- หน้าแรก
- ราชันย์เซียนหมื่นภพ
- บทที่ 90 ศักราชใหม่ การสังหารสร้างระเบียบ
บทที่ 90 ศักราชใหม่ การสังหารสร้างระเบียบ
บทที่ 90 ศักราชใหม่ การสังหารสร้างระเบียบ
บทที่ 90 ศักราชใหม่ การสังหารสร้างระเบียบ
ศึกถล่มฟ้าได้ผ่านพ้นไป โลกเทียนอู่จึงได้เปิดฉากสู่ศักราชใหม่
หากมองจากมุมของผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุด ศึกแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่มีผู้ชนะ นับเป็นมหาสงครามที่ทั้งสองฝ่ายต่างพ่ายแพ้ย่อยยับ
ความสูญเสียอันหนักหนาสาหัส ทำให้จำนวนผู้แข็งแกร่งของโลกเทียนอู่ที่ร่วงหล่นไปสูงถึงกว่าแปดส่วน นับเป็นความอาดูรแห่งเทียนอู่
ทว่าสำหรับบางตัวตนแล้ว นี่คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ถึงขั้นเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ เป็นผลลัพธ์ของสงครามที่ดีที่สุด!
ตัวตนเหล่านี้ก็คือเหล่า "ผู้อ่อนแอ" แต่เดิม กระทั่งรวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอทั้งมวลในโลกเทียนอู่ และสิ่งมีชีวิตที่จะถือกำเนิดขึ้นในภายภาคหน้า
รวมถึงเหล่าผู้แข็งแกร่งที่ไม่ได้สังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้เข้าร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ และปลีกตัวอยู่ภายนอก
นับจากนี้ไป พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องมี "สวรรค์" กดขี่อยู่เหนือศีรษะอีกต่อไป
การไม่มีจักรพรรดิสวรรค์และราชสำนักสวรรค์ที่ปกครองฟ้าดิน แม้จะเป็นเพียงการปกครองในนาม สำหรับพวกเขาแล้วย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า
หากเต้าอู๋เฉินไม่ได้ระเบิดพลังต้นกำเนิดของตน พาร่างผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ของโลกเทียนอู่กลับคืนสู่ฟ้าดินไปด้วยกัน แต่กลับถูกยอดฝีมือเพียงไม่กี่คนสังหาร
เช่นนั้นแล้ว สำหรับเหล่าผู้อ่อนแอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยน "สวรรค์" ใหม่เท่านั้น
แม้จะไม่ถูกควบคุมเหมือนเช่นเคย ได้รับอิสระมากขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็ยังคงต้องมี "สวรรค์" อยู่เหนือศีรษะ
ไหนเลยจะดีเท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้!
บัดนี้จึงจะนับว่าพันธนาการทั้งปวงได้มลายสิ้นไป จะไม่ถูกตัวตนใดกดขี่อยู่เหนือศีรษะอีก และได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง
แต่ความอิสระเสรีนี้...
กลับมีเพียงตัวตนส่วนน้อยอย่างยิ่งที่ได้รับ กลายเป็นผู้ได้ประโยชน์ไป
ไม่มีราชสำนักสวรรค์และเหล่าเซียนเทพ
ก็ยังมีสิ่งอื่นอยู่ดี
ผู้อ่อนแอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ไม่คู่ควรที่จะกล่าวถึงความอิสระเสรี...
ความวุ่นวายและการสังหารได้เริ่มต้นขึ้น...
ยุคสมัยอันวุ่นวายที่สุดของโลกเทียนอู่นับตั้งแต่ราชวงศ์เซียนไท่ฮ่าวขึ้นเป็นใหญ่ในฟ้าดินและสถาปนาราชสำนักสวรรค์ ก็ได้มาถึงแล้ว
ศึกแห่งการเปลี่ยนแปลง หากนับจากผลลัพธ์แล้ว ย่อมเป็นฝ่ายพันธมิตรที่ได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด
เต้าอู๋เฉินระเบิดตนเองในวังสวรรค์ หากคิดตามสัดส่วนแล้ว อันที่จริงกลับสร้างความสูญเสียให้แก่ฝ่ายตนเองมากกว่าเสียอีก
ฝ่ายพันธมิตรที่รอดชีวิตมาได้ ทั้งในด้านความแข็งแกร่งและจำนวน ก็ยังคงเหนือกว่าฝ่ายวังสวรรค์อย่างมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีมู่ฉางเฟิงและชางเยว่หลาน สองยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ด้วย
แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส พลังเหลือไม่ถึงหนึ่งในร้อย แต่ก็ยังคงมีพลังในระดับขั้นเทียนเซียน อีกทั้งยังมีบุญกุศลแห่งฟ้าดินติดตัว บาดแผลจึงสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้การต่อสู้ที่ตามมาไม่ได้ดำเนินไปนานนัก
ผู้แข็งแกร่งที่ติดตามเต้าอู๋เฉิน มีเพียงส่วนน้อยอย่างยิ่งที่สามารถหลบหนีไปได้ ที่เหลือล้วนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วยเพลิงโทสะของผู้แข็งแกร่งฝ่ายพันธมิตร
นี่ก็เป็นเครื่องหมายแห่งการสิ้นสุดของศึกแห่งการเปลี่ยนแปลง
จากนั้น ปัญหาก็ตามมา
สำนักนับไม่ถ้วนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงการเปลี่ยนแปลง เดิมทีก็ไม่มั่นคงอยู่แล้ว ความขัดแย้งต่างๆ เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน
ทั้งหมดเป็นเพราะมีเต้าอู๋เฉินเป็นศัตรูร่วมกัน และการข่มขวัญของเหล่าเซียนเทวะระดับสูงสุด จึงสามารถควบคุมความวุ่นวายให้อยู่ในระดับหนึ่งได้
หลังจากศึกครั้งนี้ เซียนเทวะระดับสูงสุดส่วนใหญ่ร่วงหล่นไป เหลือเพียงหยิบมือเดียว เซียนเทพรองลงมาก็ร่วงหล่นไปนับไม่ถ้วนเช่นกัน
การร่วงหล่นของพวกเขาไม่เพียงแต่ทำให้ไม่สามารถไกล่เกลี่ยความขัดแย้งได้อีกต่อไป แต่ดินแดนและทรัพยากรที่พวกเขาเคยครอบครองอยู่ ยิ่งกลายเป็นต้นตอของความขัดแย้งที่ใหญ่ที่สุด
ผู้แข็งแกร่งและสำนักที่สร้างขึ้นใหม่จำนวนมากฉวยโอกาสเข้ายึดครองและปล้นชิงทรัพยากรต่างๆ จากนั้นการต่อสู้ก็เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน
ผู้แข็งแกร่งที่รอดพ้นจากสงครามใหญ่มาได้อย่างปลอดภัย กลับต้องมาร่วงหล่นใน "การต่อสู้เล็กๆ" ครั้งแล้วครั้งเล่า
ขณะเดียวกัน ผู้แข็งแกร่งที่แต่เดิมไม่นับว่าอยู่ระดับสูงสุด บัดนี้กลับเริ่มฉายแสงเจิดจรัส เริ่มสังหารไปทั่วทุกทิศด้วยท่าทีที่ไร้เทียมทาน กลายเป็นผู้ครองความเป็นใหญ่ในดินแดนหนึ่ง
วุ่นวาย วุ่นวาย วุ่นวาย!
ทั่วทั้งโลกเทียนอู่เริ่มวุ่นวายขึ้นอย่างมิอาจหยุดยั้งได้!
การแก่งแย่งเกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ผู้แข็งแกร่งกว่าแปดส่วนของโลกร่วงหล่นไป ดินแดน "ไร้เจ้าของ" และทรัพยากรต่างๆ ที่ว่างลงนั้นมีมากเกินไปนัก
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างอำนาจเดิมก็ยังไม่มั่นคง
เป็นเหตุให้ทั่วทั้งทวีปเทียนอู่และทุกหนแห่งในห้วงดาราภายนอกอาณาเขตต่างเกิดการแก่งแย่งขึ้น การสังหารและนองเลือดจึงเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน
การต่อสู้ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ นับได้ว่ามีจำนวนนับไม่ถ้วน สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนถูกพัวพันเข้าไป ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีจำนวนมหาศาล เทียบได้กับช่วงเวลาที่สามราชวงศ์เซียนใหญ่แย่งชิงความเป็นใหญ่ในฟ้าดิน
ท่ามกลางการต่อสู้และการสังหาร สิ่งมีชีวิตจำนวนมากล้มตาย แต่ก็มีตัวตนไม่น้อยที่ฉวยโอกาสผงาดขึ้นมา เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองและขุมกำลัง
โดยเฉพาะเหล่าผู้แข็งแกร่งที่ยังใช้บุญกุศลแห่งฟ้าดินไม่หมด ในกระบวนการนี้ทุกคนต่างทะลวงระดับพลังอย่างรวดเร็ว ค่อยๆ ลดระยะห่างกับยอดฝีมือในอดีตลงทีละน้อย
ทว่า...จะกล่าวว่าเป็นยอดฝีมือในอดีตก็ไม่ถูกต้องนัก...
มู่ฉางเฟิงและชางเยว่หลาน สองยอดฝีมือนี้ยังคงอยู่ และพลังก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
บัดนี้ยิ่งดูเหมือนจะอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง
ทั้งสองคนนับว่าไม่ได้เข้าร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้ และการแบ่งสรรโครงสร้างในอนาคต
แต่กลับถูกจับตามองจากสายตานับไม่ถ้วน
ช่วยไม่ได้ บัดนี้พลังของทั้งสองคนอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้า นับเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานในโลกเทียนอู่ปัจจุบัน
หากพวกเขาเคลื่อนไหวเมื่อใด ก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันได้ในพริบตา
กระทั่งสามารถรวบรวมโลกเทียนอู่ให้เป็นหนึ่งเดียวได้!
หากทั้งสองต่างตั้งตนเป็นใหญ่ ก็สามารถสร้างสถานการณ์ดังเช่นในอดีตได้อีกครั้ง ทำให้โลกเทียนอู่ต้องแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ และเกิดมหาสงครามล้างโลกขึ้นอีกครา
หามิได้ ยังมีบรรพชนเต่าจี๋เต้าอีกตนหนึ่ง
โชคยังดีที่ยอดฝีมือทั้งสามตนต่างไม่มีจิตใจคิดจะครองความเป็นใหญ่ จึงเปิดโอกาสให้ผู้อื่นสามารถตั้งสำนักสถาปนาตนเป็นบรรพชน ครองความเป็นใหญ่ในดินแดนของตนได้
บรรพชนเต่าจี๋เต้าเก็บตัวอยู่ในดวงตาแห่งทะเลเหนือ นับตั้งแต่สงครามระหว่างโลกสิ้นสุดลงก็ไม่เคยออกมาอีกเลย
มู่ฉางเฟิงซึ่งบัดนี้อยู่ในขั้นเทียนเซียนระดับเก้า นับเป็นจุดสูงสุดของโลกเสี่ยวเชียนแล้ว ได้เข้ายึดครองภูผา
เทวะแห่งหนึ่งในดินแดนทางทิศทักษิณ ใช้เป็นลานธรรมบำเพ็ญเพียร
เพียงแค่วางค่ายกลง่ายๆ ไม่กี่แห่ง ทิ้งคำพูดไว้ว่าห้ามรบกวน ก็เริ่มบำเพ็ญเพียรอย่างขมักเขม้น ไม่ได้ก้าวออกมาแม้แต่ครึ่งก้าว
ดูเหมือนจะอยู่จุดสูงสุดแล้ว แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่
อย่างน้อยมู่ฉางเฟิงก็คิดเช่นนั้น
หลังจากได้เผชิญหน้ากับโลกชางหลาน ได้เห็นครึ่งก้าวสู่เสวียนเซียน และจักรพรรดิสวรรค์แห่งชางหลานที่มีพลังถึงขั้นเสวียนเซียนอย่างแท้จริง เพียงแต่ถูกจำกัดโดยโลกจึงไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้
หากยังคิดว่าเทียนเซียนระดับเก้าคือจุดสูงสุด นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับกบในกะลา
แม้ว่ามู่ฉางเฟิงในปัจจุบัน เพียงแค่ผ่อนลมหายใจคราเดียว ก็สามารถเป่าให้ตัวตนระดับนั้นมลายหายไปเป็นอากาศธาตุได้...
แต่นั่นเป็นเพียงความแตกต่างระหว่างโลก ระดับพลังที่แท้จริงนั้นไม่อาจหลอกลวงได้!
ยิ่งไปกว่านั้น การเกิดสงครามระหว่างโลก จากประสบการณ์ของโลกชางหลานแล้ว ย่อมหมายความว่าโลกเทียนอู่จะต้องเผชิญหน้ากับมันอีกไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว
เมื่อเป็นเช่นนั้น โลกเทียนอู่ย่อมต้องยกระดับขึ้นเป็นมหาพันโลกให้จงได้!
นี่คือความเห็นพ้องต้องกันของผู้แข็งแกร่งทุกคนในโลกเทียนอู่!
ด้วยแต่เดิมก็ไม่ได้มีความปรารถนาในอำนาจหรือจิตใจที่จะควบคุมสิ่งใดอยู่แล้ว มู่ฉางเฟิงจึงไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายในโลกเทียนอู่
เขาทุ่มเททั้งกายและใจให้กับการบำเพ็ญเพียร
แม้ว่าบัดนี้จะมีบุญกุศลแห่งฟ้าดิน ก็ยังไม่สามารถทำลายพันธนาการของโลกเสี่ยวเชียน ทะลวงเป็นเสวียนเซียนที่แท้จริงได้ แต่ก็สามารถเสริมสร้างรากฐานของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
และยังสามารถเข้าสู่ขอบเขตแห่งมหามรรคาได้เช่นเดียวกับบรรพชนเต่าจี๋เต้า...
ความคิดของชางเยว่หลานก็คล้ายคลึงกัน
นางถึงกับไม่ได้อาศัยอยู่บนทวีปเทียนอู่ด้วยซ้ำ แต่ได้นำพาผู้ใต้บังคับบัญชาเดิมของวังเทวะฮ่าวเยว่ ย้ายถิ่นฐานไปยังพระจันทร์ไท่อิน เพื่อหลีกหนีให้ห่างไกลจากความวุ่นวายครั้งนี้
แต่การดำรงอยู่ของนางก็ยังมีประโยชน์
ดินแดนทางทิศตะวันออกที่เคยถูกปกครองโดยมหาจักรพรรดิชางเทียนแห่งทิศบูรพา กลายเป็นดินแดนที่สงบสุขที่สุดในโลกเทียนอู่
ผู้แข็งแกร่งและขุมกำลังจากภายนอกแทบไม่มีผู้ใดกล้ำกรายเข้ามา สงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในก็น้อยครั้งอย่างยิ่ง โดยปกติแล้ว ความขัดแย้งมักจะถูกแก้ไขด้วยสันติวิธี
เมื่อเบื้องบนมั่นคง เบื้องล่างจึงไม่เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ และยังสามารถออกหน้าไกล่เกลี่ยความขัดแย้งได้เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา
ณ เหนือเก้าสวรรค์
ฉินยู่มองดูโลกเทียนอู่ที่กำลังพัฒนาไป "อย่างมีระเบียบ" อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาและกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
การตื่นขึ้นครั้งต่อไปของเขา ก็คือเวลาที่โลกใบนี้ได้ยกระดับขึ้นเป็นมหาพันโลก
เวลาสั้นนัก ไม่ถึงหมื่นปีเท่านั้น...