เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 605 ผู้เก่งกาจรอบด้าน

บทที่ 605 ผู้เก่งกาจรอบด้าน

บทที่ 605 ผู้เก่งกาจรอบด้าน


บทที่ 605 ผู้เก่งกาจรอบด้าน

เฉิงสือส่ายหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า "ไม่จำเป็นหรอก อาหารของร้านคุณ ผมไม่กล้ากินหรอก ฮ่องกงตั้งกว้างใหญ่ ไม่ได้มีร้านอาหารแค่ร้านเดียวเสียหน่อย"

หากคนบงการเห็นว่าทำให้เขาหน้าแตกไม่ได้ แล้วแอบใส่ยาลงในอาหารหรือเครื่องดื่ม...

เขาไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงขนาดนั้น

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินจากไป

ตอนที่ลู่เหวินหยวนลุกขึ้น เขาใช้สายตาครุ่นคิดมองสำรวจพนักงานเสิร์ฟคนนั้น ราวกับกำลังพิจารณาหมูหันสักตัว

ส่วนหลินเสวี่ยจี้ยิ้มหวานหยดย้อย

ต้วนโส่วเจิ้งถลึงตามองพนักงานเสิร์ฟคนนั้นอย่างดุดัน

หัวใจของพนักงานเสิร์ฟสั่นระริกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตระหนักได้ว่าตัวเองล่วงเกินกลุ่มคนที่ไม่ควรล่วงเกินเข้าให้แล้ว

พอเดินออกจากร้านอาหาร เซินยวินซูถึงเพิ่งรู้ตัวว่าฝ่ามือของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ และเมื่อครู่นี้เธอจับมือต้วนโส่วเจิ้งไว้ตลอด

เธอสะดุ้งเหมือนถูกไฟดูด พยายามจะชักมือกลับ แต่กลับถูกต้วนโส่วเจิ้งกุมมือไว้แน่นกว่าเดิม

เธอพยายามขัดขืนเงียบๆ แต่ทว่ามือของต้วนโส่วเจิ้งแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก จนเธอไม่สามารถสะบัดหลุดได้

แถมมือของต้วนโส่วเจิ้งยังหยาบกร้านกว่าเมื่อก่อนมาก เต็มไปด้วยตาปลาและรอยแผลเป็น

เพื่อทำตามสัญญา เขาเอาชีวิตเข้าแลกจริงๆ สินะ

ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด จึงเบือนหน้าหนี

ต้วนโส่วเจิ้งบีบมือเซินยวินซูแน่นๆ อีกครั้งก่อนจะยอมปล่อย

พวกเขาคิดว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ นี้คงไม่มีใครสังเกตเห็น

ความจริงแล้วเฉิงสือและคนอื่นๆ เห็นกันหมด แต่ต่างพร้อมใจกันแกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอด

นับตั้งแต่กลับมารวมตัวกันที่เมืองซุ่ย ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดูห่างเหินและรักษามาารยาทต่อกันดั่งแขกเหรื่อ

นอกจากเฉิงสือแล้ว คนอื่นต่างคิดว่าทั้งคู่ตัดใจจากกันได้แล้วจริงๆ

หลินเสวี่ยจี้แอบขำในใจ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย "เมื่อกี้พี่สือเท่มาก พี่ทำอะไรน่ะ หมอนั่นถึงได้กลัวจนหัวหดขนาดนั้น"

เฉิงสือ: "ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย หมอนั่นมันอ่อนหัดแต่ชอบซ่าเอง"

ลู่เหวินหยวนมองเขาด้วยรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม "ลงมือโหดไม่ใช่เล่นนะ"

เฉิงสือยิงฟันยิ้ม "แน่นอน คติของฉันคือถ้าแก้แค้นได้เดี๋ยวนั้น ก็จะไม่รอข้ามคืน"

หลินเสวี่ยจี้ควงแขนหลูไจ้เสวี่ยแล้วพูดว่า "ไจ้เสวี่ย พวกเราเลือกร้านกันเถอะ ดูท่าพี่สือจะไม่ค่อยคุ้นกับร้านอาหารในฮ่องกงเท่าไหร่"

หลูไจ้เสวี่ยอมยิ้ม "ได้ค่ะ งั้นเราไปทานอาหารฝรั่งเศสกัน ฉันรู้จักร้านหนึ่งที่รสชาติต้นตำรับมาก"

หลูไจ้เสวี่ยพาทุกคนไปยังร้านอาหารตะวันตกริมทะเล หลังจากนั่งลงแล้ว เธอก็แนะนำเมนูให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่ว "ฟัวกราส์ร้านนี้ใช้ได้เลยค่ะ หอมมัน เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม"

ซูเทิร์นเป็นไวน์ขาวหวานชั้นเลิศ

เธอเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ พนักงานเสิร์ฟหญิงรู้ว่าเธอมีเงิน จึงรีบเข้ามาถามอย่างพินอบพิเทา "คุณหลูจะรับไวน์อะไรดีคะ"

หลูไจ้เสวี่ยยิ้มให้เฉิงสือ "ถามเถอะแก่ที่เลี้ยงมื้อนี้ดีกว่าค่ะ"

พนักงานหญิงหันไปหาเฉิงสือทันที

เฉิงสือ: "ฟัวกราส์มีความมันเลี่ยน โดยธรรมชาติแล้วควรคู่กับไวน์ขาวหวาน หรือไม่ก็ไวน์ขาวชาร์ดอนเนย์ที่มีรสเปรี้ยวสดชื่นจะเหมาะสมกว่า"

พนักงานรีบพูดว่า "คุณลูกค้าตาถึงจริงๆ ความหวานสูงจะช่วยตัดความมันของฟัวกราส์ ส่วนรสเปรี้ยวที่สดใสจะช่วยแก้เลี่ยน ชาร์ดอนเนย์ที่หมักในถังโอ๊คจะมีกลิ่นเนยและวานิลลาที่เข้ากับความหอมมันของฟัวกราส์ได้ดี ความเปรี้ยวระดับกลางจะช่วยสมดุลความมัน โดยที่เนื้อไวน์ไม่หนักจนกลบรสชาติอาหาร ทั้งสองอย่างเหมาะสมมากค่ะ ทางเรามีไวน์ขาวหวานซูเทิร์นจากชาโตดิเก็ม ที่หมักจากองุ่นที่ติดเชื้อราโนเบิลร็อท ให้กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้ง แอปริคอตแห้ง และลูกพีช พร้อมรสเปรี้ยวที่สดใส"

เฉิงสือมองเธอด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง: ให้ตายสิ เปิดมาก็แนะนำไวน์ขาวหวานตัวท็อปเลย เห็นเขาเป็นหมูในอวยจริงๆ สินะ

เขารู้ว่าพนักงานในร้านอาหารตะวันตกแบบนี้จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการเชียร์ขายเครื่องดื่ม ดังนั้นพนักงานจึงอยากให้ลูกค้าสั่งของแพงๆ

ลู่เหวินหยวนกลัวเฉิงสือจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะ กำลังจะเอ่ยปากเตือน

เฉิงสือกลับยิ้มแล้วพูดว่า "วันนี้พวกเราอารมณ์ดี ดื่มไวน์ดีๆ หน่อยก็สมควรแล้ว เอามาขวดหนึ่งครับ"

ลู่เหวินหยวนเม้มปาก: จะว่าหมอนี่รู้เรื่อง ก็ดันหลับตาเดินเข้ากับดัก

จะว่าไม่รู้เรื่อง ก็ดูเหมือนจะรู้ดีไปซะทุกอย่าง

พนักงานหญิงนำไวน์ขวดหนึ่งมาเสิร์ฟ "นี่คือไวน์ขาวหวานซูเทิร์นจากชาโตดิเก็มปีที่แล้วค่ะ"

จากนั้นโดยไม่รอให้เฉิงสือพูดอะไร เธอก็เปิดขวดทันที แล้วรินใส่แก้วให้ทุกคน

เฉิงสือยังคงไม่พูดอะไร รอจนพนักงานวางขวดไวน์กลับลงในถังน้ำแข็ง เขาถึงหยิบขวดขึ้นมาดู

ไม่รู้ว่าจงใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ฉลากบนขวดถูกฉีกออกไปกว่าครึ่ง มองไม่เห็นแหล่งผลิตและปีที่ผลิต

ตัวอักษรที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัวก็เป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด

เฉิงสือวางขวดลง แล้วมองหน้าพนักงานพลางถามเรียบๆ ว่า "คุณแน่ใจนะว่านี่คือไวน์ซูเทิร์นจากชาโตดิเก็มปีที่แล้ว?"

พนักงานทำหน้ามั่นใจ "ใช่ค่ะ"

เฉิงสือ: "ราคาเท่าไหร่?"

พนักงาน: "2,888 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อขวดค่ะ"

เฉิงสือหันไปถามหลูไจ้เสวี่ย "ผมไม่คุ้นกับกฎหมายฮ่องกง ไม่รู้ว่าถ้าเจอร้านค้าไร้จรรยาบรรณขายของปลอมย้อมแมว ต้องแจ้งหน่วยงานไหน?"

พวกหลูไจ้เสวี่ยที่ตอนแรกงุนงง ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเฉิงสือจะทำอะไร

หลูไจ้เสวี่ย: "ถ้าเป็นเรื่องอาหาร ต้องแจ้งกรมอนามัยอาหารและสิ่งแวดล้อม ถ้าเป็นการฉ้อโกง ก็แจ้งตำรวจ ถ้าเป็นสินค้าหนีภาษี ก็แจ้งศุลกากรค่ะ"

สีหน้าของพนักงานแย่ลงทันตา "คุณหลูคะ ก่อนยกไวน์มาฉันถามพวกคุณแล้ว พอเปิดไวน์แล้วพวกคุณมาทำแบบนี้ ฉันลำบากใจนะคะ"

หลูไจ้เสวี่ย: "คุณไปตามเถอะแก่ร้านมาดีกว่า ไม่อย่างนั้นถ้าเราแจ้งตำรวจเรื่องคงจบไม่สวย"

เฉิงสือเลิกคิ้วมองพนักงาน "ไร่องุ่นของชาโตดิเก็มปีที่แล้วประสบปัญหาสภาพอากาศ องุ่นไม่ได้คุณภาพ จึงไม่มีการผลิตไวน์ออกมา ที่ซื้อขายกันในตลาดล้วนเป็นของเก่าเก็บทั้งนั้น"

พนักงานรีบพูดแก้ตัว "อ๊ะ ฉันจำผิดค่ะ นี่เป็นไวน์จากชาโตดัวซี-เวดรีนปีที่แล้ว ราคา 600 เหรียญค่ะ"

เฉิงสือจิบไวน์ไปหนึ่งคำ "คุณยังไม่ซื่อสัตย์อยู่ดี ไวน์ซูเทิร์นจากชาโตดัวซี-เวดรีนจะมีกลิ่นหอมของเมล็ดแอปริคอตสุก ฝรั่ง เปลือกส้ม และวานิลลา รสชาติซับซ้อน เนื้อไวน์หนักแน่น รสเปรี้ยวชัดเจน แต่อันนี้มีแค่กลิ่นน้ำผึ้ง ชัดเจนว่าเป็นไวน์ใหม่จากชาโตซูดุยโรต์"

พนักงานแกล้งหยิบขวดขึ้นมาดู แล้วพูดว่า "ใช่ค่ะ ฉันเพิ่งมาใหม่ ไม่ค่อยคุ้น ตัวนี้ขวดละร้อยค่ะ"

เฉิงสือ: "เอาเถอะ ตามนั้นแหละ สั่งอาหารแล้วก็ยกมาเสิร์ฟ วันนี้พวกเราอารมณ์ดี ไม่อยากถือสาหาความกับใคร"

พอสั่งอาหารเสร็จ ลู่เหวินหยวนก็ถามเฉิงสือ "นายไม่คิดว่าแปลกเหรอ? วันนี้เราไปที่ไหนก็เจอแต่เรื่องไม่ชอบมาพากล เหมือนมีคนจงใจเล่นงานเราอย่างนั้นแหละ"

เฉิงสือกระตุกมุมปาก "พวกเรากำลังจะไปแย่งเค้กของคนอื่น เจ้าถิ่นเขาต้องไม่พอใจอยู่แล้ว แต่ที่เจอวันนี้ถือว่ายังเบาะๆ นะ"

โชคดีที่คนบงการเห็นว่าแผนการล้มเหลวไปสองครั้ง ก็เลยรามือไป

ดังนั้นแม้จะมีเรื่องขัดจังหวะบ้าง แต่ทุกคนก็ยังสนุกสนานกันได้เต็มที่

ตอนที่พนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟ ต้วนโส่วเจิ้งก็พูดขึ้นว่า "ฉันมีข้อสงสัย นี่เป็นการถกเถียงเชิงวิชาการล้วนๆ นะ ไม่ได้จะตัดสินใคร"

เฉิงสือ: "อื้ม ว่ามาสิ"

ต้วนโส่วเจิ้ง: "มันมีวิธีที่ถูกต้องกว่านี้ในการดำเนินการครั้งนี้ไหม"

ไม่ใช่การทุ่มทั้งเงินดำ เงินขาว เงินเทาลงไปพร้อมกัน เพื่อลากราคาขึ้นอย่างบ้าคลั่งแบบนี้

เฉิงสือฟังแล้วงงเล็กน้อย "วิธีที่ถูกต้องในความหมายของนายคืออะไร?"

ต้วนโส่วเจิ้ง: "เช่น ประชาสัมพันธ์ข่าวดี แล้วค่อยๆ ดันราคาขึ้นไป"

เฉิงสือ: "โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ บางครั้งคำว่าถูกต้องกับไม่ถูกต้อง มันก็เป็นแค่คำพูดประโยคเดียว ถ้ามัวแต่หัวแข็งยึดติดตำรา เข้ามาในนี้ก็มีแต่จะกลายเป็นเนื้อบนเขียง จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เราเจอในวันนี้ นายยังมองไม่ออกถึงตรรกะข้อนี้อีกเหรอ?"

จบบทที่ บทที่ 605 ผู้เก่งกาจรอบด้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว