เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28: กลางวันแสกๆ คิดจะต้มตุ๋นคนหรือไง?

บทที่ 28: กลางวันแสกๆ คิดจะต้มตุ๋นคนหรือไง?

บทที่ 28: กลางวันแสกๆ คิดจะต้มตุ๋นคนหรือไง?


บทที่ 28: กลางวันแสกๆ คิดจะต้มตุ๋นคนหรือไง?

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างตกกระทบใบหน้าของฉินซูเยว่ ไล้เลียผิวพรรณที่ขาวผ่องดุจหยกอย่างอ่อนโยน

ดวงตาสีดำขลับที่ยังฉายแววงัวเงียค่อยๆ ลืมขึ้น จ้องมองเพดานที่ไม่คุ้นตาอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอย้ายมาอยู่ที่บ้านสกุลเกาแล้ว

ฉินซูเยว่บิดขี้เกียจอยู่บนเตียง ลำคอระหงเชิดขึ้น ริมฝีปากอิ่มระเรื่อเผยอออกเล็กน้อยขณะหาวออกมาอย่างอ้อยอิ่ง จากนั้นจึงตลบผ้าห่มสีครามออกแล้วลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

นับตั้งแต่เกิดใหม่ เธอออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ไม่ได้สัมผัสแสงตะวันโด่งแยงตาแบบนี้มานานแล้ว หากไม่ใช่เพราะมัวแต่รื้อค้นของในมิติจนดึกดื่นค่อนคืน เธอคงไม่นอนตื่นสายและไม่มีโอกาสได้ตื่นขึ้นเองตามธรรมชาติแบบนี้แน่

พอผลักประตูห้องออกไป เธอหยิบกะละมังไปตักน้ำจากบ่อ กำลังจะล้างหน้า ป้าเกาก็รีบถือกระบวยตักน้ำร้อนวิ่งออกมาเทผสมลงในกะละมังของเธอทันที

"เดือนสี่ยังหนาวอยู่ เป็นลูกผู้หญิงต้องรู้จักถนอมร่างกายตัวเองนะลูก"

"ขอบคุณค่ะคุณป้า"

"รีบล้างหน้าเถอะ ป้าเก็บมื้อเช้าไว้ให้แล้ว"

"ค่ะป้า"

หลังล้างหน้าเสร็จ ฉินซูเยว่เดินถือชามข้าวต้มมายืนกินอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว พูดคุยสัพเพเหระกับป้าเกา เมื่อกินเสร็จเรียบร้อย เธอก็ออกเดินทางไปในตัวเมืองพร้อมกับเกาเหวินอวี้

ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินไปตามถนนดินมุ่งหน้าสู่ทางเข้าหมู่บ้าน จู่ๆ ร่างกระเซอะกระเซิงร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาล้มลงแทบเท้าของฉินซูเยว่

ฉินซูเยว่ชักเท้าหลบ แล้วเพ่งมองให้ชัด...

หึ รู้งี้เหยียบซ้ำไปเลยดีกว่า

"สหายหลินเนี่ยน ทำอะไรของเธอน่ะ? กลางวันแสกๆ คิดจะมาแกล้งล้มต้มตุ๋นเรียกค่าเสียหายหรือไง? หรือว่าเตรียมจักรยานมาขอโทษฉันได้แล้ว?"

"ฉัน..."

หลินเนี่ยนหันซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก พอเห็นว่าหลายจื่อหวางยังตามมาไม่ทัน เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบลุกขึ้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วเดินจ้ำอ้าวหนีไป

ฉินซูเยว่ปรายตามองไปทางทิศที่หลินเนี่ยนเพิ่งมองเมื่อครู่ ก่อนจะปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงตามเนื้อตัว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีแค้นต้องรีบชำระ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวอะไรๆ จะเปลี่ยนไปเสียก่อน"

หลายจื่อหวางที่แอบซุ่มอยู่ พอเห็นฉินซูเยว่ 'นางมารร้าย' ผู้นั้น เขาก็รีบหดหัวทันที แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้น หลายจื่อหวางก็นิ่งคิดอย่างละเอียด ก่อนจะเงยหน้ามองแผ่นหลังของนางมารร้ายที่เดินจากไปอย่างเหม่อลอย... หมายความว่ายังไง? หรือว่าเธอไม่คิดจะปล่อยเขาไป?

ลมพัดวูบหนึ่ง สมองของหลายจื่อหวางก็แล่นปรู๊ดปร๊าดขึ้นมาทันที

นางมารร้ายต้องการให้เขาจัดการหลินเนี่ยน... โจทย์ข้อนี้เขารู้คำตอบดี มันง่ายนิดเดียว ถ้าเขาจัดการหลินเนี่ยนให้เป็นที่พอใจของนางมารร้ายได้ วันหน้าถ้าเขาเผลอไปล่วงเกินเธอเข้า เธออาจจะยอมผ่อนหนักเป็นเบาก็ได้

ต้องยอมรับว่าหลายจื่อหวางรู้จักตัวเองดี เขาเป็นคนประเภทอยู่เฉยไม่เป็น ยังไงก็ต้องก่อเรื่อง แม้เขาจะไม่คิดไปแหย่หนวดเสืออย่างนางมารร้าย แต่เขาจะไปห้ามญาติโกโหติกาในกองผลิตเฉาหยางได้ยังไง ใครจะไปรู้ว่าคนไหนเกี่ยวข้องกับนางมารร้ายบ้าง? เขาต้องเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าไม่ใช่หรือ?

เมื่อคิดตกแล้ว หลายจื่อหวางก็พุ่งตัวออกจากเนินดินที่ซ่อนอยู่ ไล่ตามไปทางทิศที่หลินเนี่ยนหนีไปทันที

เมื่อมาถึงคอมมูนและได้พบกับผู้อำนวยการหง ฉินซูเยว่ก็แจ้งจุดประสงค์แรกของการมาเยือน

"ลุงหงคะ หนูตั้งใจจะยกโควตาทำงานที่สำนักงานไปรษณีย์และโทรคมนาคมให้กับเขาค่ะ"

"พ่อหนุ่มคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครในบ้านป้าเกาล่ะ?"

"ปิดบังลุงหงไม่ได้จริงๆ"

ผู้อำนวยการหงหัวเราะร่า ในเมื่อตัดสินใจจะผูกมิตรกับเด็กสาวคนนี้ เขาก็ย่อมต้องสืบประวัติเธอมาบ้าง เขารู้ดีว่าบ้านสกุลเกาแห่งกองผลิตเฉาหยางดูแลสองพี่น้องคู่นี้มาเป็นอย่างดี ด้วยนิสัยกตัญญูรู้คุณของเด็กคนนี้ โควตานี้ย่อมไม่ตกไปถึงมือคนอื่นแน่

เขาเรียกคนมาพาเกาเหวินอวี้ไปทำเรื่องรายงานตัว พอทุกคนออกไปหมดแล้ว ฉินซูเยว่จึงเริ่มพูดถึงจุดประสงค์ที่สอง

"ลุงบอกว่าจะไปหาคนในคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ใช่ไหมคะ?"

"ใช่ พอดีมีเรื่องอยากจะไหว้วานให้พวกเขาช่วยหน่อยน่ะ"

"ดีเลยค่ะ พอดีลุงก็มีธุระต้องไปพบผู้อำนวยการหลี่ของคณะกรรมการอยู่พอดี งั้นเที่ยงนี้เราเจอกันที่ร้านอาหารรัฐวิสาหกิจนะ"

"ลุงคะ ลุงพอจะรู้ไหมคะว่าผู้อำนวยการหลี่ชอบอะไรเป็นพิเศษ หรือช่วงนี้กำลังอยากได้อะไรไหม?"

"หนูถามถูกจุดจริงๆ ผู้อำนวยการหลี่ไม่มีงานอดิเรกอื่นไกลหรอก นอกจากชอบดื่มสุรสักหน่อย"

"โอเคค่ะ หนูเข้าใจแล้ว งั้นหนูขอตัวไปเดินเล่นก่อนนะคะ สิบเอ็ดโมงครึ่งเจอกันหน้าร้านอาหารรัฐวิสาหกิจค่ะ"

"ได้ ตามสบายเลย"

เมื่อออกจากคอมมูน ฉินซูเยว่หามุมลับตาคนเพื่อเข้าไปในมิติ เธอเปิดไหสุราชั้นเลิศที่เก็บสะสมมาจากชาติก่อน รินใส่ไหใบเล็กๆ สองใบที่ดูธรรมดา อุดจุกไม้ก๊อก แล้วใส่ในถุงตาข่ายก่อนจะออกมาจากมิติ

ขณะเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนนใหญ่ เธอก็เห็นผู้ชายสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีคนมุงดูอยู่รอบๆ ฉินซูเยว่ไม่ได้คิดจะเข้าไปร่วมวงไทยมุง แต่หางตาเหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตาแวบๆ เธอจึงหันไปมองให้ชัด และก็ได้เห็นฉากที่ทำให้ต้องเปิดโลกทัศน์ใหม่

เธอเห็นสหายชายคนนั้นยืนอยู่ห่างจากฝูงชนไปกว่าสิบเมตร เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยว แค่อยากจะหลบไปให้ไกลๆ แต่เรื่องบางเรื่องในโลกนี้มันก็ตลกสิ้นดี

ชายคนหนึ่งจับคู่ต่อสู้ทุ่มลงพื้น แล้วคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ เตรียมจะชิ่งหนี แต่คนที่นอนอยู่รีบดีดตัวขึ้นมาแย่งกระเป๋ากลับ ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันจนกระเป๋าหลุดมือ ลอยละลิ่วเป็นวิถีโค้ง... ก่อนจะตกลงใส่หัวคนที่แอบไปยืนหลบมุมอยู่ไกลลิบอย่างจัง

เปรี้ยง! สลบเหมือดคาที่

เหตุการณ์ตกอยู่ในความเงียบงัน คนตีกันหยุดตี คนดูก็หยุดดู ถนนที่เคยจอแจพลันเงียบกริบ

"ลูกพี่? ลูกพี่? เป็นอะไรไหมครับ? ผมบอกแล้วว่าอย่ามาทางนี้ อย่ามาทางนี้ ลูกพี่ก็ไม่เชื่อ ลูกพี่เข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับดวงซวยของตัวเองหรือเปล่าเนี่ย?"

ฉินซูเยว่ "..."

ดูเหมือนว่าคราวที่แล้วที่เฉียงจื่อบอกว่าลูกพี่เขาดวงซวย จะไม่ใช่คำด่า แต่เป็นข้อเท็จจริงสินะ?

ฉินซูเยว่หิ้วไหเหล้าเดินเข้าไปใกล้ เธอมองสหายเมิ่งที่นอนหลับตาพริ้มหน้าแดงระเรื่ออยู่บนพื้น แล้วหันไปถามเฉียงจื่อ "ต้องการความช่วยเหลือไหม?"

"คุณนั่นเอง?"

"ใช่ บังเอิญจังนะ"

"ได้โปรดเถอะครับ... ขอรบกวนช่วยดูอาการลูกพี่ผมหน่อย แบบที่จ่ายเงินน่ะครับ"

ฉินซูเยว่มองเฉียงจื่อด้วยสายราชื่นชม

อืม ยังรู้จักธรรมเนียม

หลังจากตรวจดูอย่างละเอียด ก็พบว่าเป็นแค่การสลบธรรมดา ฉินซูเยว่จึงบอกผลการตรวจกับเฉียงจื่อ

"เอ่อ... ค่ารักษา..."

"หนึ่งหยวน"

เธอรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่ได้เงินน้อยไป แต่ดูจากดวงของคนคนนี้แล้ว ในอนาคตเธอคงได้แวะเวียนมา 'ฟันกำไร' จากเขาบ่อยๆ แน่ใช่ไหม?

เฉียงจื่อไม่ล่วงรู้ความคิดของฉินซูเยว่ เขารีบจ่ายเงิน แล้วแบกลูกพี่ขึ้นหลัง วิ่งหายเข้าไปในตรอกอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 28: กลางวันแสกๆ คิดจะต้มตุ๋นคนหรือไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว