- หน้าแรก
- นอนรวยข้ามมิติ
- บทที่ 27 หุ่นไล่กา
บทที่ 27 หุ่นไล่กา
บทที่ 27 หุ่นไล่กา
บทที่ 27 หุ่นไล่กา
ซูเสี่ยวหม่านรีบไปหาคุณย่าทันที เพราะคุณย่ามีความชำนาญเรื่องการทำหุ่นไล่กามาก
"ย่าคะ ช่วยทำหุ่นไล่กาให้หนูสักสองสามตัวสิคะ เอาไว้ไล่นกไล่สัตว์พวกนั้น"
คุณย่าฟังแล้วก็ตบเข่าฉาด ร้องออกมาว่า "โอ้ ทำไมย่าถึงนึกไม่ถึงนะ สมองคนรุ่นใหม่ของเสี่ยวหม่านนี่หลักแหลมจริงๆ"
คุณย่าไปขนฟางมากองใหญ่ แล้วลงมือทำหุ่นไล่กา
ซูเสี่ยวหม่านคอยเป็นลูกมือ ช่วยส่งเชือกส่งไม้ สองย่าหลานประสานงานกันได้อย่างลงตัว
ฝีมือคุณย่าคล่องแคล่วมาก เริ่มจากเอาไม้มาขัดกันแล้วมัดให้แน่นเพื่อขึ้นโครงร่างของหุ่น
จากนั้นก็หยิบฟางกำใหญ่มาโปะทับลงบนโครง เกลี่ยให้สม่ำเสมอ แล้วใช้เชือกมัดอย่างบรรจง
ปากก็บ่นพึมพำไปพลางขณะมัด "ตัวหุ่นต้องทำให้แน่นหนา ไม่อย่างนั้นลมพัดมาวูบเดียวก็หลุดรุ่ยหมด"
ซูเสี่ยวหม่านเสริมขึ้นว่า "ย่าคะ หุ่นที่ย่าทำแข็งแรงมากเลย แต่เรายัดฟางเพิ่มอีกหน่อยให้มันดูตัวอ้วนๆ ดีไหมคะ จะได้ดูน่าเกรงขาม เผื่อจะขู่พวกนกพวกสัตว์ได้ชะงัดนัก"
คุณย่ายิ้มรับพยักหน้า มือไม้ขยับคล่องแคล่วยิ่งขึ้น
หุ่นไล่กาตัวแรกเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ซูเสี่ยวหม่านพิจารณาดูแล้วรู้สึกว่ายังขาดอะไรไปบางอย่าง
"จริงสิ ต้องใส่เสื้อผ้าให้มันด้วย"
ซูเสี่ยวหม่านวิ่งไปที่ห้องเก็บของ ค้นหาเสื้อผ้าเก่าๆ กับหมวกฟางออกมา
พอกลับมาถึง คุณย่าก็ทำตัวที่สองเสร็จพอดี
ซูเสี่ยวหม่านจัดการสวมเสื้อผ้าให้หุ่น ใส่หมวกฟาง แล้วยังไปหามาสีมาวาดหูตาจมูกปากให้มัน ดูแล้วเหมือน "ผู้พิทักษ์ทุ่งนา" ตัวจริงเสียงจริง
คุณย่าอดชมไม่ได้ "พอผ่านมือเสี่ยวหม่าน หุ่นไล่กาก็ดูสมจริงขึ้นมาทันตาเลย!"
หุ่นตัวที่สามและสี่ทยอยเสร็จตามมาติดๆ
ซูเสี่ยวหม่านเริ่มคันไม้คันมือ "ย่าคะ หนูขอลองทำสักตัวสิ"
คุณย่าหัวเราะ "เอาสิ ลองดู ดูเหมือนง่ายแต่กว่าจะทำให้ดีก็ต้องใช้แรงไม่น้อยนะ"
ซูเสี่ยวหม่านมั่นใจเต็มเปี่ยม แค่หุ่นไล่กาจะคณามือเธอได้ยังไง
ขั้นตอนทุกอย่างถูกต้องหมด แต่เชือกเจ้ากรรมดันไม่ให้ความร่วมมือ มัดโครงเสร็จดึงแค่สองทีก็หลุดร่วงกราว
"สงสัยจะต้องใช้ฝีมือจริงๆ ด้วยแฮะ"
ซูเสี่ยวหม่านจำต้องยอมแพ้ หันไปมองคุณย่า ท่านทำตัวที่ห้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ซูเสี่ยวหม่านจับหุ่นทั้งห้าตัวแต่งตัว วาดหน้าตา แล้วยังหาไม้เล็กๆ ผูกถุงพลาสติกสีแดงให้พวกมันถือเพิ่มความน่าเกรงขามเข้าไปอีก
ซูเสี่ยวหม่านขนย้ายหุ่นไล่กาไปที่แปลงเพาะกล้า ปักไว้สี่มุมมุมละตัว และตรงกลางอีกหนึ่งตัว
พอมองดูหุ่นไล่กาพวกนี้ยืนตระหง่าน "เฝ้ายาม" อยู่ในนา เธอก็อุ่นใจขึ้นมาก
อาศัยจังหวะที่คุณย่าไปทำกับข้าว ซูเสี่ยวหม่านแอบแปะยันต์ไล่สัตว์ไว้ที่ตัวหุ่น ทันทีที่ยันต์สัมผัสกับหุ่น มันก็กลายสภาพเป็นอักขระวิ่งซึมหายเข้าไปในเนื้อฟาง
ซูเสี่ยวหม่านสัมผัสได้ว่าหุ่นไล่กามีพลังลึกลับบางอย่างแฝงอยู่
"นี่มันแค่หุ่นเชิดธรรมดาหรือเปล่านะ?"
ซูเสี่ยวหม่านสังเกตดูใกล้ๆ แต่หุ่นไล่กาก็ยังนิ่งสนิท ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้
นกน้อยตัวหนึ่งบินมาจากที่ไกลๆ วนเวียนอยู่เหนือแปลงกล้าครู่หนึ่ง ก่อนจะโฉบลงมาหาต้นกล้าอ่อน
ทว่าพอเข้าใกล้หุ่นไล่กาตัวที่ใกล้ที่สุด เจ้านกน้อยดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง มันร้องเสียงหลง รีบหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางบินหนีไปไกลลิบ
"ได้ผลจริงๆ ด้วย"
รอยยิ้มประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของซูเสี่ยวหม่าน ดูเหมือนยันต์ไล่สัตว์จะมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
ซูเสี่ยวหม่านเฝ้าดูต่ออีกสักพัก จนมั่นใจว่าทั้งนก กระรอก หนู และกระต่ายไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้ เธอจึงวางใจ
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้นกล้าอ่อนเพิ่งจะตกใจมา เธอจึงหยิบของเหลววิญญาณออกมาอีกหยด เจือจางกับน้ำแล้วฉีดพ่นให้ทั่ว ให้พวกมันได้ดื่มด่ำและเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง
และเป็นไปตามคาด ต้นกล้าส่งเสียงร้องอย่างร่าเริง
"อร่อยจัง หวานชื่นใจ"
"หนูจะโตไวๆ ขออีกหน่อยสิ"
...
ซูเสี่ยวหม่านมองดูต้นกล้าพลิ้วไหว ยิ้มด้วยความเอ็นดู
หลังจากอาบน้ำเสร็จในตอนค่ำ ซูเสี่ยวหม่านก็นอนแผ่บนเตียง เริ่มกิจวัตรการแชทประจำวัน
"ติ๊ง!"
ข้อความจาก 'เทพธิดาจุติจากฟ้าแห่งชนเผ่าดั้งเดิม' เด้งเข้ามา
เทพธิดาจุติจากฟ้าแห่งชนเผ่าดั้งเดิม: "เสี่ยวหม่าน ฉันเข้าร่วมเผ่าซินเยว่แล้วนะ วันนี้เธอไม่เห็นหรอกว่าฉันเปิดตัวได้อลังการแค่ไหน"
ถึงซูเสี่ยวหม่านจะไม่เห็นกับตา แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าภาพไป๋เสี่ยวเสี่ยวขี่เสือหลากสีลงมาจากฟ้าจะสร้างความตกตะลึงให้คนป่าได้ขนาดไหน
ซูเสี่ยวหม่าน: "ฉันพนันได้เลยว่าเธอต้องดูสง่างามสุดๆ ทุกคนต้องกราบไหว้บูชา เรียกเธอว่าเทพธิดาแน่ๆ"
เทพธิดาจุติจากฟ้าแห่งชนเผ่าดั้งเดิม: "ทายถูกเป๊ะ ตอนนี้ฉันเป็นเทพธิดาประจำเผ่าซินเยว่ แล้วก็ควบตำแหน่งหมอผีด้วย"
ไป๋เสี่ยวเสี่ยวเล่าประสบการณ์อย่างออกรส ตอนนี้มีแค่ซูเสี่ยวหม่านคนเดียวที่คุยกับเธอรู้เรื่อง
"เผ่าซินเยว่เป็นเหมือนที่ฉันคิดไว้เลย พวกเขาจิตใจดีมาก พอรู้ว่าฉันรักษาโรคได้ ก็ยกย่องให้เป็นหมอผี แถมยังยกถ้ำที่ดีที่สุดในเผ่าให้ด้วย"
ซูเสี่ยวหม่านดีใจกับไป๋เสี่ยวเสี่ยวด้วย นี่สิถึงจะเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตนักทะลุมิติที่แท้จริง
"ยินดีด้วยนะเสี่ยวเสี่ยว ต่อไปนี้ชีวิตเธอต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน"
ไป๋เสี่ยวเสี่ยวตอบด้วยความซาบซึ้ง "เสี่ยวหม่าน พอฉันตั้งหลักได้แล้ว พรุ่งนี้ออกไปหาของป่าฉันจะหาเมล็ดพันธุ์มาให้เธอนะ"
ซูเสี่ยวหม่านนึกขึ้นได้ว่าสัตว์เลี้ยงของเย่หลีชอบกินอัญมณี
"เสี่ยวเสี่ยว ช่วยเก็บพวกอัญมณีมาให้ฉันเยอะๆ หน่อยสิ ฉันมีธุระต้องใช้"
"ได้เลย หินพวกนั้นมีเกลื่อนกลาด ไม่เปลืองแรงหรอก พรุ่งนี้ฉันจะให้คนช่วยเก็บให้
แต่ว่า... รบกวนเธอส่งแบบแปลนคันธนูมาให้ฉันอีกชุดได้ไหม อันเก่ามันพกยาก ฉันเลยทำลายทิ้งไปแล้ว"
ซูเสี่ยวหม่านรับปากทันที เรื่องแค่นี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรง
"คราวนี้อย่าซื่อบื้อแจกจ่ายไปทั่วล่ะ เก็บเทคโนโลยีหลักไว้กับตัว แล้วใช้มันซื้อใจคนที่ไว้ใจได้ก็พอ"
เทพธิดาจุติจากฟ้าแห่งชนเผ่าดั้งเดิม: "อื้ม เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่เทหมดหน้าตักให้พวกเขาอีกแล้ว เฉพาะคนของฉันเท่านั้นถึงจะคู่ควรกับความไว้วางใจ"
"ติ๊ง!"
รัชทายาทตกอับชายแดนฉู่เหยียน: "เสี่ยวหม่าน ฉันค้นพบความลับสุดยอดเข้าแล้ว"
ความลับอะไรอีกล่ะ? ซูเสี่ยวหม่านถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉู่เหยียน: "ขันทีประจำตัวของฉัน จริงๆ แล้วเป็นผู้หญิง"
ซูเสี่ยวหม่านพ่นน้ำที่กำลังดื่มอยู่พรวดออกมา จะละครหลังข่าวไปไหมเนี่ย?
"ฮ่าๆๆ... ฉู่เหยียน นายเข้าใจผิดหรือเปล่า"
เดินทางระหกระเหินด้วยกันมาจากเมืองหลวงจนถึงชายแดน กินเวลาตั้งนานขนาดนี้ จะดูไม่ออกเลยเหรอว่าเป็นผู้หญิง?
ซูเสี่ยวหม่านคิดว่าฉู่เหยียนคงแก่จนตาฝาดเสียมากกว่า
ฉู่เหยียนพิมพ์ตอบมาอย่างหัวเสีย "เรื่องจริง! เมื่อคืนฉันเข้าไปที่ห้องข้างๆ ใครจะไปรู้ว่าเขากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ ฉันเห็นเต็มๆ ตาเลย..."
ซูเสี่ยวหม่านลูบคาง "งั้นนายต้องรับผิดชอบเขานะ เห็นของเขาหมดแล้วนี่"
ฉู่เหยียนแย้งอย่างไม่พอใจ "เขาก็เห็นของฉันเหมือนกัน! เคยเห็นตอนฉันฉี่ด้วยซ้ำ"
ซูเสี่ยวหม่านสำลักน้ำอีกรอบ ตาฉู่เหยียนนี่ทึ่มจริงๆ
"มันจะไปเหมือนกันได้ยังไง! อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงนะ"
ฉู่เหยียนถูจมูก "ฉันทำใจไม่ได้ ขันทีน้อยจู่ๆ กลายมาเป็นสาวใช้ได้ยังไง"
ซูเสี่ยวหม่าน: "แล้วนายจะเอายังไงต่อ"
ฉู่เหยียนส่ายหน้า "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่วันนี้เขาก็ไม่ยอมคุยกับฉันเลย"
ซูเสี่ยวหม่านนึกขึ้นได้ว่าผ่านไปหลายเดือนแล้ว อาการบาดเจ็บของฉู่เหยียนน่าจะหายดีแล้ว
ซูเสี่ยวหม่าน: "ฉู่เหยียน นี่นายคงไม่ได้ให้เขาเลี้ยงดูมาตลอดใช่ไหม? มิน่าล่ะเขาถึงเมินนาย เขาคงไม่อยากให้นายมารับผิดชอบหรอก"
ฉู่เหยียนตอบอย่างรู้สึกผิด "ฉันเป็นเจ้านายเขานะ เขาเลี้ยงดูฉันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ?"
ซูเสี่ยวหม่านกลอกตา "มิน่าล่ะเขาถึงไม่เห็นนายอยู่ในสายตา คนอย่างนาย ทั้งขี้เกียจ ทั้งไม่เอาถ่าน ไม่มีดีสักอย่าง จะให้เขามาฝากผีฝากไข้ได้ยังไง
แถมตอนนี้ยังเสียโฉม ฐานะก็ไม่มี เทียบกับคนธรรมดายังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
ฉู่เหยียนโมโห "เสี่ยวหม่าน พูดแรงไปแล้วนะ"
ซูเสี่ยวหม่านวิเคราะห์ให้ฟังเป็นฉากๆ "ดูสภาพนายสิ สินสอดก็ไม่มี ความสามารถก็ไม่โดดเด่น ทรัพย์สินติดตัวก็ไม่มีสักแดง นายจะเอาอะไรไปหวังให้หยุนเซิงมาแต่งงานด้วย"
ฉู่เหยียนคิดตามแล้วก็พบว่าเป็นความจริง
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไม่หางานทำนะ แต่หน้าฉันเสียโฉมไปครึ่งแถบ อัปลักษณ์ขนาดนี้ ออกไปข้างนอกกลัวคนเขาจะตกใจกลัว"
ซูเสี่ยวหม่านเข้าใจแล้ว ที่แท้ฉู่เหยียนก็กำลังรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง
เป็นถึงผู้ข้ามมิติ จะมามัวน้อยเนื้อต่ำใจได้ยังไงกัน