- หน้าแรก
- หลังจากเกมมหาเศรษฐีระดับพระเจ้าของผมมาถึง
- ตอนที่ 1: เกมเชื่อมต่อโลกความจริง?
ตอนที่ 1: เกมเชื่อมต่อโลกความจริง?
ตอนที่ 1: เกมเชื่อมต่อโลกความจริง?
เมืองอวิ๋นเฉิง
หมู่บ้านเซี่ยอิน หมู่บ้านในเมืองที่อยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากที่สุด ในห้องเช่าเล็กๆ ขนาดสิบกว่าตารางเมตร
"ผมกำลังหาทางอยู่ จะรีบคืนให้เร็วที่สุด..."
หลังจากวางสายทวงหนี้สินเชื่อออนไลน์ที่โทรมาก่อกวนเป็นสายที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวันนี้ ซูเสี่ยวก็ปรับโทรศัพท์เป็นระบบสั่นแล้วโยนมันทิ้งไปด้านข้าง เขาขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงและเริ่มมันเยิ้มของตัวเองด้วยความหงุดหงิด
แต่ความอัดอั้นตันใจที่กดทับอยู่ในอกก็ยังไม่จางหายไป
มือของเขาเลื่อนลงจากเส้นผมมากุมใบหน้า ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาระดับเดียวกับท่านผู้อ่าน ตอนนี้กลับดูทรุดโทรมและอิดโรย หลังจากถอนหายใจยาว ความสิ้นหวังและความไร้หนทางในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่ซูเสี่ยวถูกเลิกจ้าง
เมื่อตอนห้าโมงเย็น เงินชดเชย N+1 จากบริษัทโอนเข้ามา รวมเงินเดือนสามเดือนเป็นยอด 25,800 หยวน
หลังจากโอนคืนเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่จำเป็นต้องใช้เงินด่วนไปหนึ่งหมื่นหยวน และนำส่วนที่เหลือไปโปะยอดบัตรเครดิตของเดือนนี้ เงินในบัญชีของซูเสี่ยวก็เหลือเพียงหลักสิบเท่านั้น
เขามืดแปดด้านไปหมดกับหนี้สินเชื่อออนไลน์อีก 11 เจ้าที่เหลืออยู่!
ซูเสี่ยวทำงานมาห้าปีแล้วตั้งแต่เรียนจบ สามปีแรกเงินเดือนไม่สูงนัก เงินที่หามาได้ก็นำไปใช้หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาและเงินที่ยืมญาติพี่น้องมาตอนพ่อป่วย รวมๆ แล้วเกือบแสนห้าหมื่นหยวน
กว่าจะปลดหนี้หมดเมื่อสองปีก่อน แล้วย้ายมาทำงานที่บริษัทล่าสุด สวัสดิการและรายได้ถือว่าดีมาก เงินเดือนพื้นฐานหกพันบวกค่าคอมมิชชั่น เฉลี่ยแล้วได้เดือนละแปดพันหกร้อยกว่าหยวน
เขาคิดว่าชีวิตใหม่ที่สดใสกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ใครจะไปคิดว่าจะมาถูกแฟนเก่าที่กำลังจะแต่งงานด้วยหลอกเอาเงินไป จนต้องกลับมาเป็นหนี้อีกกว่าสามแสน!
หลังจากกลับมาเป็นหนี้ ซูเสี่ยวก็ย้ายจากอพาร์ตเมนต์ค่าเช่าเดือนละพันกว่าหยวน มาซุกหัวนอนในห้องเช่าซอมซ่อสกปรกในชุมชนแออัดราคาเดือนละสามร้อย เขาใช้ชีวิตอย่างประหยัดอดออมทุกเดือน พยายามหาทางใช้หนี้ทุกวิถีทาง พอเงินไม่พอก็หน้าด้านไปขอยืมญาติและเพื่อนฝูง พอเพื่อนฝูงช่วยไม่ได้ก็หมุนเงินจากบัตรเครดิตและกู้สินเชื่อออนไลน์มาโปะ
วนเวียนอยู่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นวงจรอุบาทว์... จนกระทั่งถูกบริษัทเลิกจ้าง เส้นด้ายที่ขึงตึงมานานในที่สุดก็ขาดผึง!
สภาพเศรษฐกิจและการจ้างงานตอนนี้ย่ำแย่มาก อย่าว่าแต่จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหางานใหม่ได้เลย ต่อให้หาได้ สวัสดิการก็คงยากที่จะดีเหมือนเดิม
หนำซ้ำยังมีหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อออนไลน์ที่ต้องจ่ายทุกเดือน ความสับสน ไร้หนทาง และความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาดั่งขุนเขาที่กดทับจนแทบขาดใจ!
สองวันที่ผ่านมา เขามีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่าอยากจะหาดาดฟ้าตึกสักแห่งเพื่อจบปัญหาทุกอย่าง แต่เขาก็ยังตัดใจทำไม่ลง
ได้แต่โทษตัวเองที่ตอนนั้นหน้ามืดตามัว ไม่รอบคอบให้ดีเสียก่อน!
ติ๊ง!
หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น มีคนส่งข้อความ WeChat มา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกดู เห็นว่าเป็นข้อความจากเพื่อนสนิทที่สุดของเขา
จ้าวเอ้อร์โก่ว: เมียกูเพิ่งคลอดลูก ต้องผ่อนบ้านอีกทุกเดือน กูช่วยมึงได้เท่านี้จริงๆ ว่ะเพื่อน 【สติ๊กเกอร์ขอโทษ】 มึงต้องสู้นะ เดี๋ยวอะไรๆ ก็ดีขึ้น! 【สติ๊กเกอร์สู้ตาย】
ตามมาด้วยข้อความแจ้งเตือนการโอนเงิน:
【จ้าวเอ้อร์โก่ว โอนเงินให้คุณ: ¥5,000.00】
ทันใดนั้น กระแสน้ำอุ่นก็ไหลผ่านหัวใจที่สิ้นหวังและอ้างว้างของซูเสี่ยว ขอบตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เพื่อนสนิทคนนี้ชื่อ จ้าวเหวินตง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมต้น ในเวลาไม่ถึงสองปี นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่มันโอนเงินมาให้เขา
แม้ฐานะทางบ้านของจ้าวเหวินตงจะดีกว่าเขาหน่อย แต่ก็ถือว่าปานกลาง แถมปีที่แล้วเพิ่งซื้อบ้านและแต่งงาน เมียก็เพิ่งคลอดลูกเมื่อเดือนก่อน มันเป็นเสาหลักคนเดียวของบ้าน แรงกดดันที่แบกรับอยู่นั้นจินตนาการได้ไม่ยากเลย
ในสถานการณ์แบบนี้ การที่มันยังเจียดเงินมาช่วยเขาได้ จะไม่ให้ซึ้งใจได้อย่างไร?
เขาพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่ในช่องข้อความ ผ่านไปหลายนาทีกว่าจะส่งไปได้สองคำ:
"ขอบใจ..."
แล้วก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับ เขาก็พิมพ์ตามความเคยชินไปว่า:
"ไอ้หมา!"
ข้อความที่กำลังพิมพ์อยู่ทางฝั่งนั้นถูกยกเลิกทันที เปลี่ยนสถานะเป็น "ฝ่ายตรงข้ามกำลังพิมพ์..."
วินาทีต่อมา ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา:
"ไสหัวไป! จำไว้ว่าต่อจากนี้เรียกกูว่าพ่อ!"
หลังจากออกจากหน้าแชทกับจ้าวเหวินตง ซูเสี่ยวก็เลื่อนไปดูเพื่อนที่มีชื่อเล่นว่า "ซุนเผ่าเผ่า" โดยไม่ต้องกดเข้าไปเขาก็รู้ว่าข้อความหลายสิบรายการล่าสุดล้วนเป็นข้อความที่เขาส่งไปเองฝ่ายเดียว เขาเชื่อผู้หญิงคนนี้สนิทใจจริงๆ ขนาดขาดการติดต่อไปปีกว่าแล้ว
เธอไม่ตอบ ไม่คืนเงิน ไม่บล็อก และไม่ลบเพื่อน ทำให้เขาทำอะไรไม่ได้เลย
เพราะตอนนั้นไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษร จะไปขอความช่วยเหลือทางกฎหมายก็ทำไม่ได้
ด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เขาวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว ยกมือขวาขึ้นบีบหว่างคิ้ว พลางคิดว่าจะเอายังไงต่อดี:
"พรุ่งนี้ต้องลองหาข้อมูลดูก่อนว่าจะขอพักชำระดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับสินเชื่อออนไลน์ได้ไหม ส่วนเรื่องวันข้างหน้า ไว้หางานได้ก่อนค่อยว่ากัน..."
ติ๊ง!
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เสียงใสๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว ทำให้มือของซูเสี่ยวชะงักไปเล็กน้อย เขามองไปที่โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เหรอ?
ไม่สิ ไม่ใช่ เสียงเรียกเข้าของเขาไม่ได้เป็นแบบนี้
ทันใดนั้น เสียงในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
【ระบบจำลองมหาเศรษฐีซูเปอร์ไทคูน เริ่มต้นการเชื่อมต่อกับความจริง กำลังดำเนินการเชื่อมต่อ โปรดรอสักครู่...】
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างกายของซูเสี่ยวก็สั่นสะท้าน
ซูเปอร์ไทคูน?
นี่มันเกมจำลองการเป็นมหาเศรษฐีแบบเล่นคนเดียวที่เขาเริ่มเล่นตอนปีสองไม่ใช่เหรอ?
ตอนนั้นเขาซื้อแล็ปท็อปมือสองมาจากโครงการทำงานแลกเงิน พอเอามาเปิดที่บ้านก็เจอเกมออฟไลน์ที่ชื่อ "Super Tycoon Simulator" ติดตั้งอยู่ ลบยังไงก็ไม่ออก ล้างเครื่องลงวินโดว์ใหม่ก็ยังอยู่ หลังจากลองดูหลายวิธีแล้วเห็นว่านอกจากลบไม่ได้ มันก็ไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ เขาเลยปล่อยเลยตามเลย
ต่อมาพอเบื่อๆ เขาเลยลองกดเข้าเกมเล่นฆ่าเวลา สร้างตัวละครชื่อ "ซูชิงกู" แล้วเริ่มเส้นทางธุรกิจในเกม ใครจะไปรู้ว่าตอนนั้นเขาจะติดงอมแงมขนาดนั้น
ตั้งบริษัท รับสมัครคนเก่ง สะสมความมั่งคั่ง ผ่านร้อนผ่านหนาวในสนามธุรกิจ... เขาเล่นๆ หยุดๆ อยู่หลายปี จนกระทั่งทำงานไปได้สองปีแล้วซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องใหม่ แล็ปท็อป "รุ่นคุณปู่" เครื่องนั้นจึงถูกเก็บเข้ากรุ ตอนนั้นเขาลองค้นหาเกม "Super Tycoon Simulator" ในคอมเครื่องใหม่แต่ก็หาไม่เจอ สุดท้ายก็ลืมเลือนมันไป
ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้ยินชื่อเกมนี้อีกครั้ง
เสียงในหัวยังคงดังต่อเนื่อง:
【การเชื่อมต่อ "Super Tycoon Simulator" กับโลกความจริงเสร็จสมบูรณ์ ผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียว "ท่านซูชิงกู" ทรัพย์สินในเกมของท่านกำลังปรากฏขึ้นในโลกความจริง โปรดรอสักครู่...】
ทรัพย์สินในเกมปรากฏในโลกความจริง?
ซูเสี่ยวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หรือว่าอาณาจักรธุรกิจสุดยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างไว้ในเกมกำลังจะกลายเป็นของจริง?
นั่นหมายความว่าชีวิตเขากำลังจะติดปีกบินแล้วใช่ไหม?
ในเกม "Super Tycoon Simulator" ไอดีของเขาคือ "ซูชิงกู" เขาเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจากศูนย์ ตั้งแต่เป็นพ่อค้าแผงลอย ค่อยๆ เทคโอเวอร์โรงงานและคลับที่ใกล้เจ๊ง ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ชื่อ "ชิงเฉิง" จนกระทั่งขยายกลายเป็น "ชิงเฉิงกรุ๊ป"
ตอนที่เขาเรียนจบมหาวิทยาลัย "ชิงเฉิงกรุ๊ป" ในเกมได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาด มีธุรกิจครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทรัพย์สินรวมทะลุร้อยล้านล้านหยวน
ในช่วงหลังๆ แม้แต่ตัวเขาเองก็จำไม่ได้แน่ชัดแล้วว่าชิงเฉิงกรุ๊ปเติบโตไปถึงระดับไหน นี่เป็นเหตุผลที่เขาค่อยๆ หมดความสนใจในเกมนี้ เพราะมันไม่มีอะไรท้าทายอีกแล้ว!
สิ่งที่เขายังคนึงหา มีเพียงคอลเลกชันสาวงามหรือทีมเลขาสาวที่เขารวบรวมไว้ในเกม นอกเหนือจาก "สี่เลขาในตำนาน" อย่าง หลาน-ไป๋-ชิง-ซู แล้ว คนที่เขาประทับใจที่สุดคือ "เย่ซินอี๋" เลขาส่วนตัวดูแลชีวิตประจำวัน ที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่สมัยยังไม่มีอะไรจนกลายเป็นเจ้าสัวใหญ่
ซูเสี่ยวพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น:
"ในที่สุดฉันก็จะได้เจอเธอแล้ว 'ใบไม้น้อย' ของฉัน รวมถึงทีมเลขาถุงน่องดำ ถุงน่องขาว และสารพัดถุงน่องของฉัน..."