- หน้าแรก
- ย้อนกลับไปยุคปลดพนักงานปี 90 ฉันนำพาโรงงานพลิกวิกฤตสู่ความร่ำรวย
- บทที่ 510: เป็นห่วงคนอื่นไปทั่ว
บทที่ 510: เป็นห่วงคนอื่นไปทั่ว
บทที่ 510: เป็นห่วงคนอื่นไปทั่ว
บทที่ 510: เป็นห่วงคนอื่นไปทั่ว
เฉิงสือรีบพูดกับนักวิจัย: "พวกคุณทำได้ดีมากครับ เพียงแต่มันยังไม่เหมาะกับผมซะทีเดียว ถ้าช่วยปรับปรุงให้ผมหน่อย จะดีที่สุดเลยครับ"
นักวิจัย: "ยังไงหลักการมันก็คือหลักการนั้น ชิ้นส่วนก็คือชิ้นส่วนพวกนั้น เอางี้ไหม เราให้ชิ้นส่วนคุณ คุณเอาไปออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกแล้วประกอบใหม่เอง?"
เฉิงสือ: "ก็ได้ครับ"
ถึงอาจจะไม่ได้ใช้ แต่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มี
ยังไม่ทันถึงเที่ยง เพจเจอร์ของเฉิงสือก็ดังขึ้น
เป็นข้อความจากเซินอวิ๋นซู: "สหายเฉิงสือ ถ้าสะดวกช่วยโทรกลับด้วยค่ะ"
ต้วนโส่วเจิ้งชะโงกหน้ามาดู แล้วตื่นเต้นขึ้นมา: "เชี่ย เอาจริงดิ..."
เฉิงสือ: "ใจเย็น ใจเย็น กฎข้อที่สองของการจีบหญิง อย่าแสดงความกระตือรือร้นและว่านอนสอนง่ายจนเกินไป ไม่งั้นในสายตาผู้หญิงจะดูราคาถูก"
ต้วนโส่วเจิ้งสูดหายใจลึก: "โอเค"
ตกบ่าย เฉิงสือก็ยังไม่โทรกลับ
ต้วนโส่วเจิ้งเริ่มร้อนรน ดึงคอเสื้อเฉิงสือ: "โทรกลับสิวะ"
เฉิงสือ: "ดูทำตัวเข้า เธอจะหนีไปไหนได้?"
ต้วนโส่วเจิ้ง: "รีบโทรกลับ พรุ่งนี้แกก็ต้องกลับมณฑลหูหนานแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เขาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์ที่โชว์บนเพจเจอร์ แล้วยื่นหูโทรศัพท์ให้เฉิงสือ
เฉิงสือมองค้อนเขา: ไอ้ลูกเศรษฐี ดูท่าก็ไม่โง่นี่หว่า ทีงี้ล่ะความจำดีเชียว ปกติแค่ไม่ใส่ใจเรื่องอื่นเฉยๆ สินะ
ปลายสายรับแล้ว เสียงเซินอวิ๋นซูดังมา: "ฮัลโหล"
ต้วนโส่วเจิ้งขยับปากพูดไม่มีเสียง: "พูดเร็วๆ สิ"
เฉิงสือรับหูโทรศัพท์มา: "ผมเฉิงสือครับ"
เซินอวิ๋นซู: "อ้อ สหายเฉิงสือคะ กล่องใบนั้นวันก่อน ฉันส่งคืนให้ฝ่ายนั้นแล้ว เขาเอาของสำคัญใส่เข้าไปแล้วเปิดไม่ออก คงต้องรบกวนคุณมาอีกรอบแล้วค่ะ"
หึหึ คนญี่ปุ่นกล้าเล่นตุกติกกับเรา ฉันก็ต้องเอาคืนแน่
เฉิงสือมุมปากกระตุก ตอบเนิบๆ: "อ๋อ ให้เขาค่อยๆ เปิดไปเถอะ ถ้าเปิดไม่ออกจริงๆ ก็ให้มาหาผมที่
เมืองเซี่ยงตง"
ต้วนโส่วเจิ้งร้อนใจ ขยับเข้าไปจะพูด แต่โดนเฉิงสือกดหัวดันกลับไป
เซินอวิ๋นซูฉุกคิดได้ทันทีว่ากล่องนี้เฉิงสือต้องแอบทำอะไรไว้แน่ๆ ถึงเปิดไม่ออก จึงรีบตอบ: "โอเคค่ะ รับทราบ"
เฉิงสือวางสาย
ต้วนโส่วเจิ้ง: "ทำไมนายไม่รับปากเธอล่ะ?"
เฉิงสือ: "ตื่นเต้นอะไร รอให้เธอมาหานาย ไม่ดีกว่าเหรอ?"
ต้วนโส่วเจิ้ง: "คงไม่ใช่ให้ฉันเฝ้ารออยู่ที่เมืองเซี่ยงตงรอเธอมาหรอกนะ ถ้าปีหนึ่งเธอไม่มา ฉันต้องรอเป็นปีเลยเหรอ?"
เฉิงสือ: "ไม่นานขนาดนั้นหรอก ภายในสามวันต้องมาแน่ เพราะเขาบอกว่าใส่ของสำคัญลงไปแล้ว"
พื้นที่เล็กแค่นั้น แถมเป็นของสำคัญ จะใส่อะไรได้?
ถ้าไม่ใช่ตราประทับบริษัท ก็ต้องเป็นตราประทับส่วนตัว
วันรุ่งขึ้นทุกคนล่ำลากันที่สนามบินเมืองเฝย ต่างคนต่างกลับหน่วยงาน
ต้วนโส่วเจิ้งตามเฉิงสือกลับมาที่เมืองเซี่ยงตง
จางฉี่หางรอเฉิงสืออยู่ในห้องทำงาน หน้าตาทมึทึงพูดว่า: "คราวหน้า แกพาฉันไปด้วยเถอะ ฉันยอมลำบากเป็นยาม ดีกว่าต้องมาทนทุกข์เป็นเถ้าแก่"
เฉิงสือขำจนตัวงอ
เฉิงสือเห็นต้วนโส่วเจิ้งว่างๆ เลยส่งไปให้อู๋ต้าตงใช้งาน
อู๋ต้าตงได้คนมาใช้ฟรีๆ ก็ชอบใจ โยนงานขัดชิ้นส่วนเล็กๆ กองโตให้ทำ
ต้วนโส่วเจิ้งนอกจากตอนเข้าค่ายทหารใหม่ๆ ก็ไม่เคยลำบากขนาดนี้
แขนปวดระบม นิ้วพอง ขี้เลื่อยเต็มหัว ฝุ่นเกาะเต็มตัว
พอจบวัน เขาถามเฉิงสือหน้าเศร้า: "สรุปต้องรอถึงเมื่อไหร่"
เฉิงสือกำลังง่วนกับการพิจารณาเซนเซอร์วัดแรงหกมิติตัวนั้น เงยหน้าขึ้นบอก: "อ้อ เธอบอกว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะมาหาฉันที่นี่"
ต้วนโส่วเจิ้ง: "ห๊ะ? จริงดิ เยี่ยมไปเลย"
เฉิงสือส่ายหน้า: "จุ๊ๆๆ น่าสงสาร โดนจับมัดดิ้นไม่หลุดแล้ว"
ต้วนโส่วเจิ้ง: "แกไม่รู้หรอก ที่บ้านฉันบังคับว่าต้องหาคนที่ฐานะเสมอกัน อุตส่าห์เจอคนที่ฐานะทางบ้านเหมาะสม แล้วฉันก็ชอบด้วย ไม่รีบจองไว้ เดี๋ยวที่บ้านจะบังคับให้ฉันคบกับหลินเสวี่ยจี้ นั่นน่ะสยองขวัญของจริง"
เฉิงสือถึงบางอ้อ: "อ้อ... งั้นก็พอให้อภัยได้ ไม่งั้นฉันคงดูถูกนายจริงๆ"
ต้วนโส่วเจิ้งโกรธจัด กอดคอเฉิงสือ: "ไอ้เด็กบ้า ถ้าวันนั้นฉันไม่ปกป้องแก แกโดนเป่าไปแล้ว"
เฉิงสือดีดดิ้น: "เฮ้ย ปล่อย อย่ามากลับดำเป็นขาว วันนั้นฉันช่วยนายชัดๆ"
มีเสียงกระแอมที่หน้าประตู
ต้วนโส่วเจิ้งเห็นว่าเป็นจางฉี่หาง รีบปล่อยเฉิงสือ เก๊กท่าเคร่งขรึมเหมือนปกติ
เขาเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาตัวจริงของจางฉี่หาง เลยต้องวางมาดหน่อย
จางฉี่หางมองเฉิงสืออย่างเอือมระอา: "นี่คือแบบแปลนปืนที่ฉันออกแบบล่าสุด ลองดูสิ"
เขาไม่ได้เอือมที่เฉิงสือกับต้วนโส่วเจิ้งตีกันเหมือนเด็กๆ แต่เอือมที่เฉิงสือสู้ลูกเศรษฐีอย่างต้วนโส่วเจิ้งไม่ได้ต่างหาก
เฉิงสือ: "ได้ เดี๋ยวฉันดูให้ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร นายก็ส่งไปที่ปักกิ่งเลยละกัน"
ความจริงตั้งแต่ได้รับสัญญาว่าจ้างออกแบบครั้งที่สองจากเป่ยฟาง (Northern Weaponry) พวกเขาก็ถกเถียงรายละเอียดการปรับปรุงมาตลอด ระหว่างทางก็แก้มาเรื่อยๆ ตอนนี้น่าจะไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โตแล้ว
จางฉี่หางชะงัก ถามว่า: "ต้องให้ฉันไปส่งเองเหรอ?"
เฉิงสือพูดเรื่องไร้สาระด้วยหน้าตาจริงจัง: "ต้องสิ เอกสารสำคัญขนาดนี้ ส่งไปรษณีย์ไม่ได้ เดี๋ยวหายจะยุ่ง นายจะได้ถือโอกาสอธิบายแนวคิดการออกแบบและจุดสำคัญให้พวกเขาฟังด้วย ไม่ต้องรีบกลับมานะ"
จางฉี่หางมองออกถึงเจตนา แต่ก็ต้องแกล้งโง่ แถมยังทำท่าไม่เต็มใจพูดว่า: "งั้นก็ได้ ฉันคงต้องวิ่งไปสักเที่ยว"
แล้วก็เดินออกไป
ต้วนโส่วเจิ้งชี้หลังเขาแล้วยักคิ้วให้เฉิงสือแบบไม่มีเสียง
เฉิงสือยิ้มเย็น: "ก็เหมือนนายนั่นแหละ โดนพิษสตรีเล่นงานเหมือนกัน"
ต้วนโส่วเจิ้งขัดชิ้นส่วนไม้เล็กๆ ทั้งหมดเสร็จ เอามาดูในมือ รู้สึกคุ้นตามาก
ประกอบไปประกอบมา สุดท้ายกลายเป็นปืนไม้ที่ประณีตกระบอกหนึ่ง
เขาบ่นอุบ: "โตป่านนี้แล้ว ยังเล่นของแบบนี้อีก พอสักทีเถอะ"
เขาลองขยับดู พบว่าปืนไม้นี้ไม่เหมือนของเล่นเด็ก
ทุกชิ้นส่วนถอดแบบมาจากปืนจริงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แม้แต่สปริงก็มี
ถ้ามีกระสุน ก็ยิงได้เลย
แม้จะไม่ได้อานุภาพร้ายแรงเหมือนปืนจริง แต่ยิงกระสุนไม้ไปไกลสักสามห้าเมตรไม่มีปัญหาแน่
ต้วนโส่วเจิ้งพึมพำ: "น่าสนใจ หมอนี่ที่แท้ก็ทำโมเดลปืนพกใหม่อยู่นี่เอง"
รูปทรงปืนสวยงาม กะทัดรัด แม้แต่ตัวที่ทำจากไม้ยังทำงานได้ลื่นไหลกว่าปืนพกก่อนหน้านี้มาก เห็นได้ว่าพวกเฉิงสือทุ่มเทกับการออกแบบไปไม่น้อย
ต้วนโส่วเจิ้งลองเล็งดู จู่ๆ ก็รู้สึกว่าความเหนื่อยยากทั้งวันคุ้มค่าแล้ว
เซินอวิ๋นซูมาถึงมณฑลหูหนานด้วยเที่ยวบินเที่ยง บ่ายก็รีบจากเมืองเอกมาหาเฉิงสือที่เมืองเซี่ยงตงทันที
เห็นได้ชัดว่าคนญี่ปุ่นคนนั้นร้อนใจแค่ไหน
ตอนพวกเขาเข้าห้องทำงานเฉิงสือ เฉิงสือไม่ได้ออกไปต้อนรับที่ประตู แค่ลุกขึ้นยืน
คนญี่ปุ่นไม่รู้ว่าไม่โกรธจริงหรือไม้กล้าโกรธ ยังไงก็ยืนอยู่ที่ประตู โค้งคำนับอย่างนอบน้อม พูดภาษาญี่ปุ่นว่า: "คุณเฉิง ได้ยินชื่อเสียงมานาน ผมวาตานาเบะ โยโกะ จากซื่อฟางแมชชีนเนอรี่ครับ"
ความเกรงใจของคนญี่ปุ่นนั้นจอมปลอมและเป็นแค่รูปแบบภายนอก มีแต่โดนอัดจนน่วมแล้วเท่านั้น ถึงจะเคารพและยอมสยบจากใจจริง