- หน้าแรก
- ย้อนกลับไปยุคปลดพนักงานปี 90 ฉันนำพาโรงงานพลิกวิกฤตสู่ความร่ำรวย
- บทที่ 47 เปลี่ยนของเน่าเสียให้เป็นของวิเศษ
บทที่ 47 เปลี่ยนของเน่าเสียให้เป็นของวิเศษ
บทที่ 47 เปลี่ยนของเน่าเสียให้เป็นของวิเศษ
บทที่ 47 เปลี่ยนของเน่าเสียให้เป็นของวิเศษ
ที่ทำให้เฉิงสือประหลาดใจคือ หลี่จื้อกังก็ส่งกระเช้าดอกไม้มาให้ด้วยเหมือนกัน
ตอนนี้ถ้าจะติดตั้งโทรศัพท์บ้านส่วนตัวต้องใช้เงินถึงห้าพันหยวนต่อเครื่อง ซึ่งแพงมหาโหดเกินไป
เดิมทีเฉิงสือตั้งใจว่าจะรออีกสักสองสามปีให้มีธุรกิจเยอะกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน
ผู้จัดการโรงงานหูจึงแบ่งสายโทรศัพท์จากโรงงานมาให้เขาหนึ่งสาย ช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้
เฉิงสือลงประกาศแจ้งเปิดกิจการในหน้าหนังสือพิมพ์
ถึงแม้ตอนนี้จะมีพนักงานประจำแค่เขากับเฉิงหย่งจิ้นสองคน แต่บริษัทเล็กๆ แห่งนี้ก็นับว่าเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว
ผู้จัดการโรงงานหูยังโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องที่เฉิงสือช่วยซ่อมเครื่องปั่นด้ายให้หนังสือพิมพ์ฟังเป็นพิเศษ
พอนักข่าวได้ยินว่าหนุ่มน้อยที่กำลังเป็นดาวรุ่งคนนี้สร้างผลงานใหม่อีกแล้ว ก็รีบมาสัมภาษณ์ผู้จัดการโรงงานหูกับเฉิงสือทันที
ยังไงซะประชาชนก็ชอบอ่าน ผู้นำก็ชอบเห็นข่าวแบบนี้อยู่แล้ว
วันรุ่งขึ้นข่าวนี้ก็ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์
ภาพประกอบข่าวเป็นรูปเครื่องปั่นด้ายที่เพิ่งซ่อมเสร็จกำลังเดินเครื่องเต็มกำลัง กับรูปบริษัทใหม่ของเฉิงสือ
เท่ากับช่วยโฆษณาฟรีให้เฉิงสือไปในตัว
เฉิงสืออดชื่นชมไม่ได้ ผู้จัดการโรงงานหูวางตัวเก่งจริงๆ จัดการเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งหน้าฉากและหลังฉาก
เธอรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาแบบนี้ วันหน้าจะไหว้วานใครให้ช่วย เขาก็คงไม่ปฏิเสธ
วันนั้นไช่อ้ายผิงกลับไปที่ตึกเก่า ตั้งใจจะไปเก็บของที่เฉิงสือทิ้งไปกลับมา แต่กลับพบคนผมเผ้ารุงรังนั่งร้องไห้โฮอยู่ข้างล่าง
ทุกคนต่างเดินเลี่ยงหนีเขา
ไช่อ้ายผิงเดินเข้าไปดู ปรากฏว่าเป็นจางจื้อเฉียง
"จื้อเฉียง มานั่งร้องไห้อะไรตรงนี้ล่ะลูก"
พอจางจื้อเฉียงเห็นไช่อ้ายผิงก็กระเด้งตัวลุกขึ้น "น้าไช่ เจอหน้าคุณน้าดีใจจังเลยครับ ผมนึกว่าเฉิงสือหนีไปแล้ว ทิ้งผมแล้ว ผมอุตส่าห์ลำบากแทบตายกว่าจะหาของที่เขาต้องการมาได้ครบ"
ไช่อ้ายผิงทั้งขำทั้งสงสาร ช่วยเช็ดน้ำตาให้เขา "โธ่เอ๊ย ดูสิร้องไห้ซะขนาดนี้ เธอคงตรงมาจากสถานีรถไฟเลยสินะ ยังไม่ได้กลับไปถามผู้จัดการจางล่ะสิ พวกเราย้ายบ้านกันแล้วจ้ะ"
เฉิงสือโทรบอกจางกั๋วหัวเรื่องนี้แล้ว แถมยังบอกด้วยว่าต่อไปถ้าจะซื้อชิ้นส่วนต้องมาสั่งที่นี่ก่อน แล้วค่อยส่งคนมารับของและจ่ายเงิน
จางจื้อเฉียงยังไม่ทันได้กลับบ้าน ก็ย่อมไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
จางจื้อเฉียง "หา?"
เฉิงสือกำลังยุ่งกับการแปรรูปชิ้นส่วน จู่ๆ ก็เห็นไช่อ้ายผิงพาคนหนวดเคราเฟิ้มเข้ามา เขาก็ตกใจจนต้องหยุดเครื่องจักรแล้วยืดตัวขึ้นมอง
จางจื้อเฉียงตาแดงๆ ยกมือทักทายเฉิงสือ พูดเสียงเครือว่า "ฉันกลับมาแล้ว"
เฉิงสือเดินเข้าไปตบไหล่เขา "พวก ไปทำอะไรมาถึงได้โทรมขนาดนี้ ลำบากแย่เลยนะ"
เฉิงสือเริ่มตรวจสอบชิ้นส่วน เครื่องมือวัด และอุปกรณ์ที่จางจื้อเฉียงขนกลับมา
จะว่าไปก็ว่าไม่ได้จริงๆ
ปกติจางจื้อเฉียงดูเหลาะแหละ แต่เรื่องนี้กลับทำได้ดีมาก
ชิ้นส่วน เครื่องมือวัด และอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนตรงตามข้อกำหนดที่เขาระบุไว้อย่างเคร่งครัด
แถมรายการจัดซื้อและใบเสร็จรับเงินทุกใบก็ชัดเจน
เด็กคนนี้ปั้นได้
เขาตรวจดูไปพลางชมจางจื้อเฉียงไม่ขาดปาก
จางจื้อเฉียงยิ้มจนแก้มปริ รู้สึกทันทีว่าความเหนื่อยยากตลอดหลายวันที่ผ่านมานั้นคุ้มค่า
และเขาไม่เคยรู้สึกมั่นใจในตัวเองเท่านี้มาก่อน
ที่แท้เขาก็มีความสามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างสวยงามได้เหมือนกัน
ที่แท้การก้าวเดินก้าวแรก ก็ไม่ได้ยากอย่างที่เขาจินตนาการไว้
พอตรวจสอบเสร็จ เฉิงสือก็พาจางจื้อเฉียงไปพักผ่อนที่ห้องของเขา บอกว่ารอให้เงียบสงบในตอนกลางคืน เขาค่อยลงมือทำหน่วยความจำแกนแม่เหล็ก
เฉิงสือลงมาข้างล่างแล้วเริ่มทำชิ้นส่วนต่อ
สักพักอู๋ต้าตงก็เดินเข้ามา บนหลังแบกเตียงมาด้วยหนึ่งหลัง
เฉิงสือ "ทำอะไรน่ะ นายจะย้ายมาอยู่กับฉันเหรอ?"
อู๋ต้าตงตอบ "อะไรของนาย ฉันเห็นเตียงนายจะพังแหล่มิพังแหล่ เลยทำเตียงไม้สนแบบง่ายที่สุดมาให้ วันหน้าถ้ามีไม้ดีๆ ค่อยทำใหม่อีกที"
เฉิงสือแปลกใจมาก แม้จะรู้ว่าเจ้านี่ภายนอกดูหยาบกระด้าง แต่จริงๆ จิตใจละเอียดอ่อน แต่ไม่คิดว่าจะทำให้เขาถึงขนาดนี้
"ขอบใจมากเพื่อน"
อู๋ต้าตงทำหน้าขยะแขยง ช่วยเฉิงสือแบกเตียงขึ้นไปข้างบน ปากก็บ่นงึมงำ "เลี่ยนชะมัด ฉันก็แค่ลงแรงนิดหน่อยเอง"
เขาจำได้ว่าเฉิงสือเคยพูดสำนวนทำนองนี้ เลยเอามาใช้บ้าง
จู่ๆ จางจื้อเฉียงก็กรีดร้องเสียงหลงมาจากข้างบน
จากนั้นอู๋ต้าตงก็หิ้วคอเสื้อเขาลงมา
อู๋ต้าตงพูดด้วยความโมโห "ไอ้เวรนี่ไม่รู้แอบขึ้นไปตอนไหน ทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ในห้องนาย"
จางจื้อเฉียงตะโกนลั่น "แกเป็นคนบ้ามาจากไหนเนี่ย อยู่ดีๆ ก็มาจับฉัน"
เฉิงสือนึกขึ้นได้ว่าสองคนนี้ยังไม่เคยเจอกัน จึงหัวเราะออกมา "เข้าใจผิดกันแล้ว มา ฉันจะแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการ"
ตอนที่จางจื้อเฉียงกับอู๋ต้าตงถูกเฉิงสือแนะนำว่าเป็นเพื่อนสนิท ต่างคนต่างแอบดีใจลึกๆ จากนั้นก็จับมือกันตามมารยาทด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ ต่างฝ่ายต่างด่าทอกันในใจ
"ตัวใหญ่ยังกับหมีควาย ดูแล้วไม่ใช่คนดีแน่ ต้องเข้าหาเฉิงสือเพราะมีความลับดำมืดอะไรสักอย่างชัวร์"
"หน้าตอบแก้มลิง ดูแล้วเหมือนพวกโรคจิต ต้องเข้าหาเฉิงสือเพื่อแอบดูเฉิงจวนแน่ๆ"
เฉิงสือบอกจางจื้อเฉียง "นายกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เวลานี้มารับฉัน ฉันจะไปช่วยพวกนายติดตั้งเครื่องจักรกลึงระบบตัวเลขควบคุมให้เสร็จ"
เขานับเงินสองร้อยหยวนยื่นให้จางจื้อเฉียง "ในรายการชิ้นส่วนที่นายซื้อมา มีบางอย่างที่ฉันฝากซื้อไว้ใช้ส่วนตัว"
จางจื้อเฉียง "ไม่เป็นไรหรอกมั้ง"
เฉิงสือ "ต้องคิดสิ เรื่องงานส่วนเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวส่วนเรื่องส่วนตัว ไม่งั้นนายจะไปอธิบายกับพ่อลำบาก"
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จางจื้อเฉียงก็มาถึง
แต่เฉิงสือยังไม่รีบไป บอกว่า "รอคนแป๊บนึง"
สักพัก สาวสวยคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
สาวสวยคนนี้สวมชุดเดรสสีเรียบที่ตัดเย็บอย่างประณีต รูปร่างสมส่วน เอวบางร่างระหง ดูสง่างาม
ผมยาวประบ่าดำขลับเป็นเงางาม ทิ้งตัวลงบนไหล่ทั้งสองข้างอย่างนุ่มสลุย มีปอยผมซุกซนบางส่วนพัดผ่านแก้มขาวดุจหิมะ หน้าผากเกลี้ยงเกลา ดวงตาทั้งสองข้างดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ทอประกายแห่งความเฉลียวฉลาดและไหวพริบ สันจมูกโด่งรั้น มุมปากประดับรอยยิ้ม
เป็นสาวสวยที่มีบุคลิกฉลาดเฉลียวซึ่งหาได้ยาก
จางจื้อเฉียงรู้สึกเปรี้ยวปากด้วยความอิจฉา: ทำไมรอบตัวเฉิงสือถึงมีแต่สาวสวยตลอดเลยนะ?!! น่าอิจฉาริษยาชะมัด
เฉิงสือสั่งงานเฉิงหย่งจิ้นไม่กี่คำ แล้วขึ้นรถจางจื้อเฉียงไปพร้อมกับสาวสวย
จางจื้อเฉียงกระซิบถามเฉิงสือ "นี่ใครอะ"
เฉิงสือ "เพื่อนฉันเอง
ผู้จัดการโรงงานจางและคนอื่นๆ รออยู่ที่แผนกการผลิตแล้ว
เฉิงสือสั่งการให้วิศวกรถอดแผงวงจรรวมออกมา จากนั้นติดตั้งหน่วยความจำแกนแม่เหล็กที่เขาทำขึ้นลงไปบนแผงวงจรรวม
วิศวกรถือหน่วยความจำแกนแม่เหล็กที่เฉิงสือทำขึ้นพลางนึกสงสัยในใจ: หน้าตาเหมือนของจริงเป๊ะเลย
แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นแค่ของสวยแต่รูปจูบไม่หอม หรือใช้งานได้จริง
พอติดตั้งแผงวงจรรวมกลับเข้าไป แล้วเปิดสวิตช์ไฟ
วิศวกรทดลองกลึงชิ้นส่วนเล็กๆ ชิ้นหนึ่งด้วยตัวเอง
ยืนยันได้ว่าเครื่องจักรกลึงกลับมาทำงานได้เหมือนก่อนที่จะเสีย
วิศวกรประหลาดใจมาก ตอนนี้เขานับถือเฉิงสือแบบหมดจิตหมดใจ "สหายเฉิงสือมีความสามารถทางเทคนิคสูงส่งจริงๆ"
จางจื้อเฉียงอุทาน "ว้าว พี่ครับ พี่มีวิชาเปลี่ยนของเน่าเสียให้เป็นของวิเศษจริงๆ ด้วย"
จางกั๋วหัว "ดีมาก ขอบคุณสหายเฉิงสือมาก"
เฉิงสือ "ที่ซ่อมเสร็จราบรื่นในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นความดีความชอบของสหายจางจื้อเฉียงที่จัดซื้อชิ้นส่วนและวัสดุที่ผมต้องการกลับมาได้อย่างถูกต้องและทันเวลาครับ"