- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 81 หมอกพิษ
บทที่ 81 หมอกพิษ
บทที่ 81 หมอกพิษ
หลังผ่านการพักผ่อนมาหนึ่งคืน ทุกคนฟื้นตัวกันได้ดีทีเดียว ความเหนื่อยล้าจากเมื่อวานหายเป็นปลิดทิ้ง
“ฉินหมิง เจ้าตัวเล็กสีแดงนั่นกลับมาแล้วเหรอ!”
เฉิงเฟิงที่เห็นฉินหมิงอุ้มฮั่วหลินอยู่ก็อดประหลาดใจไม่ได้
ฉินหมิงที่กำลังจะยึดมั่นในนโยบาย ‘พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง’ ยิ่งเงียบกริบเข้าไปใหญ่
ตัวเขาเองน่ะไม่พูดได้ แต่จะไปห้ามปากคนอื่นได้ยังไงล่ะ!
ส่วนฮั่วหลิน... อ๋อ เขายังหลับอยู่
ขนาดเรื่องกินข้าวเช้ายังไม่กระตือรือร้นเลยเหรอ? ดูผิดวิสัยเขาไปหน่อยนะ
แต่ฉินหมิงก็ไม่ได้คิดมาก ถือซะว่าฮั่วหลินคงเล่นเพลินไปหน่อยจนเหนื่อย
ความจริงภารกิจคุ้มกันจบไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และเมื่อเช้าฉินหมิงก็ได้รับแจ้งเตือนจากสมาคมว่าภารกิจเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ได้รับคะแนน 100 คะแนนเต็ม พร้อมรีวิวห้าดาว แถมด้วยเรียงความสรรเสริญเยินยอยาวเหยียด
ประเภทมีความรับผิดชอบ กล้าหาญและมีสติปัญญา สุขุมรอบคอบยามคับขัน มีแววของยอดขุนพล... อวยไส้แตกจนฉินหมิงอ่านต่อแทบไม่ไหว
ที่พีคกว่านั้นคือมีการทิปเพิ่มมาให้อีก 12.32 คะแนน
เศษคะแนนที่มีทั้งทศนิยมและตัวเลขยิบย่อยแบบนี้ ทำให้ฉินหมิงสัมผัสได้ถึงความยากจนที่จริงใจและเปิดเผยอย่างที่สุด
พอรู้ตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง ฉินหมิงก็รู้สึกปวดใจจี๊ดๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ดังนั้น เดิมทีเช้านี้ต่างคนต่างต้องแยกย้าย แต่เขาก็ยังกะว่าจะตามไปดูห่างๆ อีกหน่อย ไหนๆ ก็ทางเดียวกันอยู่แล้ว
แต่ถ้าเกิดพูดอะไรไปสะกิดต่อมฮั่วหลินเข้า ผลลัพธ์คงเกินคาดเดา ฉินหมิงเลยเริ่มกลุ้มใจนิดๆ
“ภารกิจที่เหลือ พวกเราจัดการกันเองได้ ขอบคุณที่ช่วยดูแลครับ!” เฉิงอวิ๋นดึงเฉิงเฟิงกลับมา แล้วโค้งคำนับขอบคุณพร้อมกันด้วยสีหน้าจริงจัง
“ใช่ค่ะ พวกเราไมารบกวนเวลาของคุณฉินหมิงแล้ว ขอบคุณที่ดูแลมาตลอดทางนะคะ” เจาเยว่ก็กล่าวขอบคุณเช่นกัน
เอาเถอะ งั้นฉินหมิงก็ไม่ต้องลำบากใจแล้ว
คนกลุ่มนี้ช่างเป็นมิตรและเกรงใจเสียจริง ไม่คิดจะเอาเปรียบคนอื่นเลยสักนิด นี่สินะความใสซื่อบริสุทธิ์ของนักเรียน
“งั้นไว้เจอกันใหม่นะ!” ฉินหมิงก็ไม่เรื่องมาก โบกมือลาทันที
พอเดินทางคนเดียว ความเร็วของฉินหมิงก็เพิ่มขึ้นมาก
ข้อเสียอย่างเดียวคือ ไม่มีผลไม้เย็นเจี๊ยบฟรีมาเสิร์ฟแล้ว
ฉินหมิงมีเหตุผลเพียงพอที่จะสงสัยว่าเป็นเพราะฮั่วหลินแน่ๆ เพราะเขาเห็นแต่ไกลๆ แล้วว่าพวกสัตว์อสูรต่างพากันหลบฉากหนีเหมือนเห็นตัวอันตรายอะไรสักอย่าง
ภาพแบบนี้ฉินหมิงไม่เคยเจอมาก่อน ปกติเขาเป็นมิตรแท้ของเหล่าสัตว์อสูรมาตลอด แต่วันนี้ภาพลักษณ์พังทลายย่อยยับ
ตลอดทาง ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนเข้ามาทำการค้ากับฉินหมิงเลยสักตัว
อนิจจัง ธุรกิจที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวาน วันนี้เจ๊งซะแล้ว
......
บริเวณรอบนอกทุ่งดอกพิรุณวิญญาณ
“ทำไมถึงมีอสรพิษเกล็ดมรกตผ่านมาแถวนี้พอดี แล้วทิ้งพิษไว้แบบนี้ล่ะเนี่ย”
“นั่นสิ แล้วพวกเราจะเข้าไปยังไง?”
“แจ้งเจ้าหน้าที่หรือยัง?”
“แจ้งแล้ว แต่กว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึงคงอีกพักใหญ่”
คนที่มาที่นี่ได้ เห็นชัดว่ารับภารกิจเก็บเกี่ยวมาทั้งนั้น
แน่นอนว่าทุกคนรู้ดี น้ำค้างรุ่งอรุณของดอกพิรุณวิญญาณมีเวลาคงอยู่แค่ประมาณครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ปรากฏจนระเหยหายไป
ฉินหมิงมาถึงในสถานการณ์แบบนี้แหละ
ตอนมาถึงก็งงว่าทำไมคนถึงไปอออยู่หน้าทางเข้าทุ่งดอกไม้ พอไปเลียบๆ เคียงๆ ถามดูถึงได้รู้เรื่อง
หมอกพิษเหรอ... ยุ่งยากจริงๆ นั่นแหละ
เพราะถ้าใช้สกิลธาตุลมเป่าไล่ น้ำค้างรุ่งอรุณก็จะปลิวหายไปด้วย
ธาตุไฟยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ดูท่าในกลุ่มนี้จะไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมพิษเลยสักคน
แถมการขับพิษอย่างนุ่มนวล ยากกว่าการวางยาพิษเสียอีก ไม่แปลกที่ทุกคนจะจนปัญญา
แต่นี่มันไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอ?
เข่อต๋า... เมื่อกี้เพิ่งเรียนรู้สกิลอะไรมานะ?
‘ลมหายใจห้วงลึก’
สรุปง่ายๆ คือสามารถเคลื่อนไหวในสภาพแวดล้อมเลวร้ายได้โดยไม่ต้องหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป
งานถนัดเลยสิเนี่ย!
ที่เจ๋งกว่านั้นคือ เข่อต๋ายังมีสกิลสายรักษาคอยซัพพอร์ตอีกแรง
ถึงจะไม่ตรงจุดเหมือนสกิลล้างสถานะผิดปกติเป๊ะๆ แต่แค่คุมพิษปริมาณเล็กน้อยที่ซึมเข้าผิวหนัง ไม่ให้เข้าไปอาละวาดในร่างกาย อันนี้ทำได้สบายมาก
ฉินหมิงกำลังจะให้เข่อต๋าลองเข้าไปดู แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นคนสองคนพุ่งเข้ามาขวางทางด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
“นายอย่าถือว่าสัตว์อสูรนายร่างกายแข็งแรง แล้วจะบังคับให้มันไปต้านพิษนะ!”
“ใช่ พิษอสรพิษเกล็ดมรกตมันซึมได้ทุกทาง ถ้าเป็นลมไปข้างใน พวกเราเข้าไปช่วยไม่ทันนะ!”
น้ำเสียงร้อนรน แถมยังเจือแววตำหนิ
ฉินหมิงโบกมือ ตอบกลับอย่างใจเย็น “ผมรู้ครับ”
“นายไม่รู้หรอก!”
ห๊ะ?
“พิษอสรพิษเกล็ดมรกตรุนแรงมาก ยาแก้พิษทั่วไปยังเอาไม่อยู่ เข้าไปเก็บไม่ได้หรอก!”
“อย่าทำมาเป็นอวดฉลาด เตรียมตัวมาดีคนเดียวหน่อยเลย!”
คนพูดทำท่าทางเหนือกว่า ราวกับมั่นใจว่าตัวเองเดาถูกเผง
“งั้นคุณคงคิดมากไปแล้วล่ะ...”
ฉินหมิงทำลายสมมติฐานของอีกฝ่ายจนแตกละเอียด แล้วอาศัยจังหวะที่พวกนั้นกำลังอึ้ง โบกมือลา ตัดบทสนทนาทันที
เวลาเป็นเงินเป็นทอง ฉินหมิงไม่อยากเสียเวลา
เข่อต๋า ลุยเลย แต่ก็ระวังตัวด้วยนะ!
“ก้าบ~” (จัดไปฮะ!)
เข่อต๋าทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่ง แล้วเดินอาดๆ เข้าไปในดงหมอกพิษอย่างไม่เกรงกลัว
การกระทำของฉินหมิงดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างทันที
มีทั้งคนลุ้นและอิจฉา แต่ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วย ถึงขั้นตำหนิว่าฉินหมิงใจดำและไร้ความรับผิดชอบ
แต่ทุกคนก็ยังมุงดูอยู่แถวนั้น รอผลลัพธ์
ไม่นานนัก เข่อต๋าก็เดินกลับออกมาโดยไร้รอยขีดข่วน เล่นเอาเงียบกริบกันทั้งบาง
“นายมีสกิลล้างสถานะผิดปกติเหรอ!?”
ใครบางคนตั้งสติได้ รีบถามด้วยความตกตะลึง
“ก็ประมาณนั้นครับ” ฉินหมิงตอบเลี่ยงๆ
คนที่เคยปรามาสและพูดจารุนแรงก่อนหน้านี้เริ่มหน้าเจื่อน ค่อยๆ ถอยไปหลบหลังฝูงชน
“งั้นช่วยเก็บมาให้ฉันบ้างได้ไหม? เดี๋ยวแบ่งคะแนนให้ครึ่งนึง!” คนหัวไวมอบขวดหยกเล็กๆ ให้ทันที
“ได้ครับ!” ฉินหมิงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
น้ำค้างรุ่งอรุณต้องเก็บในภาชนะเฉพาะ และเก็บรักษาได้ไม่นาน จึงเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดเวลา
คนส่วนใหญ่ใช้ขวดหยกที่ได้รับแจกมากับภารกิจ ซึ่งพกพาสะดวกและเก็บรักษาได้ง่าย แต่ข้อเสียคือจุได้น้อย
แทนที่จะปล่อยให้เสียของเปล่าๆ สู้ฉินหมิงช่วยสงเคราะห์แล้วฟันกำไรเพิ่มอีกนิดหน่อยดีกว่า
บางคนยังยืนรอให้เจ้าหน้าที่มาจัดการ แต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำการค้ากับฉินหมิง
แม้แต่พวกที่ทำตัวเหนือกว่าเมื่อกี้ก็ยังโผล่หน้ามา... แต่ก้มหน้าซะต่ำเชียว...
ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ฉินหมิงก็ปิดดีลไปหลายสิบราย กวาดคะแนนไปเหนาะๆ หลักพัน
รวยเละ!
คะแนนภารกิจก็ไม่ได้หายากอย่างที่เฉิงเฟิงบ่นนี่นา?
หวานเจี๊ยบ~
แน่นอน ระหว่างทางก็เจอกลุ่มของเฉิงเฟิงที่ทำหน้าเหวอสุดขีด
ฉินหมิงยึดคติลูกค้าเก่าต้องได้โปรโมชั่น เลยจัดให้ฟรีไปหนึ่งออเดอร์
พ่อค้าผู้มีคุณธรรมฉินหมิง วันนี้กอบโกยไปเต็มกระเป๋า
ขากลับ เขาได้รับโทรศัพท์จากศิษย์พี่ใหญ่
“ฉินหมิง ประกาศเรื่องการแข่งแลกเปลี่ยนระหว่างโรงฝึกออกมาแล้วนะ การแข่งเลื่อนไปแข่งต่อในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า เวลาของนายชนกันหรือเปล่า?”
“ชนครับศิษย์พี่ใหญ่ ค่ายฤดูร้อนของมหาวิทยาลัยนครอสูรใกล้จะเริ่มแล้ว ผมคงกลับไปแข่งไม่ทัน”
“โอเค เข้าใจแล้ว อาจารย์ก็บอกไว้แบบนั้นเหมือนกัน”
“ท่านบอกว่าถ้าไม่มีธุระอะไร ก็ให้รีบกลับมาหน่อย”
“มีสถานการณ์พิเศษอะไรหรือเปล่าครับ?” ฉินหมิงจับสังเกตในน้ำเสียงได้
“น่าจะเป็นการถามไถ่เรื่องความคืบหน้าการฝึกซ้อมตามปกติ แล้วก็คอยตอบข้อสงสัยนั่นแหละ ได้ข่าวว่านายทำผลงานการต่อสู้ที่นี่ได้ดีมาก อาจารย์คงอยากจะให้รางวัลหรือให้คำแนะนำเพิ่มเติมน่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง ลำบากอาจารย์ต้องมาเป็นห่วงแล้ว เดี๋ยวผมจะรีบเก็บของกลับไปครับ”
จะว่าไป ออกมาข้างนอกนานขนาดนี้ ฉินหมิงก็เริ่มคิดถึงเจ้าสำนักเจิ้ง และคิดถึงบ้านขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน
......
โรงฝึกยุทธ์ซือหยวน
“ไม่รู้ว่าฉินหมิงได้อ่านเตรียมตัวเรื่องพลังคลื่นซ้อนไปบ้างหรือยัง ได้ยินว่าทำผลงานได้ดีเชียว เดี๋ยวพอกลับมาจะได้เริ่มสอนอย่างเป็นทางการสักที”
เจ้าสำนักเจิ้งเปรยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดเตรียมเอกสารการสอนปึกหนาเตอะต่อไป