขั้นนี้แล้ว
"เอาแหวนเก็บของข้าคืนมา!" หลี่หูหลูคำรามลั่น พุ่งตัวเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
"ข้าเก็บได้ต่างหาก" ฉู่เหอตอบกลับด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์
ตอนที่เขาฟันหลี่หูหลูจนกลายเป็นท่อนไม้เมื่อครู่ เขาก็อาศัยจังหวะนั้นรูดแหวนติดมือมาด้วย
ไม่นึกเลยว่ามันจะมีประโยชน์มหัศจรรย์ขนาดนี้
ฉู่เหอในชุดเกราะ(ใบแจ้งหนี้)เข้าปะทะกับหลี่หูหลู
เฉินเชียนฟานมองฉู่เหอที่ไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย แล้วอุทานด้วยความตกใจ "ตาเฒ่าฉู่ เจ้าโด๊ปยามาหรือเปล่าเนี่ย?"
พร้อมกันนั้น เขาก็ใช้ 'ลิ้นทองคำ' ก่อกวนหลี่หูหลูไม่หยุด
ฉู่เหอที่กำลังดวลเดี่ยวกับระดับจินตาน ยิ่งสู้ยิ่งคึกคัก ปราณในจุดตันเถียนเริ่มไหลไปรวมที่เนตรเซียนโดยไม่ต้องชักนำ
ก่อนหน้านี้ตอนสู้กับหลี่หูหลูร่างกลืนโลหิต ฉู่เหอก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเนตรเซียนแล้ว
ทุกกระบวนท่าที่ปะทะกัน ความเร็วของหลี่หูหลูดูเหมือนจะช้าลงเรื่อยๆ ในสายตาเขา
นั่นคือเหตุผลที่ฉู่เหอสามารถสู้ได้อย่างดุดันขึ้นเรื่อยๆ จนฟันหลี่หูหลูเป็นท่อนไม้ได้ในยี่สิบกระบวนท่า
เนตรเซียนของเขาตื่นขึ้นแล้ว
ฉู่เหออาศัยจังหวะชุลมุน ยกมือขึ้นซัดแสงสว่างจ้าออกไป พร้อมตะโกนก้อง "รับอาวุธวิเศษข้าไปซะ!"
หลี่หูหลูหลบตามสัญชาตญาณ แต่ทันทีที่ขยับตัว เขาก็เสียใจแทบกระอักเลือด
เพราะเขาเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ฉู่เหอขว้างออกมาไม่ใช่อาวุธลับหรือของวิเศษอะไร
แต่มันคือแหวนเก็บของของเขาเอง!
หลี่หูหลูหันขวับเตรียมจะพุ่งไปคว้า ฉู่เหอฉวยโอกาสชั่วพริบตานั้น แทงกระบี่ทะลุหัวใจอีกฝ่าย
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานมีพลังชีวิตมหาศาล แม้บาดแผลฉกรรจ์เช่นนี้ก็อาจรอดได้
แต่หลี่หูหลูไม่ใช่จินตานปกติ เขาฝืนควบแน่นจินตานโลหิตด้วยเม็ดยาโลหิตมาร ซึ่งคอยสูบพลังชีวิตของเขาอยู่ตลอดเวลา
ประกอบกับการต่อสู้ดุเดือดต่อเนื่อง เขามาถึงขีดจำกัดแล้ว
กระบี่นี้จึงทำลายพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายของเขาจนหมดสิ้น
"ชนะแล้ว?" เฉินฮวาไห่ไม่อยากจะเชื่อสายตา ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นสังหารระดับจินตานขั้นต้น ฉู่เหอทำได้จริงหรือนี่?
"ชนะแล้ว!" หยางชุนเสวี่ยยิ้มกว้าง นางมองเห็นอนาคตอันสดใสของสำนักเซียนชิงอวิ๋นแล้ว
"ชนะแล้ว" นักพรตเจ็ดฉื่อลูบเคราอย่างพึงพอใจ สำนักกระบี่ขาดโจวหวนชิงไปคนหนึ่งไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร
แต่พวกเขาจะขาดฉู่เหอไปไม่ได้เด็ดขาด นักพรตเจ็ดฉื่อเริ่มวาดฝันถึงชีวิตหลังเกษียณแล้ว
"คุณพระช่วย ใบแจ้งหนี้เอามาใช้แบบนี้ก็ได้เหรอ!" โจวหวนชิงไม่ได้สนใจเรื่องเดียวกับสามคนข้างล่าง นางรู้สึกเหมือนโลกใบใหม่เปิดออกตรงหน้า
จากนี้ไป ตราบใดที่นางยึดคติ 'เงินไม่มี แต่ชีวิตมีให้'
ดูเหมือนเจ้าหนี้กับนักเลงทวงหนี้ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก
ฉู่เหอผ่อนลมหายใจยาว มือที่กำกระบี่สั่นระริก
ตาทันแต่ร่างกายตามไม่ทันเป็นคนละเรื่องกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะหลี่หูหลูเปิดช่องโหว่เองในตอนท้าย ผลการต่อสู้ครั้งนี้คงยากจะคาดเดา
"ผู้บำเพ็ญเพียรสายมารหลี่หูหลู เข่นฆ่าผู้คน ก่อกรรมทำเข็ญมากมาย ตามกฎหมายแห่งเซียนฉิน โทษประหาร ตัดกายทำลายวิญญาณ"
ฉู่เหอค่อยๆ ยกกระบี่ขึ้น เมื่อคมกระบี่ตวัดผ่าน เลือดสดๆ ก็พุ่งกระฉูด
ผู้บำเพ็ญเพียรสายมารหลี่หูหลู ถูกบั่นเศียร!