- หน้าแรก
- สวมใส่ได้รวดเร็ว สัตว์ร้ายผู้ได้รับพรกลับคืนสู่จุดสูงสุดพร้อมลูกหลานมากมาย
- บทที่ 3 แสร้งบ้าแกล้งโง่ บุตรีภรรยาเอกให้กำเนิดแปดมงคลและเป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลัง (3)
บทที่ 3 แสร้งบ้าแกล้งโง่ บุตรีภรรยาเอกให้กำเนิดแปดมงคลและเป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลัง (3)
บทที่ 3 แสร้งบ้าแกล้งโง่ บุตรีภรรยาเอกให้กำเนิดแปดมงคลและเป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลัง (3)
บทที่ 3 แสร้งบ้าแกล้งโง่ บุตรีภรรยาเอกให้กำเนิดแปดมงคลและเป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลัง (3)
เป็นฮูหยินลู่ จ้าวพานเสวี่ย ที่ได้สติก่อนใคร นางปาดน้ำตาพลางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น "ซูเอ๋อร์ เจ้าจำแม่ได้แล้วหรือ?"
ลู่จูมองฮูหยินลู่ด้วยดวงตาใสกระจ่างและพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
"เจ้าค่ะ ท่านแม่ เมื่อวานตอนฝัน ข้าพบท่านเซียนผู้หนึ่ง ท่านเซียนใช้มือแตะหน้าผากข้าเบาๆ ข้าก็เลยได้สติคืนมาเจ้าค่ะ"
เสี่ยวเทากับฮั่นถิงที่เพิ่งตั้งสติได้ ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ
ดีจริง คุณหนูได้สติกลับคืนมาแล้ว!
การสวดมนต์ไหว้พระของฮูหยินลู่ทั้งเช้าค่ำ ในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผลเสียที
ที่แท้ตอนลู่จูยังเด็กมาก ฮูหยินลู่ได้สวดอ้อนวอนต่อสวรรค์ทุกวันขอให้ลูกสาวหายเป็นปกติโดยเร็ววัน
น้ำตาเม็ดโตของฮูหยินลู่ร่วงเผาะลงมาอีกครั้ง ยามหญิงงามร้องไห้ ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก
ลู่จูลุกขึ้นเดินไปหาฮูหยินลู่ ปลอบโยนนางว่า "ไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ ตอนนี้ข้าหายดีแล้ว จะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเราได้อีก!"
ฮูหยินลู่มองลูกสาวที่กลับมาเป็นปกติพลางกล่าว "ดี ดี ดี แม่จะเชื่อเจ้า ลูกแม่น่าสงสารนัก โดนตีแท้ๆ ยังต้องมาปลอบใจแม่อีก"
ลู่จูยิ้มกล่าว "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ทายาเดี๋ยวก็หายแล้ว"
เวลานั้น ฮั่นถิงกล่าวด้วยความโกรธเคืองจากด้านข้าง "บ่าวไพร่พวกนั้นช่างกล้าลงมือกับคุณหนูอย่างโหดเหี้ยม นายท่านช่างลำเอียงนัก ทำให้คุณหนูและฮูหยินต้องทนทุกข์มาหลายปี"
ลู่จูไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่พอนึกถึงอายุของร่างนี้ที่ใกล้จะสิบหกปีเต็มที
อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่ท่านแม่ต้องตายเพื่อปกป้องนาง และนางจะถูกแอบขายเข้าหอคณิกา จนต้องจบชีวิตอย่างน่าอนาถ
ดวงตาของลู่จูฉายแววอำมหิต นางกำหมัดแน่น นางจะปกป้องคนเหล่านี้แทนเจ้าของร่างเดิมเอง!
การจะพึ่งพาท่านพ่อของร่างเดิมย่อมเป็นไปไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือพาพวกนางออกจากจวนตระกูลลู่ไปใช้ชีวิตข้างนอกเสีย
ค่ำแล้ว หลังจากปลอบโยนฮูหยินลู่จนเข้านอน ลู่จูก็ทักทายฮั่นถิงและเสี่ยวเทาก่อนจะหลบเข้าห้องของตัวเอง
มองใบหน้าซูบตอบและเหลืองซีดในคันฉ่องทองแดง ลู่จูอดถอนหายใจไม่ได้ นางออกไปตักน้ำถังใหญ่เข้ามาในห้อง
เมื่อครู่นางเพิ่งกินยาเสริมกายา พละกำลังและความสามารถต่างๆ ของนางจึงเหนือมนุษย์ไปแล้ว
มิฉะนั้น ด้วยร่างกายเล็กจ้อยแค่นี้ คงไม่มีแรงยกถังน้ำเข้ามาในห้องคนเดียวได้แน่
โชคดีที่อากาศไม่หนาวมากนัก ลู่จูลงแช่ในน้ำ จากนั้นก็กลืนยาสมบูรณ์แบบ ยาถอนพิษ และยาซ่อนโฉมลงท้องไปทีเดียว
ระบบตั่วตั่วมองโฮสต์ของมันกลืนยาลงไปมากมายในรวดเดียวก็อดตกใจไม่ได้
โฮสต์คนอื่นที่ทำภารกิจมักจะไม่กล้ากินยาเยอะขนาดนี้ในครั้งเดียว
แต่โฮสต์ของมันกลับกลืนลงไปเหมือนกินลูกอมไม่มีผิด
ดวงตาของตั่วตั่วเป็นประกาย สมกับเป็นโฮสต์ที่มันเลือกจริงๆ!
ลู่จูแช่น้ำอยู่พักหนึ่ง คราบไคลสีดำสกปรกก็ลอยขึ้นมาเต็มไปหมด
ลู่จูทนกลิ่นเหม็นจากร่างกายไม่ไหว จึงไปตักน้ำมาอีกหลายถังเพื่อชำระล้างคราบสกปรกออกจนหมดจด
เมื่อมองในคันฉ่องทองแดงอีกครั้ง นางก็เห็นโฉมงามสะคราญตา ผิวพรรณขาวผ่อง ดวงตากลมโตใสซื่อดั่งลูกกวาง ริมฝีปากแดงระเรื่อดุจผลเชอร์รี่ และผมดำขลับหนานุ่ม
ลู่จูพยักหน้า แสดงความพอใจกับรูปลักษณ์นี้เป็นอย่างมาก
หลังจากชื่นชมความงามและรูปร่างของตัวเองอีกสองสามครั้ง
ลู่จูก็ท่องในใจว่า "ซ่อน" ทันใดนั้น รูปลักษณ์และเส้นผมของนางก็กลับไปสู่สภาพซูบซีดขาดสารอาหารดังเดิม
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ลู่จูยังไม่ทันตื่น ก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมนอกห้อง
เป็นน้องสาวต่างมารดาตัวดีของนางที่มาโวยวายข้างนอก ลากท่านพ่อมาทวงความยุติธรรม และต้องการทวงปิ่นปักผมอันนั้นคืนด้วย
ลู่จูส่ายหน้าให้เสี่ยวเทา ฮั่นถิง และท่านแม่ ส่งสัญญาณว่า "ข้าจัดการเอง ไม่ต้องห่วง" จากนั้นก็เปิดประตูพุ่งออกไปทันที
ให้ตายเถอะ มารับรสชาติอารมณ์ตอนตื่นนอนของสัตว์เทพตัวนี้ซะดีๆ!
ปรับรอยยิ้มให้เข้าที่ ลู่จูวิ่งถลารีบไปหาลู่หลิงพลางหัวเราะคิกคักอย่างคนโง่ "ฮิฮิ ขนมอร่อยๆ เมื่อวานกลับมาอีกแล้ว หิว หิว หิว อยากกอดด้วย อยากกิน กิน... เฮ้"
เห็นลู่จูทำท่าทางเหมือนเมื่อวานเปี๊ยบ ลู่หลิงก็ตกใจจนรีบขยับเข้าไปใกล้อนุภรรยาหลิว
ลู่หลินเฟิงมองลูกสาวคนโตที่สติไม่สมประกอบ แววตาฉายแววรำคาญวูบหนึ่ง
เขาสั่งให้คนลากลู่จูที่กำลังหัวเราะคิกคักไปที่โถงใหญ่
ทุกคนนั่งประจำที่ มีเพียงลู่จูที่ยืนฟังข้อกล่าวหาจากทุกคน
ลู่จูไม่ได้ใส่ใจมากนัก เห็นว่ายังมีที่ว่างข้างๆ ลู่หลินเฟิง นางก็หัวเราะคิกคักแล้วนั่งลงทันที
ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศพลันเงียบกริบ
ทุกคนรู้ดีว่าที่นั่งนั้นเป็นที่นั่งประจำของฮูหยินผู้เฒ่าลู่
เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าลู่กำลังจะมาถึง ทุกคนก็ทำหน้าตารอดูเรื่องสนุก
และแล้ว วินาทีต่อมาเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก้าวเข้ามาในโถงใหญ่ เห็นที่นั่งประจำของตนถูกคนโง่จับจอง นางก็โกรธจัดทันที
"ดูสิ! ทำตัวอะไรแบบนี้! ผู้น้อยไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่ควรลงโทษตามกฎตระกูลหรือ! ฮูหยินลู่ดูแลไมดี ก็ควรถูกลงโทษด้วย หักเบี้ยหวัดรายเดือนและกักบริเวณสำนึกผิดหนึ่งเดือน!"
ท่านพ่อผู้ไร้ประโยชน์ของเจ้าของร่างเดิมฟังแล้วก็ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ กลับดูเหมือนจะเห็นด้วยกลายๆ
ลู่จูไม่พอใจทันที นางลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาฮูหยินผู้เฒ่าลู่พร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก
จากนั้นทำท่าเหมือนจะประคอง แต่ความจริงคือยกร่างฮูหยินผู้เฒ่าลู่ กดลงบนที่นั่งประจำของนาง
แล้วมองฮูหยินผู้เฒ่าลู่ด้วยสายตาจริงใจพลางถามว่า "ท่านย่า ท่านย่า ดูสิ ซูเอ๋อร์ช่วยเช็ดที่นั่งนี้จนสะอาด แล้วทำให้อุ่นก่อนให้ท่านย่านั่ง ทำไมท่านย่ายังจะลงโทษข้าอีกล่ะ?"
น้ำเสียงน้อยใจนั่นทำให้ใครที่มาได้ยินเข้าคงคิดว่านางได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง
ลู่จูลากฮูหยินผู้เฒ่าลู่มาที่นั่งเร็วมากจนทุกคนตั้งตัวไม่ทัน ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็นั่งลงไปเสียแล้ว
ทว่าก่อนที่ฮูหยินผู้เฒ่าลู่จะทันได้พูดอะไร ลู่จูก็รัวคำพูดใส่ท่านพ่อผู้ไร้ประโยชน์ "ท่านพ่อ ทำไมท่านไม่มาหาซูเอ๋อร์ตั้งนาน? ซูเอ๋อร์คิดถึงท่านมากเลยนะเจ้าคะ ปิ่นปักผมอันนั้นท่านแม่ให้ข้ามา เดิมทีตั้งใจจะเอาไปสั่งตัดชุดขุนนางชั้นดีให้ท่านพ่อ แต่ท่านพ่อคงไม่ต้องการชุดขุนนางชั้นดีแล้วสินะ น้องสาวกับอนุภรรยาหลิวเลยเอาปิ่นไป ซูเอ๋อร์น้อยใจมากเลยเจ้าค่ะ"
จากนั้นนางก็เห็นมุมปากที่ยกขึ้นของลู่หลินเฟิงลดลง และคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
แล้วลู่จูก็หันไปเล่นงานลู่หลิงต่อ "น้องสาว ถ้าเจ้าอยากได้ปิ่นอันนี้ ก็เอาไปเถอะ ถ้าเจ้าไม่ห่วงท่านพ่อ ข้าห่วงท่านพ่อเอง! ข้าจะประหยัดอดออมเพื่อตัดชุดขุนนางใหม่ให้ท่านพ่อเอง!"
การเน้นย้ำด้วยอารมณ์อันมากล้นแทบจะทำให้ลู่หลิงโกรธจนอกแตกตาย
คนโง่นี่บิดเบือนความจริงได้ยังไงกัน!
ลู่หลินเฟิง ประมุขตระกูลลู่ เดิมทีเป็นขุนนางท้องถิ่นระดับแปด การติดต่อราชการย่อมต้องการเสื้อผ้าที่ดูภูมิฐาน
ความไม่พอใจที่มีต่อลู่จูในตอนแรก หลังจากได้ฟังคำอธิบายของนาง กลับกลายเป็นตำหนิอนุภรรยาหลิวที่โง่เขลาและไม่สั่งสอนลูกสาวคนรองให้ดี
จากนั้นลู่จูก็มองลู่หลิงและพ่อบ้านที่ยืนอยู่หลังประมุขตระกูลลู่ด้วยแววตาใสซื่อ
หลังจากกวาดตามองสลับไปมาสองสามรอบ ลู่จูก็เอียงคอทำเสียงสงสัย
แล้วถามลู่หลินเฟิงด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาว่า "ท่านพ่อ ทำไมลู่หลิงถึงหน้าตาไม่ค่อยเหมือนท่าน แต่กลับดูเหมือนพ่อบ้านนิดหน่อยล่ะเจ้าคะ? หรือว่าพ่อบ้านเป็นพี่ชายแท้ๆ ของท่าน หรือเป็นชายคนโปรดของท่านกันแน่?"
คำพูดของลู่จูทำเอาทุกคนตะลึงงันไปตามๆ กัน
บ่าวกับนายเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน?
ผู้ชายเป็นชายคนโปรดของผู้ชายอีกคน?
เมื่อพ่อบ้านได้ยินดังนั้น เหงื่อเย็นก็ไหลพรากทันที
เขารีบคุกเข่าต่อหน้าลู่หลินเฟิงและสาบานว่า "คุณหนูกำลังสติเลอะเลือน ขอให้นายท่านโปรดพิจารณาให้ถี่ถ้วน บ่าวผู้เฒ่าภักดีซื่อสัตย์ ฟ้าดินเป็นพยาน ไม่กล้าคิดล่วงเกินท่านและอนุภรรยาหลิวเป็นอันขาด"
ประมุขตระกูลลู่เป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้ว แม้ปากจะบอกให้พ่อบ้านลุกขึ้น แต่สีหน้ากลับฉายแววไม่พอใจ
ชั่วขณะหนึ่ง ความคิดที่จะลงโทษลู่จูก็หายไป
หลังจากถลึงตามองลู่จูอีกครั้ง และส่งสายตาเย็นชาให้ลู่หลิงและอนุภรรยาหลิว เขาก็แค่นเสียงฮึดฮัด สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ลู่จูที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นแววตาร้ายกาจของลู่หลินเฟิง ก็รู้ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้ถูกฝังลงในใจของเขาเรียบร้อยแล้ว
และในที่สุดมันก็จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่
อนุภรรยาหลิวเหงื่อตกพลั่กเมื่อได้ยิน คิดในใจว่านางทำเรื่องนั้นอย่างแนบเนียนแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกจับได้!
คนโง่นี่คงแค่เดาสุ่มไปเรื่อย
เวลานี้ อนุภรรยาหลิวไม่สนใจจะลงโทษลู่จูแล้ว แต่รีบวิ่งตามลู่หลินเฟิงไปเพื่อปลอบโยนเขาให้ดี
ลู่หลิงผู้เย่อหยิ่งด่าทอลู่จูทันที "นังคนโง่ไร้ค่า กล้าดียังไงมาใส่ร้ายข้ากับท่านแม่! ข้าจะยกปิ่นอันนี้ให้เจ้าเป็นรางวัลก็แล้วกัน ฮึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
ฮูหยินผู้เฒ่าลู่มองดูเรื่องตลกที่เริ่มเร็วและจบเร็วนี้ แล้วหันไปมองลู่จูที่ยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ในโถง
นางเป็นคนที่ผ่านโลกมามาก
นางมองลู่จู คนโง่นี่เมื่อก่อนไม่เคยตอบโต้หรือเถียงกลับเวลาถูกตีถูกด่า ทำไมตอนนี้นางถึงฝีปากกล้าแบบนี้?
หรือว่านางจะถูกผีสิง?
พอนึกถึงตรงนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็เหงื่อแตกพลั่ก
ไม่ได้การ อีกไม่กี่วันนางต้องหาคนมาทำพิธีไล่ผี
แล้วนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ลู่จูแตะตัวนาง ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ผู้รักตัวกลัวตายก็กลัวว่าผีจะทำให้อายุขัยนางสั้นลง
นางรีบเรียกสาวใช้สองคนมาคุ้มกันและรีบกลับเรือนของตนทันที
การถอยทัพของนางรวดเร็วปานลมกรด
ลู่จูจบศึกด้วยความเร็วสูงและอารมณ์ดีสุดๆ
ล้อเล่นน่า นางเป็นถึงสัตว์เทพ จะจัดการมนุษย์ไม่กี่คนไม่ได้เชียวหรือ?
ตอนที่นางโต้วาทีกับเหล่านักปราชญ์ คนพวกนี้ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้น ลู่จูจึงกระโดดโลดเต้นกลับไปที่เรือนเล็กซอมซ่อแห่งนั้น
ฮูหยินลู่เห็นลูกสาวกระโดดโลดเต้นกลับมาก็รีบเข้าไปดูอาการ
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดและแน่ใจว่าลูกสาวไม่ได้รับบาดเจ็บ นางก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ลู่จูมองฮูหยินลู่ แล้วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
ในฐานะสัตว์เทพ นางต้องเอาตัวรอดและฝึกฝนตนเองตั้งแต่ยังเล็ก
ลู่จูจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่นางเห็นพ่อแม่คือเมื่อไหร่ หรือแม้แต่จำหน้าพวกเขาได้ชัดเจนหรือไม่
ลู่จูตบมือฮูหยินลู่เบาๆ แล้วกล่าวว่า "ท่านแม่ อีกไม่นานพวกเราจะได้ย้ายออกจากจวนนี้ และไม่ต้องอาศัยอยู่ใต้ชายคาคนอื่นอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ"
ฮูหยินลู่: ?
ช่างเถิด ลูกสาวเพิ่งได้สติและไม่เข้าใจว่าผู้หญิงตัวคนเดียวจะใช้ชีวิตข้างนอกลำบากแค่ไหน นางก็ตามใจลูกไปก่อนแล้วกัน
ลู่จูเห็นความสับสนและจนปัญญาในดวงตาของฮูหยินลู่ แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
อย่างไรเสียนางก็เป็นถึงสัตว์เทพผู้สง่างาม เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากสำหรับสมองอันชาญฉลาดของนาง!