- หน้าแรก
- ย้อนกลับไปยุคปลดพนักงานปี 90 ฉันนำพาโรงงานพลิกวิกฤตสู่ความร่ำรวย
- บทที่ 800 ยังไม่ยอมรับความจริง
บทที่ 800 ยังไม่ยอมรับความจริง
บทที่ 800 ยังไม่ยอมรับความจริง
บทที่ 800 ยังไม่ยอมรับความจริง
เชลส์เอ่ยถาม "คุณเฉิงครับ จากการประเมินของคุณ สาธารณรัฐ (โซเวียต) จะกลับมายืนหยัดได้อีกไหม?"
หลายวันมานี้เขาเห็นความเสื่อมโทรมของยูเครน (เอ้อร์เหมา) กับตาตัวเอง ยิ่งทำให้เจ็บปวดใจ ทั้งยังสับสนและมองไม่เห็นอนาคต
ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าเฉิงสือเป็นแค่มาเฟียจีนที่ชอบฉวยโอกาส
แต่พอได้ร่วมงานกันไม่กี่วัน มุมมองที่มีต่อเฉิงสือก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มคนนี้มีความเฉลียวฉลาดและสุขุมเยือกเย็นเกินวัย ถึงขนาดทำให้คนเก่งๆ ที่อายุมากกว่าอย่างจางฉี่หางและลู่เหวินหยวนยอมศิโรราบได้
เฉิงสือตอบเรียบๆ "ยูเครน ไม่มีหวังแล้ว รัสเซีย ยังต้องพึ่งคุณ... และคนรัสเซียคนอื่นๆ ช่วยกันกอบกู้"
ตอนแรกเขาจะบอกว่าต้องพึ่งเชลส์ แต่คิดอีกทีพูดแบบนั้นพวกเขาอาจจะรับไม่ได้
เชลส์ยิ้มขมขื่น "ขอบคุณคุณเฉิงที่ให้เกียรติครับ แต่จะให้พึ่งผมไปกอบกู้รัสเซีย คงเป็นไปไม่ได้หรอก"
ตอนเด็กๆ เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่หนึ่งในร้อยล้านที่จะกู้โลกได้
แต่พอโตขึ้นถึงได้รู้ว่า ตัวเองก็แค่คนธรรมดาหนึ่งในร้อยล้าน ที่แม้แต่จะช่วยตัวเองให้รอดก็ยังยากเต็มที
เฉิงสือไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ตอนนี้เชลส์กำลังตกอยู่ในภาวะสงสัยในคุณค่าของตัวเอง พูดไปมากก็ป่วยการ
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็เดินทางไปที่โรงงานผลิตคอนโซลควบคุมเรือและอุปกรณ์แปลงสัญญาณในเมืองนิโคลาเยฟ
เมืองนิโคลาเยฟถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเรือรบผิวน้ำของสาธารณรัฐ นอกจากอู่ต่อเรือทะเลดำแล้ว ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการต่อเรืออีกหลายแห่ง
ดังนั้นนอกจากโรงงานแปรรูปด้วยเครื่องจักร CNC และทีมประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทางที่ป้อนให้อู่ต่อเรือทะเลดำแล้ว ยังมีโรงงานซัพพลายเออร์ทางทหารขนาดเล็กอีกจำนวนมากที่คอยป้อนงานให้อู่ต่อเรืออื่นๆ
พวกเฉิงสือเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานเหล่านี้ พบว่าส่วนใหญ่มีความสามารถแค่แปรรูปชิ้นส่วนความแม่นยำสูงและประกอบโมดูลแปลงสัญญาณแบบง่ายๆ เท่านั้น เนื่องจากขาดแคลนเงินทุนและคำสั่งซื้อมาเป็นเวลานาน ประกอบกับการบริหารที่ล้าหลัง ตอนนี้จึงทำได้แค่ซ่อมบำรุงเล็กๆ น้อยๆ และเก็บสต๊อกอะไหล่ ไม่สามารถเดินสายการผลิตเต็มรูปแบบได้อีกแล้ว
เฉิงสือจึงเลือกซื้อชิ้นส่วนสำคัญที่กำลังขาดแคลนในจีนกลับไปจำนวนหนึ่ง
ตกค่ำ พวกเขาก็กลับไปสัมภาษณ์งานที่บาร์ตามเดิม
แต่คราวนี้เหล่าคนงานกลับไม่กระตือรือร้นเหมือนก่อน มีเพียงไม่กี่คนที่เดินเข้ามาทักทาย
คงเป็นเพราะข่าวแพร่ออกไปแล้วว่า ผู้อำนวยการโมริตกลงกับเจ้าหน้าที่ยูเครนว่าจะรื้อเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ขายเพื่อหาเงินมาต่อลมหายใจให้อู่ต่อเรือ
ลู่เหวินหยวนกระซิบเยาะเย้ยเฉิงสือ "ดูสิ แครอทของนายยังไงก็สู้ขนมหวานเคลือบยาพิษของพวกสหรัฐฯ (เพี่ยวเลี่ยงกั๋ว) ไม่ได้หรอก"
เฉิงสือแย้ง "นี่แหละช่วงเวลาคัดกรองคนชั้นดี"
คนฉลาดจะดูออกทันทีว่านี่เป็นกับดัก พอเห็นผู้อำนวยการโมริกำลังเดินลงหลุมพราง พวกเขาจะไม่มัวอาลัยอาวรณ์แต่จะรีบหาทางหนีทีไล่
เพราะเมื่อไหร่ที่ความจริงเปิดเผย ผู้คนจะแตกตื่นเหยียบกันตายเพื่อหนีเอาตัวรอด
ถึงตอนนั้นคงไม่มีใครมีสิทธิ์มาต่อรองเงื่อนไขอะไรได้อีก
คนที่เขาต้องการ ไม่ใช่แค่มีฝีมือทางเทคนิค แต่ต้องมีวิจารณญาณและการตัดสินใจที่เหนือกว่าคนทั่วไปด้วย
คนงานไม่กี่คนที่เข้ามาทักทายเฉิงสือ นำใบรับรองและเอกสารยืนยันความสามารถปึกใหญ่มาด้วย
เฉิงสือเซ็นสัญญากับพวกเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมทำตามสัญญาทุกข้อที่เคยให้ไว้
ลู่เหวินหยวนเองก็เริ่มประสานงานกับสถานทูตเพื่อจัดการเรื่องเดินทางไปจีน
เนื่องจากมีการประสานงานไว้ล่วงหน้า ขั้นตอนทุกอย่างจึงผ่านฉลุยแบบไฟเขียวตลอดทาง
ตอนที่พวกเฉิงสือเดินทางกลับ คนกลุ่มนี้ก็ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงงานต่างๆ ในจีนเรียบร้อยแล้ว
ระหว่างนั่งรถกลับเคียฟ ลู่เหวินหยวนถามเฉิงสือ "ไม่ลองตื๊อต่ออีกสักสองสามวันเหรอ เผื่อพวกนั้นจะเปลี่ยนใจ"
เฉิงสือตอบ "ไม่มีประโยชน์ที่จะตื๊อ ความหวังของคนพวกนั้นเป็นแค่ภาพลวงตาของคนที่ยังไม่ยอมรับความจริง รอให้พวกเขายอมจำนนเมื่อไหร่ เราค่อยกลับมากวาดซื้อของถูกก็ยังไม่สาย"
จางฉี่หางแย้ง "แต่ฉันคิดดูแล้วนะ ต่อให้พวกสหรัฐฯ ไม่สั่งออเดอร์จริง ขอแค่ขายเศษเหล็กได้เงินมา ก็อาจจะไปรับงานจากที่อื่นได้ นายอาจจะไม่ได้กลับมากวาดของถูกอย่างที่คิดก็ได้นะ"
เฉิงสือยิ้ม "ก็ขี่ลาดูสมุดบัญชีไปก่อน (รอดูกันต่อไป) เดี๋ยวก็รู้เอง"
พอตกดึกมาถึงบาร์ ลีน่าก็เอาประวัติส่วนตัวมาให้จริงๆ
ลู่เหวินหยวนมองเฉิงสือด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งเยาะ: แม่สาวน้อยเชื่อสนิทใจเลย ดูซิพ่อตัวดีจะจบเรื่องนี้ยังไง?
เฉิงสือรับประวัติมา "ขอผมดูหน่อยนะ"
ลีน่าพยักหน้าดีใจ "ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณเฉิง"
จางฉี่หางขมวดคิ้ว "นายจะหลอกเขาไปถึงเมื่อไหร่ พรุ่งนี้เราจะไปกันแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เฉิงสือแก้ตัว "ฉันแค่บอกว่าจะขอดูประวัติ ไม่ได้บอกว่าจะรับเข้าทำงานสักหน่อย"
จางฉี่หางแหว "เกลียดผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินแบบนายที่สุด"
เฉิงสือสวน "เหอะ คนที่แอบกิ๊กกั๊กกับเพื่อนร่วมงานไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน"
ทันใดนั้น ชายร่างยักษ์เมื่อวานก็เดินเข้ามา ยืนกวาดตามองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดสายตาที่เฉิงสือ
จางฉี่หางวางส้อมในมือลง "ดูท่าหมอนั่นจะยังเจ็บไม่พอ"
ชายคนนั้นเดินดุ่มๆ ตรงเข้ามาหาเฉิงสือ แต่ถูกลีน่าขวางไว้ "เซอร์เก (เชี่ยเลี่ยวซา) อย่าทำแบบนี้นะ"
ลู่เหวินหยวนเดาะลิ้น "โฮ่ สนุกแล้วสิ ที่แท้ก็แฟนลีน่านี่เอง นายไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว เขาคงเห็นนายเป็นศัตรูหัวใจแน่ๆ"
เซอร์เกหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่น พูดเสียงอู้อี้ใส่เฉิงสือ "ถ้าแน่จริงก็ออกไปเคลียร์กันตัวต่อตัวข้างนอก"
พูดจบเขาก็เดินออกไป
"น่าสนใจ วันนี้เปลี่ยนมาท้าดวลตัวต่อตัวแฮะ สัญชาตญาณนักสู้ของฉันมันพลุ่งพล่านขึ้นมาเลย" เฉิงสือหัวเราะบอกคนอื่น "พวกนายไม่ต้องตามมานะ เดี๋ยวฉันไปดูเองว่าเขาต้องการอะไร"
เมื่อวานเขายังรู้สึกว่าจางฉี่หางลงมือเบาไป จนต้องให้เชลส์มาจัดการปิดท้าย
วันนี้เขาตัดสินใจว่าจะจัดการเซอร์เกให้หมอบในกระบวนท่าเดียว
เขาถอดเสื้อคลุมวางไว้ข้างๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น แล้วเดินตามออกไป
ลีน่ารีบวิ่งตามออกไปเช่นกัน
เชลส์ถามด้วยความเป็นห่วง "เราไม่ต้องออกไปช่วยเขาเหรอครับ?"
จางฉี่หางตอบอย่างใจเย็น "ไม่ต้องหรอก เขาคนเดียวเอาอยู่"
เชลส์แย้ง "แต่ขนาดตัวต่างกันเกินไปนะครับ"
ลู่เหวินหยวนเสริม "เขาบอกไม่ต้องก็คือไม่ต้อง ขืนไปช่วย เดี๋ยวก็มาบ่นหูชาอีกว่าพวกเราไม่เชื่อมือเขา หมอนี่ถึงจะฝีมือห่วย แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอสูงจะตาย"
เชลส์ยังไม่วางใจ คอยชะเง้อมองออกไปข้างนอกตลอด
เซอร์เกชี้มือไล่ลีน่ากลับเข้าไป "เข้าไปข้างใน"
ลีน่ากำหมัดแน่น เดินกระฟัดกระเฟียดกลับเข้าไป
เฉิงสือพูดเรียบๆ "มา จะเอายังไงก็ว่ามา รีบๆ ทำให้จบ"
เซอร์เกหันมาพูดกับเฉิงสือ "เรื่องเมื่อวานผมผิดเอง พวกคุณสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว"
เฉิงสือชะงัก เลิกคิ้วสูง "หา?!"
อุตส่าห์ทำอาชีพนักเลงอันรุ่งโรจน์อยู่ดีๆ บทจะมาคุยด้วยเหตุผลแบบนี้ ฉันปรับอารมณ์ไม่ถูกนะเว้ย
เซอร์เกพูดต่อ "น้องสาวผม ลีน่า เธออยากไปเมืองจีน ได้โปรดอย่าปฏิเสธเธอเพราะเรื่องของผมเลยครับ"
เฉิงสือถึงบางอ้อ รีบดึงแขนเสื้อลง "เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะให้จากบ้านเกิดเมืองนอนไปไกลขนาดนั้น คงไม่เหมาะมั้ง"
เซอร์เกตอบเสียงเครียด "ที่นี่ไม่มีหวังแล้ว เธอยังสาวและขยันขันแข็ง... ผมไม่อยากให้เธอต้องลงเอยเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่นี่ ที่ต้องไปทำงานแบบนั้น"
เฉิงสือรู้ดีว่าในอนาคตยูเครนจะกลายเป็น "มดลูกแห่งยุโรป" และแหล่งค้าบริการทางเพศ
นึกไม่ถึงว่าเซอร์เกที่เป็นแค่นักเลงจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลขนาดนี้
เฉิงสือแย้ง "ไปจีนต้องเรียนภาษาจีน ตัวอักษรจีน สำหรับเธอคงยากมากนะ"
เซอร์เกกำหมวกแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด น้ำเสียงร้อนรนยิ่งขึ้น "เธอหัวไวและฉลาดมาก ต้องเรียนรู้ได้แน่นอนครับ ได้โปรดให้โอกาสเธอเถอะครับ"