เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 385 ขายฝันไปชุดใหญ่

บทที่ 385 ขายฝันไปชุดใหญ่

บทที่ 385 ขายฝันไปชุดใหญ่


บทที่ 385 ขายฝันไปชุดใหญ่

เฉิงสือหยิบ "คัมภีร์" ของเขาออกมา เขียนชื่อและเบอร์ติดต่อของโรงงานเคมีเอกชนสองแห่งลงไปข้างๆ แบบร่างที่วาดเมื่อครู่ ฉีกหน้านั้นออกมาแล้วยื่นให้หัวหน้าวิศวกรซู

หัวหน้าเฉาจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นตาเป็นมัน พยายามส่งสายตาให้หัวหน้าวิศวกรซู

น่าเสียดายที่หัวหน้าวิศวกรซูกำลังจดจ่ออยู่กับเฉิงสือ จึงไม่ทันสังเกตเห็น

จางฉี่หางเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เขากำหมัดอยากจะเตือนเฉิงสือ แต่ก็พูดไม่ออก

รอจนกระทั่งเฉิงสือเก็บ "คัมภีร์" เรียบร้อยแล้ว หัวหน้าวิศวกรซูถึงเพิ่งได้รับสัญญาณสายตาจากหัวหน้าเฉา แล้วก็เข้าใจในทันที จึงได้แต่จำใจถามเฉิงสือว่า "สิ่งที่สหายเฉิงสือดูเมื่อกี้คืออะไรหรือครับ"

เฉิงสือตอบว่า "รายการสำรวจฐานข้อมูลอุตสาหกรรมที่โรงงาน 121 ทำขึ้นครับ"

จากนั้นหัวหน้าเฉากับหัวหน้าวิศวกรซูก็ได้แต่มองหน้ากันตาปริบๆ: *เวรเอ๊ย ไอ้หน้ายาวเหมือนช้อนรองเท้านั่น ที่โทรมาถามนู่นถามนี่เมื่อช่วงก่อน ที่แท้ก็ทำเรื่องนี้นี่เอง?!*

นี่มันเป็นวิธีการรวมกลุ่มที่ถูกต้องไม่ใช่หรือ?

มั่นคงและรวดเร็วกว่าการคลำทางข้ามแม่น้ำในความมืดคนเดียวเยอะ อย่างน้อยหลุมที่คนอื่นเคยตกลงไปแล้ว ตัวเองก็ไม่ต้องไปซ้ำรอยเดิม

หัวหน้าวิศวกรซู "ถ่ายเอกสารให้เราสักชุดได้ไหมครับ"

เฉิงสือ "ได้ครับ"

จากนั้นเขาก็หยิบปึกเอกสารหนาปึกทั้งหมดออกมา

จางฉี่หางประหลาดใจมาก

เพราะก่อนหน้านี้เฉิงสือมักจะปิดๆ บังๆ มาตลอด

อย่าว่าแต่จางฉี่หางเลย หัวหน้าเฉากับหัวหน้าวิศวกรซูก็แปลกใจมากเช่นกัน: *เขาให้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?!*

เฉิงสือ "พวกคุณต่างหากคือผู้มีคุณูปการต่อสาธารณรัฐ สิ่งที่ผมทำได้มีน้อยนิด วันหน้าถ้าต้องการอะไรบอกผมได้เลย อันไหนช่วยได้ผมช่วยแน่นอน"

หัวหน้าเฉาพิจารณาเฉิงสืออย่างจริงจัง ในใจเริ่มบ่นพึมพำ: *เจ้าหนูคนนี้ จู่ๆ จิตสำนึกก็สูงส่งขึ้นมาซะอย่างนั้น หรือว่าซ่อนแผนชั่วอะไรไว้อีก?*

ความจริงใจของเขาทำให้หัวหน้าวิศวกรซูรู้สึกเกรงใจขึ้นมา จึงพูดว่า "คุณต้องการให้พวกเราทำอะไรให้บ้างไหม"

เขารู้สึกว่าเฉิงสือไม่มีทางทำงานให้ฟรีๆ แน่

ขนาดพนักงานในโรงงานยังบ่นเรื่องเงินเดือนไม่ออกตรงเวลา

นับประสาอะไรกับคนนอก

เฉิงสือคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "ปัญหาน้ำมันหล่อลื่น ลำพังกำลังของผมคนเดียวแก้ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องอาศัยบริษัทเคมีภัณฑ์เพิ่มการลงทุนวิจัยเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันพื้นฐานที่มีความหนืดสูงครับ"

เขาต้องการใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดไปแก้ปัญหาสำคัญในด้านเครื่องกลไฟฟ้า

และเครื่องจักรกลึงระบบตัวเลขควบคุมความแม่นยำสูงของเขาก็ต้องแก้ปัญหาน้ำมันหล่อลื่นเช่นกัน

ดังนั้นการหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมา ไม่ใช่แค่เพื่อคนอื่น แต่เพื่อตัวเขาเองด้วย

หัวหน้าเฉาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "แค่นี้เหรอ"

เฉิงสือ "ครับ แต่ว่า... พวกคุณไม่ได้ผลิตเครื่องซักผ้าเพื่อเพิ่มรายได้ไปพร้อมกันด้วยเหรอครับ ทำไมยังค้างจ่ายเงินเดือนอยู่อีก"

วิสาหกิจทหารทุกแห่งมักจะผลิตสินค้าพลเรือนควบคู่ไปด้วย เพราะเงื่อนไขของประเทศมีจำกัด แต่สิ่งที่ต้องวิจัยพัฒนามีมากมายก่ายกอง ขืนนั่งรอป้อนข้าวมีหวังอดตายกันพอดี

เช่น โรงงาน 121 สร้างเครื่องบินขับไล่ แต่ก็ทำรถยนต์ เครื่องบินพลเรือน และเครื่องจักรขนาดใหญ่สำหรับพลเรือนด้วย

โรงงาน 427 ทำปืนใหญ่ แต่ก็ผลิตมอเตอร์ รถแทรกเตอร์ เครื่องกลึง และกังหันไอน้ำ

บวกกับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถพึ่งพาตัวเองได้

อันที่จริงวิสาหกิจทหารในหลายประเทศก็เป็นแบบนี้

หัวหน้าวิศวกรซูมองไปที่ชายชราที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ มาตลอด

ชายชราคนนั้นพูดว่า "ช่วยไม่ได้ เงินเอาไปลงกับการวิจัยหมดแล้ว ไม่มีงบวิจัยเครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์ล้าหลังก็เลยขายไม่ออก"

เฉิงสือรู้ว่า จริงๆ แล้วคนนี้คือผู้อำนวยการเก๋อแห่งโรงงาน 321 จึงพูดว่า "ขอผมดูเครื่องซักผ้าของพวกคุณหน่อยครับ"

"คุณไม่ทานอีกหน่อยเหรอครับ คนหนุ่มทำไมกินน้อยจัง ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้" หัวหน้าวิศวกรซูกดไหล่ให้เขานั่งลง แล้วตะโกนสั่งเข้าไปข้างใน "ตักข้าวมาอีกชุด ขอเนื้อเยอะๆ หน่อยนะ"

เฉิงสือขัดศรัทธาไม่ไหว จึงจำใจกินไปอีกครึ่งชุด แล้วตามผู้อำนวยการโรงงานไปดูเครื่องซักผ้า

หลังจากเห็นเครื่องซักผ้า เฉิงสือก็เงียบกริบไปพักใหญ่

ไม่ต้องดูคุณภาพชิ้นส่วนภายใน แค่ดูระดับการประกอบและรูปลักษณ์การออกแบบ ก็ทำเอาเขาปวดหัวตึบแล้ว

จากนั้นเขาลองให้คนทดลองใช้ดู พอเครื่องซักผ้าเริ่มหมุน มันก็วิ่งพล่านไปทั่ว ต้องหาของมาทับเอาไว

เสียงดังราวกับฟ้าผ่า

ยังไม่ต้องพูดถึงว่าซักสะอาดไหม สะดวกสบายหรือเปล่า

ดีไซน์ยุค 80 เทคโนโลยีลดแรงสั่นสะเทือนยุค 70...

แค่นี้เนี่ยนะ?

แบบนี้ใครมันจะยอมควักเงินหลายร้อยหยวนซื้อ?

เฉิงสือถอนหายใจเบาๆ "อันนี้ดัดแปลงยากหน่อยนะครับ..."

ขนาดเครื่องซักผ้ายังสร้างให้ดีไม่ได้ จะไปสร้างเครื่องบินดีๆ ได้ยังไง

ผู้อำนวยการเก๋อเกาหัวด้วยความกลัดกลุ้ม "พวกเราก็รู้ครับ ก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่ หลักๆ คือเครื่องซักผ้ากับเครื่องบินมันต่างกันเกินไป เทคโนโลยีหลายอย่างใช้ร่วมกันไม่ได้"

เฉิงสือ "ไม่ๆๆ พวกคุณต้องมองหาจุดร่วมของมัน ก่อนอื่นแหล่งพลังงานของเครื่องบินคือเครื่องยนต์เชื้อเพลิง แต่ระบบปรับอากาศ ปั๊มไฮดรอลิก ระบบระบายอากาศ ฯลฯ ล้วนต้องใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อน ชิ้นส่วนหัวใจสำคัญของเครื่องซักผ้าก็คือมอเตอร์เหมือนกัน รวมถึงระบบควบคุมการบินและระบบควบคุมเครื่องซักผ้า ในหลักการล้วนใช้เซ็นเซอร์เพื่อรับข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผ่านไมโครโปรเซสเซอร์หรือตัวควบคุมเพื่อวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ จากนั้นก็ควบคุมกลไกการทำงานตามโปรแกรมหรืออัลกอริทึมที่ตั้งไว้ ตรรกะการควบคุมที่แม่นยำของสถานะการเคลื่อนที่ในของไหลนั้นไม่เปลี่ยนแปลงครับ"

ผู้อำนวยการเก๋อ "นั่นก็จริงครับ"

เฉิงสือ "ทั้งเครื่องบินและเครื่องซักผ้าต้องติดตั้งตัวลดแรงสั่นสะเทือน ใช้วัสดุฉนวนกันเสียง ใช้แดมเปอร์ (Damper) เพื่อลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน ทั้งสองอย่างต้องการลดน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานต่อการกัดกร่อน และยังต้องมีการซีลกันรั่ว กันน้ำ ดังนั้นทิศทางในการพิจารณาเลือกวัสดุจึงเหมือนกันโดยพื้นฐาน และล้วนเป็นการผสมผสานวัสดุหลายชนิด กระบวนการผลิตก็ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ในทิศทางเดียวกัน เครื่องบินจะมีความต้องการที่สูงกว่า เทคโนโลยีที่จะใช้บนเครื่องบิน พวกคุณสามารถนำมาทดสอบบนเครื่องซักผ้าก่อนได้ครับ"

"โดยเฉพาะกระบวนการประกอบ ตอนนี้ช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนบนเครื่องซักผ้านี้เกิดจากการประกอบที่หยาบ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อการซีลกันรั่ว ทำให้มอเตอร์และแผงวงจรมีอายุการใช้งานสั้นลงอย่างมาก ในวันหน้าเครื่องบินขับไล่ของเราก็ต้องเข้าสู่ระบบสายพานการผลิต ผลิตทีละจำนวนมาก ต้องเริ่มวิจัยตั้งแต่วันนี้ว่าจะยกระดับเทคนิคการประกอบของคนงานอย่างไร กำหนดมาตรฐานเพื่อให้กระบวนการทำงานรัดกุมยิ่งขึ้น จะใช้ความคิดแบบโรงงานในครัวเรือนมาจัดระบบการผลิตไม่ได้แล้วครับ"

แม้ว่าอีก 30 ปีให้หลัง สายการผลิตอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์จะเข้ามามีบทบาทหลัก ความคลาดเคลื่อนจากการทำงานของมนุษย์จะไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้าอีกต่อไป แต่ในช่วงระยะเวลาอันยาวนานนี้ยังต้องพึ่งพาเทคนิคการประกอบของคนงานอยู่

และข้อกำหนดรวมถึงมาตรฐานของสายการผลิตอัตโนมัติในภายหลัง ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากสายการผลิตแบบประกอบมือมากำหนดเช่นกัน

เรื่องบางเรื่องจะมักง่ายไม่ได้

เหมือนกับที่เฉิงสือปล่อยให้คนงานลองปรับตั้งความแม่นยำและวางระบบสายการผลิตด้วยตัวเอง

ผู้อำนวยการเก๋อ "ใช่ครับ สหายเฉิงสือพูดถูก"

เฉิงสือ "ชิ้นส่วนที่สั่งซื้อจากภายนอกคุณภาพไม่ดี ก็ทำเองเลยครับ ชิ้นส่วนเครื่องบินสุดท้ายแล้วก็ต้องทำเองอยู่ดี ผมกำลังวิจัยเครื่องจักรกลึงระบบตัวเลขควบคุมและการเชื่อมด้วยเลเซอร์ สองอย่างนี้พวกคุณไม่ต้องห่วง ขอแค่ผมทำให้ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์นิ่งได้เมื่อไหร่ จะส่งให้วิสาหกิจทหารเป็นเจ้าแรกแน่นอนครับ แต่วัสดุพิเศษที่จะใช้บนเครื่องบิน เช่น เหล็กกล้าผสม อลูมิเนียมอัลลอย พวกคุณต้องหาทางเอาเอง"

ผู้อำนวยการเก๋อ "ตกลงครับ"

เฉิงสือ "ผู้อำนวยการเก๋อรู้ไหมครับว่าช่วงก่อนหน้านี้ผมเอาข้อมูลเครื่องบินชุดหนึ่งกลับมาจากรัสเซีย?"

จบบทที่ บทที่ 385 ขายฝันไปชุดใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว