- หน้าแรก
- ระบบเช็กอินในโลกภาพยนตร์ เริ่มต้นภารกิจกับชายที่ใช่
- บทที่ 30: ความอวดเก่งของกานจิง
บทที่ 30: ความอวดเก่งของกานจิง
บทที่ 30: ความอวดเก่งของกานจิง
กานจิงเห็นหยางฉู่นั่งลงอย่างว่างง่ายก็ยิ้มออกมา "ไหนว่าจะหนีไง? ทำไมไม่หนีแล้วล่ะ?"
หยางฉู่ยกมือยอมแพ้อีกครั้ง มองหน้ากานจิงแล้วพูดว่า "โอเคๆ เจ๊ครับ ผมผิดไปแล้ว พอใจยัง! บอกมาสิครับว่าสรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น?"
กานจิงเห็นว่าหยางฉู่เป็นห่วงเรื่องการซ่อมแซมบ้านซื่อเหอหยวนจริงๆ เธอจึงปรับสีหน้าเป็นจริงจัง
"สำหรับบ้านซื่อเหอหยวนหลังนั้น ฉันวางแผนว่าจะทำหลังคาครอบลานบ้านทั้งหมดด้วยกระจกนิรภัยพิเศษ (กระจกกันกระสุน) ค่ะ เพื่อกันลมกันฝน แต่ที่เซี่ยงไฮ้ไม่มีกระจกนิรภัยแผ่นใหญ่ขนาดนั้น เลยต้องสั่งทำพิเศษ"
หยางฉู่ขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วแย้งว่า "ใช้แผ่นเล็กมาต่อกันก็ได้นี่ครับ! แยกเป็นชิ้นๆ ไม่ได้เหรอ?"
"คิดว่าฉันไม่รู้เหรอคะว่ามันแยกชิ้นได้?"
"แล้วคุณต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?"
กานจิงถอนหายใจอย่างเอือมระอา มองหน้าหยางฉู่แล้วอธิบาย "ลานบ้านของคุณขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ถ้าจะแยกชิ้น อย่างน้อยต้องใช้กระจกนิรภัยแปดแผ่น แต่คุณเคยคิดไหมว่าถ้าแยกชิ้น มันจะทำความสะดวดยาก โดยเฉพาะด้านบน นานวันเข้าขอบรอยต่อของกระจกทั้งแปดแผ่นต้องมีจุดอับสายตาแน่ๆ สุดท้ายมันก็จะดูไม่สวยงาม"
หยางฉู่เลิกคิ้ว "แล้วไงต่อครับ?"
"ฉันก็เลยคิดว่า ถ้าใช้กระจกแผ่นเดียวปิดด้านบนไปเลยน่าจะดีกว่า ทำความสะอาดง่ายด้วย แต่ร้านกระจกไม่มีแผ่นใหญ่ขนาดนั้น ฉันเลยติดต่อโรงงานผู้ผลิต สั่งทำกระจกนิรภัยขนาดสองร้อยตารางเมตรมาสี่แผ่น ลานบ้านสองฝั่งของคุณพื้นที่ประมาณสามร้อยสี่สิบตารางเมตร ก็ใช้ฝั่งละสองแผ่นพอดี"
หยางฉู่ฟังจบก็มองกานจิงด้วยความทึ่ง "เล่นใหญ่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย!"
"แค่นี้เรียกว่าเล่นใหญ่แล้วเหรอคะ?"
"ไม่ใหญ่หรือไงครับ?"
กานจิงเบะปาก "ฉันยังพูดส่วนที่ใหญ่กว่านี้ไม่จบเลย! นอกจากสั่งกระจกนิรภัยสี่แผ่นแล้ว ฉันยังสั่งทำเสากระจกนิรภัยตันอีกยี่สิบต้น! ฉันกะว่าจะใช้เสาตันพวกนี้รับน้ำหนักกระจกทั้งสี่แผ่นโดยไม่ใช้กาวเลย แต่จะใช้เทคนิคการเชื่อมด้วยออกซิเจนความร้อนสูงเชื่อมต่อโดยตรง คุณคิดว่าไง?"
หยางฉู่ฟังแล้วมุมปากกระตุกยิกๆ พูดขึ้นว่า "โปรเจกต์ยักษ์ขนาดนี้ คุณทำคนเดียวไม่ได้แน่ คุณคงใช้เส้นสายและอิทธิพลของเจียงฮ่าวคุนสินะ!"
กานจิงมองหยางฉู่อย่างไม่อยากเชื่อ "คุณเดาถูกได้ยังไง?"
หยางฉู่เอนหลังพิงเบาะรถ มองหน้ากานจิงแล้วพูดว่า "ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะ แต่คุณทำแค่งานตกแต่งภายใน อย่างมากก็คุ้นเคยกับทีมก่อสร้างหรือทีมช่างรีโนเวท แต่คนระดับเจ้าของโรงงานผลิตหรือช่างเชื่อมออกซิเจนระดับท็อปพวกนั้นไม่ใช่คนที่คุณจะติดต่อเองได้ง่ายๆ หรอก"
พูดจบ กานจิงก็เหลือบมองเขาเงียบๆ โดยไม่โต้ตอบ
หยางฉู่ส่ายหน้าให้กานจิงแล้วสอนต่อ "ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ และไม่รู้ด้วยว่าเมื่อก่อนคุณทำงานตกแต่งภายในมายังไง แต่ถ้าคุณอยากจะยืนด้วยลำแข้งตัวเองจริงๆ ก็พยายามอย่าพึ่งพาคนอื่น ถ้าขืนทำแบบนี้ต่อไป คุณจะไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยตัวเองจริงๆ สักที"
พูดจบ หยางฉู่ก็เปิดประตูรถ แล้วหันมาบอกกานจิงอีกครั้ง "ค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับการตกแต่งครั้งนี้ ผมจะจ่ายให้เป็นสองเท่า"
ขณะที่หยางฉู่กำลังจะปิดประตู กานจิงก็รีบพูดแทรกขึ้นมา "ไม่ต้องเบิ้ลหรอกค่ะ นี่มันธุรกิจของฉัน ถ้าฉันหาคอนเนกชันมาทำงานนี้ได้ ก็แปลว่าคอนเนกชันเหล่านั้นถือเป็นความสามารถของฉันเหมือนกัน"
หยางฉู่มองกานจิงอย่างจนปัญญา "กานจิง! คุณกานจิงครับ การที่ประธานเจียงจะติดต่อโรงงานผลิตกระจกนิรภัยให้ เขาต้องแลกมาด้วยต้นทุนและผลประโยชน์บางอย่าง ไม่ต้องพูดถึงช่างเชื่อมระดับท็อปพวกนั้นเลย การจะได้ตัวมาต้องใช้เส้นสายมหาศาล ถ้าลำพังตัวคุณเป็นคนติดต่อเอง อย่าว่าแต่ให้เขามาทำงานให้เลย แค่หน้าประตูบ้านเขา คุณก็คงเข้าไม่ถึงด้วยซ้ำ"
พูดจบ หยางฉู่ก็ปิดประตูรถแล้วเดินจากไปทันที
หลังจากหยางฉู่ไปแล้ว กานจิงนั่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะลงจากรถ ย้ายไปนั่งฝั่งคนขับ แล้วขับรถออกไปหาสวีลี่
หลังจากสตาร์ทรถ หยางฉู่ก็ถอนหายใจ ความมั่นใจผิดๆ ของกานจิงทำให้เขาบ่นอย่างหัวเสีย "ยุ่งเหยิงชะมัด! จู่ๆ ก็ต้องมาติดหนี้บุญคุณเจียงฮ่าวคุนโดยไม่รู้ตัว รู้งี้ไม่น่าหากานจิงมาช่วยเลย"
หลังจากขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรม หยางฉู่ก็หาร้านบาร์แถวนั้น แล้วสั่งเหล้ามาขวดหนึ่ง
ตอนนี้เขากำลังทบทวนความล้มเหลวของตัวเอง อุตส่าห์ข้ามมิติมาทั้งที นอกจากรวยขึ้นแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย จะซ่อมบ้านทั้งทียังต้องไปติดหนี้บุญคุณชาวบ้านอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
ขณะที่หยางฉู่ยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม สายตาก็เหลือบไปเห็นเจียงไหลกับลู่หยวนกำลังปะทะคารมกับวัยรุ่นสองคน
หยางฉู่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา 'ไปที่ไหนก็เจอแตยัยนี่หรือไงนะ!'
แต่ถึงอย่างนั้น หยางฉู่ก็นั่งดูวีรกรรมสุดแสบของเจียงไหลกับลู่หยวน ที่ป่วนจนฉากขอแต่งงานของชาวบ้านกลายเป็นฉากบอกเลิก
สุดท้าย เจียงไหลยังพลิกลิ้น พูดใส่ฝ่ายหญิงว่า "ผู้ชายดีขนาดนี้! เธอทิ้งเขาลงได้ยังไง?"
ลู่หยวนก็รับลูกคู่ พูดเสริมเจียงไหลใส่ผู้หญิงคนนั้นว่า "นั่นสิ พ่อหนุ่มคนนี้ออกจะแสนดีขนาดนี้ ทำไมถึงไปบอกเลิกเขาได้ลงคอ?"
ฝ่ายหญิงโกรธจัดที่โดนเจียงไหลกับลู่หยวนประสานเสียงป่วน ตะโกนด่าลั่น "ไสหัวไป! ออกไปให้พ้นเลยนะ!"
เห็นฉากนี้เข้า หยางฉู่ก็อดหลุดขำออกมาไม่ได้
เจียงไหลกับลู่หยวนได้ยินเสียงหัวเราะของหยางฉู่ ทั้งคู่หันขวับมามอง
ลู่หยวนเดินยิ้มร่าเข้ามาทัก "อ้าว นายมาทำอะไรที่นี่?"
"อารมณ์บ่จอย เลยมาดื่มแก้เซ็ง แล้วพวกล่ะมาทำอะไร?"
ลู่หยวนถอนหายใจแล้วนั่งลงข้างหยางฉู่ "เรื่องมันยาว อย่าให้พูดเลย มาๆ ดื่มเป็นเพื่อนหน่อย"
พูดจบ เขาก็หันไปมองเจียงไหลแล้วพูดว่า "มาๆ เดี๋ยวฉันแนะนำให้รู้จัก เธออาจจะจำพ่อหนุ่มคนนี้ไม่ได้ แต่เรานั่งเครื่องลำเดียวกันกลับมาจีน แค่อยู่คนละฝั่งทางเดิน ไม่รู้เธอยังพอจำได้ไหม"
เจียงไหลดูเหมือนจะไม่ได้ยินสิ่งที่ลู่หยวนพูดเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องหยางฉู่ตาเขม็ง
ลู่หยวนเห็นสีหน้าของเจียงไหล แล้วหันมามองหยางฉู่ด้วยความประหลาดใจ "อย่าบอกนะว่าพวกนายสองคนรู้จักกัน?"
เจียงไหลยังคงจ้องหยางฉู่โดยไม่ตอบลู่หยวน
แต่หยางฉู่พยักหน้าเรียบๆ "หลังจากนั้นก็เจอกันอีกสองสามครั้งน่ะ"
"เจอกันอีกสองสามครั้ง? งั้นก็มานั่งดื่มด้วยกันสิ! ฉันเองก็อารมณ์ไม่ค่อยดีเหมือนกัน"
พูดจบ ลู่หยวนก็หันไปเรียกเจียงไหล "ยืนบื้ออยู่ทำไม? มานั่งสิ!"
เจียงไหลทำหน้ามุ่ย มองหยางฉู่แล้วถามเสียงอ่อย "ฉันนั่งได้ไหม?"
"ตามสบาย! ที่ตรงนี้ไม่ใช่ของฉัน"
ลู่หยวนสังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างทั้งสองคน เขาเอาศอกสะกิดแขนหยางฉู่แล้วกระซิบ "ฉันรู้สึกว่าระหว่างพวกนายมีซัมติงนะ นายคงไม่ใช่พวกประเภท 'ได้แล้วทิ้ง' หรอกใช่มั้ย"
หยางฉู่กลอกตาใส่ลู่หยวน "ฉันดูเหมือนคนประเภทนั้นหรือไง?"
เจียงไหลนั่งลง ยังคงทำหน้ามุ่ยจ้องหยางฉู่แล้วพูดว่า
"คืนนั้นคุณไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา!"