- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 52 ซูเปอร์คาวิเทชัน
บทที่ 52 ซูเปอร์คาวิเทชัน
บทที่ 52 ซูเปอร์คาวิเทชัน
“เข่อต๋า นายพ่นน้ำเป็นแล้ว แล้วนายพ่นลมเป็นหรือเปล่า?”
เข่อต๋าเอียงคอทำหน้าสงสัย ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วก็ตบด้วยเสียงเรอออกมาอีกที
“...”
“เออ ก็พอถูไถนะ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กัน นายจำไว้นะ เดี๋ยวตอนอยู่ใต้น้ำ ให้ลองเอาลมที่นายพ่นออกมา ห่อหุ้มปืนฉีดน้ำเอาไว้” ฉินหมิงพยายามอธิบาย
เข่อต๋าทำหน้ามึนตึ้บ ก่อนจะเรอเอากลิ่นมันฝรั่งทอดรสแตงกวาออกมาอีกรอบ~
ฉินหมิงยกมือขึ้นปิดตาตัวเองอย่างจนใจ จะได้ไม่ต้องสบตากับดวงตาที่ว่างเปล่าไร้วิญญาณของเจ้าเข่อต๋า
“เอางี้นะ ตอนที่นายใช้ปืนฉีดน้ำด้วยพลังสูงสุด ให้ลองเติมอากาศเข้าไปข้างในดู แค่นั้นแหละ” ฉินหมิงลดความซับซ้อนลงอีกขั้น
แต่ดูเหมือนเข่อต๋าก็ยังทำหน้ากึ่งเข้าใจกึ่งงงงวย ทำเอาฉินหมิงเริ่มใจคอไม่ดีเหมือนกัน
ทว่าตอนนี้ไม่มีเวลาและสถานที่ให้เข่อต๋าได้ลองผิดลองถูกหรือทำความเข้าใจอย่างละเอียดอีกแล้ว
การแข่งครั้งนี้มันฉุกละหุกเกินไป ทั้งฉินหมิงทั้งเข่อต๋าต่างก็ไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอ เหมือนถูกจับโยนลงสนามรบดื้อๆ
ต้องเข้าใจก่อนว่าระดับความก้าวหน้าของนักเรียนที่เพิ่งจบมาหมาดๆ ถ้าดูอย่างหวังอวี่โม่เพื่อนซี้เป็นเกณฑ์ แค่เลเวล 6 ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
การที่ฉินหมิงสามารถก้าวขึ้นมาบนเวทีประลองนี้ได้ ทั้งที่ทุกคนเพิ่งจะเริ่มต้นกันได้ไม่นาน ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว!
ไม่ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนในรายการนี้ ก็นับว่าเป็นความสำเร็จทั้งนั้น!
นี่คือสิ่งที่ทั้งเจ้าสำนักเจิ้งและศิษย์พี่ใหญ่เห็นพ้องต้องกัน
พอคิดได้แบบนี้ ฉินหมิงก็ยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว
“งั้นลองใช้ท่าคอมโบสะสมพลังบวกปืนฉีดน้ำแบบปกติดูก่อน ถ้าเจาะเกราะไม่เข้า ค่อยงัดท่าไม้ตายที่ฉันเพิ่งสอนไปใช้ วัดดวงกันไปเลย ตกลงไหม?”
“ก้าบ!” คราวนี้เข่อต๋าเข้าใจแจ่มแจ้ง ผงกหัวหงึกหงัก
ฉินหมิงไม่ใช่ผู้อัญเชิญอสูรประเภทชอบบงการ เขาเคารพในพรสวรรค์ของเข่อต๋า และพร้อมจะยอมรับการตัดสินใจของมันในระหว่างการต่อสู้
“การแข่งขันรอบต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! ขอให้ผู้ชมทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม”
“ฝ่ายแรกคือม้ามืดที่เพิ่งสร้างปาฏิหาริย์ให้พวกเราได้เห็น ฉินหมิงกับเป็ดวารีลี้ลับของเขา!”
เสียงปรบมือดังกึกก้องใต้เวที เห็นได้ชัดว่ากองเชียร์เริ่มหนาตา!
“ส่วนอีกฝ่ายคือผู้ครอบครองซาลาแมนเดอร์วารีที่มีพลังฟื้นฟูสุดแกร่ง ผู้ที่ล็อกผลการแข่งไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยสไตล์การต่อสู้ที่มั่นคง”
เสียงปรบมือดังกระหึ่มอีกครั้ง ฝั่งตัวเต็งก็มีกองเชียร์ไม่น้อยหน้ากัน
“เอาล่ะ ใครจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะในแมตช์นี้ เรามาลุ้นไปพร้อมกัน!”
“ฉันจูจื่อจิ่ว สัตว์อสูรซาลาแมนเดอร์วารี!”
“ฉันฉินหมิง สัตว์อสูรเป็ดวารีลี้ลับ!”
หลังจากสบตากัน ทั้งคู่ก็แนะนำตัวอย่างสั้นกระชับโดยไม่ได้นัดหมาย
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเห็นฟอร์มของเข่อต๋าในรอบที่แล้วเลยให้การยอมรับ หรือว่าเป็นคนรอบคอบโดยนิสัย
ขนาดว่ามีเลเวลและคุณลักษณะที่ได้เปรียบมหาศาล ก็ยังไม่มีท่าทีดูถูกเข่อต๋าเลยสักนิด
งานหินแน่รอบนี้ ฉินหมิงประเมินสถานการณ์ได้ทันทีจากการปะทะคารมสั้นๆ
จากนั้น ฉินหมิงก็ทำเมินสายตาฉงนของอีกฝ่าย แล้วหันไปชมเข่อต๋าว่าน่ารักอย่างจริงจัง
เพื่อจะวิจัยว่าตกลงแล้วเข่อต๋ามันตรัสรู้ทักษะใหม่ระหว่างสู้ได้ยังไง ฉินหมิงต้องคุมตัวแปรให้เป๊ะ!
คู่แข่งไม่ชม งั้นฉันชมเองก็ได้วะ!
สิ้นเสียงสัญญาณจากกรรมการ การต่อสู้ก็เปิดฉากขึ้น!
“เข่อต๋า สะสมพลัง!”
“ซาลาแมนเดอร์วารี กายาวารี!”
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครเปิดเกมบุกทันที การสะสมพลังของเข่อต๋าจะช่วยเพิ่มพลังทำลายให้การโจมตีครั้งถัดไปอย่างมหาศาล
ส่วนซาลาแมนเดอร์วารีที่เปิดใช้ทักษะกายาวารี ก็ยิ่งเพิ่มความต้านทานต่อการโจมตีธาตุน้ำให้สูงขึ้นไปอีก ร่างกายของมันดูมันวาวลื่นไหลยิ่งกว่าเดิม เหมือนเพิ่งไปเข้าคอร์สสปามาหมาดๆ
นี่เป็นไพ่ตายที่อีกฝ่ายไม่เคยงัดออกมาใช้มาก่อนเลย
จูจื่อจิ่วรอบคอบจริงๆ การคาดการณ์ของฉินหมิงแม่นยำเป๊ะ แต่นาทีนี้เขาขำไม่ออกแล้ว
ปืนฉีดน้ำแบบพื้นฐาน ต่อให้มีการสะสมพลังช่วยหนุน ก็คงตัดสินผลแพ้ชนะไม่ได้แล้ว!
ตาชั่งแห่งชัยชนะเริ่มเอียงไปทางคู่ต่อสู้
ถ้าเข่อต๋าอยากจะชนะ ก็มีแต่ต้องเดิมพันหมดหน้าตักเท่านั้น
ถ้าพลาดจังหวะนี้ไป เข่อต๋าคงไม่มีโอกาสได้สะสมพลังอีกแล้ว
ฉินหมิงเชื่อว่าเข่อต๋าเองก็คิดแบบเดียวกัน เขาสัมผัสได้ถึงความลังเลและความสับสนของมันผ่านพันธสัญญา
“เข่อต๋า ใช้ท่าที่ฉันเพิ่งสอนไปเลย! เชื่อมั่นในตัวเองหน่อย!”
ฉินหมิงเปลี่ยนแผนหน้างาน ตัดสินใจแทนเข่อต๋าทันที
เข่อต๋าจึงพยายามอัดอากาศเข้าไปในปืนฉีดน้ำอย่างทุลักทุเล
ฉินหมิงดูออกว่าเข่อต๋าพยายามเต็มที่แล้ว จนส่งผลให้ปืนฉีดน้ำระดับเชี่ยวชาญดูตะกุกตะกักไปบ้าง
แต่ผ่านไปหลายวินาที ก็ยังไม่มีวี่แววของสิ่งที่ฉินหมิงรอคอย หรือว่ามันจะยากเกินไปจริงๆ?
ในจังหวะที่ฉินหมิงถอดใจว่าเวลาคงกระชั้นชิดเกินกว่าที่เข่อต๋าจะทำสำเร็จ กระสุนฟองอากาศที่ผสมปนเปกับเกลียวคลื่นก็พุ่งออกมา
ตอนแรกมันดูธรรมดามากท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก จนกระทั่งมันเร่งความเร็วแซงหน้าทุกสิ่งราวกับดาวตกและหายวับไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงมวลน้ำขุ่นคลั่กที่ปั่นป่วนอยู่เบื้องหลัง...
ตามมาด้วยเสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว มวลน้ำมหาศาลระเบิดกระจายขึ้นสู่ผิวน้ำ
ทั่วทั้งสนามประลองมีฝนเทียมฝีมือเป็ดตกโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
“ซาลาแมนเดอร์วารี!”
ผู้อัญเชิญอสูรฝ่ายตรงข้ามตะโกนเรียกชื่อสัตว์อสูรของตนเสียงหลง หลังจากสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ส่งผ่านพันธสัญญามา
ท่ามกลางมวลน้ำที่ยังกระเพื่อมไหว ร่างของซาลาแมนเดอร์วารีที่หมดสตินอนลอยเท้งเต้ง ตาปิดสนิท แขนขาห้อยตกลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
เกล็ดละเอียดตามตัวไหม้เกรียมไปเกินครึ่ง มองเห็นเนื้อเยื่อสีขาวซีดภายในรำไร...
เข่อต๋าเป็นไงบ้าง?
ฉินหมิงกังวลว่าคลื่นกระแทกที่รุนแรงขนาดนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายเข่อต๋าด้วย
แต่โชคดีที่พันธสัญญายังบอกว่าพลังชีวิตของเข่อต๋ายังคงที่
ครู่ต่อมา เข่อต๋าที่อาศัยทักษะทางน้ำอันยอดเยี่ยมก็พาตัวเองหลุดออกมาจากคลื่นกระแทก ถึงสภาพจะดูสะบักสะบอมไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง
พอเห็นเข่อต๋าปลอดภัย ฉินหมิงถึงเพิ่งจะได้ดีใจ
เข่อต๋า... มันทำสำเร็จแล้วจริงๆ!
เอาชนะคู่ต่อสู้ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้มาได้!
เก่งมากลูกพ่อ!
งานนี้ฉินหมิงต้องขอบคุณตัวเองในชาติก่อนจริงๆ ที่ยังไม่คืนความรู้เรื่องกลศาสตร์ของไหลให้ครูไปหมด!
ใครจะไปคิดว่าแค่ฟองอากาศบางๆ พออยู่ภายใต้แรงดันมหาศาลและแรงกระแทกใต้น้ำ จะแสดงอานุภาพได้ขนาดนี้?
โพรงอากาศใต้น้ำช่วยแยกวัตถุออกจากการสัมผัสกับน้ำโดยตรง ลดแรงต้านทานลงอย่างมหาศาล เกิดเป็นปรากฏการณ์ซูเปอร์คาวิเทชัน
บนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ตัวอย่างการใช้งานซูเปอร์คาวิเทชันที่เด็ดดวงที่สุด ก็คือกระสุนซูเปอร์คาเวิเทชันที่ขู่ขวัญได้แม้กระทั่งเรือดำน้ำและเรือบรรทุกเครื่องบิน!
อานุภาพของมันน่ะเหรอ ลองโดนดูสักทีแล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง
เทียบกันแล้ว ของตรงหน้านี้ก็แค่เวอร์ชันราคาถูกเท่านั้นแหละ
ท่ามกลางความตื่นตะลึงจนพูดไม่ออกของกรรมการและผู้ชมทั้งสนาม
ฉินหมิงไม่ได้รู้สึกหลงระเริงอะไร เพราะเขายืนอยู่บนบ่าของยักษ์ใหญ่แห่งวงการวิทยาศาสตร์จากอีกโลกหนึ่ง
ไม่ลงมือก็แล้วไป แต่ถ้าลงมือ มันต้องได้ผลลัพธ์ระดับนี้!
ภูมิปัญญาที่โลกทั้งใบหลอมรวมขึ้นมาเป็นวิศวกรรมอาวุธ จะเป็นแค่เรื่องเล่นๆ ได้ยังไง!
มหาพิภพวิญญาณยุทธ์อาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์นี้ผ่านการสำรวจพลังเหนือธรรมชาติมาบ้าง แต่คงไม่เคยมีใครศึกษาลงลึกไปถึงต้นตอจนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ดั่งใจขนาดนี้!
นี่แหละคือความแตกต่างของสองโลก ฉินหมิงตระหนักถึงพรสวรรค์ของตัวเองชัดเจนขึ้นไปอีกขั้น
ติดอยู่นิดเดียวตรงที่กรรมการนี่ดูมือสมัครเล่นไปหน่อย จนป่านนี้ยังไม่ประกาศผลอีก ทั้งที่คู่ต่อสู้หามส่งโรงหมอไปแล้วแท้ๆ...
“ก้าบ!” (เจ้านาย นายโคตรเทพ!)
“ก้าบ!?” (เจ้านาย นายทำท่านั้นได้ไงอะ?)
เข่อต๋าที่ตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งมาอย่างทุลักทุเล ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ในสายตามีแค่ฉินหมิงคนเดียว!
“เรื่องมันยาวนะ ขอฉันเรียบเรียงก่อน เริ่มจากกลศาสตร์ของไหล แล้วก็การประยุกต์ใช้วิศวกรรมอาวุธ...”
ภายใต้สายตาเทิดทูนบูชาของเข่อต๋า ฉินหมิงก็เริ่มร่ายยาวราวกับน้ำไหลไฟดับ
“จะว่าไป ทั้งหมดนี้มันก็ต่อยอดมาจากตัวหนังสือที่นายเรียนไปเมื่อวานนั่นแหละ!”
“ก้าบ!?” เข่อต๋าถึงจะช็อกตาตั้ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความศรัทธา!
“เข่อต๋า ฉันไม่ได้หลอกนายเห็นไหม! ฉันบอกแล้วว่าเจอเคล็ดลับที่จะทำให้นายเก่งขึ้นแล้ว!” ฉินหมิงตื่นเต้นสุดขีดที่ในที่สุดก็แถจนเข้าเรื่องได้
“ก้าบ!” วันนี้ไม่ว่าฉินหมิงจะพูดอะไร เข่อต๋าก็เชื่อหมดใจ!
แต่ด้วยความใฝ่รู้ เข่อต๋าก็ยังมีข้อสงสัยเล็กๆ น้อยๆ
“ก้าบ?” (แล้วไอ้พลังคลื่นซ้อนกับกลศาสตร์ของไหลเนี่ย อันไหนเรียนยากกว่ากัน?)
ฉินหมิง: ...
อืม ถามได้ดีนี่หว่า...