เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: ผมมาซ่อมท่อประปา

บทที่ 21: ผมมาซ่อมท่อประปา

บทที่ 21: ผมมาซ่อมท่อประปา


ในสนามเด็กเล่น เด็กๆ มากมายกำลังวิ่งเล่นกันสนุกสนาน ขณะที่พ่อแม่นั่งเฝ้าอยู่รอบนอก คอยมองดูลูกๆ และเล่นโทรศัพท์ไปด้วย

มีเพียงหวังห้าวที่คอยตามประกบหน่วนหน่วนตลอดเวลา มุดลอดไปตามซอกมุมต่างๆ ของปราสาทของเล่น

แต่ละชั้นของปราสาทค่อนข้างเตี้ย ทำให้ผู้ใหญ่ต้องก้มตัวตลอดเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่อยู่กับลูกตลอด เพราะปวดหลังทนไม่ไหว

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ซูหว่านเยว่ตะโกนเรียก "หน่วนหน่วน มานี่มาลูก มาดื่มน้ำหน่อย"

"หวังห้าว คุณก็พักหน่อยเถอะ ไม่ปวดหลังเหรอ?"

หวังห้าวตบสีข้างตัวเองแล้วพูดว่า "นี่หลังทองคำนะครับ ความหนักแค่นี้จิ๊บจ๊อย"

คุณแม่ยังสาวที่อยู่แถวนั้นต่างหันมามองหวังห้าว สายตาเป็นประกายด้วยความสนใจ

ซูหว่านเยว่ส่งสายตาดุแต่แฝงความยั่วยวนให้เขา แล้วพูดว่า "อย่าคิดว่ายังหนุ่มยังแน่นแล้วจะซ่าได้นะ แก่ตัวไปคุณจะเสียใจ"

หวังห้าวหัวเราะ "ผมยอมเสียใจตอนแก่ ดีกว่าปล่อยให้หลังว่างงานตอนหนุ่มนะ!"

เมื่อเจอคำพูดหยอกเย้าของหวังห้าว ซูหว่านเยว่ยิ้มพราวเสน่ห์ กระซิบว่า "ใจกล้าไม่เบานะ รู้ไหมว่าฉันเป็นผู้หญิงของใคร?"

หวังห้าวยิ้มเจ้าเล่ห์ จ้องตาเธอเขม็ง "เมื่อก่อนเป็นของใครไม่สำคัญ แต่ต่อไปคุณจะเป็นของผม"

ซูหว่านเยว่ปรายตามองบอดี้การ์ดสี่คนที่อยู่ไม่ไกล แล้วกระซิบเบาๆ "ถ้าคุณแตะต้องตัวฉัน คุณอาจจะโดนคนนับไม่ถ้วนตามล่า ยังจะกล้าอีกไหม?"

หวังห้าวล้วงกระเป๋ากางเกง วางท่าไม่ยี่หระ "ตายคาอกสาวงาม เป็นผีก็ยังสำราญ มีอะไรต้องกลัว!"

ซูหว่านเยว่ทัดปอยผมที่หลุดลุ่ย น้ำเสียงยั่วยวน "คืนนี้ หน้าต่างไม่ได้ล็อก ถ้ากล้าก็มาสิ"

มองดูหุ่นอวบอัดเย้ายวน โดยเฉพาะส่วนโค้งเว้าที่เกินจริงของเธอ หวังห้าวรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว

เขากระดกน้ำแร่ดื่มรวดเดียวหมดขวดแล้วพูดว่า "เที่ยงคืน ผมจะไปตรงเวลาเป๊ะ"

บอดี้การ์ดสี่คนที่อยู่ไม่ไกล เห็นหวังห้าวและซูหว่านเยว่คุยกันกระหนุงกระหนิง ก็เริ่มซุบซิบกัน

"พวกมึงว่าไอ้เด็กหวังห้าวมันปิ๊งมาดามหรือเปล่าวะ?"

"ถามโง่ๆ ใครจะต้านทานเสน่ห์มาดามได้ล่ะ?"

"แล้วจะเอายังไง? ต้องเก็บมันไหม?"

หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดชื่อ ไป๋เทียนเลี่ยง เป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของไป๋ฉี

แม้จะห่างกันเป็นสิบแปดชั้น แต่ก็ยังถือเป็นญาติ เขาจึงได้รับมอบหมายให้คอยจับตาดูซูหว่านเยว่

"เก็บอะไรล่ะ! เสี่ยไป๋สั่งว่าตอนนี้เราทำธุรกิจถูกกฎหมายแล้ว เลิกฆ่าแกงกันได้แล้ว"

"อีกอย่าง ไอ้เด็กนั่นยังมีเงินอีกหลายร้อยล้าน ต้องรีดมันให้หมดตัวก่อน"

"เออ งั้นรีดให้หมดตัวแล้วค่อยเก็บมัน!"

"ทำไมเอะอะก็จะเก็บมันตลอดเลยวะไอ้หนู? บอกแล้วไงว่าอย่าพูดเรื่องฆ่าฟัน"

"ก็ไอ้เด็กนี่มันหล่อเกินหน้าเกินตา มันกระทบสถานะ 'เอ็ดดี้ เผิง แห่งกวางตุ้ง' ของกูเว้ย"

อีกสามคนมองหน้ากันแล้วพูดพร้อมกัน "ฆ่ามัน ต้องฆ่ามันทิ้งซะ!"

ในขณะนี้ หวังห้าวไม่รู้เลยว่าความหล่อของตัวเองกำลังจะนำภัยถึงชีวิตมาให้

เที่ยงคืน ณ คฤหาสน์โรส เงาดำร่างหนึ่งหลบหลีกกล้องวงจรปิด ปีนขึ้นไปบนชั้นสามอย่างรวดเร็ว

หวังห้าวค่อยๆ ผลักหน้าต่างเปิดออก แล้วกระโดดเข้าไปข้างในอย่างแผ่วเบา

ยังไม่ทันได้ขยับตัว มีดคมกริบก็จ่อเข้าที่เอวของเขา

เสียงของซูหว่านเยว่ดังแว่วมา "ใจกล้าจริงๆ นะ ที่กล้ามา!"

หวังห้าวไม่ได้ตื่นตระหนก รัศมีช่วยชีวิตยังไม่แจ้งเตือน แสดงว่าตอนนี้ยังไม่มีอันตราย

หวังห้าวยิ้มเจ้าชู้ "มาดามเชิญทั้งที ผมจะกล้าขัดศรัทธาได้ไง"

"ไม่กลัวตายหรือไง?"

"เพื่อมาดาม ผมยอมตายถวายหัว!"

"เคร้ง!"

ซูหว่านเยว่โยนมีดทิ้งลงพื้น เสียงดังฟังชัด

ในความมืด ทั้งสองโผเข้ากอดกัน เสียงหอบหายใจกระเส่าและเสียงเสื้อผ้าฉีกขาดสอดประสานกัน เติมเชื้อไฟแห่งความเร่าร้อนให้กับค่ำคืนนี้...

ตีสี่ ทั้งสองยังไม่หนำใจ แต่หวังห้าวจำต้องสวมเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและรีบจากไป

มองดูท้องฟ้าทางทิศตะวันออกที่เริ่มสาง หวังห้าวบ่นพึมพำ "โธ่ พระอาทิตย์จ๋า แค่เข้างาน 8 โมงเช้าก็ลำบากแย่แล้ว นี่ตี 4 นายก็โผล่มาแล้วเรอะ!"

ทันทีที่เท้าแตะพื้นหลังจากไต่ลงมาตามท่อ แสงไฟสว่างจ้าก็สาดเข้าใส่หน้าหวังห้าว

"เชี่ย! ระบบ รัศมีช่วยชีวิตของแกมีไว้ทำซากอะไรวะ!"

"โฮสต์ โปรดวางใจ คุณไม่ได้อยู่ในอันตราย"

หวังห้าวยกมือบังแสง พยายามเพ่งมองว่าใครอยู่ตรงหน้า

เสียงที่คุ้นหูดังมาจากข้างหน้า

"เชี่ย! หวังห้าว!"

หวังห้าวเพ่งมองดีๆ แล้วอุทาน "ต้าจ้วง!"

ต้าจ้วง เป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัยของหวังห้าว แต่ถูกไล่ออกตอนปีสองเพราะเรื่องชกต่อย

ด้วยความบังเอิญ เขาได้เข้ามาทำงานในเครือไวท์ชาร์กอินดัสเทรียล ซึ่งเป็นบริษัทถูกกฎหมายของเสี่ยไป๋

ต้าจ้วงปิดไฟฉาย วิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ "หวังห้าว บังเอิญจัง นายมาทำอะไรที่นี่?"

หวังห้าวทำหน้าไม่ถูก โดนจับคาหนังคาเขาขนาดนี้ นายคิดว่าฉันมาทำอะไรล่ะ?

เขาลูบท่อสีขาวข้างๆ แล้วพูดว่า "ฉันมาซ่อมท่อประปา นายเชื่อไหม?"

ต้าจ้วงหัวเราะซื่อๆ "เชื่อสิ ทำไมจะไม่เชื่อ"

จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่เสื้อผ้าของหวังห้าว แล้วชี้ไปที่ท่อข้างหลัง "ดูสิ เสื้อผ้าขาดหมดเลย งานซ่อมท่อนี่คงหนักน่าดู"

หวังห้าวยิ้มแห้งๆ "อืม งานใช้แรงงานทั้งนั้น จบมาหางานดีๆ ไม่ได้ ก็ต้องทำงานสกปรกๆ เหนื่อยๆ แบบนี้แหละ"

ต้าจ้วงโบกมืออย่างไม่ถือสา "งานสกปรกงานเหนื่อยอะไรกัน? พวกเราก็คนทำงานเหมือนกัน! การใช้แรงงานเป็นเรื่องน่ายกย่อง!"

แสงไฟส่องไปที่หลังของหวังห้าว ต้าจ้วงร้อง "เอ๊ะ?":

"ทำไมหลังนายมีเลือด? ใครข่วนนายมา เป็นรอยทางยาวเลย?"

"เอ่อ... ฉันเจอแมวป่าตัวเล็กๆ น่ะ เธอกำลังอารมณ์ขึ้น เลยเผลอข่วนฉันไปสองสามที"

"อ๋อ" ต้าจ้วงดึงแขนหวังห้าว "งั้นนายก็ซวยจริงๆ มาเถอะ ที่ป้อมยามมียาฆ่าเชื้อ เดี๋ยวฉันทำแผลให้"

หวังห้าวรีบปฏิเสธ "ไม่เป็นไร แผลนิดหน่อย ไม่ต้องลำบากหรอก! ฉันมีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะ"

เห็นท่าทีรีบร้อนของหวังห้าว ต้าจ้วงเริ่มสงสัย ตะโกนเรียก "หยุด!"

หัวใจหวังห้าวหล่นวูบ ซวยแล้ว ความแตกแน่

ต้าจ้วงเดินเข้ามาตบไหล่หวังห้าวอย่างแรง

"รีบร้อนอะไรขนาดนั้น ลืมกระเป๋าเครื่องมือไว้ข้างบนหรือเปล่า? ช่างซ่อมประสาอะไรไม่พกเครื่องมือ?"

หวังห้าวพยักหน้าหงึกๆ "ใช่ๆ แต่ท่อยังซ่อมไม่เสร็จ เดี๋ยวต้องกลับมาอีก ทิ้งเครื่องมือไว้ข้างบนก่อนแล้วกัน"

"ทิ้งไว้ชั้นไหน? เดี๋ยวฉันไปเอาลงมาให้ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาที่ป้อมยาม"

"เอ่อ... ชั้นสาม"

"ชั้นสาม?" ต้าจ้วงถามอย่างงงๆ "ชั้นสามเป็นที่อยู่ของมาดามกับคุณหนู ห้ามผู้ชายขึ้นไปเด็ดขาด นายขึ้นไปได้ยังไง?"

หวังห้าวกำลังจะแต่งเรื่องโกหก ต้าจ้วงก็นึกขึ้นได้ "อ้อ เข้าใจละ มาดามอนุญาตให้นายขึ้นไปสินะ!"

"ใช่ๆ" หวังห้าวมองท้องฟ้าที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ แล้วพูดอย่างร้อนรน "ต้าจ้วง ฉันต้องรีบไปแล้ว พรุ่งนี้ฉันเลี้ยงเหล้า ค่อยคุยกันนะ"

"หยุด!" สีหน้าซื่อๆ ของต้าจ้วงหายวับไป เขตะคอกเสียงดัง

"หวังห้าว นายเห็นฉันโง่จริงๆ เหรอ? นายกล้าดียังไง... ผู้หญิงของเสี่ยไป๋..."

หวังห้าวรีบเอามือปิดปากเขา กระซิบ "เบาๆ หน่อย! อยากให้ฉันตายหรือไง?"

ต้าจ้วงลดเสียงลง "นายใจกล้าเกินไปแล้ว ถ้าคืนนี้ไม่ใช่เวรฉันตรวจตรา นายตายแน่"

หวังห้าวโอบไหล่ต้าจ้วงกลับ แล้วพูดว่า "ในเมื่อนายรู้แล้ว ฉันก็ไม่ปิดบัง เราพี่น้องกัน อย่าปากโป้งนะเว้ย!"

"ปากโป้งอะไร? ฉันเกลียดคนทรยศที่สุด!"

ต้าจ้วงพูดอย่างชอบธรรม "ฉันซื่อสัตย์ต่อเสี่ยไป๋ เพราะความซื่อสัตย์นี่แหละ ฉันถึงได้ตำแหน่งเดินตรวจตรานี้มา"

มองดูเขาแสดงความภักดีอย่างภาคภูมิใจ หวังห้าวพูดอย่างเอือมระอา "ความซื่อสัตย์กินได้ที่ไหนล่ะ"

"ถามหน่อย วันนี้นายจะทรยศพี่น้อง หรือจะทรยศแก๊ง?"

ต้าจ้วงพูดเสียงเครียด "นายเป็นพี่น้องฉัน แต่ทุกคนในแก๊งฉลามขาวก็พี่น้องฉันเหมือนกัน"

"ไร้สาระ! นั่นมันแค่เพื่อนร่วมงาน!" หวังห้าวตะคอกเบาๆ

"คนที่จะเรียกว่าพี่น้องได้ คือคนที่คบกันโดยไม่หวังผลประโยชน์ แต่คนในแก๊งฉลามขาวมารวมตัวกันทำไม? ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น! พี่น้องประสาอะไร!"

ต้าจ้วงพยักหน้าอย่างงงๆ "ฉันฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่... แต่ฉันมั่นใจว่านายกับฉันเป็นพี่น้องกัน"

"งั้น... ครั้งนี้ฉันจะปล่อยนายไป อย่ามาอีกนะ!"

หวังห้าวตบไหล่เขาแล้วรีบจากไป

"น้องรัก ไว้ฉันจะเลี้ยงเหล้านะ!"

วันรุ่งขึ้น ตี 3 ณ คฤหาสน์โรส...

จบบทที่ บทที่ 21: ผมมาซ่อมท่อประปา

คัดลอกลิงก์แล้ว