เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 คุณกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่

บทที่ 160 คุณกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่

บทที่ 160 คุณกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่


บทที่ 160 คุณกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่

เฉิงสือถามว่า “คุณลองทวนสิ่งที่คุณพูดกับคุณพ่อของคุณให้ผมฟังทุกคำพูดซิ”

ต้วนโส่วเจิ้งตอบ “ฉันบอกว่า เจียงยวี่ตงต้องการใช้เฮลิคอปเตอร์”

เฉิงสือแค่นหัวเราะ “ชิ เรื่องแค่นี้กลุ้มอะไร? คุณบอกว่าให้เจียงยวี่ตงใช้ แต่ไม่ได้บอกว่าเอาไปช่วยเขาหรือพี่สาวผมนี่ ถึงเวลาก็บอกว่าเอาไปช่วยผู้ประสบภัยสิ ถ้าท่านถามว่าผู้ประสบภัยคือใคร ก็บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ยังไงเขาก็หายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง แถมเสิ่นป๋อเจอยังออกคำสั่งกู้ภัยในนามเขาตลอด เขาไปถึงโรงพยาบาลได้ยังไงมีแค่คุณ นักบิน ผม และเสิ่นป๋อเจอที่รู้ ถ้าเราไม่พูด พวกเขาไม่มีทางนึกถึงหรอก ต่อให้นึกได้ คุณก็ยืนกรานปฏิเสธหัวชนฝา พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้”

อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่ตัวเขาเองยังนึกไม่ถึงว่าเจียงยวี่ตงผู้สุขุมรอบคอบจะกล้าเสี่ยงอันตรายขนาดนี้

“พูดอีกก็ถูกอีก” ต้วนโส่วเจิ้งพยักหน้า มองเข้าไปด้านในแล้วพึมพำ “เจียงยวี่ตงบ้านี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยเห็นเขาขาดสติแบบนี้ สงสัยว่าหญิง... ความรักจะทำให้คนบ้าคลั่งจริงๆ”

เขาเกือบจะหลุดปากคำว่า ‘หญิงงามล่มเมือง’ ออกมา แต่พอโดนเฉิงสือถลึงตาใส่ก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

ไอ้เด็กนี่หน้าตาก็ขาวตี๋หล่อเหลา แต่พอทำหน้าเหี้ยมขึ้นมา กลับดูมีรังสีอำมหิตแบบไม่กลัวตายแผ่ออกมา จนเขาที่เป็นทหารเก่าถึงกับรู้สึกหวั่นใจ

เจียงยวี่ตงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสองวันก็ออกจากโรงพยาบาล แล้วกลับไปทำงานยุ่งเหมือนเดิม

ทางผู้บังคับบัญชาได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้เขา เนื่องจากมาตรการรับมือภัยพิบัติที่เหมาะสมและทันท่วงที

ส่วนเฉิงจวนฟื้นตัวช้ากว่าเล็กน้อย

เธอตั้งใจจะออกจากโรงพยาบาลไปทำงาน แต่ถูกเฉิงสือบังคับให้นอนพักอยู่ที่บ้าน

เฉิงสือกำลังง่วนอยู่กับการจัดการบิลและเอกสารสัญญาต่างๆ ที่กองพะเนินในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจิ้งยงจวิน

เจิ้งยงจวินรายงานข้อมูลโรงงานและผลิตภัณฑ์ที่เฉิงสือฝากให้เขาไปดูที่เมืองไห่เฉิงทีละรายการอย่างละเอียด

“โรงงานเครื่องจักรเมืองไห่เฉิงได้รับใบอนุญาตการผลิตเครื่องวัดจากเยอรมนีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 ความแม่นยำของ ‘เครื่องวัดพิกัดสามแกน’ (CMM) อยู่ที่ประมาณ 5 ไมครอน...”

“เครื่องวัดความยาวด้วยเลเซอร์อินเตอร์เฟอโรมีเตอร์ ของโรงงานอุปกรณ์ออปติกเมืองไห่เฉิง มี ‘ความแม่นยำในการรักษาความถี่’ อยู่ที่ 10 ยกกำลังลบ 6...”

เฉิงสือฟังแล้วเม้มปากแน่น จริงดังคาด ทั้งหมดนี้ยังห่างไกลจากมาตรฐานที่เขาต้องการ หากจะทำเครื่องจักร CNC ความแม่นยำสูง เครื่องวัดความยาวด้วยเลเซอร์อินเตอร์เฟอโรมีเตอร์ต้องมีความแม่นยำในการรักษาความถี่อยู่ที่ 10 ยกกำลังลบ 7 และเครื่องวัดพิกัดสามแกนต้องมีความแม่นยำประมาณ 1 ไมครอน

นั่นหมายความว่า ต่อให้เขาผลิตและประกอบเครื่องจักร CNC ออกมาได้ แต่ก็ไม่มีเครื่องมือวัดความแม่นยำ ถ้าวัดไม่ได้ ก็ปรับแต่งไม่ได้

ไม่รู้ว่าอีกสองเจ้าที่ปักกิ่งจะเป็นยังไงบ้าง...

เจิ้งยงจวินรายงานจบก็ถามว่า “เรื่องทางบ้านจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”

เฉิงสือ “เรียบร้อยแล้วครับ”

เจิ้งยงจวิน “งั้นก็มาเมืองจิ้นเฉิงสักเที่ยวสิ”

เฉิงสือ “ไปทำไมครับ?”

เจิ้งยงจวิน “ผู้อำนวยการโรงงานอยากเจอคุณ ท่านอยากเห็นหน้าคนที่กล้าใช้ให้แกนนำด้านเทคนิคคนโปรดของท่านวิ่งรอกไปทั่วแบบนี้ อีกอย่างข้อเรียกร้องยาวเหยียดที่คุณเสนอมา ก็ต้องรายงานให้ท่านทราบเพื่อให้ท่านสนับสนุน ถึงจะเสนอเรื่องขึ้นไปข้างบนได้ไม่ใช่เหรอ?”

เฉิงสือเม้มปาก: ก็จริง แต่ผู้อำนวยการโรงงาน 427 เป็นตาแก่หัวดื้อ สไตล์การทำงานแข็งกร้าว คงคุยด้วยไม่ง่ายแน่

เจิ้งยงจวินเห็นเฉิงสือเงียบไป จึงแค่นหัวเราะ “ทำไม กลัวเหรอ? หาได้ยากนะเนี่ย ปกติเห็นเก่งกล้าสามารถไม่ใช่เหรอ?”

เฉิงสือ “เปล่าครับ แค่ช่วงนี้ผมวิ่งรอกไปนู่นมานี่ เสียเวลาทำงานการไปเยอะ”

เจิ้งยงจวิน “ไม่เสียเวลาหรอก คุณต้องไปเมืองซีตูไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวเราออกเดินทางจากเมืองจิ้นเฉิงไปเลย เตรียมเสื้อผ้าหนาๆ มาด้วยล่ะ”

เฉิงสือ “ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเคลียร์งานทางนี้เสร็จจะรีบไป ผมจะซื้อตั๋วเครื่องบินไปพรุ่งนี้เลย”

เจิ้งยงจวิน “ออกค่าตั๋วเองนะ ผมไม่มีงบให้เบิก”

เฉิงสือขำทั้งน้ำตา “ในฐานะแกนนำด้านเทคนิคของโรงงานทหาร คุณจะขี้งกเกินไปหน่อยไหมครับ”

เจิ้งยงจวิน “เฮอะ ก็เพราะเป็นแกนนำด้านเทคนิคนี่แหละ ถึงต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าที่สุด”

พอลับหลังเฉิงสือไปทำงานต่างเมือง เฉิงจวนก็รีบแจ้นไปทำงานทันที

เธอรู้สึกว่าเจ้าน้องชายคนนี้ทำตัวเข้มงวดยิ่งกว่าพ่อแท้ๆ เสียอีก พูดไม่ออกจริงๆ

เฉิงจวนแวะไปที่ห้องทำงานของประธานสหกรณ์ก่อน

ตอนที่เธอนอนป่วย ประธานสหกรณ์และผู้อำนวยการเฉาต่างก็ไปเยี่ยมเธอ

อุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่มีใครผิด

การพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯ มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ จึงไม่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้เร็วกว่านี้

เครื่องมือสื่อสารล้าหลัง และเหตุการณ์ก็ประจวบเหมาะเป็นลูกโซ่ ทำให้เธอพลาดโอกาสที่จะได้รับแจ้งเตือนทั้งหมด

เจียงยวี่ตงคงเข้าใจเหตุผลนี้ดี สุดท้ายจึงไม่ได้เอาผิดใคร

ประธานสหกรณ์ลุกขึ้นต้อนรับเฉิงจวน จับมือเธอด้วยความกระตือรือร้น จนเฉิงจวนรู้สึกทำตัวไม่ถูก

ตำแหน่งของเธอกับประธานสหกรณ์ห่างกันตั้งหกขั้น ต่อให้มีผลงานบ้างก็ไม่น่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีขนาดนี้

แต่ในใจประธานสหกรณ์กลับคิดว่า: ครั้งนี้เจียงยวี่ตงไม่เอาเรื่องเขา ต้องเป็นเพราะเฉิงจวนช่วยพูดให้แน่ๆ

หลังจากนั่งลง ประธานสหกรณ์ก็พูดว่า “ความจริงคุณไม่ต้องรีบมาทำงานขนาดนี้ก็ได้ พักผ่อนอยู่บ้านอีกหน่อยจะดีกว่านะ”

เฉิงจวน “ขอบคุณท่านประธานที่เป็นห่วงค่ะ ครั้งนี้ทำให้ทุกคนต้องเป็นกังวล สร้างความเดือดร้อนให้ท่านแย่เลย ตอนนี้ฉันหายดีแล้วค่ะ กลับมาทำงานดีกว่า ชีวิตจะได้มีอะไรทำ”

ประธานสหกรณ์ “ดีๆๆ คุณสบายใจก็ดีแล้ว แต่อย่าหักโหมนะ สหายเฉิงจวนสำคัญต่อสหกรณ์เครดิตของเรามาก”

เฉิงจวนถูกชมจนเริ่มเขิน

ประธานสหกรณ์ “เอาล่ะ คุณไปทำงานเถอะ”

เฉิงจวนรีบลุกเดินออกมาทันที

เสี่ยวหม่าพูดด้วยความหวาดหวั่นว่า “สหายเฉิงจวน ฉันขอโทษนะคะ”

เฉิงจวน “ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก เอกสารที่ฉันให้เธอจัดหมวดหมู่เสร็จหรือยัง? เอามาให้ฉันดูหน่อย”

เฉิงสือเดินทางมาถึงเมืองจิ้นเฉิงตอนเที่ยง แล้วรีบบึ่งไปที่โรงงาน 427 ทันที

เจิ้งยงจวินมารรอรับเขาที่หน้าประตู พูดว่า “คุณไม่ต้องเกร็งนะ แม้ผู้อำนวยการโรงงานของเราจะเป็นทหารเก่า แต่ท่านรักและเห็นคุณค่าของคนเก่งมาก โดยเฉพาะคนหนุ่มที่มีความสามารถด้านเทคนิคแบบคุณ”

เฉิงสือพยักหน้ารับคำ “ครับๆ ได้ครับ”

แต่ในใจกลับยิ้มขื่น: ฉันรู้ดีอยู่แล้วน่า

แต่ตาแก่นี่มีข้อเสียอยู่อย่างเดียว คือชอบแบ่งชนชั้นคนทำงานด้านเทคนิคออกเป็นสี่ระดับ

ระดับหนึ่งคือทหารจีน ระดับสองคือช่างเทคนิคในรัฐวิสาหกิจ ระดับสามคือช่างเทคนิคในบริษัทเอกชน และระดับสี่คือช่างเทคนิคในบริษัทต่างชาติ

ดังนั้นต่อให้ฝีมือเขาเก่งกาจแค่ไหน ในสายตาของตาแก่คนนี้ก็ยังเป็นแค่พวกปลายแถวอยู่ดี

ในชาติก่อน ตาแก่คนนี้มาถูกใจเขาในภายหลัง พยายามจะดึงตัวเขาไปอยู่ที่โรงงาน 427 ให้ได้

พอเขาไม่ยอม ตาแก่ก็โทรมา “สั่งสอน” เขาเช้ากลางวันเย็น

บอกว่าการที่เขาหมกตัวอยู่ในบริษัทเอกชนเป็นการเสียเวลาวัยหนุ่มและสมองอันชาญฉลาดไปเปล่าๆ

ลูกผู้ชายอกสามศอกควรตอบแทนคุณแผ่นดิน อุทิศตนให้กองทัพ

กระทั่งก่อนเกษียณก็ยังไม่วายโทรมาด่าเขาอีกสองสามประโยคด้วยความเจ็บใจ

เชื่อเขาเลยจริงๆ

เจิ้งยงจวิน “ผมจองตั๋วเครื่องบินไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันพรุ่งนี้ไว้แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องจัดการธุระที่นี่ให้จบ เพื่อประหยัดเวลา มื้อเที่ยงเรากินกันที่โรงอาหารนี่แหละ”

เฉิงสือ “ได้ครับ ได้ครับ”

เจิ้งยงจวินหยุดเดินกะทันหัน “คุณให้ความร่วมมือดีเกินไป ให้ความร่วมมือจนผมรู้สึกกลัว คุณกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่หรือเปล่า?”

เฉิงสือ “หืม? เปล่านี่ครับ ผมแค่คิดว่าอาหารในโรงอาหารโรงงานทหารคงไม่ด้อยไปกว่าร้านอาหารข้างนอก สะอาดถูกหลักอนามัย แถมยังเติมได้ไม่อั้น ผู้ชายเราขอแค่อิ่มท้อง เรื่องอื่นไม่ต้องพิถีพิถันหรอกครับ”

จบบทที่ บทที่ 160 คุณกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว