- หน้าแรก
- ย้อนกลับไปยุคปลดพนักงานปี 90 ฉันนำพาโรงงานพลิกวิกฤตสู่ความร่ำรวย
- บทที่ 685 - 686 มีปัญหา
บทที่ 685 - 686 มีปัญหา
บทที่ 685 - 686 มีปัญหา
บทที่ 685 - 686 มีปัญหา
จางจื้อเซิ่งจ้องตาเธอเขม็ง พยายามจับพิรุธ "เธอจะช่วยนัดคนที่พูดรู้เรื่องมาคุยกับฉันได้จริงๆ เหรอ?"
เฉียนเสี่ยวอิง "วางใจเถอะ ได้แน่นอน แต่ถ้าฉันนัดคนให้แล้วคุยจบ แต่คุณไม่จ่ายส่วนที่เหลือให้ฉัน ฉันก็ยังทำให้งานคุณล่มได้เหมือนเดิม"
เฉียนเสี่ยวอิงช่วยนัดเศรษฐีจากมณฑลข้างเคียงให้จางจื้อเซิ่ง เศรษฐีคนนั้นรับปากว่าจะช่วยแนะนำจางจื้อเซิ่งให้รู้จักกับผู้บริหารระดับอำเภอ เพื่อเจรจาเรื่องตั้งโรงงานโดยตรง
หลังจากเจอเศรษฐีแล้ว เฉียนเสี่ยวอิงก็ทวงให้จางจื้อเซิ่งโอนเงิน
จางจื้อเซิ่งขยับแว่นตากรอบทอง ยิ้มกึ่งบึง "ไว้เจอผู้บริหารอำเภอ ตกลงกันได้แล้วค่อยว่ากัน"
เฉียนเสี่ยวอิง "หึๆ ฉันรับผิดชอบแค่พาคุณไปเจอคนที่ช่วยคุณได้ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณเอง ถ้าคุณไร้น้ำยา ฉันคงไม่เอาคอนเนกชันของฉันมาทิ้งขว้างกับคุณเรื่อยๆ หรอกนะ"
จางจื้อเซิ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป "เหลวไหล! เธอจะมีคอนเนกชันอะไร ฉันไปสืบมาแล้ว เธอก็แค่เด็กนั่งดริงก์ ไม่ก็แค่รู้จักพวกขี้เมาไม่กี่คน"
เฉียนเสี่ยวอิง "คุณไม่คิดจะรักษาสัญญาตั้งแต่แรกแล้วสินะ"
จางจื้อเซิ่ง "ฉันรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร เธอจะเอาสัญญาไปฟ้องศาลสินะ ฉันแค่บอกว่าบริการของเธอไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และเรียกร้องให้เธอปฏิบัติตามสัญญาต่อ ศาลไม่เข้าข้างเธอหรอก"
เฉียนเสี่ยวอิง "เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ไม่คุ้มจะขึ้นศาลหรอก ฉันทำให้คุณได้เจอคนที่อยากเจอได้ ฉันก็ทำให้คุณไม่ได้เจอได้เหมือนกัน"
พูดจบเธอก็เดินตรงไปที่ตู้โทรศัพท์ข้างๆ
จางจื้อเซิ่งเริ่มลนลาน เขาไม่กล้าเสี่ยง จึงรีบเข้าไปขวางเฉียนเสี่ยวอิงไว้ แล้วยิ้มประจบ "สหายเสี่ยวอิง ล้อเล่นน่า อย่าเพิ่งใจร้อนสิ"
เฉียนเสี่ยวอิงทำหน้าขยะแขยง "โอนเงินมา อย่าเสียเวลาฉัน"
จางจื้อเซิ่ง "เธอต้องช่วยให้งานฉันสำเร็จสิ ไม่งั้นฉันเสียเงินสองแสนฟรีๆ นะ"
เฉียนเสี่ยวอิง "ก็ได้ ฉันจะแนะให้อีกอย่าง ในเมื่อคุณล้มเหลวที่เมืองเซี่ยงตง ก็หมายความว่าคุณหากินในมณฑลหูหนานไม่ได้แล้ว เพราะงั้นไปลองที่มณฑลอื่นซะ"
จางจื้อเซิ่งขมวดคิ้ว "ทำไม?"
เฉียนเสี่ยวอิงยิ่งดูแคลนในใจ เรื่องแค่นี้เธอยังดูออก แต่จางจื้อเซิ่งเป็นผู้ชายอกสามศอก เรียนจบสูงส่ง กลับดูไม่ออก
เธอพูดเสียงเย็น "คุณคิดว่าอิทธิพลของเจียงยวี่ตงในมณฑลหูหนาน จะมีแค่ในเมืองเซี่ยงตงหรือไง?"
จางจื้อเซิ่งชะงัก
เฉียนเสี่ยวอิงไม่อธิบายเพิ่ม พูดต่อว่า "อย่าพยายามไปตั้งโรงงานในเขตที่เจริญแล้ว เพราะที่นั่นไม่ขาดแคลนโครงการดีๆ แถมยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ไปลองดูในพื้นที่กันดารยากจน เน้นแค่ข้อดี ส่วนเรื่องอื่นพูดเยอะก็ผิดเยอะ"
ไม่ใช่เรื่องขาวสะอาดที่ตรวจสอบได้ จะพูดมากไปทำไม
จางจื้อเซิ่งเหมือนบรรลุธรรม: จริงด้วย ทำไมฉันคิดไม่ได้นะ เมื่อก่อนนึกว่าไอ้พวกเถ้าแก่เขี้ยวลากดินที่ไปตั้งโรงงานตามเมืองเล็กๆ ชายฝั่งทะเล แค่เพื่อสะดวกขนถ่ายวัตถุดิบเฉยๆ
ตอนนี้มาคิดดู เป็นเพราะที่นั่นห่างไกลปืนเที่ยง เรื่องบางเรื่องเบื้องบนก็มองไม่เห็น หรือต่อให้เห็นก็เอื้อมมือไปจัดการไม่ถึง
พอออกมาจากธนาคาร จางจื้อเซิ่งมองตามหลังเฉียนเสี่ยวอิงไป แล้วสบถอย่างเจ็บใจ "รอให้ฉันตั้งโรงงานได้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับแก"
ส่วนเฉียนเสี่ยวอิงพอขึ้นรถ ก็หยิบสมุดบันทึกออกมาพลิกดู: ยังมีลูกค้าอีกหลายร้อยคน นี่คือบ่อเงินบ่อทองในครึ่งชีวิตหลังของเธอ เธอต้องรีดผลประโยชน์จากรายชื่อนี้ให้ได้มากที่สุด
นับตั้งแต่วันที่โดนคนลากไปเจอจางจื้อเซิ่ง เจียงยวี่ตงก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจมาตลอด
เหมือนโดนบังคับให้กินผลไม้ที่มีหนอนอยู่ข้างใน ถึงสุดท้ายเขาจะไม่ได้กิน แต่ก็กลืนความแค้นไม่ลง
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจางจื้อเฉียงแน่นอน ไม่งั้นจางจื้อเฉียงคงพาจางจื้อเซิ่งมาหาเองแล้ว ไม่ต้องอ้อมค้อมขนาดนี้
เขาสั่งคนไปตรวจสอบประวัติเด็กเส้นคนนั้น พอรู้ตื้นลึกหนาบาง ก็ยิ่งโมโหหนัก นี่มันฝีมือคนของเฉิงสือชัดๆ
เขาสั่งให้คนไปตามเฉิงสือมาที่ห้องทำงาน เพราะเรื่องงานแบบนี้คุยกับไอ้ตัวแสบนั่นที่บ้านไม่ได้
เฉิงสือเห็นเขาหน้าดำหน้าแดง ก็รีบทบทวนเรื่องราวช่วงนี้ในหัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็นึกไม่ออกว่าตัวเองไปทำผิดอะไรตรงไหน ได้แต่นั่งเงียบๆ รอให้เจียงยวี่ตงระเบิดอารมณ์
เจียงยวี่ตงพูดเสียงเย็น "เด็กพีอาร์ของนายร้ายกาจไม่ใช่เล่นนะ"
เด็กพีอาร์ไปทำอะไรให้เขาโกรธ? เป็นไปไม่ได้ เขาไม่เคยไปเที่ยวไนท์คลับ ปกติก็ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้
เกลียดที่สุดคือไอ้วิธีคาดคั้นความผิดแบบปริศนาคำทายเนี่ยแหละ
เฉิงสือ "ผมทำอะไรผิดครับ ท่านผู้นำช่วยชี้แนะด้วย"
เจียงยวี่ตง "เด็กพีอาร์ของนายกุมความลับของแขก แล้วข่มขู่ให้แขกพาคนมาหาฉัน นี่ลามปามมาถึงฉันแล้วนะ"
เฉิงสือ "ฮะ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? พีอาร์คนไหนครับ"
เจียงยวี่ตง "เฉียนเสี่ยวอิง"
เฉิงสือขมวดคิ้ว "เป็นไปไม่ได้ เธอออกจาก 'หลูฟูว์กง' ไปนานแล้ว ต่อให้ตอนเธออยู่ที่หลูฟูว์กง ก็ไม่มีทางเข้าถึงลูกค้าขาระดับสูงขนาดนั้น พูดกันตามตรง ลูกค้ามานั่งดื่มชาดื่มเหล้าที่หลูฟูว์กง ก็ไม่มีความลับอะไรให้จับผิดหรอกครับ"
"แต่ร้านที่เฉียนเสี่ยวอิงย้ายไปทำหลังจากออกจากหลูฟูว์กงนั่นแหละ ที่มีเรื่องผิดกฎหมายให้ทำเยอะแยะ"
เขาเกือบจะพูดออกไปตรงๆ ว่า: ไอ้เด็กเส้นของคุณต้องไปทำเรื่องบัดสีที่ร้านอื่นมาแน่ๆ ยังต้องมาถามผมอีกเหรอ? ไม่งั้นตอนหลังพวกคุณคงไม่ต้องมาจัดระเบียบร้านพวกนั้น แล้วมาขอร้องให้ผมไปรับช่วงต่อหรอก
เจียงยวี่ตงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "รู้แล้ว"
เฉิงสือกลอกตามองบน "ยังไม่ทันรู้อีโหน่อีเหน่ ก็เรียกผมมาด่า พอรู้เรื่องแล้ว ก็พูดแค่ 'รู้แล้ว' ง่ายๆ แค่นี้เนี่ยนะ ผมว่างงานขนาดนั้นเลยเหรอ? ขืนมากวนใจผมแบบนี้อีก ผมจะเทงานไม่ทำแล้วนะ คบเพื่อนประสาอะไร เที่ยวสถานที่แบบนั้นแล้วยังมีหน้ามาถามผมอีก"
เจียงยวี่ตงโกรธจนเม้มปากแน่น ความจริงคนคนนั้นไม่ใช่เพื่อนเขาหรอก เป็นญาติของหัวหน้าคนหนึ่ง แต่เรื่องพวกนี้เขาพูดกับเฉิงสือไม่ได้
ตอนนี้เหมือนหนูติดจั่น จะไปทางไหนก็โดนด่า
ไม่ใช่แค่เด็กเส้นกับเศรษฐีต่างมณฑลที่เคยไปร้านนั้น แสดงว่ายังมีอีกหลายคนที่โดนเฉียนเสี่ยวอิงกุมความลับไว้
วงการนี้มันแคบ พอเด็กเส้นกับเศรษฐีคนนั้นพูดปากต่อปาก คนพวกนั้นก็เริ่มนั่งไม่ติด
เฉิงสือเข้าใจเหตุผลนี้ดี แต่ที่เขาสงสัยคือ คนพวกนั้นไม่ใช่คนดีอะไร ทำไมถึงยอมให้เฉียนเสี่ยวอิงขู่รีดไถอยู่ฝ่ายเดียว
เขาตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของอู๋ต้าตง แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
อู๋ต้าตงฟังจบก็นั่งเงียบกริบไปพักใหญ่
เฉิงสือหรี่ตา "นายมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า?"
อู๋ต้าตง "เมื่อก่อนหน้านี้เธอกลับมาขอร้องฉัน พอดีฉันขาดคน ก็เลยให้เธอทำตำแหน่งพนักงานดูแลห้องพักที่โรงแรมกงโหย่ว ยังไงก็ต้องจ้างคนอยู่แล้ว เธอก็รู้งานดี..."
เฉิงสือถอนหายใจ "งั้นก็เข้าใจแล้ว เฉียนเสี่ยวอิงกำลังใช้พวกเราเป็นเครื่องมือ นายเคยคิดไหมว่าทำแบบนี้เท่ากับส่งเสริมให้พนักงานทรยศเรา แล้วก็กลับมาตายรังได้หน้าตาเฉย"
อู๋ต้าตง "นายอย่าโกรธนะ ฉันผิดเอง ไม่น่าใจอ่อนเลย เดี๋ยวฉันจะไปจัดการสั่งสอนเธอให้"
เฉิงสือ "ไม่ต้องหรอก เธอไม่ได้ข่มขู่พวกเรา ไม่ต้องถึงกับลงไม้ลงมือ แค่ไล่ออกก็พอ"